In conversation: รีวิวเต็ม + special contentเมื่อฉันรีวิวหนังสือ
In conversation with เจ้าของเพจรีวิวหนังสือ (ฉบับเต็ม)
  • In conversation with ฟ้าชอบอ่านหนังสือ (ฉบับเต็ม)


    ด้วยความที่เราพึ่งอ่านหนังสือ In conversation ของคุณใบพัดไปเราเลยอยากลองสัมภาษณ์ใครสักคนตามบ้าง แล้วคนที่เราคิดถึงเป็นคนแรกก็คือ พี่ฟ้าเจ้าของเพจ Facebook ฟ้าชอบอ่านหนังสือและเจ้าของ Instagram รีวิวหนังสือfabookishlife พี่สาวที่น่ารักที่เราเคยเจอที่ค่ายวันนี้เราเลยจะมาคุยกับพี่ฟ้าว่าด้วยเรื่อง หนังสือค่ะ


    (ก่อนอ่านบทความเต็มๆ เราฝากทุกคนก็กดไลค์กดติดตามเพจ เมื่อฉันรีวิวหนังสือ ของเราด้วยนะคะ :) https://www.facebook.com/ReviewBooksFirstTime )


    จ๊ะ: แนะนำตัวเองหน่อยค่ะ

    ชื่อฟ้าค่ะ เป็นเจ้าของเพจ 'ฟ้าชอบอ่านหนังสือ'

     

    จ๊ะ: อ่านหนังสือมานานหรือยังคะ

    พี่ชอบอ่านหนังสือตั้งแต่ตอนที่อ่านหนังสือออกเลยน่าจะประมาณ ป.1

     

    จ๊ะ: สาเหตุแรกที่ชอบอ่านหนังสือคืออะไรคะ

    ตอนนั้นพี่เป็นเด็กที่อ่านหนังสือไม่ออกแล้วแม่พี่ก็พาพี่ไปเรียนพิเศษสอนสะกดคำ ตอนที่เรียนจบคอร์สแม่พี่ก็ให้หนังสือมาเล่มหนึ่ง ชื่อเรื่องโมโมจังของสำนักพิมพ์ผีเสื้อตอนที่พี่อ่านจบ แม่พี่ดีใจมาก แล้วเหมือนตอนเด็กๆพี่อ่าน เพราะพี่รู้สึกว่าเวลาพี่อ่านหนังสือจบแม่พี่จะดีใจมาก แต่หลังๆพอโตแล้ว ก็กลายเป็นว่า อ่านเพราะชอบอ่านหนังสือ

     

    จ๊ะ: แล้วที่บ้านพี่ชอบอ่านหนังสือกันหรือเปล่าคะ

    พ่อกับแม่พี่ก็ชอบอ่านหนังสือนะ

     

    จ๊ะ: แล้วอ่านหนังสือแนวเดียวกันทั้งบ้านเลยหรือเปล่าคะ

    ต้องบอกว่าพี่ก็เหมือนเอาของพ่อของแม่มาอ่านพ่อจะอ่านแนวไซไฟผจญภัย แม่จะอ่านพวกประวัติศาสตร์ นิยายรัก ส่วนพี่ก็คืออ่านหมดเลย

     

    จ๊ะ: นักเขียนคนโปรดของพี่ฟ้าคือใครคะ

    นัตสึเมะ โซเซกิ

     

    จ๊ะ: ทำไมถึงชอบนัตสึเมะ โซเซกิคะ

    เล่มแรกที่พี่อ่านของเขาคือเรื่อง Botchan ตอนนั้นคืออ่านแล้วเฉยๆนะแต่แอบคิดว่านักเขียนคนนี้น่าสนใจ คือนิยายมันยังไม่มีอะไรมาก แต่มันมีความน่าสนใจหลังจากนั้นพี่ก็ได้มีโอกาสไปอ่าน โคะโคะโระ (Kokoro)ที่เป็นเหมือนผลงาน masterpieceของเขา พี่อ่านแล้วรู้สึกว่าความคิดเห็นของ นัตสึเมะ โซเซกิมันใกล้เคียงกับความคิดของพี่มาก เหมือนพี่เจอคนที่คิดเหมือนพี่ พี่ก็เลยชอบนักเขียนคนนี้มากคือคนเราก็ต้องอยากอ่านอะไรที่แบบมีความคิดเห็นใกล้เคียงกับเรา หรือคนที่แบบ assure ว่าสิ่งที่เราคิดก็มีคนคิดเหมือนกันนะ

     

    จ๊ะ: พี่ฟ้าทำเพจรีวิวหนังสือมานานหรือยังคะ

    ถ้าเพจจริงๆพึ่งเริ่มไม่นานนะแต่ถ้าถามว่าพี่เริ่มรีวิวหนังสือตั้งแต่เมื่อไร พี่เริ่มรีวิวตั้งแต่ตอนพี่อยู่ปี3 ตอนนี้พี่ก็เรียนจบมา2 ปีแล้วเริ่มรีวิวใน IG ก่อน

     

    จ๊ะ: อะไรเป็นจุดริเริ่มที่ทำให้พี่เลือกที่จะรีวิวหนังสือลงIGหรือ Facebook คะ

    มันเริ่มง่ายๆ เลยคือตอนนั้นพี่เดินไปซื้อหนังสือแต่พี่ไม่มีเงินซื้อ พี่ก็เลยถ่ายรูปหนังสือไว้แล้วพี่ก็รู้สึกว่าภาพมันสวยดี แล้วช่วงนั้นคนฮิตที่จะมี  Instagramสำหรับงานอดิเรกโดยเฉพาะ บางคนก็ถ่ายรูป model spiderman แล้วเอามาลงในIG พี่ก็เลยคิดอยากลองสร้างIG อีกอันสำหรับลงรูปงานอดิเรกของพี่บ้างอย่างลงรูปหนังสือสวยๆที่พี่ถ่าย มันเริ่มจากจุดนั้น แล้วหลังจากนั้นก็มีคนทักมาคุยกับพี่พอพี่ลองไปดู IG เขาก็เห็นว่าเขารีวิวหนังสือพี่ก็เลยลองรีวิวตาม

     

    จ๊ะ: พี่ฟ้าคิดว่าการที่เราอ่านหนังสือให้อะไรเราบ้างคะ

    การอ่านหนังสือทำให้พี่ไม่เหงา เอาจริงๆคือพี่เป็นคนขี้เหงามากพี่จะชอบโทรไปหาเพื่อนเพื่อคุยแก้เหงา แต่บางทีเราก็จะคิดว่าก็แบบเราเหงาเกินไปเปล่า เพื่อนอาจจะไม่ว่างคุยกับเราก็ได้ การอ่านหนังสือทำให้พี่หายเหงาได้

     

    จ๊ะ: พี่ฟ้าคิดว่าการที่เราอ่านหนังสือมันทำให้เรามุมมองต่างจากการที่เราไม่อ่านยังไง

    ถ้าเป็นหนังสือประเภท non fiction แน่นอนคือพี่อ่านแล้วพี่จะได้ความรู้จากหนังสือ ส่วนหนังสือประเภท fictionที่แน่ๆคืออ่านแล้วก็จะได้ความบันเทิง แต่ถ้าถามว่ามันให้อะไรมากกว่านั้นไหมคือมันก็มีหนังสือ fiction บางเล่มนะที่พี่รู้สึกว่าเหมือนคนเขียนเขาเขียนขึ้นเพื่อสอนอะไรบางอย่างกับคนอ่านอย่างเช่น  ซีรี่ย์ที่พี่ชอบมากอย่างหัวขโมยแห่งบารามอส พี่ว่ามันสอนเยอะมากนะ อย่างสอนเกี่ยวกับความมีน้ำใจความรักเพื่อน ความเสียสละ ความซื่อสัตย์

     

    จ๊ะ: ขอเปลี่ยนเรื่องนิดนึงอยากคุยเรื่องความรักกับพี่บ้าง พี่ฟ้ามีคนคุยหรือมีแฟนไหม

    โห้ คำถามมันเปลี่ยน mood มากเลยอะ (หัวเราะ)

    จ๊ะ: (หัวเราะ) ไม่ๆเดี๋ยวมีโยงๆ

    ไม่มีอะรักครั้งล่าสุดของพี่คือตอนที่ไปเรียนต่อฮ่องกงตอนปี 4หลังจากนั้นก็คือไม่มีเลย ไม่มีคนสะดุดตาอะไรทั้งสิ้น

    จ๊ะ: แล้วอยากถามว่าในฐานะที่พี่ฟ้าเป็นหนอนหนังสือ ในเรื่องความรักคนที่จะมาเป็นแฟนพี่ฟ้าจำเป็นที่จะต้องชอบอ่านหนังสือเหมือนกันไหมคะ

    ไม่อ่ะเอาจริงๆพี่ก็ไม่ได้ชอบอ่านหนังสืออย่างเดียวไง ถ้าเขาบ้าอนิเมะหรือบ้าเพลงเหมือนพี่ก็ได้ บ้าหมา บ้าแมว พี่ว่าหนังสือมันก็แค่ส่วนนึงของพี่

    จ๊ะ: อ้อ โอเคค่ะงั้นต่อไป-

    เฮ้ย ชอบคำถามตรงความรักพี่ขอถามน้องจ๊ะกลับหน่อยสิ ถ้าน้องจ๊ะมีความรักน้องจ๊ะจะดูเรื่องชอบอ่านหนังสือด้วยปะ

    จ๊ะ: ไม่จำเป็นนะคะ

    เห็นปะ

    จ๊ะ: คือมันเป็นความรู้สึกที่ว่าเขาไม่ชอบอ่านใช่ไหม ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราสรุปเรื่องแล้วเล่าให้เขาฟังได้แต่ถ้าสมมติมีคนที่ชอบอ่านหนังสือเหมือนกันมันก็จะดีแต่ว่าเอาจริงๆก็เตรียมใจไว้แล้วหละ ว่าอย่างไงก็คงไม่เจอคนที่อ่านหนังสือแนวเดียวกันง่ายๆเพราะแนวที่หนูอ่านมันค่อนข้าง unique แล้วอย่างเพื่อนผู้ชายที่รู้จักเขาก็จะอ่านแนววิชาการไปเลย ก็คงจะต่อกันไม่ติด แต่อย่างน้อย มันจะมีความคิดบางอย่างที่คล้ายกันแล้วมันจะสามารถแลกเปลี่ยนความคิดกันได้แต่ถ้าจะไล่ให้เขาไปอ่าน เขาก็คงไม่อ่านหรอก เพราะถ้าเป็นเราเราก็คงไม่อ่านแนวเดียวกับเขาเหมือนกัน (หัวเราะ)

    ถูกๆ เราบังคับใครไม่ได้แต่เราสรุปให้เขาฟังได้ บังคับให้เขาฟังได้ (หัวเราะ)

     

    จ๊ะ: โอเคกลับมาที่คำถามนะคะ มันมีคำพูดที่ว่าเราสามารถรู้ได้ว่าคนคนหนึ่งเป็นคนยังไงโดยดูจากหนังสือที่เขาอ่านพี่คิดว่าจริงหรือเปล่าคะ

    คือพี่ไม่เคยไปยืนดูชั้นหนังสือคนอื่นนะอันนี้พี่จะขอพูดจากการที่พี่ยืนมองชั้นหนังสือตัวเองแล้วกันพี่มองว่ามันก็ค่อนข้างใกล้เคียงกับความเป็นพี่นะ

     

    จ๊ะ: ใกล้เคียงกับความเป็นพี่คืออย่างไงหรอคะอย่างพี่ชอบอ่านหนังสือของนัตสึเมะ โซเซกิ อันนี้แปลว่าพี่เป็นคนอย่างไงคะ

    เป็นคนที่พูดไม่เยอะแต่ sarcastic (เสียดสี)อยู่ในหัว (หัวเราะ) ดูเป็นคนใจร้ายมากเลย แต่เป็น sarcastic แบบขำๆไง นัตสึเมะ โซเซกิ ก็คือคนเขียนเรื่องอันตัวข้าพเจ้านี้คือแมว พี่ก็นิสัยเหมือนแมวตัวนั้นเลย

     

    จ๊ะ: แล้วมีอีกไหมคะอย่างคนที่ชอบอ่านนิยายฆาตกรรมเนี่ยเป็นคนแบบไหนหรอคะในมุมมองพี่ฟ้า

    เอาจริงๆอ่านนิยายฆาตกรรมนี่ไม่ได้แปลว่าเราอยากรู้วิธีการฆ่าใครนะนิยายฆาตกรรมเป็นนิยายที่ตื่นเต้นเร้าใจ คนที่อ่านนิยายฆาตกรรมในความคิดเห็นพี่น่าจะเป็นคนที่เบื่อกับชีวิตตัวเอง แบบชีวิตไร้สีสันเลยชอบอ่านฆาตกรรมอย่างพี่อะเป็นคนที่เฉยๆ ชีวิตพี่ก็ไม่ได้มีสีสันอะไรพี่ก็เลยชอบฆาตกรรมเพราะมันดูแบบ โห้วววว ตื่นตาตื่นใจ เหมือนการดูการ์ตูนอ่ะทำให้ชีวิตมีสีสัน

     

    จ๊ะ: คนชอบคิดว่า เด็กรุ่นใหม่ไม่ค่อยอ่านหนังสือพี่เห็นด้วยกับประโยคนี้ไหมคะ

    พี่ตอบเลยว่าไม่ เพราะอย่างพี่เองก็มีคนตามที่เป็นรุ่นพ่อแม่ด้วยนะแล้วก็พวกเขาก็พูดเหมือนกันว่า เด็กรุ่นนี้อ่านหนังสือหลากหลาย เพราะสมัยนี้มีหนังสือหลากหลายแนวมากขึ้นแล้วเวลาพี่ไปงานสัปดาห์หนังสือ พี่เจอเด็กนักเรียนเยอะมาก

     

    จ๊ะ: พี่ฟ้าอยากให้อนาคตของวงการหนังสือเป็นยังไงบ้างคะ

    พี่อยากให้มีห้องสมุดดีๆคือมันไม่ได้เกี่ยวข้องกับวงการหนังสือหรอกแต่มันเกี่ยวข้องกับสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานของแต่ละชุมชนพี่อยากให้มีห้องสมุดที่คนสามารถเดินเข้าไปหาอะไรอ่านก็ได้นอกจากนี้พี่มองว่าห้องสมุดบางแห่งเขาเรียงหนังสือได้ไม่น่าสนใจแบบลองคิดดูง่ายๆนะว่าทำไมกับ Facebook เราถึงได้ไถกันทั้งวันทั้งคืนก็มันถูกออกแบบถูกคิดมาแล้วว่าทำอย่างไรคนถึงจะติด เราสามารถเอาแนวคิดนี้มาปรับใช้กับการจัดห้องสมุดให้ดูน่าสนใจได้

     

    จ๊ะ: นิยามของคำว่า หนังสือที่ดีของพี่ฟ้าคืออะไรคะ

    หนังสือที่ดี คือหนังสือที่เกิดจากคนเขียนที่มีใจที่อยากสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อคนอื่น

     

    จ๊ะ: คำถามต่อไปพี่คิดอย่างไงกับคำพูดบอกว่า หนังสือเล่มเดิม อ่านกี่รอบก็จบแบบเดิมพี่คิดว่าจริงหรือเปล่าคะ

    อันนี้ไม่จริงเลยนะหนังสือที่พี่อ่านซ้ำบ่อยมากจะมีอยู่ 3 เรื่อง หัวขโมยแห่งบารามอส เจ้าชายน้อย แล้วก็ โคโคโระพี่อ่านกี่รอบ พี่ก็จะเจออะไรที่ไม่ได้เห็นครั้งที่แล้วแล้วความคิดพี่ก็เปลี่ยนไปด้วย อย่างเรื่อง หัวขโมยแห่งบารามอส เมื่อก่อนพี่เกลียดคาโลมากแต่พอพี่กลับมาอ่านอีกรอบ พี่เพิ่งเห็นว่าจริงๆ เขาเป็นคนที่ใจดีมากนะ คือเมื่อก่อนพี่อาจจะคิดง่ายๆไงว่า เห้ย มันเย็นชากับนางเอกจัง ตอนหลังพี่ก็มองว่าเขามีความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ส่วนเจ้าชายน้อย เมื่อก่อนพี่ไม่รู้นะว่า กุหลาบหมายถึงคนรักของเจ้าชายน้อยเพราะว่าเมื่อก่อนพี่เด็กไง พี่อ่านพี่ก็มองว่า กุหลาบเป็นเพื่อนเจ้าชายน้อยแต่พอพี่มาอ่านอีกรอบ พี่มาดู message ที่กุหลาบมาพูดกับเจ้าชายน้อยหรือที่เจ้าชายน้อยพูดกับกุหลาบ เฮ้ย นี้มันบทพูดของคนรักกันนี่หว่า

    จ๊ะ: นี่มันไม่ใช่เพื่อน!

    ใช่ มันไม่ใช่เพื่อน! เขาเป็นคนรักกัน!!

     

    จ๊ะ: ทำอย่างไงให้คนหันมาอ่านหนังสือเยอะๆดีคะ

    มีช่วงนึงที่คนซื้อหนังสือกันเยอะมากเพราะเขาอ่านตามนักร้องวง GOT7 พี่ว่าถ้าดารา ไอดอล ที่มีคนชอบมีคนตามเยอะๆ หันมาอ่านหนังสือหรือเชิญชวนให้คนมาอ่านหนังสือตาม เขาก็น่าจะทำให้คนหันมาอ่านหนังสือเยอะขึ้นนะอย่างถ้า มิวสิค BNK48 ซื้อหนังสืออะไรมาอ่านพี่ก็คงอ่านตามเขาเลยเหมือนกัน

     

    จ๊ะ: หนังสือเล่มล่าสุดที่อ่านคือเรื่องอะไรคะ

    พี่กำลังอ่าน Howl's Moving Castle อยู่คือช่วงนี้เหมือนพี่เหนื่อยๆ พี่ก็เลยกลับไปหาพวกการ์ตูน อนิเมชั่น แล้วก็พวก Ghiblifilms

     

    จ๊ะ: ถ้าจะให้แนะนำหนังสืออะไรก็ได้ 1 เล่มพี่จะแนะนำอะไรคะ

    พี่จะไม่แนะนำ โคะโคะโระ เพราะแนะนำมาบ่อยแล้วรอบนี้พี่ขอแนะนำเป็นหนังสือที่เพิ่งอ่านกับชมรม LiteraSEA Book Club แล้วกัน (IG: @literasea.bookclub) ชื่อเรื่อง NotOut of Hate ของ MaMa Lay เป็นหนังสือจากประเทศพม่า

     

    จ๊ะ: ช่วยเล่าเรื่องย่อของหนังสือเล่มนี้ให้ฟังหน่อยค่ะ

    มันเป็นเรื่องของเด็กสาวชื่อ 'เวเว' ซึ่งครอบครัวของเขา คุณแม่ไปบวชเป็นแม่ชี พี่สาวกับพี่ชายก็แต่งงานออกไปแล้วเขาก็อยู่กับคุณพ่อ 2 คนแล้วอยู่มาวันนึงมีคนย้ายมาอยู่ข้างบ้านเขาเป็นผู้ชายที่มีลักษณะนิสัยและมีความคิดเหมือนคนตะวันตกเลยคือต้องบอกก่อนว่าหนังสือเล่มนี้มัน setting อยู่ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่2 คือผู้ชายคนนี้มีความหัวตะวันตกมากทำให้มีมุมมองการใช้ชีวิตแตกต่างกับเวเวที่มีความคิดแบบคนท้องถิ่นแต่แล้วผู้ชายคนนี้กับเวเวก็ตกหลุมรักกัน แล้วมันก็เป็นเรื่องราวของคนที่ความคิดไม่ตรงกันมาอยู่ร่วมกันคือตัวเรื่องมันไม่ได้วิจารณ์นะว่าตะวันออกหรือตะวันตกดีกว่ากัน แต่ตามชื่อเรื่องเลยNot Out of Hate สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากความเกลียดชัง ซึ่งถ้าได้อ่านจะรู้ว่า บางครั้งความผิดพลาดที่เกิดขึ้นมันอาจจะเกิดขึ้นเพราะความรักก็ได้ ไม่ใช่แค่ความเกลียดเท่านั้น

     

    จ๊ะ: ซื้อได้ที่ไหนคะ

    พี่ไปซื้อที่ Book Kinokuniyaค่ะ

     

    จ๊ะ: หนังสือเป็นเป็นภาษาอังกฤษใช่ไหมคะ

    ใช่ค่ะ

     

    จ๊ะ: ขายเพจตัวเองหน่อยค่ะ

    เพจ Facebookชื่อ ฟ้าชอบอ่านหนังสือค่ะ ส่วน IGชื่อ ‘Fabookishlife’ พี่แนะนำให้ตาม Instagramมากกว่า เพราะพี่จะ activeตรงนั้นมากกว่า ส่วนเพจพี่เอาไว้ลงแค่รีวิว ถ้าตามใน Instagram จะได้คุยกับพี่มากกว่า ถ้าคนไหนที่ชื่นชอบการอ่านวรรณกรรมแปลญี่ปุ่นหรืออนิเมชั่น มาคุยกับพี่ได้เลย


    จบแล้วจ้า ใครสนใจสามารถไปกดติดตามเพจหรือ IG ของพี่ฟ้าได้นะคะ แล้วก็อย่าลืมกดไลค์เพจของเราด้วยนะคะ FB:เมื่อฉันรีวิวหนังสือ ค่ะ https://www.facebook.com/ReviewBooksFirstTime ฝากด้วยนะคะ :)

     

    เรื่องย่อหนังสือ Not out of hate จาก web amazon

    Not Out of Hate—published in Burmese in1955 and set in 1939–42—was Ma Ma Lay’s fifth novel and one that further cemented her status as one of twentieth-century Burma’s foremost writers and voices for change. A journalist by trade, Lay applied her straightforward observational style with compassion and purpose to the story of Way Way, a teenage village girl whose quiet life assisting her father in his rice-brokerage business is disrupted by the arrival of U Saw Han, the cosmopolitan Burmese rice trader twenty years her senior. When she first encounters him, Way Way is entranced by his Western furnishings, servants, and mannerisms. The two marry, but before long, it becomes clear that U Saw Han’slove is a stifling one that seeks to obliterate her traditional ways.

     


     

     

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in