My Pop CulturePTRK.
Sausage Party(2016) : ไส้กรอกแอนด์เดอะแก๊งฉบับเสื่อม
  •      แอนิเมชั่น 20+ ฮาๆที่เต็มไปด้วยมุกหยาบโลนโจ๋งครึ่มแทบจะทุก 5 นาที  แต่ใต้ความตลกไร้แก่นสารของมันดั๊นมีประเด็นเรื่องเพศ เชื้อชาติ และความเชื่อแฝงอยู่ไว้แบบเนียนๆ บอกเลยว่า ใครสายขาว ใสๆขอให้หลบไปเลย! เพราะคุณจะรับไม่ได้กับหลายๆภาพในเรื่องนี้จนต้องเบือนหน้าหนีก็เป็นได้  หนังมันค่อนข้างเฉพาะกลุ่มพอสมควร เหมาะกับคนที่ชาชินกับการเล่นมุกใต้สะดือสกปรก และมีภูมิคุ้มกันความจัญไรระดับหนึ่งเลยล่ะ 
       เรื่องของสินค้าในซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ดิ้นรน แย่งกันให้มนุษย์เลือกตัวเองออกไปโลกภายนอก โดยบรรดาของใช้ ของสดทั้งหลายก็โคตรจะเทิดทูนมนุษย์ ถึงขั้นต้องร้องเพลงสรรเสริญทุกเช้า ราวกับเป็นเทพเจ้าผู้สูงส่งมาปลดปล่อยพวกมัน โดยเปรียบเทียบการได้ถูกเลือกเหมือนการได้ปลดปล่อย(ถึงจุดสุดยอดในการร่วมเพศ)ด้วย เป็นเหตุให้มันหมกมุ่นแต่อยากจะเ_ากันทั้งวันน่ะ  ซึ่งมันไม่ได้รู้กันเลยว่า จริงๆมนุษย์เลือกมันไปทำอาหาร ไปต้มยำทำแกงสารพัด 
         จนไส้กรอก พระเอกของเรื่องเริ่มเอะใจว่า มนุษย์ไม่ได้ดีเลิศเลอและจะเอาพวกมันไปกินต่างหาก! ก็เลยพยายามบอกความจริงและเปลี่ยนความคิดคนอื่นๆ แต่มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เมื่อกลุ่มคนเชื่ออะไรอย่างใดอย่างหนึ่งและเป็นเรื่องฝังหัวไปแล้ว อยู่ๆเราจะไปเปลี่ยนความคิดเค้าแบบหักดิบเลยไม่ได้ เพราะจะเกิดการรับความจริงไม่ได้ และเลือกที่จะหลอกตัวเองแบบที่สบายใจต่อไปดีกว่า ตัวพระเอกและเพื่อนเหมือนตัวแทนของคนที่ไม่เชื่อคำสอน ไม่ยอมรับสิ่งที่คนบอกต่อๆกันว่าดีง่ายๆ การตั้งคำถามกับสินค้าอื่นๆในซุปเปอร์ว่า จริงๆแล้วสิ่งที่เราเชื่อมาตลอดมันมีจุดเริ่มต้นมาจากไหน จริงหรือเปล่า และจะพิสูจน์ได้อย่างไร หนังเล่นประเด็นตรงนี้ได้ดี และทำให้เราคิดตามได้ไม่น้อย
         อีกอย่างที่ดีคือ การวางคาแรคเตอร์ของตัวละคร มันหลากหลายและแทรกอะไรมาด้วย ไม่ได้แค่ทำมาเสื่อมๆอย่างเดียวนะ55 มีทั้งทาโก้สาวตัวแทนชาว LGBT ขนมปังเบเกิ้ลกับแผ่นแป้งคู่เกย์ เหล้าอินเดียแดง คนขาว คนยิว และอาจจะมีอีกเยอะที่ต้องมานั่งจับสังเกตว่า แต่ละตัวมีที่มาหรือจะเปรียบเทียบเป็นกลุ่มคนชาติอะไร ซึ่งมันก็เสนอออกมาในแบบตลกทะลึ่ง เสียดสีสไตล์โจ๊กอเมริกานั่นแหละ อย่างการให้ตัวละครของยิวกับอาหรับที่เป็นอริ มาเป็นคู่เกย์อัดตูดกันนี่ก็ถือว่าแรงใช้ได้นะ แถมมีมุกล้อหนังเก่าๆ  ล้อคนดังของบ้านเค้าอย่างสตีเฟน ฮอว์กิ้ง แต่ก็แบบแซวขำๆนะ พอเป็นสีสัน
         หลายๆฉากนี่ก็โหดเหลือเกิ๊นน แบบอาหารโดนฆ่าไส้พายทะลัก หรือกล่องน้ำองุ่นที่โดนดูดน้ำตายจนหมดตัว และอีกมากมาย ดูๆไปนี่ตกใจตลอด จะโหดไปไหนวะเนี่ย55 ถ้าเคยผ่าน Happy Three Friends มาแล้วก็อาจจะพอรับได้ แต่รู้สึกว่าอันนี้โหดกว่า ตัวละครก็ชอบทำหน้าตาแบบหลอนๆน่ะ ประเภทจะตายแล้วตาแดงก่ำเห็นเส้นเลือด ดิ้นทุรนทุรายอะไรแบบนี้ บอกแล้วว่า ไม่ใช่การ์ตูนที่สุ่มสี่สุ่มห้าไปดู จะไปดูกับแฟนนี่คิดหนักเลยนะ ไปกับเพื่อนก็เช็คให้ดีว่ามันดาร์คพอจะรับอะไรแบบนี้ได้มั้ย
         เราจะได้เห็นเหล่าอาหารในซุปเปอร์มาร์เก็ตหน้าตา(เหมือนจะ)น่ารัก? แต่พากันดูดปุ๊น กินเหล้าเคล้าสาว แถมหมกมุ่นกันแต่เรื่องอยากจะมีเซ็กส์ทั้งวี่ทั้งวันอีกตะหาก ซึ่งก็ไม่แปลกใจ เพราะตั้งแต่เห็นชื่อตา Seth Rogan ควบตำแหน่งพากย์เสียง(พระเอก) โปรดิวเซอร์ และเขียนบทขนาดนี้แล้ว ก็ทำใจไว้อยู่ว่า มันต้องทุเรศและเสื่อมได้ใจแน่ๆว่ะ แต่พอไปดูจริงๆนี่มีอึ้งเหมือนกันนะ ยิ่งฉากเด็ดช่วง 5 นาทีสุดท้ายนี่อื้อหืออออออ.... มันเอาขนาดนี้เลยหรอวะ ยอมใจมันจริงๆ บางคนดูจบแล้วก็จะเกลียดไปเลย แต่เรากลับมองว่า ฉากสุดท้ายมันเ_ี้ยก็จริงนะ แต่ถ้าไม่ใส่ฉากนี้เข้ามา มันจะไม่เป็นเรื่องนี้เลย คิดจะจัญไรต้องไปให้สุด แล้วมันก็ทำได้สุดทางของมันซะด้วย55 

         สรุป สิ่งที่จะได้จากเรื่องนี้ คือ ความตลกเสียดสีกับมุกใต้สะดือแบบเสื่อมขั้นสุดดด คือไม่น่ามีการ์ตูนไหนเสื่อมได้กว่านี้อีกแล้วอะ แต่ก็แฝงเรื่อง เพศ ความเชื่อ และความต่างของเชื้อชาติในโลกปัจจุบันมาแบบตื้นๆหน่อย ไม่ได้ดูยากต้องวิเคราะห์อะไรมากหรอก แต่ก็ขอชมความชัดเจนในสไตล์ของมันที่มาสุดทาง ไม่มีกั๊ก หนังของคนทำชุดนี้ ก็ต้องทุเรศระดับนี้แหละ ไม่งั้นไม่ใช่มัน55
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in