Let’s have Minimore fun!minimore
มินิมอร์พาชมพิธีเปิดนิทรรศการ "Humour Business อุตสา | ฮา | กรรม ผลิตขำ ทำเงิน"
  • สวัสดีเพื่อนๆ มินิมอร์ทุกคน เมื่อวานถ้าใครได้ตาม fb page : Minimore และ ทวิตเตอร์ @minimoreweb จะเห็นภาพในงาน "Humour Business อุตสา | ฮา | กรรม ผลิตขำ ทำเงิน" ที่มินิมอร์แชร์ไป วันนี้มินิมอร์จะพาไปเดินชมในงานคร่าวๆ กัน มามะ

    มินิมอร์เองมีความทรงจำกับขายหัวเราะและมหาสนุกมากมายเลย เพราะโตมาได้ด้วยการ์ตูนหัวนี้แหละ *พี่ชายจับนั่งตักอ่านตั้งกะสองขวบแม้น้องจะยังอ่านไม่ออกคือมันคิดอะไรอยู่* จนโตมาอ่านเองได้ ขายหัวเราะมหาสนุกก็เป็นเพื่อนในยามเหงามาตลอด ไม่ว่าจะการ์ตูนทันโลกทันเหตุการณ์ของพี่ต่าย การ์ตูนผัวเมียละเหี่ยใจของพี่นิค หนูหิ่นสุดซื่อของพี่เอ๊าะ แล้วยังมีสาวดอกไม้กับนายกล้วยไข่ของพี่เฟน แต่มินิมอร์ก็ไม่เคยได้รู้เลยว่าเบื้องหลังผลงานเหล่านั้นมีที่มาอย่างไร และมีขั้นตอนการทำงานอะไรบ้าง

    แต่! 

    ในงาน "Humour Business อุตสา | ฮา | กรรม ผลิตขำ ทำเงิน" ได้บอกเล่าเรื่องราวการทำงานของนักเขียนการ์ตูนขายหัวเราะ-มหาสนุก อย่างละเอียด นอกจากนั้นยังมีเรื่องราว "ความขำ" ที่อยู่คู่ครัวเรือนไทยมานานอย่างไม่น่าเชื่อ และถึงขนาดมันกลายเป็นอุตสาหกรรมทำเงินแขนงหนึ่ง แต่เราไม่รู้ตัวว่า เอ๊ะ ความฮามันมีมูลค่าได้ขนาดนี้เลยเหรอ

    นิทรรศการนี้เลยจะไม่ได้พูดถึงแต่แง่มุมของนักเขียนขายหัวเราะ-มหาสนุก แต่สาวลึกไปถึงสายป่านของความฮาที่ขายและทำเงินได้ตั้งแต่ยุคก่อนมาเลยนะ! และยังมีความฮาในหลายแขนงด้วย มินิมอร์ถ่ายภาพมาฝากเยอะเลย เดี๋ยวดูแล้วอ่านเรื่องคร่าวๆ กันนะ


    นอกจากโลโก้งาน ที่เด่นที่สุดคือภาพบ.ก.วิธิต (หรือบ.ก.วิติ๊ด) ที่พวกเราคุ้นเคยกัน ในลายเส้นของพี่ต่าย ขายหัวเราะ อยู่บนหน้าปกนิตยสาร giraffe ด้วยมาดราวกับอยู่บนปก TIME หรือ Forbes ถ้าใครชอบและอยากได้ปกนี้ รับ giraffe ได้ตามจุดแจกวันศุกร์นี้เลยนะ พิเศษจริงๆ จ้ะ


    ชายหญิงเหล่านี้คือนักเขียนของขายหัวเราะนั่นเอง! ไม่ได้เจอตัวกันง่ายๆ  แต่ในงานเปิดตัวที่มินิมอร์ได้รับเชิญไป พี่ๆ ทั้งหลายที่เป็นนักเขียนในดวงใจของมินิมอร์ได้มานั่งวาดรูปให้แขกในงาน โดยวาดลงบนปกขายหัวเราะที่เป็นมุกยอดฮิต ไม่ว่าจะมุกติดเกาะ โจรมุมตึก และมุกอื่นๆ อีกมาก บอกได้เลยว่าขายดีมากกก ทำปกมาเป็นร้อยๆ ชุด หมดจ้า ใครๆ ก็อยากให้พี่ๆ เขาวาดรูปให้ เพราะเป็นนักเขียนในความทรงจำนี่นา

    (ให้เดาว่าใคร ฮิฮิ คำใบ้เด่นเลยน้าาา)


    ผู้เข้าชมงานในรอบสื่อนั้นมีจำนวนมากจริงๆ นี่เป็นภาพของการอธิบายเกี่ยวกับนิทรรศการแบบคร่าวๆ ก่อนพาเข้าไปชมด้านในกันล่ะ


    ธีมของงานคือการจะให้พวกเราเป็นสายลับ ด้วยการแอบเข้าไปยังฐานลับความฮา (ตอนเดินเข้ามีจุดชวนระทึกอยู่บ้าง ตั้งใจเดินดีๆ ล่ะ เดี๋ยวสัญญาณเตือนภัยดัง) ในห้องแรกนี้เป็นการโชว์ VTR อธิบายเกี่ยวกับตัวงาน โดยการทำงานร่วมกันของหลายฝ่าย มินิมอร์แนะนำขอให้ไปฟังเอง คือเยอะมาก ที่แน่ๆ คือพากย์โดยพันธมิตร แค่เสียงก็ฮาแล้ว

    (เดี๋ยวๆ เส้าหลินซอกเกอร์มาจากไหน)

    (อาราเล่หนวดครึ้มมาก)

  • เมื่อเดินเข้าไป ในงานจะแนะนำเราตั้งแต่ที่มาความฮาในอดีตเลย อย่างในสมัยก่อนความฮาในประเทศเราจะมีในรูปแบบของการแสดง อย่างละครนอก ละครชาวบ้านที่ผู้เล่นเป็นชายล้วนและมีการสร้างบทให้เข้าถึงง่าย ตลกโปกฮา จนช่วงหนึ่งเรามีสิ่งที่เรียกว่า "จำอวด" หรือจำอวดหน้าม่าน เอาไว้เบิกโรงละครต่างๆ จนถึงตอนนี้ก็ยังมีจำอวดที่เล่นโดย น้าโย่ง น้าพวง น้านงค์ นะ เคยดูไหม ที่เห็นใส่หูฟังอยู่นี่คือฟังเสียงการแสดงสมัยก่อนที่มีการบันทึกเสียงเอาไว้ ไม่ได้ฟังได้ง่ายๆ นะเอ้อ 

    (มีการล้อการเมืองผ่านสิ่งพิมพ์)

    นอกจากความตลกที่ลงไปยังสิ่งพิมพ์แล้ว ยังขยายไปอยู่การแสดงแบบเดี่ยวไมโครโฟน ที่คนไทยรู้จักกันดีคือ โน้ต อุดม ผู้แสดงเดี่ยวไมโครโฟนมาตั้งแต่บางคนเป็นเด็กประถมจนคนดูบางคนแต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว จนถึงตอนนี้ก็ยังจะมีเดี่ยวอีกนะ! ครั้งล่าสุดไม่เดี่ยว เพราะมีเพื่อนมากมาย แต่จะอย่างไรลองติดตามข่าวได้เลย (ศึกชิงบัตร is coming)

    ของแต่งบ้านของใช้ของ propaganda นี่...พอใส่ไอเดียไปเลยมีความตลก แต่มินิมอร์ไม่ขอบรรยาย

    ความฮายังข้ามไปถึงกระบวนการทำภาพยนตร์ อย่างหนังที่ทำรายได้สูงงงง ในไทย เป็นพันล้าน และข้ามไปแจกความฮา โรแมนติก และสยองถึงต่างประเทศด้วย! แต่จะเป็นเรื่องอะไรนั้น... มาดูลำดับการทำงานของเขากัน อ่านอีลีเมนต์สั้นๆ ที่นำมาต่อกันแล้วจะเดาเรื่องได้ไหมน้า...


    อะ มินิมอร์ให้ดูภาพนี้ แล้วลองเดาว่ามันคืองานอะไร...

    บำเรอ ชื่อคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นตลกล้อกัน!

    เฉลย นี่คือสมุดจดมุกของ โน้ต เชิญยิ้ม นั่นเอง ในช่วงหนึ่งสมัยหนึ่งความฮาในเทรนด์ก็คือการมีตลกคาเฟ่ ตลกคนหนึ่งวันๆ วิ่งรอกหลายที่ ทำให้เขาต้องจดมุกและรายละเอียดเอาไว้ ใครบอกว่าการเป็นตลก หรือ Comedian นั่นไม่ต้องทำอะไรก็ได้ แค่ตลก แต่เปล่าเลยจ้า เขามีขั้นตอน มีการค้นคว้าและทดลองไม่ต่างจากอาชีพอื่นๆ น่านับถือจริงๆ

    (ไม่มีอะไร เพดานสวยดี)

    แล้วงานของความขำก็มาในรูปแบบของการ์ตูน และต่อเนื่องมาเนิ่นนานจนถึงทุกวันนี้ จากนี้เราจะพาทุกคนไปดูขั้นตอนการทำงานของนักเขียนการ์ตูนขายหัวเราะและมหาสนุกกัน ว่ามีขั้นตอนอย่างไร มีกระบวนการคิดแบบไหนถึงได้สร้างงานออกมาให้เราอ่านได้เช่นนี้!





    ขั้นตอนกระบวนการคิดของหนูหิ่น ถอดรหัสคาแรคเตอร์สุดฮิต

    มีเวิร์คสเปซของนักเขียนด้วยนะ

    ในส่วนถัดมาก็จะเริ่มพูดถึงว่าเราจะเจอความตลกได้ที่ไหนบ้าง? จริงๆ แล้วความตลกมันอยู่รอบตัวเรานี่เอง อย่างภาพข้างล่างนี้ หาได้ที่ท้ายรถเลยนะ การใช้ Typography เป็นเอกลักษณ์โดยแท้


    ตัวอย่างการใส่มุกตลกแบบซีเรียสลงไปในการออกแบบ (?)
    กับโฆษณา Holy Vision เมื่อเรื่องเหนือธรรมชาติและไสยศาสตร์สู่สากล


    พอออกมาด้านนอกก็เจอมาสคอต! เด็กชายปังปอนด์ แล้วก็หนูหิ่น ขอบอกว่าหนูหิ่นดิ้นได้ดีดมาก เหมือนกินเอ็มร้อยห้าสิบมาเกินสองขวดต่อวัน 


  • จากนี้จะเป็นรูปคร่าวๆ ของในส่วนพิธีเปิดนะ! มีบ.ก.วิติ๊ดตัวจริงด้วย (ตื่นเต้นมาก ได้เจอแล้ว) 



    ถ้าเพื่อนๆ คนไหนสนใจไปงาน "Humour Business อุตสา | ฮา | กรรม ผลิตขำ ทำเงิน" สามารถไปได้ที่ TCDC โดยงานจะจัดตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม จนถึงวันที่ 2 ตุลาคม 2559 เรียกได้ว่าเป็นอีเวนท์สุดท้ายของ TCDC ที่ ดิ เอ็มโพเรียม ก่อนจะย้ายไปยังสถานที่ใหม่ซึ่งตั้งอยู่ยังไปรษณีย์กลางบางรักเลยนะ 

    ถ้าใครสนใจมินิมอร์ชวนให้ไปดู แล้วจะรู้ว่าภายใต้ความขำที่มีต่อเนื่องกันมาเนิ่นนาน แท้จริงแล้วคือขั้นตอน กระบวนการ และความตั้งใจของคนสร้างสรรค์งานทุกคน ไม่ต่างจากอาชีพอื่นๆ ที่มีความเคารพต่องานของตนเองเช่นกัน ดูแล้วรู้สึกว่านี่ไง...ความฮาอย่างมืออาชีพ :>

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in