In conversation: รีวิวเต็ม + special contentเมื่อฉันรีวิวหนังสือ
รีวิวหนังสือ In conversation (ฉบับเต็ม)
  • รีวิวหนังสือ In conversation 

    (sex, religion, politics, and other stories)

    รีวิวบทสนทนา ver ครบ 24 คน


    (ก่อนอ่าน เราฝากติดตามเพจ 'เมื่อฉันรีวิวหนังสือ' ใน Facebook ด้วยนะคะ มีลงรีวิวหนังสือทุกสัปดาห์เลย https://www.facebook.com/ReviewBooksFirstTime ขอฝากเพจเล็กๆของเราไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะคะ /ไหว้ย่อ/)


    1. ธเนศ วงศ์ยานนาวา (นักวิชาการ+นักเขียน): จากที่อ่านคือแนวคิดการดำรงชีวิต ทัศนคติเขาค่อนข้างน่าสนใจเลย บางคำตอบก็คือว่าไงดี ‘สมกับเป็นนักวิชาการ’ แบบนี้มั้ง 555 บอกตรงๆว่าอ่านบทตอนแล้วแอบงงนิดๆ เขาคงฉลาดกว่าเราเกินไป 555


    ‘ชีวิตเราต้องการคนอื่นตลอด เพราะเรามองลูกตาตัวเองไม่เห็น’




    2. เชอรี่ สามโคก (นางแบบ sexy): อ่านแล้วชอบมาก แบบก่อนหน้านี้เราคุ้นๆชื่อเขา พอไป search ชื่อเขาแล้วพบว่าเขาเป็นนางแบบ sexy ตอนเห็นรูปคือตกใจมากๆ แต่พออ่าน พอรู้เรื่องจริงๆของเขาแล้วรู้สึกว่ามุมมองของเราที่มีต่อเขาเปลี่ยนไปเลย แบบเขาเป็นผู้หญิงที่เก่งและแข็งแกร่งมากๆ อ่านบทสัมภาษณ์แล้วชอบเขามากๆ **ชอบมาก**


    ‘ต่อให้เต็มที่กับความสามารถแค่ไหน แต่สุดท้าย บางคนก็มักกดเลื่อนหนังผ่านๆ เพื่อดูว่าจะมี ‘นม’ โผล่มาตอนไหนบ้างอยู่ดี’




    3. อากังฟู ไทยเพลย์บอย (อดีตผู้ก่อตั้งนิตยสารโป๊ Thai Playboy): ก็คือเราเกิดไม่ทันนิตยสารตัวนี้ 555 แต่พออ่านแล้วก็รู้สึกว่าได้เข้าไปอีกโลกที่เราไม่รู้จักเหมือนกัน (เป็นโลกในอดีตด้วยไรงี้ ได้เห็นว่าสมัยก่อนวงการนิตยสารหนังสือมันเป็นอย่างไง) สารภาพว่าบางท่อนอ่านแล้วรู้สึกไม่เห็นด้วยกับเขาเหมือนกัน แต่มุมมองของเขาก็เป็นมุมมองที่น่าสนใจอยู่


    ‘ผลงานมันบ่งบอกถึงตัวตนได้ ไทยเพลย์บอย คือตำนาน เป็นประวัติศาสตร์ของชาติไทยในช่วงหนึ่งเลยด้วยซ้ำ’





    4. คำ ผกา (พิธีกร + นักเขียน): เป็นคนที่เหนือความคาดหมายมาก แบบเราเคยเห็นเขาแค่จากในคลิปที่ดังๆที่คนเขาแชร์กัน แต่พอมาอ่านบทสัมภาษณ์รู้สึกว่ารู้จักเขาขึ้นเยอะเลย แล้วมุมมองของเขาก็น่าสนใจมากๆ ว่าไงดีเรารู้สึกว่าเขาเป็นคนที่สุดๆในหลายๆเรื่องดีนะ 5555 อ่านแล้วรู้สึกเปิดหูเปิดตามากกกก


    ‘ ถ้าจับตะเกียบไม่สวยมันเสียบุคลิก ดูไม่มั่นคง แค่ตะเกียบคุณยังคอนโทรลไม่ได้แล้วคุณจะไปคอนโทรลอะไรได้ในชีวิตนี้’ (ขำๆนะคะ 555)




    5. พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ (พระสงฆ์): บทนี้คือแบบอือหืออ อ่านแล้วชอบมากๆๆๆๆๆๆ ชอบที่สุดในหนังสือเล่มนี้เลย คือเราขอออกตัวก่อนว่าศรัทธาในพระสงห์ของเราค่อนข้างต่ำ (คือไม่ใช่ไม่ศรัทธานะ แต่ว่าพอเห็นข่าวปัจจุบันที่มีพระสงฆ์ที่แบบไม่ดี ไปดื่มเหล้า ลวงผู้หญิงไม่ทำอะไรไม่ดีด้วย เราอ่านแล้วเลยรู้สึกว่าไม่ค่อยศรัทธาแล้ว) แต่พอมาอ่านบทสัมภาษณ์ของ พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ แล้วคือชอบมาก ท่านเป็นพระสงฆ์ยุคใหม่ 2020 ที่ take side เรื่องการเมือง, กล้าพูดเรื่องปัญหาในคณะสงฆ์, กล้าพูดว่าตัวเองไม่เห็นด้วยในบางคำสอน(ที่ล้าสมัย)ของพระพุทธเจ้า อ่านมาถึงตรงนี้บางคนอาจจะรู้สึกว่า เฮ้ย แบบนี้รับไม่ได้ หรืออะไรก็ตามแต่ แต่เราอยากให้ลองเปิดใจอ่านบทสัมภาษณ์ของท่านนะคะ เราจากคนที่ศรัทธาในพระสงฆ์ต่ำนี้ พออ่านบทสัมภาษณ์นี้เสร็จคืออยากเข้าวัดแล้วไปสนทนาธรรมกับท่านเลย อันนี้พูดจริงๆ นับถือมากๆ ***ชอบบทนี้มากๆๆๆๆ***


    ‘อาตมามองว่าบางเรื่องเราต้องกล้ายืนยัน ถึงคัมภีร์ที่เขียนไว้แบบนั้น แต่นี่เป็นความคิดของเรา เราต้องกล้าที่จะบอกว่าเราไม่เห็นด้วย’




    6. อุทิศ เหมะมูล (นักเขียน): บทนี้เราอ่านแล้วโอเคอยู่นะคะ อ่นแล้วรับรู้ถึง passion ในการเขียนหนังสือของเขาเลย มุมมองของเขาต่อหนังสือน่าสนใจมาก เรารู้สึกว่าคุณอุทิศค่อนข้างเป็นนักเขียนที่ติสท์เลย อ่านแล้วเลยมีบางจุดที่รู้สึกงงๆ 555 


    ‘หลายคนชอบงานคุณ พันคนชอบงานคุณ แต่คุณทำคนที่รักเสียใจ คุณเอาอะไรมาภูมิใจวะ’



    7. ศนันธฉัตร ธนพัฒน์พิศาล - ฝน ฮอร์โมน (นักแสดง): สำหรับคุณฝนในบทสัมภาษณ์จะพูดคุยเรื่อง นิสัยรักการอ่านของคุณฝนเป็นหลัก (คือเราตามผลงานการแสดงของเขา แต่ก็พึ่งรู้เหมือนกันว่าคุณฝนก็เป็นหนอนหนังสือตัวยงคนนึงเหมือนกัน) อ่านแล้วรู้สึก ว่านิสัยการอ่านของเราค่อนข้าง relate กับของเขาเลย ใครที่อ่านบทนี้ระวังจะตกหลุมรักคุณฝนยิ่งกว่าเดิม + ระวังโดนคุณฝนป้ายยา (แนะนำหนังสือนะคะ เราโดนมาแล้ว 5555)


    ‘การอ่านทำให้เราเห็นมุมมองที่หลากหลายด้วย นักเขียนคนนี้ทัศนคติการเมืองแบบนี้ นักเขียนคนนี้ทัศนคติความรักแบบนี้ สิบคนสิบรูปแบบ ร้อยคนร้อยรูปแบบ ไม่มีใครเหมือนกันเลยเหมือนเราได้นั่งคุยกับคนโดยที่เราไม่ต้องรู้จัก ผ่านตัวหนังสือของเขา’




    8. สุชาติ สวัสดิ์ศรี (อดีตบรรณาธิการ + นักเขียน): เขาจะพูดถึงชีวิตการเป็นบรรณาธิการในสมัยก่อน ซึ่งอ่านแล้วได้ความรู้มาก แต่อ่านบางบทก็แอบงงๆนึกภาพไม่ออก เพราะเกิดไม่ทัน 555 นอกจากนี้ยังมีพูดเรื่องความรักด้วย ส่วนตัวชอบ part นี้มากๆ แบบน่ารักกก 


    ‘ไม่มี (แหวนประจำตระกูล) แม่ก็เอาหูมุ้งนั่นแหละมาให้ และเขาก็ใส่มาเรื่อยๆ ช่วง 6 ตุลาคมก็ยังเห็นใส่อยู่ตอนนี้หายไปไหนแล้วก็ไม่ทราบ แต่เราก็ยังอยู่ด้วยกัน’

     



    9. นางแบบลึกลับ (พริตตี้): นางแบบลึกลับท่านนี้ (นามสมมติในเล่มคือ คุณหยา) คุณหยาเขาเป็นพริตตี้ ซึ่งเราสารภาพ(อีกแล้ว) ว่าก่อนที่จะมาอ่านบทสัมภาษณ์นี้ของคุณหยา มุมมองที่เรามีต่อพริตตี้ค่อนข้างจะไม่ดี แต่พอมาอ่านจริงๆแล้ว เรารู้สึกว่ามันเป็นอาชีพที่น่าเคารพมาก แบบคนที่จะทำได้คือต้องเก่ง มีหลาย skill แล้วก็ต้องเป็นคนทุ่มเท มีความรับผิดชอบมากๆ แล้วไหนจะเป็นเรื่องความรักของคนทำงานสายนี้ ที่ดูจะไม่ค่อยมีโชคเรื่องความรักเท่าไร คืออ่านแล้วรู้สึกเปิดโลกมากๆ แล้วคุณหยาก็เป็นคนที่ทัศนคติแบบดีมากๆ อ่านแล้วแบบหลงรักเลย **ชอบมาก**


    ‘คนมันจะเห็น 'นม' ก่อนเห็น 'หัวใจ' เสมอ’








    10. เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ (ผู้กำกับ): เอาจริงๆคือเราไม่ใช่แฟนหนังคุณเต๋อ(เอาจริงคือไม่เคยดูหนังเขาเลย 555) แต่เราก็มีเพื่อนที่เป็นแฟนหนังเขาเหมือนกัน แบบก่อนหน้าที่เราจะอ่านบทสัมภาษณ์ของเขา เรารู้สึกแค่ว่าเขาดูเป็นคนติสๆ ดีเนอะ รู้สึกเป็นคนอีกแบบที่อยู่คนละโลกกับเรา แต่เอาจริงๆเขาเป็นคนที่น่านับถือมากนะ แบบเป็นคนจริงจังกับการทำงาน ทัศนคติของเขาก็ดีมากๆเลย จากที่คิดว่าเราคงไม่เข้าใจโลกของเต๋อ นวพล หรอก แต่พอมาอ่านจริงๆ เราว่าของของเรากับเขาก็ค่อนข้างคล้ายกันอยู่นะ (ถ้ามีโอกาสจะลองไปดูหนังของพี่นะคะ)


    ‘แค่ทำสิ่งที่ตัวเองถนัด เชื่อว่างานมันจะออกมาดี หนัง มันคือโลกของผู้กำกับ’







    11. จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ (ผู้รายงานข่าว): คุณจอมขวัญก็เป็นผู้รายงานข่าวและพิธีกรรายการ ‘ถามตรงๆ กับจอมขวัญ’ ก่อนหน้าที่เราจะมาอ่านหนังสือเล่มนี้มุมมองของเราที่มีต่อคุณจอมขวัญก็คือเขาดูเป็ฯนักข่าวสายกัดไม่ปล่อยดีเนอะ แบบจะถามลึกถามจริง ถามจนกว่าจะได้คำตอบ แต่พอมาอ่านบทสัมภาษณ์นี้เรารู้สึกว่ามุมมองของเราที่มีต่อเขาค่อนข้างเปลี่ยนไปเลย แบบเขาดูเป็นคนที่สุภาพและคิดถึงคนอื่นมากๆ นอกจากนี้ยังได้รู้เกี่ยวกับชีวิตรู้แบบการทำงานของเขาด้วยถือว่าอ่านแล้วได้ความรู้ + มุมมองที่น่าสนใจมากๆเลย 


    ‘ถ้าเราอยู่ในสังคมที่มีแต่ความกลัวว่าถามแล้วเดี๋ยวหาว่าโง่ สำหรับเรา เราตีความว่านี่คือวิธีคิดและค่านิยมที่ไม่มีประโยชน์ใดๆเลย แม้แต่กับตัวเองเพราะฉะนั้นเราเลยทำให้เห็นว่า ไม่เป็นไร ที่ทำหน้าที่ในการถามแทน ต่อให้คุณรู้คุณก็ไม่ควรที่จะทำเป็นรู้ไปซะทุกเรื่อง ถ้าเก่งขนาดนั้นก็ไปปาฐกถาไหม เราไม่เคยรู้สึกว่าความโง่หรือความไม่รู้เป็นเรื่องแย่อะไร’






    12. กิตติพล สรัคคานนท์ (นักเขียน + บรรณาธิการ + คอลัมนิสต์ + เจ้าของร้านหนังสือ): บทสัมภาษณ์ของเขาจะเกี่ยวกับเรื่อง ‘ความเหงา’ ซึ่งมันน่าสนใจมากคือเรา พึ่งรู้ว่า คนเราสามารถพูดเรื่อง ความเหงา ได้มากขนาดนี้เลยหรอ คือความเหงา ก็มีประวัติศาสตร์ของมัน และนิยาม(ที่หลากหลายของมัน) นอกจากนี้ในบทสัมภาษณ์ยังมีการพูดถึงชื่อนักปรัชญา นักคิด หนังสืออะไรแบบนี้เยอะอยู่เหมือนกัน (ซึ่งเอาตรงๆ ว่าใครเป็นใครบ้างเราก็ไม่รู้จัก 555 แต่อ่านแล้วว้าวดีค่ะชอบ)


    ‘การบำบัดรักษาด้วยการมีคู่นั้นบางคนอาจพบว่าทำให้โดดเดี่ยวยิ่งกว่าอยู่คนเดียวเสียอีก’



    13. มิ้นท์ I Roam Alone (นักเดินทาง + Youtuber): ที่เราชอบคือมันมีบทสัมภาษณ์ของคุณมิ้นท์อยู่ 2 อัน อันหนึ่งเป็นบทสัมภาษณ์ปี 2558 อีกอันเป็นปี 2563 ก็คือได้เห็นการเจริญเติบโตทางความคิดของเขาดี จากที่แต่ก่อนเขาเที่ยวเพื่อความสุขของตัวเอง จนตอนนี้เที่ยวเพื่อศึกษาเชิงลึกและช่วยสังคม อ่านแล้วอยากออกไปเที่ยวบ้างเลย 555


    ‘การท่องเที่ยวก็เข้าไปช่วย แต่ช่วยซะจนเขาเหมือนเป็นสัตว์ โดยการทำให้เขาเป็นสินค้า เป็นของแปลก คนมาแล้วก็ไม่ได้ศึกษาเรื่องของเขา การที่เราให้เงินเขาแบบง่ายๆ มันก็คือการดูถูกเขานั่นแหละ ดูถูกว่าเขาไม่ได้มีความสามารถอย่างอื่น นอกจากการยืนให้เราถ่ายรูป’



    14. ฟาง ลสา ศักดาเดช (แฟนสาวของนักร้อง อู Day Tripper): บทสัมภาษณ์จะเน้นไปที่เรื่องราวความรักของคุณฟางกับคุณอูว่าเจอกันได้อย่างไง จีบกันอย่างไงบลาๆ แล้วก็ยังมีการกล่าวถึงเรื่องการทำงาน ชีวิตของคุณ อู Day Tripper (ซึ่งปัจจุบันเสียชีวิตไปแล้ว) อ่านแล้วรู้สึกว่าเรื่องเขาน่ารักมาก ถึงเราจะไม่ได้เป็นแฟนคลับคุณ อู Day Tripper แต่ก็รู้สึกเลยว่าเขาเป็นคนที่น่าเคารพมากๆ


    ‘เรามันคนประเภทเป็น second best มาตลอดชีวิต แต่เวลาอยู่กับพี่อูเราเป็น the best แบบที่เป็นตัวเอง นี่ฟางว่าสุดแล้วนะของคนรักกัน’



    15. เขียนไขและวานิช (นักร้อง + นักแต่งเพลง): ศิลปินนักร้องที่ดังจากเพลง ‘แก้มน้องนาง’ ที่จะมาพูดเกี่ยวกับเส้นทางการเป็นนักร้องของเขา และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหลังจากปล่อยเพลง แก้มน้องนาง ออกไปแล้วยังมีการตบคำถามต่างๆเช่น เพลงแก้มน้องนางแต่งขึ้นมาได้อย่างไง? เบื้องหลังของเพลงนี้เป็นอย่างไง? อะไรแบบนี้ อ่านจบแล้วก็คือ ไม่สามารถฟังเพลง แก้มน้องนางได้เหมือนเดิมอีกต่อไป (เพราะเรารู้เบื้องหลังของมันแล้ว ทำให้เราเข้าใจอะไรหลายๆอย่างมากขึ้น)  


    ‘ความรักเป็นเรื่องสากล เพลงของเขียนไขและวานิชคงไปแตะความรู้สึกส่วนลึกในหัวใจเขา ผมว่านะ’




    16. เอ๊าะ ขายหัวเราะ (นักวาดการ์ตูน): บทสัมภาษณ์จะพูดถึงเรื่องเส้นทางการเป็นนักเขียนการ์ตูนของเขา แล้วก็เรื่องการคิดมุข ที่มาของหนูหิ่น อินเตอร์ อ่านแล้วรู้สึกได้รู้อะไรเพิ่มมากๆ แบบสมัยก่อนเราก็เคยอ่านหนูหิ่นเหมือนกัน พอมาอ่านบทสัมภาษณ์แบบนี้รู้สึกว่าเรื่องหนูหิ่นนี้มันมีอะไรมากกว่าที่เราคิดอีก


    ‘ผมว่าเขาอยากกลับนะ คนเขียนยังอยากกลับ เมื่อไหร่ที่กลับจริงหนูหิ่นก็คงกลับไปด้วย เพราะไม่มีอะไรจะสุขใจเท่าบ้านเราหรอก’



    17. วัฒนชัย แจ้งไพร (นักเขียน + ไกด์ + ครูสอนภาษาอังกฤษ): บทสัมภาษณ์จะพูดถึง ‘การกลับบ้าน’ ที่บ้านต่างจังหวัด (จ. ชัยภูมิ) ของเขา เราว่าชีวิตเขาน่าสนใจมาก แบบเขาเคยคิดเรื่องการเอาความรู้ที่เขาได้จากการเรียนที่กรุงเทพมาพัฒนาบ้านเกิดเขา มาพัฒนาด้านเกษตรกรรมอะไรแบบนี้ แต่ในบทสัมภาษณ์เราจะรู้จากคุณวัฒนชัยว่ามันไม่ได้ทำกันง่ายๆ แล้วปัญหามันมีอะไรบ้าง จากใจคนที่อยู่กรุงเทพมาตลอดชีวิตเราว่ามุมมองตรงนี้มันน่าสนใจมากๆ


    ‘ผมออกจากบ้านไปหาความรู้และความรู้ที่ผมได้มามันไม่สามารถไปเยียวยาหรือช่วยอะไรเขาได้เลย’




    18. เนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล (นักศึกษา + นักเขียน + นักเคลื่อนไหวทางสังคม): เราเคยคิดว่าคุณเนติวิทย์เป็นคนที่ก้าวร้าวมากคนนึง  แต่พอมาอ่านบทสัมภาษณ์เขาแล้ว มุมมองที่มีต่อเขาคือเปลี่ยนไปเลย เขาเป็นคนที่สุภาพ + ให้เกียรติคนอื่นมากๆ เราอ่านแล้วรู้สึกทึ่งในความสามารถ ทัศนคติ และการเตรียมใจหลายๆอย่างของเขามากจริงๆ คือเขาเป็นคนที่เรียกได้ว่า ‘ยอมตายเพื่อรักษาสิ่งที่ตัวเองศรัทธา’ จริงๆ อยากให้คุณได้ลองอ่านกัน **ชอบบทนี้**


    ‘Q: เคยคิดถึงอนาคตตัวเองไหม?

    A: ผมไม่มีอนาคต ผมต้องติดคุกแน่เพราะผมไม่เกณฑ์ทหารไง

    Q: ตั้งใจแล้วว่ายังไงก็จะไม่เกณฑ์? เพราะถ้าสิทธิ์ผ่อนผันหมดต้องเป็นทันที

    A: ซึ่งผมก็ไม่จำเป็น ตำรวจจับติดคุกผมอาจจะถูกฆ่าตายหรือเปล่ายังไม่รู้เลย’




    19. สุรชาติ บำรุงสุข (อาจารย์คณะรัฐศาสตร์): ในบทสัมภาษณ์เขาจะพูดเรื่อง ‘ทหารในประเทศไทย’ โดยคุยตั้งแต่คำถามที่ว่าทหารมีไว้เพื่ออะไร และการทหารในปัจจุบันเป็นอย่างไง คือมุมมองเขาน่าสนใจมาก อ่านแล้วได้ความรู้สุดๆ แบบคนนี้ข้อมูลเขาแน่นจริง อ่านแล้วรู้สึกได้ educate ตัวเองมากๆ 

    **ชอบบทนี้**


    ‘คำตอบเดียวคือปืนยังคงอยู่ ปืนยังคุมคนในสังคมได้ ผมมองว่าพวกเขาเชื่อว่า ปืนทำให้สังคมสงบ แต่ว่าความสงบที่เกิดขึ้น ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความกลัว’




    20. มาโนช พุตตาล (นักร้อง + นักดนตรี + นักจัดรายการวิทยุ): พูดเรื่องชีวิต + สังคมที่จังหวัดอยุธยา รวมถึงเรื่องไม่เข้าใจกันของคุณรุ่นเก่ากับเด็กรุ่นใหม่ (พ่อแม่ กับลูก) อะไรแบบนี้ ในฐานะที่ตัวเองยังเป็น ลูก อยู่เราอ่านแล้วก็ได้รู้มุมมองของคนเป็นผู้ใหญ่ที่เป็นพ่อแม่เหมือนกันนะ อ่านแล้วรู้สึกว่าน่าสนใจมาก 


    ‘กระแสที่จะแบ่งแยกให้มีความรู้สึกที่แตกต่าง ซึ่งมันน่าเสียดาย โดยเอาหลักการศาสนามาอ้าง ซึ่งผิด หลักการศาสนาไม่เคยบอกให้คนแบ่งแยกแบบนี้’





    21. ฮาเมอร์ ซาลวาลา (อดีตนักแสดง MV เพลง + ช่างภาพ): บทสัมภาษณ์ของคุณฮาเมอร์จะพูดถึงเรื่องชีวิตที่พลิกผัน จากคนนึงที่เรียกได้เป็นเป็นคนที่ประสบความสำเร็จมากในการมีชีวิต กลายเป็นคนที่บอกว่าตัวเองนั้น ‘แสนห่วย’ บทนี้เราอ่านแล้วชิวๆนะ ไม่ได้ประทับใจอะไรเป็นพิเศษ


    ‘มีคนบอกผมว่า คุณไม่นับถือศาสนาแสดงว่าคุณนับถือตัวเอง ผมบอกว่า 'กูโคตรห่วยเลย' ผมนับถือตัวเองไม่ลงหรอก’




    22. นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ (จิตแพทย์ + นักเขียน): เขาพูดเรื่องความสำคัญของสถาบันครอบครัวต่อพัฒนาการของเด็ก แล้วก็พูดเรื่องสภาพสังคมปัจจุบันที่ทำให้คนเกิดความรู้สึกไม่มั่นคง คือเราเป็นคนที่ชอบอ่านเรื่องจิตวิทยาคนอยู่แล้ว พอมาอ่านบทนี้คือแบบรักเลย ชอบมากๆ อ่านแล้วได้ความรู้เพิ่มมากๆ ได้มุมมองที่น่าสนใจกลับไปเยอะเลย 

    ***ชอบบทนี้มากๆๆๆ***


    ‘เป็นความจริงที่ว่าเด็กและวัยรุ่นสมัยใหม่ เป็นเด็กและวัยรุ่นนานจนเกินไปไม่ยอมเป็นผู้ใหญ่สักทีแต่ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้น เพราะเราทำเขา... หากจะว่าเขาเหยาะแหยะ ก็เป็นเรา ที่สร้างเขาขึ้นมา’




    23. ประมวล เพ็งจันทร์ (นักเขียน + อาจารย์สอนปรัชญา): คือแค่เปิดบทมาก็พีคแล้ว เพราะเขาเป็นคนที่ไม่ใช้โทรศัพท์!! แต่พออ่านไปเรื่อยๆแล้วบอกได้คำเดียวว่ายังพีคได้อีก คือเขาเป็นคนที่มีมุมมองที่น่าสนใจมาก แล้วด้วยความที่เขาเคยเดินทางไปศึกษาศาสนาและลัทธิต่างๆในอินเดียมา เรารู้สึกว่าเรื่องราวของเขาน่าสนใจมาก นอกจากนี้ในบทสัมภาษณ์ยังมีการพูดเรื่องศาสนา (ในแง่ค่อนข้างปรัชญา (หรือเปล่า?) บอกตรงๆว่าบางจุดคืออ่านแล้ว งงๆ เหมือนคุณประมวลเขาบรรลุธรรมไปแล้วอะ 555) แล้วก็ยังมีการพูดเรื่องของความรักด้วย อันนี้ก็น่าสนใจ


    ‘Here and now เป็นคำที่กระชับมากเรามีความเบิกบานอยู่กับที่นี่และเดี๋ยวนี้ นั่นแหละครับ คือนิพพาน’



    24. ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ (นักธุรกิจ + นักการเมือง): นักการเมืองหนุ่มไฟแรง ที่จะมาพูดเรื่องการเมืองปัจจุบันและวิธีจุดไฟของความหวังให้ลุกโซนในยุคปัจจุบันที่หลายๆอย่างแทบจะสิ้นหวัง เป็นบทปิดของหนังสือที่ดีมากๆ อ่านแล้วรู้สึกมีไฟลุกโซนเลย 


    ‘ความหวังมันผลักดันให้คนกระทำ แต่ขณะเดียวกัน การกระทำก็ทำให้ความหวังเป็นจริง ขอแค่คุณอย่าเพิ่งยอมแพ้ แค่นั้นพอ’




    จบการรีวิว(สักที) - 

    ขอบคุณทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้นะคะ คือใช้เวลาเขียนรีวิวเล่มนี้นานมากจริงๆ 55555


    ใครอ่านจบแล้วฝากกด like กดติดตามเพจ 'เมื่อฉันรีวิวหนังสือ' ใน Facebook ด้วยนะคะ มีลงรีวิวหนังสือทุกสัปดาห์เลย ไปกด like เพจเป็นกำลังใจให้เราหน่อยนะคะ :) 

    https://www.facebook.com/ReviewBooksFirstTime



เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in