Judge A Book By Its Coverminimore
Books for Children By Celebrities แง้มดู 15 หนังสือ(เด็ก)ดีจากปลายปากกาคนดัง
  • มีดารานักแสดง นักร้อง หรือเหล่าคนดังหลายคน ที่เรามักจะเห็นผลงานด้านการเขียนอยู่บ่อยๆ ไม่ว่าจะในบ้านเราหรือต่างประเทศ ส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นเชิงเขียนเล่าประสบการณ์ชีวิต ประสบการณ์ทำงาน ข้อคิดเตือนใจอะไรก็ว่าไป แต่หนังสือผลงานคนดังที่มินิมอร์จะนำมาบอกต่อเพื่อนๆ ในวันนี้ เป็นหนังสือสำหรับเด็ก! จะมีเรื่องอะไรและเขียนโดยใครบ้าง ไปดูกัน

    ประเดิมกันที่เล่มแรก  If Roast Beef Could Fly   ผลงานของ Jay Leno นักแสดงตลกและพิธีกรรายการ  The Tonight Show with Jay Leno ซึ่งเคยถูกจัดอันดับว่าเป็นคนดังที่ชาวอเมริกันยี้ใส่ ด้วยเหตุผลชอบอวดร่ำอวดรวยโชว์รถสุดหรูเข้าบ่อยๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ Jay Lenoก็ยังเขียนหนังสือเล่าถึงประสบการณ์วัยเด็กเกี่ยวกับช่วยเวลาในครอบครัว ที่มีเอกลักษณ์ของเขาสอดแทรกอยู่ในทุกตัวอักษร เป็นหนังสือที่ติดชาร์ตหนังสือเด็กที่ได้รับความนิยมอย่างมากด้วยนะ 







    Cheech The School Bus Driver เป็นหนังสือการ์ตูนที่เขียนโดย Chech Marin  ชายผู้มากความสามารถ ไม่ว่าจะด้านการแสดง ดนตรี ผู้กำกับ มือเขียนบท แล้วยังเป็นนักสะสมศิลปะตัวยงอีกด้วย!
    โดยในเรื่องนี้จะพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มเด็กๆ กับคนขับรถบัสที่จะมาช่วยให้พวกเขาชนะการประกวดโชว์ความสามารถในโลกที่เราสามารถเลือกเป็นอะไรก็ได้ น่าสนใจดีใช่ไหมล่ะ






    หนังสือชื่อ Halloween  ผลงานของ Jerry Seinfield นักแสดงตลกชั้นแนวหน้าของ Hollywood ผู้สร้างซีรีส์ยอดฮิตของ BBC เรื่อง Seinfeld เขาได้เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็กชายตัวน้อยแสนตลกที่ชื่อ Jerry ที่ต้องการจะเป็นเด็กชายผู้หลงใหลไปกับลูกอมวันฮาโลวีนตลอดไป






    Rock Steady: A Story of Noah’s Ark ผลงานจากนักร้องนำวง The Police เจ้าของรางวัลแกรมมี ตั้ง 16 ครั้งแน่ะ! โดยหนังสือเล่มนี้ของเขา พูดถึงเรื่องราวของอดีตหัวหน้ตำรวจในแบบฉบับของของคัมภีร์ไบเบิ้ล สลับกับร็อคแอนด์โรล ลองไปหามาอ่านดูแล้วจะได้รู้ว่าไบเบิ้ลจะร็อคได้ขนาดไหน






    Queen of the Scene ผลงานของแร็ปเปอร์สาวชาวอเมริกันพ่วงด้วยนักแสดงมากความสามารถ Queen Latifah ซึ่งในหนังสือของเธอเล่มนี้ เขียนเกี่ยวกับเรื่องของอำนาจของพลังของหญิงสาวที่จะทำให้ทั่วโลกต้องสะท้านด้วยการแร็ปของผู้หญิง (ดูเป็นตัวเธอเองแบบสุดๆ เลยนะว่าไหม?)






    The Jolly Mon เล่มนี้เขียนโดย Jimmy Buffett นักดนตรีมากความสามารถที่นอกจากจะได้รับการยอมรับในเรื่องแนวเพลงแล้ว ยังได้รับการยอมรับในฐานะนักเขียนอีกด้วย โดยผลงานเล่มนี้ของเขาเล่าถึงชาวประมงที่บังเอิญได้พบกับกีต้าร์วิเศษและนั่งฟังเสียงเพลงของมันไปพร้อมกับเหล่าเพื่อนบ้านจากเกาะอื่นๆ  เรื่องที่แสนน่ารักนี้  Jimmyร่วมกับลูกสาวคนโตของเขา Savannah Jane Buffett แต่งขึ้น พร้อมกับหนังสือเล่มอื่นอีกเล่มหนึ่งด้วย






    Propeller One-Way Night Coach บอกเล่าเรื่องราวของเครื่องบิน ตามแรงบันดาลใจจากงานอดิเรกของนักแสดง John Travolta บอกเลยว่าชีวิตของพ่อหนุ่มคนนี้ ล้มลุกคลุกคลานมีขึ้นมีลงกว่าจะประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จัก แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้คนจดจำเขาได้ คือความหลงใหลในเครื่องบินชนิดที่เรียกว่าบ้าคลั่ง ขนาดไหนน่ะเหรอ? ขนาดที่ว่าเป็นเจ้าของเครื่องบินถึง 5 ลำ และมีใบอนุญาตทำการบินส่วนบุคคลเลยน่ะสิ!! แถมที่บ้านยังมีลานจอดเครื่องบินถึงหน้าประตูอีกด้วย คิดดูว่าเขาหลงรักเครื่องบินขนาดไหน เพราะเหตุนี้เเหละเขาถึงเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับเครื่องบินที่เขารักเล่มนี้ขึ้นมาเพื่อส่งมันให้กับเด็กๆ ที่อาจจะหลงรักเครื่องบินแบบเขา






    The English Roses Series หนังสือชุดนี้มีแปลเป็นภาษาไทยชื่อว่า กุหลาบอังกฤษ ผลงานของ Superstar สาวเจ้าของฉายา ราชินีแห่งเพลงป็อป  Madonna  ทั่วโลกอาจจะติดภาพลักษณ์สาวร้อนแรงและแสนเซ็กซี่ แต่ใครจะรู้ว่านักร้องลุคแรงแบบเธอจะสามารถเขียนหนังสือสำหรับเด็กได้ โดยหนังสือเล่มนี้พูดถึงเรื่องราวของกลุ่มเด็กสาวที่อาศัยอยู่ในลอนดอน พวกเธอเป็นเพื่อนรัก ที่แม้ว่าฐานะ หน้าตา นิสัย จะไม่ได้มีอะไรที่เหมือนกัน แต่เมื่อเกิดปัญหา พวกเธอก็พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน หนังสือเล่มนี้ถูกการันตีด้วยยอดขายอันดับหนึ่งในช่วงนั้นของหนังสือสำหรับเด็ก และเป็นหนังสือยอดฮิตที่ได้รับการชื่นชมว่าเป็นหนังสือดีสำหรับเด็กๆ ด้วยนะ 






    Please, Baby, Please เป็นผลงานร่วมระหว่าง  Spike Lee และ Tonya Lewis Lee ภรรยาของเขา เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับการเลี้ยงดูเจ้าตัวน้อยในบ้าน ซึ่งเขาเชื่อว่า ต้องมีพ่อแม่มือใหม่หลายคนประสบปัญหาจากความไม่รู้ แม้ว่า Spike จะมีชื่อเสียงจากเอกลักษณ์ของงานกำกับที่เน้นไปในเรื่องของประเด็นแนวคิดทางเชื้อชาติ การเมือง หรือสีสันที่ฉูดฉาด แต่ในหนังสือเล่มนี้ กลับเต็มไปด้วยมุมมองของเด็กน้อยที่มีต่อพ่อแม่ยามที่ไม่เข้าใจกัน มินิมอร์ว่าเป็นเรื่องที่ดีนะ ที่นอกจากจะเป็นหนังสือสำหรับเด็กอ่านได้แล้ว แม้แต่ผู้ใหญ่ หากได้อ่านก็จะได้เข้าใจเด็กๆ มากขึ้น 






    The Teddy Bear’s Picnic เป็นหนังสือเพลงที่บรรจุเพลงกล่อมเด็กชื่อเดียวกันเอาไว้ลงไปแทนที่ตัวหนังสือ เขียนโดย  Jerry Garcia ศิลปินที่มีชื่อเสียงมากในยุค 60 ในหนังสือเล่มนี้ พูดถึงการไปปิคนิคของเหล่าน้องหมี โดยที่ไม่ได้เน้นตัวหนังสือมากนัก แต่เน้นบทเพลง และภาพประกอบสวยๆ ที่ช่วยเสริมสร้างจินตนาการให้กับเด็กๆ และช่วยเสริมสายใยระหว่างพ่อแม่กับลูกที่จะใช้เวลาอ่านร่วมกัน เป็นหนังสือที่ทั้งน่ารักและน่าสะสมด้วยสิเนอะ






    Whoopi’s Big Book of Manners เป็นหนังสือสอนมารยาทให้กับเด็กๆ เมื่อต้องเข้าสู่สังคม อย่างเช่นว่า เมื่อพวกเขาเข้าไปในร้านอาหาร มารยาทที่ดีจะไม่วิ่งเล่นไปทั่ว หรือแคะขี้มูกใส่คนอื่น หนังสือเล่มนี้เขียนโดย Whoopi Goldberg นักแสดงผิวสีมากความสามารถที่ใครๆ ต่างก็ยอมรับ นอกจากนี้ เธอยังเป็นนักเขียนหนังสือสำหรับเด็กที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เธอเปิดตัวในฐานะนักเขียนด้วยหนังสือสำหรับเด็กเล่มแรก “Alice” ผลงานเล่มที่สองของเธอที่มีชื่อเรียบง่ายว่า “Book” แต่กลายเป็นเบสต์เซลเลอร์ทั่วโลก แค่นี้ก็การันตีความดีงามของหนังสือจากปลายปากกาของเธอได้แล้ว






    Wildwood เป็นหนังสือวรรณกรรมเยาวชนที่มีภาพประกอบที่สวยงามมากกกกกกก (ลาก ก ไก่ ไปยาวๆเลย) ผลงานเขียนของ Colin Meloy นักดนตรีวงร็อคอินดี้ที่ผันตัวมาเป็นนักเขียน และประสบความสำเร็จซะด้วยสิ  ซึ่งผลงานภาพประกอบก็ไม่ใช่ว่ามาจากใครที่ไหน แต่เป็นฝีมือของ CARSON ELLIS นักวาดภาพประกอบหนังสือเด็กที่โด่งดัง ภรรยาของเขานั่นเอง หนังสือเล่มนี้มุ้งเน้นไปที่ความเป็นนิยายแฟนตาซีเกี่ยวกับวงดนตรีของเขา และเรื่องราวของหนุ่มสาวซะเป็นหลัก ด้วยความที่เป็นหนังสือเด็ก ศัพท์เลยไม่ได้ยากมาก มินิมอร์ขอแนะนำให้ไปหามาอ่าน แค่ภาพประกอบก็คุ้มแล้ว






    High in the Clouds เป็นผลงานของอดีตสมาชิกวง The Beatles ในตำนาน Paul McCartney  ที่ลุกขึ้นมาเขียนหนังสืออีกครั้งหลังจากที่ก่อนหน้านี้ เขาเคยพิมพ์หนังสือรวมบทกวีออกมาเล่มหนึ่ง ชื่อว่า “Blackbird Singing”  

    High in the Clouds เป็นเรื่องราวของ กระรอกและกบที่ช่วยกันรักษาชีวิตสัตว์อื่น  ที่ McCartney เคยบอกเอาไว้ว่าได้แรงบันดาลใจมาจากหนังการ์ตูนสั้น ที่เขาเคยมีส่วนสร้างสรรค์ นั่นคือเรื่อง “Tropic Island Hum” นอกจากจะเป็นนักดนตรีที่ประสบความสำเร็จแล้ว ด้านงานเขียนของเขาก็ไม่ธรรมดา เพราะแค่เปิดตัวยอดขายก็ปาเข้าไปถึง  500,000 เล่ม ใครสนใจอยากลองหามาอ่าน มินิมอร์ว่าคุ้มนะ






    Man Gave Names to All of the Animals เป็นหนังสือจากผลงานเพลงของ  Bob Dylan หนึ่งในนักดนตรีและนักแต่งเพลงชาวอเมริกัน ที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในวงการเพลงโฟล์กป็อป แถมยังเป็นนักดนตรีคนแรกที่ได้รับรางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรม   เมื่อปี 2016 ที่ผ่านมาหมาดๆ ที่ทำเอาฮือฮาไปทั้งวงการเมื่อไม่มีใครติดต่อให้เขามารับรางวัลได้สักคน แหม อินดี้ซะไม่มี 

    แต่ในด้านผลงานทั้งดนตรีและงานเขียน ต้องบอกเลยว่า Bob ฝีมือไม่ธรรมดาเลยนะ ถึงขนาดที่เรียกได้ว่า บทกวีที่มีทำนอง สำหรับใครที่เป็นแฟนคลับศิลปินคนนี้ คงจะเข้าถึงได้อย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งในหนังสือเรื่อง Man Gave Names to All of the Animals ของเขาก็เป็นหนังสือที่เอาเนื้อเพลงชื่อเดียวกันมาเขียนภาพประกอบให้กลายเป็นนิทานสำหรับเด็ก ต้องลองไปหามาอ่านดูแล้วล่ะว่า มันจะกินใจขนาดไหน






    The Alphabet From A to Y (With Bonus Letter Z) ผลงานของ  Steve Martin นักแสดงตลกผู้มีชื่อเสียง ผลงานของเขามากมายซะจนมินิมอร์นับไม่ไหว โดยจุดเริ่มต้นของเขามาจากการเป็นนักแสดงตลก ก่อนจะผันตัวมาเป็นมือเขียนบทและแสดงไปพร้อมกันด้วย งานเขียนของเขาเองก็ประสบความสำเร็จอย่างมากเช่นกัน โดยที่หลังจากความสำเร็จที่ได้รับจากงานนวนิยายเรื่องแรกของเขา Shopgirl นิยายเรื่องที่สอง The Pleasure of My Company ก็ได้รับการตีพิมพ์โดย Hyperion และไต่อันดับขึ้นสู่รายชื่อหนังสือขายดีที่สุด เขายังได้เขียนคอลเล็คชั่นการ์ตูนขายดีเรื่อง Pure Drivel และผลงานของเขายังได้ลงใน New Yorker และ New York Times อยู่บ่อย ๆ สำหรับหนังสือเล่มนี้ เขาและทีมงานได้เขียนเรื่องสั้นที่เกี่ยวกับตัวอักษร A - Z ไว้ให้พวกเด็กๆ ได้อ่าน กันสนุกๆ โดยมีภาพประกอบ สำหรับเด็กๆ วัยก่อนเข้าโรงเรียน ล่ะ


    เห็นไหมล่ะว่า เหล่าคนดังไม่ได้มัวแต่นั่งเขียนเรื่องดราม่า หรือเขียนแต่ชีวิตการทำงาน เรื่อง Gossip อย่างเดียวหรอกนะ จริงๆ แล้วยังมีหนังสือจากปลายปากกาคนดังอีกเยอะ ที่หันมาเขียนเพื่อให้เหล่านักอ่านตัวน้อย ได้รับข้อคิด ผ่านเรื่องราวของพวกเขา มินิมอร์ว่า เป็นหนึ่งในการปลูกฝังการรักการอ่าน และการถ่ายทอดประสบการณ์ที่ดีเชียวล่ะ เพื่อนๆ คนไหน มีหนังสือที่อยากจะแนะนำ เขียนมาเล่าให้มินิมอร์ฟังบ้างนะ ความน่าประทับใจแบบนี้ต้องบอกต่อ จริงไหม อิอิ


    ที่มา : .Pastemagazine

    เขียนโดย Minimore Trainnee : Little Swan
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in