a short of journeyfern's hae
Dialogue in the dark
  •   ประสบการณ์เป็นคนตาบอดครั้งแรกในชีวิตเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่งของเรา เป็นนิทรรศการดีๆ อยากมาแนะนำค่ะ นิทรรศการชื่อว่า 'บทเรียนในความมืด' เป็นสถานที่ที่จะให้เราเข้าไปในห้องที่มืดสนิทจนมองไม่เห็นอะไรเลย ทดลองใช้ชีวิตเป็นคนตาบอดเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่ง 

    เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เราได้ลองทำอะไรแบบนี้ ตอนแรกเรารู้สึกกลัวสิ่งลี้ลับในนั้นมาก แต่น้องพนักงานคนที่แนะนำก่อนเข้าก็บอกว่าข้างในปลอดภัย จะมีพี่ไกด์คอยดูแลช่วยเหลือเรา และก่อนเข้าไปข้างในเราก็จะได้รับ 'ไม้เท้าขาว' เพื่อใช้ในการคลำทาง ต้องถอดอุปกรณ์ต่างๆที่สามารถเรืองแสงได้ออกเก็บไว้ให้หมด ในนั้นเราจะพกอะไรเข้าไปไม่ได้ นอกจากกุญแจล็อคเกอร์เก็บของ และเงินจำนวนไม่เกิน 100 บาท เพื่อซื้อของข้างใน น้องพนักงานทำการกดเจลล้างมือให้เราเตรียมพร้อม 

    ในนั้นเราต้องใช้ประสาทสัมผัสอื่นนอกจากตา เพื่อใช้ในการสำรวจ เช่น มือในการสัมผัส หูในการฟัง จมูกในการดมกลิ่น ทำนองนี้ น้องพนักงานพาเรากับเพื่อนไปส่งที่ทางเข้า แล้วพี่ไกด์ที่คอยนำทางในนั้นมารอรับอยู่ มันมืดมาก ทั้งๆ ที่เราลืมตาอยู่แต่กลับไม่เห็นอะไรจริงๆ 

    เหตุการณ์หลังจากนี้เป็นการเล่าถึงเหตุการณ์ข้างในบางส่วนกับความรู้สึกเรา อาจมีการสปอยด์บ้างนะคะ ถ้ายังไม่อยากรู้ปิดไปเท่านี้ก็ได้ค่ะ

    เราเดินตามการบอกทางของพี่ไกด์ที่เป็นคนชินพื้นที่ที่สุดด้วยการถือไม้เท้าด้วยมือข้างที่ไม่ถนัด ส่วนมือข้างที่ถนัดเราจะใช้ในการสัมผัสกับผนัง พี่ไกด์จะถามชื่อเรากับเพื่อน แล้วคอยเช็คตลอดว่าใครอยู่ตรงไหน ตอนนั้นคือมึนงงกับซ้ายขวามาก ต้องเปิดประสาทหูให้ทำงาน เพราะต้องเดินตามเสียงของพี่ไกด์ มันยากมากกับคนที่มองเห็นมาตลอด พี่ไกด์คอยถามตลอดว่าเราจับโดนอะไรบ้าง พื้นผิวเป็นยังไง เหมือนได้อยู่ในห้องเรียนวิชาใหม่ๆ ก็แข่งกันตอบกับเพื่อน จากกลัวที่มองไม่เห็น ดันกลายเป็นความสนุกตื่นเต้นที่รอเราอยู่ ในนั้นจะมีเสียงต่างๆ ให้เราได้ยินว่าเรากำลังเดินอยู่ที่ไหน มีวัตถุให้เราจับแล้วลองทายดู ได้ลองใช้ประสาททางการสัมผัสดูว่าสิ่งที่อยู่ในมือคืออะไร รวมไปถึงการจับวัตถุตรงหน้าขึ้นมาดมกลิ่นดู ที่เราสนุกและตื่นเต้นที่สุดจะเป็นการพานั่งรถ แล้วฟังคำบรรยายจากพี่ไกด์ว่าตรงนั้นตรงนี้คืออะไร ได้จินตนาการภาพตาม ซึ่งในมุมมองของคนที่มองเห็นปกติแบบเรา คือเราจินตนาการออกว่าอะไรเป็นแบบไหนแน่ชัด แต่สำหรับคนตาบอดมาตลอดชีวิต เราไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่าภาพในหัวเขามันเป็นยังไง 

    จนมาถึงตอนที่ต้องซื้อของ พี่ไกด์จะพาเราเข้าไปในร้านร้านหนึ่ง เพื่อเลือกซื้อสินค้า โดยสินค้าจะมีราคา 5 บาท 10 บาท และ 15 บาท เพื่อมานั่งรับประทาน ตอนนั้นพี่ไกด์มานั่งกับพวกเรา และถามเราว่ามีอะไรอยากถามเป็นพิเศษไหม แต่ก็ยังนึกไม่ออก จนตอนพี่เขาถามว่า รู้ไหม ว่าพี่ไกด์อ่ะ ตาบอดนะ พี่คนที่ขายของให้เราเมื่อกี้ ก็ตาบอดด้วย ตอนนั้นเราอึ้งมาก ไม่ได้นึกถึงเรื่องแบบนี้มาก่อนเลย เพราะตั้งแต่วินาทีแรกที่เข้ามา เขาคือคนที่เราเชื่อใจที่สุด เป็นเหมือนคนที่มองเห็นที่สุดในนั้น (จริงๆ ตรงนี้เป็นข้อมูลที่หลายคนรู้ก่อนเข้าไปนะคะ ว่าคนนำทางคือผู้พิการทางสายตา จากเว็บไซต์ต่างๆที่แนะนำ แต่ว่าเราไปแบบไม่รู้อะไรเลย) เราตอบไม่รู้และนิ่ง จนพี่เขาเปิดโอกาสให้ถามเรื่องต่างๆ ที่สงสัย หรือแม้กระทั่งเรื่องส่วนตัวก็ถามได้

    เรากับเพื่อนก็ได้ตั้งคำถามในทุกสิ่งที่ตัวเองสงสัยมาตลอดชีวิต ซึ่งพี่ไกด์เป็นคนที่ตามองไม่เห็นมาตั้งแต่เกิด เข้าเรียนโรงเรียนสอนคนตาบอด และเข้าโรงเรียนมัธยมฯ เรียนจบมหาลัยฯ จนจบแบบคนอื่นทั่วไป มีความมองโลกในแง่ดีกว่าเราๆ เสียอีก 

    แล้วก็มีคำถามหนึ่งที่อยู่ในหัวเรามานานมากทั้งชีวิต คือคนตาบอดเขารู้จักสีไหม เราถามพี่เขาออกไป ซึ่งคำตอบคือรู้นะ แต่ว่ารู้แค่ว่าสีเขียวคือสีของต้นไม้ ใบหญ้า แต่ทั้งชีวิตก็ไม่เคยเห็นว่าเป็นยังไง เราถามต่อว่า  

    'แล้วถ้าหนูพูดถึงสีเหลือง พี่จะนึกถึงอะไรคะ?' 

    สีเหลืองสำหรับเราตอนที่ถามเราคิดถึงความเจิดจ้า สีนวลๆ สบายตา แต่พี่เขาตอบกลับมาว่า 

    'ก็คงเป็นสีของพระจันทร์ แล้วก็สีของผลไม้ที่สุกละมั้งครับ แต่พี่ก็ไม่เคยเห็นหรอกนะ เขาว่ามาแบบนี้'

    ตอนนั้นเรารู้สึกสะเทือนใจมาก พูดอะไรต่อไม่ถูก คำถามที่เคยสงสัยมาตลอดชีวิตได้รับการปลดล็อค จากที่คิดว่าต้องเป็นสีนวลๆ แน่ๆ เราลืมคิดไปเลยว่านี่คือมุมมองของเรา คนที่เคยเห็นสีเหลืองมาตลอดชีวิต แต่คำตอบพี่เขากลับทำให้เราซึม จนเพื่อนถามพี่เขาอีกคำถามว่า 

    'พี่คิดว่าชีวิตเมื่อสิบปีก่อน กับชีวิตในปัจจุบันสำหรับผู้พิการทางสายตา มันมีความสะดวกสบายอะไรมากกว่าเดิมไหมคะ?' 

    คำตอบขอบพี่เขาคือ 'เหมือนเดิมครับ' 

    เราเริ่มคิดตามว่านั่นสิ ประเทศนี้ไม่ได้มีอะไรที่เอื้ออำนวยต่อคนที่ไม่ปกติเลย การเดินบนทางเท้าของคนตาบอดถึงมีไม้เท้าก็ไม่ได้สบาย ไหนจะฝาท่อที่เปิดทิ้งไว้ ทางเท้าที่แตกพัง ไม่มีใครมาจัดการซ่อม หรือแม้แต่รถที่ขึ้นมาวิ่งบนทางเท้า การข้ามถนนที่ไม่เอื้ออำนวยต่อใครเลยแม้แต่คนปกติ เราได้แต่นั่งเงียบ แอบน้ำตาคลอนิดๆ บางช่วงที่คำตอบของพี่เขากระแทกใจ 

    สุดท้ายเราคิดว่าการได้เปิดประสบการณ์ทางด้านนี้มันเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่คุ้มค่ามากในชีวิต จะมีโอกาสสักกี่ครั้งที่เราจะได้นั่งถามคำถามกับคนตาบอด นั่งคุยถึงเรื่องราวต่างๆ แลกเปลี่ยนมุมมองใหม่ๆ มันคุ้มมากกับการใช้เวลาในความมืด คิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ ในอีกมุมมอง 

    อยากฝากประชาสัมพันธ์ให้ทุกคนได้ไปลองดู มันดีมากจริงๆ ค่ะ นิทรรศการนี้เข้าสู่ปีที่ 8 แล้ว พี่ๆ ไกด์คืออาสาสมัครผู้พิการทางสายตาที่จะเป็นคนเข้ามาให้ความช่วยเหลือและให้ข้อมูลแก่พวกเรา สิ่งที่เราเล่าไปเป็นเพียงเศษเสี้ยวเล็กๆ ของเวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่ง และเป็นหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่จะทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนไปเลย

    นิทรรศการนี้จัดอยู่ตลอด อยู่ที่ จามจุรีสแควร์ ชั้น 4 ค่าเข้าสำหรับผู้ใหญ่ 100 บาท สำหรับ นักเรียนนักศึกษา ราคา 50 บาท ถ้าจำไม่ผิดนะ สักครั้งในชีวิตแนะนำให้ลองดูสักครั้งนะคะ

    ขอบคุณที่อ่านจบนะคะ เป็นการเขียนเล่าเรื่องราวของที่ต่างๆ ที่ได้ไปของเราครั้งแรก ตื่นเต้นมาก แต่อยากแชร์ความรู้สึกแล้วก็ประสบการณ์ให้ทุกคนได้รับรู้ แล้วได้ไปชมกัน มันเงียบเหงามาก รอบที่เราเข้าไปมีแค่เรากับเพื่อนสองคนเอง ฝากนิทรรศการดีๆแบบนี้ไว้ด้วยค่ะ
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
Bubbluin (@Addyyyc)
มายืนยันอีกเสียงค่ะว่าเป็นนิทรรศการที่ดีจริง ๆ
ใครที่ไม่เคยไป อยากให้ได้ลองไปสัมผัสดูนะคะ ツ
SUNSCREEN (@ssc112286)
สีที่บรรยายได้ แต่ไม่เคยเห็น ทำเอาใจหวิวไปเลยค่ะ
kc_awe (@kc_awe)
ขอบคุณที่แบ่งปันเรื่องราวดีดีนะคะ :)
fern's hae (@fernhae)
@kc_awe ยินดีค่ะ ❤
love_router (@love_router)
แอบน้ำตาซึม ตอนพี่อ่านช่วงต้น นิสัยนักมโนทำให้มีพล็อตนิยายเกิดในหัว หากคนที่เป็นไกด์เขาตาบอด คงมีโมเมนท์อุ่นๆ ให้เรารับรู้ พอน้องเล่ามาถึงตรงที่บอกไกด์เป็นคนตาบอดจริงๆ ตอนนั้นหัวตาร้อนผ่าวเลย เฮ้ย มันอิน ยิ่งตอนน้องบอกน้องเชื่อใจเขามากที่สุด และติดว่าเขาคือคนมองทุกอย่างเห็นในนั้น ซึ่งมันไม่ผิดเลย มันเป็นเหตุผลที่ว่า แค่อยู่ในที่ที่เหมาะสม อยู่ในที่ที่เราถนัด เราก็จะเป็นคนที่มีความสามารถไม่แพ้ใคร เราทุกคนเท่าเทียมกัน ขอบคุณนะคะที่บอกเล่ามุมมองแทนพี่ที่ไม่ค่อยได้ไปไหน อ่านเพลินมาก อยากอ่านอีก เขียนต่อไปเรื่อยๆ นะ จะรออ่านทุกวันทุกวัน
fern's hae (@fernhae)
@love_router หนูเชื่อใจเขามากค่ะ เขาเป็นคนที่รู้ว่าใครอยู่ตรงไหนแค่ส่งเสียง เป็นคนคอยบอกว่าตรงนี้ตรงไหน อันนั้นอะไร อันนี้อะไร เขาเหมือนคนที่มองเห็น ในขณะที่เราเป็นคนตาบอด ขอบคุณนะคะที่เข้ามาอ่าน จะพยายามหาอะไรมาเล่าต่อไป เพราะช่วงนี้ผจญภัยเยอะมาก
JINNY :-) (@sjnyshii)
ขอบคุณที่แนะนำมานะคะ อยากลองไปบ้างจังค่ะ ทราบไหมคะว่าจัดถึงวันไหน :-)
fern's hae (@fernhae)
@sjnyshii มีตลอดค่ะ ไม่ใช่อีเว้นท์ เปิดทุกวันค่ะ
JINNY :-) (@sjnyshii)
@fernhae โอ้ ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ ♡
fern's hae (@fernhae)
@sjnyshii ยินดีค่าา 💕
jamie_psf (@jamie_psf)
ขอบคุณน้องหมีมากๆ ที่มาแชร์ประสบการณ์ อ่านแล้วรู้สึกเศร้านะ แต่คิดว่าเมื่อมีโอกาสยังไงก็ต้องไปตามรอยแน่นอนค่ะ
fern's hae (@fernhae)
@jamie_psf ต้องลองไปสัมผัสเองนะคะ เชื่อว่าเราต้องได้อะไรกลับมาแน่นอนเลยยย
jaoyingkalong1 (@jaoyingkalong1)
อ่านจบแล้วมีน้ำตาซึมๆ นิดนึง หลายๆ อย่างมันไม่เอื้อต่อผู้พิการไม่ว่าจะเป็นทางสายตาหรือร่างกายส่วนอื่นๆ จริงๆ นั่นแหละ ฮืออ เป็นกำลังใจให้กับบันทึกเรื่องถัดไปน้าคุณหมี~
fern's hae (@fernhae)
@jaoyingkalong1 ดั้ยยย ขอบคุณน้าคุณเบียร์ ❤
phastre (@phastre)
ดีจังเลยค่ะคุณหมี อ่านจบแล้วแอบเศร้า บางคนเขามีโอกาสน้อยกว่าเรามาก เศร้าตรงที่ประเทศเราไม่ค่ยมีอะไรที่เอื้อต่อผู้พิการทางสายตาจริงๆ ค่ะ ไว้เราจะหาเวลาว่างไปชมนิทรรศการนะคะ เป็นกำลังในให้พี่ๆ เขา แล้วก็เป็นกำลังใจให้รุณหมีด้วยน้า 💕
fern's hae (@fernhae)
@phastre ขอบคุณมากค่าที่อ่านจนจบเลย อยากให้คนไปกันเยอะๆ เพราะรายได้ทั้งการขายของเล็กๆน้อยๆข้างใน รวมถึงค่าเข้าชม จะนำไปช่วยเหลือผู้พิการทางสายตาหมดเลยค่ะ
pookhaohungry (@pookhaohungry)
อ่านเสร็จแล้ววางแพลนกับเพื่อนในกลุ่มเรียบร้อยค่ะ ส่งให้เพื่อนๆ อ่านต่อเพื่อนสนใจกันใหญ่ ขอบคุณคุณหมีมากเลยค่ะที่มาแชร์ประสบการณ์ดีๆ แบบนี้
fern's hae (@fernhae)
@pookhaohungry ดีใจที่ชอบนะคะ ไปมาแล้วเจออะไรมาบ้างมาเล่าให้ฟังได้น้าา
pppunmile (@pppunmile)
ขอบคุณคุณหมีที่มาแชร์เรื่องราวดีๆนะคะ ขอบคุณที่เขียนขึ้นมา จริงๆช่วงนี้เราเองก็เหนื่อยกับอะไรหลายๆอย่างเลยลองพักใจไปหาอะไรมาทำให้สุขภาพจิตดีขึ้น จนวันนึงเราได้ยินได้ฟังเรื่องของคุณทรายและลูเต้อที่เป็นService dog มันเลยทำให้เรารู้สึกสนใจวิถีชีวิตของพวกเขาขึ้นมาทันที ทุกวันนี้เราก็พยายามเก็บข้อมูลและเรียนรู้เกี่ยวกับลักษณะกิจวัตรที่พวกเขาทำ เราว่าพวกเขาเก่งมากๆเพราะบางคนคือมีทัศนคติที่ดีจริงๆตามที่คุณหมีบอก แค่เราลองจินตนาการว่าวันนึงจู่ๆโลกที่เราเคยมองเห็นก็มืดไปตลอดการมันคงแย่มากๆ เราคงไม่สามารถดูหนังที่เราชอบได้ ไม่สามารถเขียนนิยายหรืออ่านนิยายได้อีก แต่พอได้เห็นผู้พิการทางสายตาบางคนที่ดูมีความสุขในชีวิตมันก็ทำให้เราได้คิดว่าชีวิตมันก็แค่นี้เอง

เรามีโอกาสได้ไปดูคลิปที่พี่ตาบอดสองคนไปดำน้ำแล้วรู้สึกว้าวมากๆเขาดูมีความสุขมากเลย ทั้งไปเดินเขาเป็นสิบๆโล ทำกิจกรรมอเวนเจอร์หลายอย่าง ซึ่งแม้แต่เราที่เป็นคนปกติยังไม่เคยทำด้วยซ้ำ มันเลยทำให้เราได้กลับมาถามตัวเองว่าเราจะมัวกลัวและกังวลอยู่ทำไมนะ ทั้งที่เราสามารถมองเห็น ขนาดพวกเขายังไม่เอาข้อบกพร่องตรงนี้มาเป็นข้อจำกัดชีวิตเลย

สุดท้ายนี้ขอบคุณคุณหมีมากที่นำเรื่องราวดีๆมาแชร์ให้อ่านนะคะ เราจะติดตามไปเรื่อยๆอาจจะบ่นเยอะนิดนึง5555555555555555 ถ้ามีโอกาสเราจะลองไปดูแล้วจะมาเล่าให้ฟังนะว่ารู้สึกยังไง ขอบคุณอีกครั้งสำหรับบทความดีๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ในทุกๆวันเลย <3
pppunmile (@pppunmile)
@pppunmile ปล.เราแอบน้ำตาซึมตอนที่คุณหมีคุยกับพี่เขาด้วย แสนจะกระแทกใจ
fern's hae (@fernhae)
@pppunmile ดีใจที่ชอบนะคะ เอาจริงๆ หลายๆ คนเขามีพลังในการใช้ชีวิตมากกว่าเราๆ อีกค่ะ ยอมแพ้เลยคือการที่เขาใช้บริการขนส่งสาธารณะในประเทศนี้ทุกวันโดยที่ไม่มีอะไรมาซัพพอร์ตให้มันดีขึ้นเลย แต่เขาก็มองว่าปกติ เพราะสิบปีที่แล้วกับปัจจุบันมันไม่มีอะไรเปลี่ยน แล้วก็ทำอะไรไม่ได้ แม้แต่คนปกติอย่างเรายังไม่สามารถช่วยเหลือตรงนี้ได้เต็มที่ พอได้คุยกับพี่เขาแล้วได้อะไรกลับมาเยอะมากเลยค่ะ ลองไปดูนะคะ ได้พูดคุยกับเขาแล้วจะเดินออกมาพร้อมตาที่สามแบบเรา 5555555 ขอบคุณสำหรับเรื่องเล่าข้างบนด้วยนะคะ you made my day มากๆเลยค่ะ
kam_apornrat (@kam_apornrat)
ตามมาจากทวิตเตอร์ อยากอ่านมุมมองของคุณเฟิร์นต่อเรื่องราวต่างๆ พอได้อ่านก็เหมือนได้รู้จักกันเพิ่มอีกนิดนึง ดีใจที่เปิดใจเอาเรื่องราวต่างๆมาให้อ่านน้าา แล้วเรื่องคนพิการ อยากให้บ้านเรามีสิ่งจำเป็นและอำนวยความสะดวกแก่คนพิการมากขึ้นเนอะ
fern's hae (@fernhae)
@kam_apornrat ขอบคุณที่สนใจนะคะ จริงๆคุยกันนานมาก คิดว่าครึ่งชั่วโมงได้ที่นั่งคุยกับเขา แต่เอามสเล่าไม่หมด เพราะส่วนใหญ่เป็นชีวิตส่วนตัวพี่เขาที่เราขออนุญาตสงวนไว้ดีกว่าค่ะ ส่วนเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกของประเทศนี้ท้อแท้มากค่ะ ไม่มีอำนาจพอที่จะช่วยเหลือ ได้แต่รู้สึกหดหู่กับตรงนี้ ยากมากเลย ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ อยากเล่าเยอะๆ แต่กลัวคนมาอ่านจะรู้สึกว่ายาว เอาไว้คราวหน้าจะมาเล่าๆอีกค่าา
kam_apornrat (@kam_apornrat)
@fernhae ยาวๆเลย รอแต่งนิยายด้วย อิอิ
fern's hae (@fernhae)
@kam_apornrat นิยายไม่รับปากว่าชาตินี้จะเขียนได้ไหม 555555
zearet17 (@zearet17)
zearet17 (@zearet17)
เป็นอีกนิทรรศการหนึ่งเลยค่ะที่อยากไป เพราะช่วงนี้กำลังสนใจเรื่อง guide dog กับการอ่านหนังสือเสียงสำหรับคนตาบอด แต่ยังนึกไม่ออกว่าจะได้ประสบการณ์อะไรกลับมา จนมาเจอบล็อกที่น้องหมีเขียนพอดี

ขอบคุณนะคะที่เขียนออกมา เดี๋ยวจะไปตามรอย :]
fern's hae (@fernhae)
@zearet17 นอกจากได้ทดลองมองไม่เห็นแล้ว ก็ได้ความรู้แล้วก็มุมมองใหม่เพิ่มมาด้วยค่ะพี่เบีย จริงๆหนูมีคุยเรื่อง guide dog กับพี่เขาด้วยนะคะ แต่ไม่ได้เขียนเล่าไว้ เหมือนตอนนี้กำลังเป็นกระแส แล้วก็มีการเปิดลงชื่อผู้พิการทางสายตาเพื่อรับสุนัขที่ถูกฝึกมาคอยช่วยเหลือด้วย แต่ในเรื่องต้นทุนคนที่จะมีแบบนี้ได้ก็ต้องมีทุนทรัพย์พอสมควรในการใช้ฝึก พอเข้าไปแล้วคุยกับพี่ไกด์ได้ทุกเรื่องเลยค่ะ แต่ละคนก็จะมีประสบการณ์ต่างๆของตัวเองมาเล่า หรือให้เราถาม หนูว่าจะไปอีกรอบเหมือนกัน ขอบคุณนะคะที่เข้ามาอ่าน
Pimpaka Sil (@fb5720479965895)
ชอบมากก อ่านแล้วขนลุกบางช่วงเพราะเข้าใจความรู้สึกเลย ตอนเรียนเราเคยทำโปรเจ็กต์เกี่ยวกับคนตาบอดเหมือนกัน เคยพูดคุยกับน้องๆโรงเรียนคนตาบอดแล้วก็ได้ลองปิดตาให้เค้าพาเดินทัวร์โรงเรียน เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก แค่คุยสั้นๆไม่กี่วันก็รู้ว่าน้องๆมีทัศคติที่ดีมองโลกแง่บวก ใสซื่อ เก่ง ไม่ต่างจากคนธรรมดาอย่างเราๆ เลย แต่จริงที่ปัจจัยพื้นฐานของประเทศนี้มันไม่เอื้อต่อใครเลย ขนาดคนหนุ่มสาวร่างกายแข็งแรงยังใช้ชีวิตลำบากไม่ต้องพูดถึงคนแก่ คนพิการ คนที่บกพร่องทางร่างกายเค้าไม่ได้รับความสะดวกสบายและต้องปรับตัวมากมายขนาดไหน

เขียนมาอีกเยอะๆ น้า เป็นกะลังจัยหั้ย <3
fern's hae (@fernhae)
@fb5720479965895 ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์นะคะ ตื่นเต้นมากว่าจะเล่ารู้เรื่องไหม เราอ่านจากข้อความที่แต่ละคนเขียนไว้หลังจากออกมา ทุกคนประทับใจ แล้วได้เจอเหตุการณ์แบบเดียวกัน แต่ความเห็น ความรู้สึกก็แตกออกมาแบบไม่ซ้ำเลยค่ะ เราเลยประทับใจมาก
ccggyyuuiioo (@ccggyyuuiioo)
อ่านแล้วอยากไปเลยค่ะ ต้องไปให้ได้
fern's hae (@fernhae)
@ccggyyuuiioo ต้องลองไปดูนะคะ ตอนเข้าไปข้างในมันมีหลายความรู้สึกมาก คิดนั่นนี่ทั้งที่ไม่รู้ตัวก็มี เราจะได้รับเรื่องราวที่แตกต่างกันออกมาแน่นอนค่ะ พี่ไกด์แต่ละคนก็เก่งทั้งนั้นเลย ออกมาจะมีให้เขียนความรู้สึกใส่กระดาษติดไว้ด้วย อ่านของคนอื่นแล้วซึ้งมากก ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์นะคะ
ccggyyuuiioo (@ccggyyuuiioo)
@fernhae ไว้มาเล่าให้ฟังอีกนะคะ อยากอ่านอีก