aftercigwithyoucoxxonmy__
01 | My heart made from you
  • My heart made form you

    Title; my heart made from you

    Pairing; kang minhee/kimdongyun(fem!)

    Playing; https://www.youtube.com/watch?v=s48HDGf_NbU

     

    Thai AU!/GENDER BENDER

    (ม่านหมอก – คังมินฮี / ยาหยี -คิมดงยุน )

     

    /

     

                คุณชายม่านหมอกไม่เคยเชื่อทฤษฎีการสบตากันสามวินาทีแล้วตกหลุมรัก, เขาว่าของพวกนั้นมันเพ้อเจ้อมากเกินจะหาเหตุผลทางวิทยาศาสตร์มารองรับได้มากเกินไปหน่อยถึงแม้ใครหลายคนจะบอกว่ามันเป็นปฏิกิริยาของร่างกายที่แตกต่างกันไปในแต่ล่ะบุคคลก็ตามแต่การเผลอสบตาใครสักคนเพียงสามวินาทีแล้วเสียความเป็นตัวเองไปแบบนั้นมันฟังดูบ้ามากไปหน่อย– สำหรับตัวเขา

     

                ยัยมะลิที่มีศักดิ์เป็นน้องสาวฝาแฝดคลานตามกันออกมาจากท้องแม่ได้ยินเขาพึมพำบ่นเสียงเบาอยู่กับตัวเองถึงกับต้องเลิกสนใจโทรศัพท์มือถือแล้วหันมาขมวดคิ้วใส่พร้อมพูดว่า“ก็หมอกไม่เคยชอบใครจริงๆเลยไงถึงได้คิดแบบนั้น”สาบานได้ว่าเป็นประโยคที่ทำให้เขารู้สึกหน้าชาขึ้นมาพอสมควร

     

                ม่านหมอกอ้าปากทำท่าทางจะโต้แย้งแต่ก็ต้องหุบปากฉับเมื่อคิดขึ้นมาได้ว่าสิ่งที่ยัยน้องสาวฝาแฝดตัวดีพูดมานั้นก็จริงทั้งหมด– แต่การใช้คำว่าไม่เคยชอบใครจริงๆเลยก็ดูจะเกิดจริงมากไปหน่อย

     

                ถ้าชอบกันพอมากพอที่จะเลื่อนสถานะขึ้นเป็นคนรักแล้วมารู้ว่าจริงๆเราสองคนไม่มีอะไรที่เข้ากันสักอย่างและในด้านความรู้สึกที่มีก็ถูกกร่อนลงไปเรื่อยๆการกลับไปเป็นเพื่อนหรือพี่น้องที่ดีต่อกันเช่นเดิมนั้นก็เป็นสิ่งที่ดีกว่าอยู่แล้ว

     

                เขาคิดเสมอ, คนบางคนเก็บไว้ในสถานเพื่อนพี่น้องบ้างก็ได้คบกันแล้วถ้าไปไม่รอดมันจะแย่เอา

     

                แต่สาเหตุที่คุณชายม่านหมอกยังคงครองตัวเป็นหนุ่มโสดนั้นก็ไม่ได้มีแค่ข้อนั้นข้อเดียว สาเหตุหลักเลยมันก็มีแค่ว่าเขายังหาใครสักคนที่ถูกใจจริงๆไม่ได้เท่านั้นเอง,มะลิได้ยินแล้วถึงกับเบะปากใส่พี่ชายฝาแฝดของตัวเองก่อนเอ่ยประโยค “จ้า—พ่อรูปหล่อ เลือกเยอะมากนักเดี๋ยวก็ได้ขึ้นคาน” และบทสนทนาจบลงที่เขาคว้าคอยัยนั้นมาใกล้แกล้งยีศีรษะจนผมยุ่งร้องโวยวายเสียงดัง

     

                ถึงจะยังเป็นแค่เด็กมัธยมปลายอายุยังไม่สิบแปดปีแต่ในการตกลงปลงใจคบใครสักคนนั้นเขาก็ไม่ได้เอาแค่ความชอบมาตัดสินถึงเรื่องสถานะต่อไปในอนาคตมันมีหลายปัจจัยที่ต้องเก็บเอามานั่งคิดและประเด็นสำคัญที่สุดคือเรื่องของกิริยามารยาทการวางตัว– ถ้าเกิดได้แฟนเป็นลิงเป็นค่างนิสัยไม่เรียบร้อยโผงผางแบบยัยมะลิขึ้นมาเขาคงปวดหัวตายเข้าเอาสักวัน

     

                แต่ก็ใช่ว่าพวกสาวๆประเภทนั้นเขาจะหลีกหนีไม่ยุ่งด้วยจะให้คบเป็นเพื่อนมันก็ได้อยู่พากันไปเล่นสนุกแบบที่กลุ่มเพื่อนเขาทำกันแต่ถ้าหากให้คบเป็นแฟนคงต้องยกมือบอกลาไปก่อน

     

                เขาชอบผู้หญิงเรียบร้อย –ไม่ถึงกับต้องเป็นผ้าที่ถูกรีดเรียบพับเก็บไว้อย่างดีในตู้แบบนั้นแต่ก็ขอให้ไม่ใช้ผ้ายับที่ถูกยัดเข้าตู้แบบรีบร้อนเช่นนั้นก็พอ, ต้องเป็นคนที่ให้ความรู้สึกว่ามองแล้วอบอุ่นเหมือนพระอาทิตย์ในยามเช้าและรอยยิ้มก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่เขาชอบมอง

     

                ผู้หญิงกับรอยยิ้มหวานๆเป็นของคู่กันนี้นา

     

                และตั้งแต่ที่บทสนทนาจบลงด้วยการที่เขาตบตีกับน้องสาวฝาแฝดจนยัยนั้นร้องเสียงดังเล่นเอาคุณพี่เลี้ยงแตกตื่นวิ่งออกมาจากครัวแทบไม่ทันว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณหนูของบ้านรึเปล่าเขาก็ไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาคิดอีกชีวิตเด็กนักเรียนมัธยมปลายมันก็วุ่นวายไม่แพ้ใครแค่ไปโรงเรียนและเจอหน้าเพื่อนๆก็หมดวันแล้วไหนจะต้องกลับมานั่งทบทวนหนังสืออีกมีอะไรให้คิดเยอะแยะจะตายไป

     

                จนกระทั่งเกิดเรื่องขึ้น, เล่นเอาคืนนั้นคุณชายม่านหมอกนอนไม่หลับ

     

                ว่ากันตามตรงแล้วเขาก็ไม่ใช่คนที่จะทำกิจกรรมในโรงเรียนเท่าไหร่นักต่างจากมะลิที่ค่อนข้างเป็นสาวเต็มที่กับกิจกรรมเสียจนคนทั้งโรงเรียนรู้จักไปทั่วจริงๆเรื่องนี้ก็เคยเป็นประเด็นมาก่อนว่าเพราะคนรู้จักน้องสาวฝาแฝดเยอะเลยทำให้คนพลอยมารู้จักเขาไปด้วยหรือเป็นเพราะหน้าตาที่ถูกครหาว่าหลุดออกมาจากการ์ตูนกันแน่– เพราะเป็นแบบนั้น,เรื่องมันจึงเริ่มจากตอนที่เขายืนรอมะลิอยู่ที่หน้าโรงเรียนเผื่อที่จะกลับบ้านพร้อมกันเหมือนทุกวัน

     

                'วันนี้เพื่อนกลับด้วยคนนึงนะ แต่เดี๋ยวเพื่อนลงก่อนม่านหมอกครางรับในลำคอว่ารู้แล้วและเร่งให้ออกมาสักทีกลับถึงบ้านช้าจะโดนดุกันทั้งคู่ปลายสายบ่นอะไรสักอย่างก่อนจะมีเสียงหัวเราะแทรกเขามาเป็นจังหวะที่สายถูกตัดพอเขาโยนเครื่องมือสื่อสารลงกระเป๋ากางเกงนักเรียน

     

                ไม่นานคนที่รอก็เดินออกมาพร้อมกับมีเด็กผู้หญิงอีกคนเดินจับมือมาด้วยกันท่าทางช่างดูกะหนุงกะหนิงกันเสียจนเขาอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วนึกคิดไปว่าน้องตัวเองมีแฟนแล้วไม่บอกเตรียมพูดเปิดประเด็นนี้แต่เหมือนคำพูดมันติดอยู่ที่ปลายลิ้น, คุณชายม่านหมอกอ้าปากค้างในตอนที่เผลอสบเข้ากับดวงตากลมโตใสสะอาดคู่นั้น

     

                “หมอก— นี้ยาหยีเพื่อนที่บอกว่าจะกลับด้วย”จบคำก็ได้รับรอยยิ้มหวานส่งมาเล่นเอาความรู้สึกแปลกประหลาดตีขึ้นมาอยู่ในอก,มีผีเสื้อหลายร้อยตัวกำลังบินอยู่ในช่องท้องเขากระพริบตาช้าๆแต่ผีเสื้อพวกนั้นยังคงอยู่

             

                ทฤษฎีสบตาสามวินาทีแล้วตกหลุมรักอะไรนั้นมันไม่จริงเลยสักนิดมันคือเรื่องหลอกลวงที่น่าขำที่สุดที่เคยได้ยินตั้งแต่เกิดมาบนโลก – เพราะเขาใช้เวลาไม่ถึงสามวินาทีด้วยซ้ำ

     

                กลายเป็นว่าคุณชายม่านหมอกวางตัวไม่ถูกเมื่อมีหญิงสาวหน้าตาน่ารักยืนอยู่ข้างกันไม่ไกลเท่าไหร่,เขาแอบมองน้องสาวฝาแฝดที่คุยงุ้งงิ้งกับเพื่อนสนิทอย่างเงียบเฉียบยาหยีตัวเล็กกว่ามะลิค่อนข้างเยอะนั้นหมายความว่าส่วนสูงของหล่อนสุดอยู่แค่หัวไหล่ของเขาอย่างพอดิบพอดี– ดวงตากลมโตเป็นประกาย ริมฝีปากสีชมพูมันวาวเรือนผมสีน้ำตาลเข้มรับกับใบหน้าและรอยยิ้มที่เป็นสิ่งที่ตรึงดวงตาของเขาเอาไว้ไม่ไปไหน

     

                ทำไมยัยมะลิถึงไม่เคยบอกเลยนะว่ามีเพื่อนน่ารักมากขนาดนี้

     

                สุดท้ายจนแล้วจนรอดความไม่กล้าที่ก่อตัวขึ้นในจิตใจก็ทำได้แต่เงียบสนิทจนถึงสถานีจุดหมายปลายทางที่ยาหยีต้องการจะลง, หล่อนโบกมือให้ก่อนที่จะเดินออกจากขบวนรถม่านหมอกทำได้แค่ยกยิ้มเล็กๆกลับไปให้เพราะร่างกายดูจะไม่เป็นไปตามความต้องการเท่าไหร่เขามองตามแผ่นหลังนั้นเคลื่อนตัวหายไปในฝูงชนและประตูรถไฟฟ้าก็เคลื่อนตัวปิด

     

                ม่านหมอกเผลอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ตามด้วยโดนมะลิศอกเข้าเต็มสีข้าง“เห็นนะ” ยัยนั้นว่าเสียงไม่ดังเท่าไหร่ “ทำไมหมอกต้องมองยาหยีขนาดนั้นด้วยอ่ะ”

     

                “ขนาดไหน?— ก็มองไปเรื่อยๆเถอะ” เขาพยายามที่จะแก้ตัวแต่ก็เผลอแสดงท่าทางประหม่าโดยการยกมือขึ้นเกาแก้มยัยมะลิหรี่ตาเหมือนพยายามจับผิดอะไรสักอย่างและแน่นอนว่ายัยนั้นสามารถจับพิรุธเขาสำเร็จทุกครั้งไป

     

                “สนใจเพื่อนเราหรอ”

     

                “ก็น่ารักดี”

     

                “ถามจริง” น้องสาวฝาแฝดลากเสียงยาวที่ท้ายประโยคเหมือนพยายามจะกวนประสาทเขายกมือปัดไปมาอยู่ตรงหน้าอย่างพยายามตัดบทสนทนา, มะลิชะโงกหน้าเข้ามาหาเป็นการบอกว่าบทสนทนานี้ยังไม่จบลงง่ายๆ“หมอกรู้ตัวปะ ว่าหมอกไม่เคยชมใครว่าน่ารัก” เขานิ่งไปอีกครั้งยัยนั้นไม่ได้พูดอะไรต่อเพียงแต่ทำหน้าตาราวกับว่ารู้ทุกอย่างที่เขากำลังคิดอยู่ในใจ

     

                คืนนั้น – คุณชายม่านหมอกนอนไม่หลับ, ชายหนุ่มลืมตาโพล่งมองเพดานห้องนอนของตัวเองในเวลาเที่ยงคืนกว่าที่เลยเวลาเข้านอนมาสักพักและเขาสมควรที่จะลงไปวิ่งเล่นในความฝันได้แล้วเขาถอนใจก่อนจะพลิกตาอย่างกระสับกระส่าย

     

                เกิดอะไรขึ้น ทำไมหลับตาแล้วก็เห็นแต่หน้าหล่อน

     

                การตัดสินใจสุดท้ายคือคว้าโทรศัพท์มือถือที่นอนนิ่งอยู่บนหัวเตียงมาเลื่อนหาอะไรดูเผื่อจะทำให้สิ่งที่มันอยู่ในหัวตอนนี้บางเบาลงไปได้บ้าง, ปลายนิ้วมือกดลงไปที่Instagramยังคงมีการเคลื่อนไหวอยู่บนหน้าจอ เขาพิมพ์ชื่อแอคของฝาแฝดตัวเองลงไปในช่องค้นหาอย่างไม่รู้ตัวคิ้วเรียวขมวดเข้ากันขณะพยายามเพ่งมองสิ่งที่อยู่บนหน้าจอแสดงผลคำว่าRequestedปรากฏขึ้นมา

     

                รู้ตัวอีกที – yayee__ started following you.

     

                ให้ตายสิแล้วแบบนี้เขาจะนอนหลับลงได้ยังไงกัน

     

    /

     

                รู้สึกว่าตั้งแต่ที่เราเจอกันครั้งแรกวันนั้นมันจะทำให้การพบเจอของเราสองคนง่ายขึ้นอย่างน่าประหลาด, เขาไม่เคยเห็นยาหยีในโรงอาหารมาก่อนแต่เมื่อวันก่อนกลับเจอเธอเข้าแถวรอซื้อข้าวกลางวันร้านเดียวกันซะได้และยังไม่นับการเดินสวนกันบนอาคารเรียนโดยที่เจ้าหล่อนไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่ามีใครบางคนกำลังแอบมองอยู่

     

                และเจ้าหล่อนก็ไม่มีทางรู้แน่ๆว่าเขาแอบเก็บเอารอยยิ้มหวานนั้นไปนอนเพ้ออยู่แทบทุกคืน

     

                เพื่อนหลายคนบอกให้เขาลองเดินหน้าเข้าไปผสมโรงกับยัยฝาแฝดคนน้องที่ยุแหย่ยู่ทุกวี่ทุกวันว่าถ้าชอบจริงๆก็สามารถที่จะยื่นมือเข้าไปเป็นแม่สื่อช่วยได้ม่านหมอกสั่นหัวปฏิเสธหมดทุกข้อเสนอ – ไม่รู้สิ, ยาหยีเหมือนเป็นพระอาทิตย์มีแต่คนอ้อมล้อมเต็มไปหมดการเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในวงโคจรตรงนั้นมันทำให้เขาคิดว่าอาจจะเป็นเรื่องที่—

     

                และม่านหมอกเองก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอนั้นมีใครในใจอยู่แล้วหรือเปล่าแต่จากการที่วันๆหนึ่งเจ้าหล่อนอยู่แต่กับยัยมะลิตัวติดกันเป็นขนมตังเมหรือไปไหนมาไหนกับกลุ่มเพื่อนผู้หญิงตลอดคงจะทำให้ใครหลายคนถอยหลังไม่กล้าเข้าไปยุ่มย่ามด้วยเป็นแน่

     

                ก็แหงล่ะ – อย่างน้อยก็มีคุณชายม่านหมอกตรงนี้แล้วหนึ่งคน

     

                สารภาพตามตรงหลังจากวันนั้นเราก็มีโอกาสได้คุยกันสองสามครั้งผ่านทางDirect MessageของInstagramเพราะดูแล้วเจ้าหล่อนน่าจะมีเทสทางดนตรีและอะไรหลายๆอย่างที่มาทางเดียวกับเขาอยู่ไม่น้อยจนสุดท้ายความคิดที่ว่าคุยกันในนี้ค่อนข้างลำบากไปคุยกันในไลน์น่าจะโอเคกว่า– สาบานว่ามันไม่ใช่แผนอะไรทั้งนั้น, เจ้าหล่อนก็ดูเห็นด้วยและเขาก็กลายเป็นคนโรคจิตนั่งมองรูปของอีกฝ่ายซ้ำไปซ้ำมา

     

                ก็แค่รูปถ่ายธธรมดาใส่ชุดนักเรียนเหมือนคนอื่นแต่ทำไมถึงดูแตกต่างจากคนทุกคนเลยก็ไม่รู้เขาเองก็พยายามหาคำตอบให้กับเรื่องนี้อยู่เช่นเดียวกัน

     

                ประโยคที่เขาพิมพ์ใส่ช่องแชทเธอเป็นประจำก็คงจะเป็นวันนี้เราเห็นเธออีกแล้วและคำตอบก็ไม่พ้นว่าทำไมถึงไม่เข้ามาทักกันเลย, เขาแอบขบริมฝีปากตัวเองจะกล้าบอกได้ยังไงว่าก้าวขาไม่ออกไม่รู้จะพูดว่าอะไรหรือควรทำตัวอย่างไรเวลาอยู่ต่อหน้าเธอแบบนั้น

     

                ดูเหมือนเขาจะเหม่อมากเกินไปหน่อยถึงไม่รู้ตัวว่ามียัยตัวเล็กบางคนกำลังพยายามโบกมือให้จากระเบียงอาคารเรียนเขาสะดุ้งตอนที่เพื่อนสะกิดชี้ให้มอง, ยาหยีชะโงกหัวมองลงมาจากระเบียงอาคารเรียนชั้นสองลงมายังโต๊ะข้างอาคารที่นั่งอยู่พอดีหล่อนโบกมือให้พร้อมรอยยิ้ม และไอพวกเพื่อนๆตัวดีของเขาก็เริ่มจะโหวกเหวกขึ้นมา

     

                “แซวเหี้ยไรกันวะ”ม่านหมอกเริ่มเสียงดัง แสดงถึงอาการประหม่าชัดเจน

     

                ท่าทางอีกฝ่ายนั้นก็น่าจะอยู่ในสถานการณ์ไม่ต่างกันเท่าไหร่เหมือนว่าเจ้าหล่อนพยายามจะบอกอะไรบางอย่างกับเพื่อนๆแต่สุดท้ายก็ทำหน้างอและมุดศีรษะลงไปกับไหล่ของมะลิที่จ้องเขาเขม่งด้วยหน้าตายียวน– ช่างหัวยัยตัวกวนประสาท, เขายกโทรศัพท์ขึ้นมากดส่งข้อความหายาหยีและก่อนที่จะพาเดินเข้าไปในห้องเรียนไปเจ้าหล่อนก็ยังไม่วายมองลงมาอีกครั้ง

     

                “กูว่าเขาก็น่าจะมีใจให้มึงอยู่นะ”

     

                เขาโบกมือปัดอย่างตัดบท “ไม่รู้วะแต่แม่ง— โคตรน่ารักเลย”

     

                “จีบดิน่ารักขนาดนี้ถ้ามึงไม่จีบแล้วมีหมาคาบไปแดก” ม่านหมอกมองหน้าเพื่อนเขม่งรอว่ามันกำลังจะพูดคำว่าอะไรต่อไป “มึงไม่เสียดายหรอวะ ที่ปล่อยผ่านไปเฉยๆอ่ะ”

     

                แน่นอนว่าม่านหมอกเก็บเอาคำพูดของเพื่อนมาคิดมันวนเวียนอยู่ในหัวของเขาแล้วเกือบหนึ่งอาทิตย์ – ที่มันพูดก็ถูกเขาคงเสียดายไปตลอดชีวิตแน่ๆถ้าหากไม่ทำอะไรบางอย่างเสียทีคุณชายม่านหมอกตบตีกับตัวเองอยู่นานสองนานว่าควรจะทำเช่นไรดีจนน้องสาวฝาแฝดเห็นแล้วรู้สึกรำคาญใจขึ้นมามะลิเท้าสะเอวฉับพร้อมใบหน้าจริงจัง

     

                “บอกไปตรงๆเลยดิยังไงก็คุยกันทุกวันอยู่แล้ว”

     

                “ไม่กล้า” เขาตอบเสียงเบายกหมอนอิงปิดหน้าตัวเอง “แค่เห็นหน้าก็ปอดแหกแล้ว”

     

                ดูเหมือนจะไปเหยียบอะไรบางอย่างในใจเข้าให้ยัยมะลิเริ่มการบ่นเขายาวเหยียดเสียจนรู้สึกว่าหูเริ่มจะชาเข้าไปทุกทียัยนี้บ่นเก่งชะมัดยากความสามารถเทียบเท่ากับคุณแม่เลยด้วยซ้ำไปเสียจนม่านหมอกต้องยกมือท่วมหัวเป็นเชิงว่ายอมแพ้แล้วเดี๋ยวจะจัดการให้มันถูกต้องมะลิทิ้งท้ายด้วยประโยคเดียวกับที่เพื่อนของเขาพูดไว้เมื่อหลายวันก่อน – ระวังโดนหมาคาบไปนั้นแหละ

     

                บางทีม่านหมอกก็คิดว่าตัวเองเป็นแค่ดาวดวงเล็กๆที่โคจรอยู่รอบๆดวงอาทิตย์ที่อาจจะถูกดาวเคราะห์ดวงอื่นบดบังเสียไปจนหมด, อย่างที่เขาเคยว่าไว้– เขาชอบผู้หญิงที่เปรียบเสมือนพระอาทิตย์ยามเช้าแถมยังมีรอยยิ้มที่สวยหวานเสียจนทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ

     

                ยาหยีเป็นพระอาทิตย์อาจจะไม่ได้อบอุ่นเหมือนพระอาทิตย์ในยามเช้าทุกครั้งไปมีบางทีที่ดื้อรั้นและซนแก่นเป็นพระอาทิตย์เที่ยงตรงและสงบนิ่งเหมือนพระอาทิตย์ที่กำลังคล้อยตกดินแต่ช่างน่าแปลก– เธอไม่เคยทำให้เขาแสบตาเลยแม้แต่เพียงสักครั้งเดียว

     

                โทรศัพท์มือถือที่วางทิ้งไว้บนโซฟาถูกหยิบขึ้นมาสาบานได้ว่านี้เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นช่องแชทแล้วเกิดอาการประหม่าไม่เป็นตัวเองขนาดนี้มาก่อนเด็กหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอดให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ปลายนิ้วพิมพ์ข้อความเสร็จสรรพ ไม่มีอะไรมากก็แค่ขอนัดเจอในวันพรุ่งนี้เจ้าหล่อนดูแปลกใจนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไรทั้งยังมีการหยอกล้อปิดท้ายด้วยอีกต่างหาก

     

                เรามีอะไรจะบอกพรุ่งนี้เลิกเรียนแล้วมาเจอกันหน่อยนะ อ่านประโยคที่ตัวเองพิมพ์ไปเป็นรอบที่สามในตอนที่เดินงุ่นง่านอยู่หน้ากระจกและพยายามซ้อมพูดให้มันออกมาดูดีที่สุด สองมือยกขึ้นขยี้หัวตัวเองอย่างแรงทั้งตื่นเต้นและกังวล

     

                เกิดมายังไม่เคยบอกกับใครต่อหน้าด้วยซ้ำ, ว่าชอบ

     

    เขาก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างเราสองคนนั้นเป็นยังไงเรียกว่าเพื่อนหรือเป็นไปในความรู้สึกเช่นไรแต่ว่าถ้าปล่อยคนนี้ให้หายไปต้องเป็นสิ่งที่น่าเสียดายที่สุดในชีวิตแน่ๆ

     

                ทั้งสวยทั้งหวานขนาดนั้น –ยาหยีนี้แหละ, ใช่เลย

     

    /

    end

    รวบรัดไปหน่อยแต่ว่าต้องจบแบบนี้แหละค่ะ แง

    ถ้ามีคำผิดเราต้องขออภัยด้วยนะคะ T-T

    #aftercigwithyou

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in