PANDEMONIUMpiyarak_s
Day 8: London
  • การจราจรในลอนดอนช่วงสายค่อยคลี่คลายลงจากช่วงเช้า พีทกับผมไปถึงสถานที่ทำการชันสูตรศพได้ค่อนข้างเร็วสมกับความร้อนใจ อยากรู้เหตุผลที่ลีโอถึงกับต้องโทรศัพท์มาเรียกให้เราไปดูสิ่งที่เขาค้นพบด้วยตาของตนเอง ตั้งแต่รู้จักกันมาร่วมสิบปี โดยนับรวมช่วงเวลาที่เราเป็นเพียงเพื่อนร่วมงานห่าง ๆ เข้าไปด้วย ถึงจะพยายามควบคุมเสียงให้เป็นปกติ แต่ผมใช้เวลาอยู่กับเขามากพอที่จะจับความตื่นเต้นปนตระหนกที่เขาพยายามซ่อนเอาไว้ได้ เรื่องนี้นับว่าไม่ธรรมดาสักเท่าไรนัก

    เมื่อผมได้เห็นกับตาของตัวเองก็พบว่า นี่ไม่ใช่เรื่องธรรมดาจริง ๆ 


    “เจ้าของหัวในขวดโหลดูเหมือนชาวคอเคเซียน แต่ความจริงแล้วเธอมีเชื้อสายเอเชีย” ลีโอบอก และชี้ให้ผมเห็นจุดสังเกตหนึ่ง ซึ่งเป็นจุดร่วมที่ผมมีเหมือนเธอ ผมยอมรับว่า หายใจไม่ทั่วท้องเท่าไหร่ เมื่อเห็นลีโอเปิดริมฝีปากของศีรษะที่มีสมองโผล่ออกมาให้ดู และนั่นเป็นวินาทีที่ผมโดนพีทหักหลังด้วยการรีบเดินหนีทำเป็นเช็คอีเมลอยู่ที่มุมห้อง


    “Shovel incisors?” ผมถาม และเขาพยักหน้าแทนคำยืนยันว่า คำตอบของผมถูกต้อง


    นั่นคือลักษณะของฟันหน้าที่มีลักษณะแบนเหมือนจอบหรือพลั่วซึ่งเป็นเอกลักษณ์พิเศษอย่างหนึ่งที่ใช้จำแนกเชื้อชาติของเจ้าของโครงกระดูกว่าเป็นชาวมองโกลอยด์


    ถึงผมจะเป็น ‘ฮาฟุ’ หรือ ‘ลูกครึ่ง’ มีแม่เป็นคนอังกฤษตาสีฟ้า ผมสีน้ำตาลอ่อน แต่ผมก็ยังได้ส่วนผสมของความเป็นเอเชียจากพ่อค่อนข้างมาก และยังทำให้คนแปลกหน้าหลายคนคิดว่าผมเป็นนักเรียนจากต่างประเทศหรือยังคงถูกทักด้วยคำว่า ‘หนีห่าว’ จากคนที่แยกหน้าตาคนเอเชียชาติต่าง ๆ ไม่ออกมาจนถึงทุกวันนี้ 


    “จากทีแรกที่เราคิดว่ามีเหยื่อเป็นผู้หญิงผิวขาวอย่างน้อยสองคน ตอนนี้ เรามีเหยื่อที่เป็นลูกครึ่งคอเคเซียนกับเอเชียแล้วรายหนึ่ง ส่วนอวัยวะภายในในโหลดองที่ตกแตก กับอวัยวะส่วนอื่น ๆ ที่อยู่ในโหลดอง ต้องขอบคุณฝีมือของคนดองนะ เพราะลายนิ้วมือของแขนทั้งเด็กและผู้หญิงยังอยู่และค่อนข้างชัด” 


    ลีโอชี้ยังมือที่ถูกเอาออกมาจากโหลดองและวางอยู่บนเตียงสเตนเลสพร้อมเลขกำกับ 

    “ผมแจ้งให้ทีมนิติวิทยาศาสตร์มาเก็บลายนิ้วมือไปตรวจเปรียบเทียบแล้ว คิดว่าน่าจะได้อะไรขึ้นมาบ้าง”
    “พวกตำหนิต่าง ๆ ที่เห็นได้ชัดและอาจบ่งชี้ได้ว่าใครเป็นใครบ้างล่ะครับ” ผมถาม นึกขอบคุณลีโอในใจที่เขาเตือนให้ผมใส่หน้ากากและเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดสครับและผ้ากันเปื้อนก่อนเข้ามาในห้องปฏิบัติการชันสูตร เพราะกระทั่งตอนนี้ กลิ่นฟอร์มาลีนก็ยังกระจายไปทั่วห้องและทำให้ผมแสบตาเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน 


    “กลับมาที่เจ้าของศีรษะนี่ก่อนเป็นอันดับแรกเลย” ลีโอบอก เขารู้หลักการทำงานของผมดี ยิ่งรู้เกี่ยวกับเหยื่อมากเท่าไหร่ ก็จะรู้เกี่ยวกับตัวตนผู้ต้องสงสัยมากขึ้นเท่านั้น “ผมไม่อยากชมหรอกนะ แต่ต้องบอกเลยว่า คนที่ออกแบบและจัดวางศีรษะของเธอฝีมือดีมาก ดูรอยเลื่อยที่กะโหลกของเธอก็ได้”


    จริงอย่างที่เขาตั้งข้อสังเกต รอยเลื่อยเปิดกะโหลกของเธอออกและเผยให้เห็นก้อนสมองเหมือนเหยื่อผู้โชคร้ายของ ดร. ฮันนิบาล เลคเตอร์นั้นเรียบเสมอกัน ไม่เบี้ยวเลยแม้แต่น้อย ผิวหนังที่อยู่ด้านนอกเองก็ไม่มีร่องรอยฉีกขาด แหว่งวิ่น เช่นเดียวกับคอของเธอที่ถูกตัดขาดออกจากร่าง กระดูกสันหลังบริเวณต้นคอของเธอไม่มีรอยแตกบิ่นหรือร้าวให้เห็นเลยแม้แต่น้อย ผิวหนังและเนื้อบริเวณคอก็เช่นกัน ศีรษะส่วนล่างของเธอถูกโกนเกลี้ยง ไร้ตำหนิหรือบาดแผลจากใบมีดหรืออุปกรณ์มีคม


    “เป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบมาก” 


    “พวกแขน มือ หัว อวัยวะภายในพวกนั้นก็เหมือนกัน ความละเอียดลออในการเตรียมชิ้นส่วนและการจัดวางทำได้ดีทุกชิ้น ถ้าผู้ต้องสงสัยของเราเป็นนักชีววิทยา เขาหรือเธอคนนั้นน่าจะเป็นนักเรียนแถวหน้าหรือไม่ก็เป็นศิลปินที่ติดนิสัยเพอร์เฟ็คชันนิสต์อยู่พอสมควรเชียวละ” 


    “คุณเปลี่ยนอาชีพมาเป็นนักประมวลอัตลักษณ์และพฤติกรรมของอาชญากรตอนนี้ก็ยังทันนะ ลีโอ” ผมว่า


    “ให้มืออาชีพอย่างนายทำต่อไปน่ะ ดีแล้ว” เขาว่า และผมเห็นริมฝีปากใต้ผ้าปิดปากของเขาขยับเป็นรอยยิ้ม “การคบกับตำรวจสืบสวนระดับสารวัตร ฉันก็ควรจะได้อะไรดี ๆ มาจากคนที่คบอยู่บ้าง”


    “เช่น การหยุดจีบกันต่อหน้าชิ้นส่วนศพ” พีทประท้วงมาจากมุมห้อง “พวกคุณช่วยหวานกันโดยคำนึงถึงสถานที่กับบรรยากาศหน่อยได้ไหม” 


    คำพูดของพีททำให้ผมกับลีโอมองหน้ากันและพยายามกลั้นหัวเราะโดยไม่ได้นัดหมาย


    “ขอโทษทีนะ พีท” ลีโอว่า พยายามทำเสียงราบเรียบ แต่ผมได้ยินเสียงเขาหัวเราะออกมานิดหนึ่ง “เอาเป็นว่า สภาพชิ้นส่วนศพและอวัยวะภายในของมนุษย์ทั้งผู้หญิงและเด็กถูกจัดเตรียมอย่างดีก่อนที่จะถูกบรรจุลงในโหลและดองไว้เพื่อรักษาสภาพ ส่วนพวกซากสัตว์ที่นำมาใช้ประกอบงานเพื่อเล่าเรื่องอะไรก็ตามก็ได้รับการจัดเตรียมอย่างดีเช่นกัน”


    “แล้วพอจะบอกได้ไหมว่า สาเหตุการตายของเหยื่อของเราคืออะไร” ผมตั้งคำถาม


    ลีโอเงียบไปนิดหนึ่ง มีท่าทางครุ่นคิด ก่อนส่ายหน้า “ตอนนี้ยังบอกอะไรไม่ได้มาก แต่ผมคิดว่าจะเอาชิ้นส่วนเหล่านี้ไปเอ็กซ์เรย์หรือสแกนดู ส่วนเรื่องตรวจดีเอ็นเอจากตัวอย่างของสิ่งมีชีวิตที่แช่ฟอร์มาลีนก็ยังพอมีหวัง โอกาสที่มันจะไม่แมตช์หรือผิดพลาดอาจมีมากกว่าปกติบ้าง แต่ก็ยังดีกว่าไม่รู้อะไรเลย”


    “เท่าที่ดูจากตาเปล่าตอนนี้ พอจะบอกได้ไหมครับว่า พวกเขาถูกทารุณหรือได้รับความเจ็บปวดก่อนตายหรือเปล่า” 


    “บอกยาก แต่เท่าที่ตรวจดู ชิ้นส่วนศพทุกชิ้นเป็นชิ้นส่วนที่สวยงาม สมบูรณ์แบบ อย่างที่บอกนั่นละ ไม่มีตำหนิอะไรเป็นพิเศษ นี่ผมยังนึกเสียใจนิด ๆ เลยนะ ว่าเดี๋ยวจะต้องตัดชิ้นสมองออกไปตรวจหาสารพิษหรือดูร่องรอยของอาการบาดเจ็บหรือร่องรอยโรค” เขารับ “แต่ก็เป็นไปได้ว่า ผู้ต้องสงสัยอาจเลือกเฉพาะชิ้นส่วนที่สมควรเก็บเอาไว้ดูเป็นตัวอย่าง หรือเหมาะสำหรับงานศิลปะในมุมมองของมัน ส่วนชิ้นอื่นที่มีตำหนิอาจถูกกำจัดทิ้ง” 


    “ที่ผมเรียกคุณมา ก็เพราะอยากให้ลองคุยกับนักพฤกษศาสตร์กับนักสัตววิทยาที่ผมติดต่อให้เข้ามาช่วยทางเราด้วย เพราะงานนี้ มันเกินความสามารถของพยาธิแพทย์อย่างผมเกินไปมาก” ลีโอยอมรับตามตรง “น่าจะเป็นคดีที่ต้องใช้ทรัพยากรบุคคลด้านชีววิทยาจากทั่วลอนดอนมาช่วยกันตรวจพิสูจน์เลยล่ะ”


    “ขอบคุณครับ” ผมบอก “จนป่านนี้ ผมยังปะติดปะต่อไม่ค่อยถูกเลยว่า เรากำลังตามหาคนแบบไหนอยู่”
    ลีโอ คิงส์ลีย์มองผม ดวงตาสีฟ้าของเขาเป็นประกายอย่างคนกำลังยิ้ม


    “ไม่เกินความสามารถนายกับทีมหรอก เชื่อสิ”


    เป็นกำลังใจที่ดี แต่ผมก็รู้ดีว่ากว่าจะได้ความจริงของคดีและคำตอบที่สังคมพอใจ มันไม่ง่ายเอาเสียเลย


    To be continued... Day 9: Soft Cream

    ---------------------------- 
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in