PANDEMONIUMpiyarak_s
Day 7: Ex-boyfriend (แฟนเก่า)
  • “แล้วเรื่องชิ้นส่วนศพที่อยู่ในโหลดองทั้งสิบเอ็ดโหลล่ะ พอจะมีความคืบหน้าอะไรบ้างหรือเปล่า” ผู้กำกับพาทริดจ์ถาม



    “ไม่มากครับ ช่วงบ่ายวันนี้ผมจะสอบถามความคืบหน้าจาก ดร. คิงส์ลีย์ดูว่า พอจะได้คำตอบเกี่ยวกับอัตลักษณ์บุคคลของคนที่อยู่ในโหลดองพวกนั้นบ้างหรือเปล่า” 

    ในเวลางาน ผมเรียกลีโออย่างเป็นทางการเสมอ 

    “เท่าที่ผมลองคุยกับเขา ดร. คิงส์ลีย์มีความกังวลเรื่องน้ำยาที่ใช้สำหรับดองศพอาจส่งผลต่อการตรวจดีเอ็นเอ เนื่องจากเนื้อเยื่อของชิ้นส่วนถูกทำลาย แต่เขาจะพยายามหาทางตรวจสอบให้ได้ อาจจะต้องตามนักนิติมานุษยวิทยามาช่วยดูในส่วนของกระดูก และอาจจะต้องพึ่งพานักพฤกษศาสตร์กับนักชีววิทยาสาขาอื่นด้วย เพื่อที่จะหาคำตอบเกี่ยวกับพืชและสัตว์ที่คนร้ายนำมาจัดใส่ในขวดโหลประกอบเป็นงานศิลปะของตัวเอง”


    “สารวัตร” เทย์เลอร์ อาบิโอเย นายตำรวจผิวสียกมือขึ้น และเอ่ยถามเมื่อผมอนุญาต “ในโหลทั้งสิบเอ็ดใบ ใช่ศพเดียวกันทั้งหมดหรือเปล่า” 


    “อาจมีทั้งศพเดียวกันและไม่ใช่” ผมบอก เปิดรูปถ่ายโหลทั้งสิบสองใบที่ฝ่ายพิสูจน์หลักฐานส่งอีเมลมาให้ผมเมื่อเช้า ก่อนการประชุม “เจ็ดโหลจากสิบเอ็ดโหลเป็นอวัยวะของผู้ใหญ่ที่เป็นผู้หญิง สามโหลเป็นอวัยวะของเด็ก ส่วนอีกโหลเป็นกบกับพืชตระกูลสน”


    ผมได้ยินเสียง ‘อ๊อก’ เบา ๆ มาจากใครสักคนหลังห้อง จากนั้น ผมก็เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบขอตัวเปิดประตูรีบวิ่งออกไปห้องน้ำ และแม้หลายคนในห้องประชุมจะเห็นของจริงมาแล้ว แต่เมื่อเห็นภาพถ่ายชัดเจนทุกมุมมองก็ยังอดทำหน้าเหยเกอย่างเปิดเผยไม่ได้ แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ 


    ผมยอมรับว่า มันสวย สิ่งที่ถูกจัดวางในโหลมีองค์ประกอบที่สวยงามดี ถ้าเพียงแต่มันไม่ใช่ชิ้นส่วนของมนุษย์ แต่ใช่ว่าอวัยวะของมนุษย์จะเป็นสิ่งสวยงามเสมอไป โดยเฉพาะเมื่อมันถูกแยกออกเป็นชิ้น ๆ เพื่อวัตถุประสงค์ทางศิลปะ เพราะเมื่อนั้น ปัญหาว่าสวยงามหรือวิปริตจะกลายเป็นหัวข้อถกเถียงกันใหญ่โตขึ้นมาทันที 


    “อวัยวะของเด็กมีทั้งหมดสามชิ้น แขนขวา แขนซ้าย ศีรษะ” ผมสรุปให้ฟัง “รูปแบบของอวัยวะเด็กทั้งสามชิ้นทำเลียนแบบชิ้นส่วนในโหลดองของเฟรเดอริค รุชทุกอย่าง นี่เป็นภาพเทียบจากคอลเลคชั่นที่ Kunstkamera ที่อัมสเตอร์ดัม มีแนวโน้มว่า อวัยวะเหล่านี้อาจมาจากเด็กคนเดียวกัน แต่เรายังไม่รู้ว่า เด็กคนนี้เป็นใคร”


    “อีกส่วนหนึ่ง เป็นอวัยวะภายในกับชิ้นส่วนของร่างกายและศีรษะของผู้หญิง” ผมเลื่อนภาพอีกชุดหนึ่งขึ้นมาให้ดู “ในโหลที่ใส่ศีรษะ มือ แขน ริมฝีปาก จะเห็นได้ว่า เป็นชิ้นส่วนจากผู้หญิงผิวขาวอย่างน้อยสองคน แต่เราไม่สามารถทราบได้ว่า พวกเธอเป็นใครมาจากไหน สำหรับเจ้าของศีรษะเราจะให้ฝ่ายพิสูจน์หลักฐานตรวจเปรียบเทียบจากฐานข้อมูลคนหายที่มีการแจ้งเอาไว้ก่อน” 


    ผมหันไปทางริคกับเทย์เลอร์ “พวกนายสองคน ช่วยติดตามเรื่องคนหาย เดี๋ยวเราค่อยมาคุยเรื่องรายละเอียดกันอีกที”


    “ได้ครับ สารวัตร”


    หลังจากนั้น ผมก็แจกจ่ายงานที่แต่ละคนต้องทำ ส่วนผู้กำกับพาทริดจ์ดูค่อนข้างพอใจกับความคืบหน้าของคดี และเขาเห็นตรงกับผมว่า เรายังไม่ควรให้รายละเอียดเกี่ยวกับกรณีที่ทวิคแนมไปมากกว่าที่เรามีข้อมูลเกี่ยวกับที่เกิดเหตุอยู่เท่านั้น และเมื่อได้รายละเอียดเบื้องต้นเกี่ยวกับรูปพรรณของเจ้าของชิ้นส่วนศีรษะและอวัยวะในขวดโหลดองมากพอสมควรแล้ว จึงค่อยแถลงข่าวอีกครั้งเพื่อรวบรวมข้อมูลและเรียกคนที่มีข้อมูลให้เข้ามาหาเราเองอีกทางหนึ่ง นอกจากที่เราพยายามออกไปหาข้อมูลจากภายนอกซึ่งยากกว่า


    หลังจากจบการประชุมและนัดติดตามความคืบหน้าในช่วงบ่ายวันถัดมา แต่ละคนก็แยกย้ายไปทำงานในส่วนของตัวเอง เหลือพีทกับผมที่อยู่ปิดคอมพิวเตอร์และเอกสาร และเตรียมตัวไปหาลีโอที่ห้องชันสูตร 


    “หวังว่าคราวนี้จะไม่เจอแจ็คพ็อตว่าเป็นแฟนเก่าของนายคนไหนสักคนอีกนะ”


    เพื่อนผมยังปากตะไกรเหมือนเดิม สมแล้วที่ง้อแฟนเก่าไม่สำเร็จ แต่ผมก็เถียงอะไรเขาไม่ได้ เพราะสิ่งที่เขาพูดมีส่วนถูก คนที่ผมเคยมีอะไรด้วยถูกฆ่า และคนที่ฆ่าเขาก็เป็นคนที่ผมเคยจูบมาแล้วเสียด้วย


    “คนที่เคยนอนด้วยหนเดียวหรือแค่จูบมาก่อนน่ะ ฉันไม่นับว่าเป็นแฟนหรอกนะ” ผมทำหน้าไม่ยี่หระกับคำพูดของเขา ส่วนพีทปากเหมือนพูดว่า ‘อ๋อ เหรอ’ ก่อนที่เราจะเก็บของและปิดไฟห้องประชุม


    ระหว่างที่เดินกลับไปยังห้องทำงานของผม โทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อสูทของผมก็สั่น


    “ไง ลีโอ” 


    “ฮารุ ฉันคิดว่านายควรมาดูด้วยตาของตัวเองที่ห้องชันสูตรเดี๋ยวนี้เลย”



    To be continued... Day 7: London

    ---------------------------- 
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in