Be like a protononethousandrivers
I'm home
  • " Country roads, take me home
    to the place I belong
    West Virginia
    Mountain mamma, take me home
    Country roads ~ "

    วันนี้มาด้วยเรื่อง "การกลับบ้าน" ค่ะ 

    (หมายถึงพลิกสิ่งของไปอีกทางหน่ะหรอ ไม่ใช่! นั่นมันการกลับด้าน!!)

    สำหรับใครยังไม่รู้ เราเป็นเด็กไกลบ้านค่ะ บ้านอยู่ไทย ตัวไปอยู่อเมริกาค่ะ เราไปเรียนที่นู่นมาได้ซักพักแล้ว และพอได้อยู่คนเดียวบ่อยๆ เลยได้นั่งคิดอะไรหลายๆอย่างจึงอยากจะมาแชร์เรื่องราวที่น่าสนใจ น่าขบคิดให้ฟังค่ะ 

    เราตอนเด็กๆ ชอบไปค่ายนู่นนี่ เลยไม่ค่อยได้อยู่บ้านช่วงปิดเทอม พอขึ้นมอสี่ก็ไปเรียนโรงเรียนประจำ สามสี่เดือนถึงกลับบ้านที แล้วตอนนี้ก็เรียนต่อที่อเมริกา กว่าจะได้กลับบ้านทีก็ปีละครั้ง แต่ถ้าปีนี้โชคดีหน่อยอาจจะได้กลับสองครั้ง ถ้าติดงานในปีต่อๆไปก็อาจจะหลายปีครั้งค่ะ 

    แต่เอาจริงๆ หลายคนอาจจะมองว่ามันเป็นเรื่องปกติก็ได้ เพราะพอถึงจุดๆหนึ่งของชีวิตเราทุกคนก็ล้วนที่จะต้องไกลบ้าน ไกลครอบครัว ถ้ามองในแง่ดีก็อาจจะคิดว่า 'ไม่เป็นไรหรอกอย่างน้อยก็ได้กลับบ้าน นานๆทีเจอกันทีจะได้รู้สึกว่าการกลับบ้านนั้นพิเศษไง' 

    แต่สำหรับเราเอง การกลับบ้านแบบนานๆครั้งนั้นทำให้เรารู้สึกประหลาดใจและเจ็บปวดมากกว่า หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไปมากในเวลาหนึ่งปี บ้านน่าอยู่ขึ้น มีของตกแต่งมากมาย แต่คนในบ้านของเราอายุมากขึ้นและอ่อนแอลง

    แม่ดูแก่ขึ้นนิดๆ เริ่มปวดแข้งปวดขาทำงานหนักไม่ได้ สวนทางกับภาระในบ้านกลับมีมากขึ้นเพราะไม่มีคนช่วยแม่ทำงาน พ่อก็เริ่มเผาผลาญได้น้อยลง กินนิดกินหน่อยก็เริ่มอ้วน แต่ก็ยังต้องขับรถไกลๆไปทำงานทุกวัน ส่วนคุณยายจากไม่กี่ปีที่แล้วที่ยังเดินหลังตรงแข็งแรงทำงานบ้านแทบทุกอย่าง ตั้งแต่เช็ดฝุ่นรอบบ้านยันไปล้างโอ่ง ตอนนี้ก็เริ่มทำกับข้าวไม่ไหว เดินไกลๆไม่ค่อยได้ กระดูกสันหลังงอขึ้นเยอะมากจนไม่อยากจะวัดองศาของมัน

    การเจอกันแบบนานๆทีครั้งทำให้เราเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนเหล่านี้ มันแปลกตรงที่ ถ้าเราอยู่ด้วยกันตลอดเวลาเราจะไม่เคยสังเกตเลยว่าคนในครอบครัวแก่ขึ้น แต่ตอนนี้กลับเห็นทุกอย่าง 'ชัดเจน'

    'เราไม่ได้เติบโตและแก่ขึ้นทุกๆวันไปพร้อมกับพวกเขาแล้ว'

    มันเป็นความจริงที่ต้องยอมรับ เรามีหน้าที่ของตัวเอง และต้องทำมันให้ดีที่สุด นั่นคงเป็นสิ่งหนึ่งที่เราควรจะทำเพื่อพวกท่านและแน่นอนว่าตอนนี้เราทำมันอย่างเต็มที่ แต่รู้มั้ยคะ ว่ามันมีอีกสิ่งที่เราสามารถทำได้แถมยังง่ายกว่า ก็คือการ 'โทรกลับบ้าน' จะอาทิตย์ละครั้ง เดือนละครั้ง หรือสามเดือนครั้งก็ดีกว่าไม่โทรนะ ให้เทคโนโลยีได้ทำหน้าที่ของมันเถอะ เราเชื่อว่าถ้าเรารักใครมากพอ เราจะมีเวลาให้พวกเขาเสมอนะคะ 

    อย่ามัวแต่เรียน มัวแต่สนุก จนลืมคิดถึงคนข้างหลังนะคะ :)

    แด่คนยุ่งและไกลบ้านทุกคน


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in