see saw scene.Zupisets Sasiwimon
FOODIES เกิดมาชิม – อ่อนแอก็แพ้ กินไหวก็จัดมา
  • การเปิดหนังเรื่องนี้ดูตอนช่วงเวลาหิวโหยเป็นอะไรที่ทรมานและมีความสุขพร้อมกันไปในตัว

    ผมเป็นคนชอบกิน แม้งบประมาณจะไม่เอื้ออำนวยในการตระเวนกินมากเท่าไหร่แต่ก็มักจะชอบหากระทู้ หรือบทความแนะนำร้านอาหารและเมนูน่าลองมาอ่านอยู่บ่อยๆ และเคยคิดเหมือนกันว่าถ้ามีเงินจะจัดทริปกินแหลกให้ได้สักครั้ง

    พอจะรู้อยู่บ้างว่าโลกนี้มีอาชีพบล็อกเกอร์อาหารอยู่หน้าที่ของพวกเขาคือการตระเวนชิมอาหารดีๆ จากทั่วโลกแล้วนำมาเขียนในบล็อกของตัวเอง อาหารสำหรับบล็อกเกอร์ในหนังเรื่องนี้คือความหลงใหลพวกเขาอุทิศชีวิตให้กับมัน ดื่มด่ำมันไม่ได้มองว่าอาหารเป็นเพียงแค่มื้อหนึ่งที่แค่กินให้อิ่มๆ แล้วจบกันไปแต่มองว่ามันเป็นศิลปะ มีเรื่องราว และน่าค้นหา

    แม้ว่าจะต้องลงทุนกับค่าอาหารในแต่ละมื้อเดินทางรอนแรมไปไกลเพื่อเฟ้นหาอาหารดีๆ มาปรนเปรอตัวเอง พวกเขาก็ทำได้อาหารทำให้คนเรายอมจ่ายได้ถึงขนาดนั้น

    ผมไม่สงสัยหรอกว่าทำไม ขนาดผมไม่ได้ทานอาหารดีๆแบบบล็อกเกอร์เหล่านั้นไม่คิดไม่ฝันว่าชีวิตจะได้ได้มีโอกาสเยือนร้านอาหารดาวมิชลินแค่ที่เคยกินมาในชีวิต ก็พอจะรับรู้ได้ว่าอาหารมีมิติและน่าค้นหามากขนาดไหนและทำไมพวกเขาถึงทุ่มเทเพื่อมันได้ถึงเพียงนี้

    หนังเรื่องนี้เล่าผ่านบล็อกเกอร์ 5 คน 5 สไตล์แต่ละคนจะมีความคิด รสนิยม แตกต่างกันไป เราจะได้ฟังความคิดเห็น รายละเอียดแง่มุมต่างๆ ที่กลมกล่อมผ่านคำสัมภาษณ์ของพวกเขาเหล่านั้นแม้เวลาในหนังจะไม่ยาวมาก (ชั่วโมงกว่าๆ เท่านั้น) เราก็ได้เดินผ่านประเทศต่างๆทั่วโลก ลัดเลาะเข้าร้านอาหารชื่อดังมากมายได้เห็นเมนูแปลกใหม่ที่ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนเป็นเวลาที่ได้เปิดโลกของอาหารมากเหลือเกิน 

    ผมเคยเอาตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องกับธุรกิจเกี่ยวอาหารและบริการมาสักพักและก็ได้เข้าใจรีวิวสำหรับลูกค้านั้นคือทุกอย่างข้อความที่เขียนมันสามารถทำให้ร้านดังหรือดับได้ในชั่วข้ามคืนในยุคนี้รีวิวคือทุกอย่าง ไม่มีร้านไหนอยากได้รีวิวว่าห่วย แย่ ไม่ได้เรื่องเพราะถ้าหากได้รับคำเหล่านั้นมา ก็เตรียมนับถอยหลังบอกลาร้านของคุณได้เลย

    ในโลกที่ใครๆ ก็เป็นบล็อกเกอร์ได้ง่ายๆ ไม่ต้องมีวุฒิการศึกษาไม่ต้องมีอะไรทั้งนั้น แค่คุณมีกล้องมือถือ มีคีย์บอร์ด (ซึ่งเอาจริงๆแค่มือถือเครื่องเดียวคุณก็เรียกตัวเองว่านักวิจารณ์อาหารได้แล้ว) คุณจะเขียนอะไรก็ได้ติชมอะไรก็ได้ จะอวย จะด่า (แบบมีอคติ) ก็ล้วนทำได้อย่างไร้ขีดจำกัด ไม่แปลกใจที่ในส่วนหนึ่งของหนังจะมีคำสัมภาษณ์ของบรรดาเชฟที่เจอกับบล็อกเกอร์ที่มั่วซั่วไม่มีความรู้เรื่องอาหารจริงๆ วิจารณ์ผิดๆ ถูกๆและทำให้ร้านเหล่านั้นเสียชื่อเสียง

    มันเป็นเรื่องที่พูดกันยาก ว่าใครถูกใครผิด แต่ผมเชื่อว่าเรื่องแบบนี้ให้ผลงานเป็นตัวพิสูจน์จะดีที่สุด ทั้งรสชาติอาหารของเชฟ และข้อเขียนของนักวิจารณ์

    หนังเล่าเรื่องมาได้ค่อนข้างดีทีเดียวในความยาวเพียงแค่นั้น ไม่อืดไปไม่แน่นไป พอดีๆ เพลินตากับภาพวิวสวยๆ และภาพอาหารรวมไปถึงบรรยากาศในครัวอย่างลงตัวแม้ตอนจบจะเห่ยและทื่อไปบ้างในภาพรวมก็ถือว่าไปไหว

    ดูจบแล้วผมคงไม่เอาเงินเก็บที่มีไปทุ่มกับการชิมแบบพวกเขาจนหมดตัวแต่มันน่าจะกระตุ้นให้ผมอยากลองออกไปชิมอาหาร ไปลองเขียน ไปลองเรียนรู้โลกกว้างที่อยู่นอกจานกะเพราไก่ไข่ดาวดูบ้าง

    มันก็น่าจะเป็นเรื่องดีไม่น้อยเหมือนกัน

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in