MY Chinese Novels Listparnbewtch
เล่านิยายวาย : 破云2吞海 พั่วอวิ๋น 2 ทุนไห่ (BL)
  • ชื่อเรื่อง : 破云2吞海 พั่วอวิ๋น 2 ทุนไห่  ไม่ใช่ภาคต่ออาชญากรรมรักในม่านเมฆ
    ผู้แต่ง : 淮上 หฺวายซ่าง
    ยังไม่มีตีพิมพ์กับสนพ.ไทย
    หนุ่มในเครื่องแบบ สืบสวนอาชญากรรม เคะแก่กว่า ไม่สลับโพจ้า


    นายเอกขวา พระเอกซ้าย (ขอเปลี่ยนรูปค่ะเพราะเดี๋ยวเข้าใจว่าเป็นภาคต่อของอาชญากรรมรัก55555 ไม่ช้ายยยยยย)



    นิยายเรื่องนี้เป็นจักรวาลเดียวกันกับ 破云 หรือชื่อไทย อาชญากรรมรักในม่านเมฆ แต่เป็นคนละคู่กันนะคะ 📌 ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน ไม่ใช่ภาคต่อของอาชญากรรมรักในม่านเมฆ📌 เนื้อหาแยกกันเลย คู่หลักจากพั่วอวิ๋นมีถูกเมนชั่นถึงบ้างประปราย คู่ของทุนไห่คือด้านขวามือค่ะ ปู้จ้งหัว กับ อู๋อวี๋



    arts belong to the artist/owner : ภาพประกอบบทความ 棉球 กับ 兀年



    ตามสเต็ปเหมือนบทความอื่นของเราค่ะ เราจะเล่าเนื้อเรื่องคร่าวๆ ก่อนจากนั้นค่อยเสริมย้ำว่านายเอกคือใคร พระเอกคือใคร ทำอาชีพ หรืออะไรยังไงก่อนจะพูดความรู้สึกตัวเอง ตามชื่อบทความ เล่านิยายวาย เพราะบางเรื่องที่เราเอามามันไม่มีแปลไทยและแปลอิ้ง เข้าใจเราด้วยนะคะ

    เพราะฉะนั้นด้านล่างนี้อาจจะมีสปอยล์ผสมอยู่ แต่ไม่สปอยล์จุดพีคคดีค่ะ


    เสียงรถฉุกเฉินดังขึ้น ภายใต้แสงสีของเมืองผู้คนพลุกพล่าน รถราวิ่งกันขวักไขว่หลบรถพยาบาล พื้นที่โล่งด้านหน้าอาคารฉุกเฉินมีตำรวจอาชญากรรมส่งเสียงโหวกเหวกและพรวดออกจากรถ เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ที่ผ่านการฝึกอบรมมาอย่างดีเร่งผลักเตียงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกมารับร่างชุ่มเลือด ระหว่างที่หลายฝ่ายกำลังวุ่นวายในนาทีเป็นตาย มีนักข่าวจากสถานีหนึ่งวิ่งกรูกันเข้ามารายงานสถานการณ์ว่า ‘ฝ่ายตำรวจและตำรวจติดอาวุธตระเวนชายแดนเปิดฉากการต่อสู้ด้วยปืนกับเจ้าพ่อค้ายารายใหญ่ข้ามพรมแดนอย่างดุเดือด ทางด่วนถูกปิดกั้น ตอนนี้เราอยู่ข้างหน้าเส้นทางฉุกเฉินของโรงพยาบาลรัฐ –’ 


    ผู้สื่อข่าวสาวร้องลั่นเมื่อถูกชน ไมโครโฟนตกลงบนพื้นตามมาด้วยเสียงก่นด่าของเจ้าหน้าที่ลงตำรวจ แอบจิกกัดสื่อที่ไม่รู้จักกาลเทศะ ช่างกล้องเองก็ถูกกดตัวแนบพื้นอีตานี่ยังหน้าด้านทักท้วงว่าตนมีสิทธิ์รายงานข่าว ไม่ทันพูดจบพวกเขาถูกขัดจังหวะด้วยเสียงของพยาบาล ‘ผู้บาดเจ็บเสียเลือดมากเกินไป! เลือดทั้งหมดไม่เพียงพอ! แจ้งให้ห้องเลือดเตรียมเลือด!’ ‘เตรียมตรวจวินิจฉัยหลอดเลือด’


    ทุกสายตาจดจ้องเตียงเคลื่อนย้าย บนนั้นมีร่างร่างหนึ่งหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวผิดรูป เลือดยังคงไหลทะลักออกมาอย่างต่อเนื่องเป็นความเจ็บปวดที่ไม่อาจจินตนาการทำสมองผู้สื่อข่าวสาวว่างเปล่า เขายังดูเด็กมาก เส้นโค้งของการเต้นบนเครื่องติดตามสัญญาณชีพและการทำงานของหัวใจกำลังสูงขึ้นและสูงขึ้น วินาทีต่อมาราวกับเส้นลวดบาง ๆ ที่ถูกโยนขึ้นไปบนท้องฟ้าและหายไปจากแนวสายตาของทุกคน หน้าจอเครื่องติดตามสัญญาณชีพกลายเป็นเส้นตรงตามมาด้วยเสียงเตือนดังขึ้น ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน! 


    เด็กหนุ่มหลับตาจมลงไปในทะเลที่มืดมิดหนาวเย็น ลึกเกินจะหยั่ง


    โลกถูกน้ำโหมซัด เสียงร้องไห้คละเคล้ากับเสียงกรีดร้องของผู้คนนับไม่ถ้วนถูกผสมเข้าด้วยกันก่อนจะกลับกลายเป็นความว่างเปล่า ในโลกที่เงียบสงัดเขาเห็นชายคนนั้นอีกครั้ง.. ร่างกายที่บาดเจ็บสาหัสทันใดนั้นความเจ็บปวดก็บรรเทาลง เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง จากร่างที่แทบแตกสลายมองไปข้างหน้าด้วยความสงบ ยื่นมือออกไปยังเงาสีขาวของแสงไฟ ‘คุณจะมารับผมไหม’ เงาขาวยื่นมือมา คนสองคนประสานฝ่ามือแนบชิดดูเหมือนว่าความทุกข์ทรมานทั้งหมดที่เผชิญไม่เคยเกิดขึ้น เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้ม แต่ในวินาทีต่อมาเขาก็เห็นดวงตาที่คุ้นเคยจับจ้องมองมาที่ตัวเอง 


    ดวงตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง ไม่ใช่ความสุขของการกลับมาพบกันอีก เป็นความเศร้าโศก ‘กลับไปเถอะ อู๋อวี๋’ ‘นายถูกกำหนดให้มีชีวิตอยู่ ตรงไป อย่าหันหลังกลับ’ อู๋อวี๋ตื่นตระหนก ออกแรงดึงมือโปร่งนั่นออกแต่ไม่พูดสิ่งใดและเห็นแสงขาวระบายยิ้มที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและทุกข์ทรมานใจแล้วถูกผลักออกอย่างแรง เครื่องติดตามสัญญาณชีพดังขึ้นเมื่อหัวใจกลับมาเต้นอีกรอบ ร่างของชายหนุ่มเด้งขึ้นเมื่อถูกกระตุ้นด้วยไฟฟ้า เสียงดีใจ เสียงปรบมือ และเสียงร้องไห้ดังก้องห้องผ่าตัด หนึ่งชีวิตที่ถูกดึงกลับมาจากประตูแห่งความตาย และอู๋อวี๋คนนี้ก็คือนายเอกนั่นเองค่ะ คนคนนั้นเป็นใครหว่า55555 เนี้ย ถ้าใครอ่านพั่วอวิ๋น 1 (อาชญากรรมรักในม่านเมฆ) แล้วจะแบบ อีหรอบนี้อีกแระ เรื่องนั้นเปิดเรื่องมาเป็นเสียงลึกลับ เรื่องนี้เงาสีขาว นายเอกเปิดเรื่องมาเกือบผ่านประตูผีเหมือนกัน หยอกน้า555


    ตัดมาที่ฝ่ายตรวจสอบทางเทคนิค (เรียกงี้ปะ555 เรียกไม่ค่อยถูก) คนหนึ่งวิ่งถือแท็บเล็ตไปที่ด้านหน้าของเจ้าหน้าที่เฟิ่งรายงานว่ามีข่าวล่าสุดที่ดักมาจากดาร์กเว็บ สัญญาณถูกปล่อยมาไม่ถึงห้านาที กำลังตรวจสอบแต่ยังระบุตำแหน่ง IP address ได้ พื้นหลังของเว็บเพจเป็นสีดำล้วนตรงกลางปรากฏภาพหนึ่งซึ่งก็คือภาพของอู๋อวี๋ นายเอกพร้อมรางวัลค่าหัวล่าสุด 108.2409BTC ประมาณ 24 ล้านบาท ฝ่ายตรวจสอบรายงานต่อ ไม่ทราบชื่อจริงคนโพสต์รู้แค่ โค้ดเนม ‘จิตรกร’ เพศชาย ตรวจพบเบาะแสกระจายทั่วสามเหลี่ยมทองคำ (พื้นที่รอยต่อระหว่างสามประเทศ ไทย ลาว และพม่า) ,อุทิศตนรับใช้สำนักสันติบาลจีนแผ่นดินใหญ่มาสิบสองปี ก็ว่า ๆ ไป ขออนุญาตข้ามช่วงหนึ่งปีต่อมาที่พม่า รัฐฉานค่ะ เนื่องจากเนื้อหามีความเชื่อมโยงกันและซับซ้อนยังไม่มีเฉลยที่มาที่ไปเหมือนจะเป็นการสืบหาร่องรอยของ ‘จิตรกร’ ที่ว่าและเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดตามตะเข็บชายแดน


    – วันรุ่งขึ้น ตำรวจอาชญากรรมนอกเครื่องแบบมาทำภารกิจช่วยเหลือตัวประกัน ปู้จ้งหัว คุณพระเอก ตำรวจบุกรวบผู้ต้องหาจับสองแม่ลูกเป็นตัวประกัน 

    – พระเอกวิ่งตามหลังทันก็จับเอาหน้ากระแทกเข้ากับตู้กระจกดับเพลิงก่อนจะใส่กุญแจมือ ส่งต่อให้กับเจ้าหน้าที่นายอื่น 


    เมิ่งเจา ตำรวจอาชญากรรมหญิงวัยกลางคนเป็นเจ้าหน้าที่ภาคสนามหญิงหนึ่งเดียวถาม

    ปู้จ้งหัวว่า เป็นอะไรไหม พระเอกไม่ตอบคำถามแต่พูดขึ้น “เด็กใหม่(นายเอก)นั่นล่ะ” แววตาดุจนเจ้าหน้าที่นายอื่นเงียบเป็นคำตอบเช่นเดียวกันกับ ‘เด็กใหม่’ ที่ถูกพาดพิงถึงทว่าเพียงอู๋อวี๋ขยับเท้านิดเดียวคุณพระเอกก็ตวัดสายตาคมๆ ดุๆ มามอง อู๋อวี๋ถูกดึงแล้วคว้าคือเสื้อเพียงแขนเดียวและลากออกมาจากฝูงชน ปู้จ้งหัวชี้ไปที่แม่และลูก “ผมให้คุณเฝ้าอยู่ด้านนอก อย่าปล่อยพลเรือนเข้ามาในตึก คุณมัวไปทำอะไรอยู่” ฮือ ดุมากค่ะพ่อขรา (´°̥̥̥̥̥̥̥̥ω°̥̥̥̥̥̥̥̥`)

    เมิ่งเจาเห็นสถานการณ์ไม่ดีเลยจะยื่นมือเข้ามาช่วยแก้ว่าพวกเขาเปลี่ยนจุดกัน ที่ตรงนั้นไม่ใช่ของนายเอกแต่พ่อพระเอกก็ขึ้นเสียง “ผมถามคุณหรือยัง!”


    นายเอกพยายามจะอธิบายแต่พระเอกไม่ปล่อยให้พูดต่อ ย้ำคำตะคอกถามคำถามเดิม “ผมถามว่าคุณมัวไปทำอะไรอยู่!” พระเอกสูงกว่าอู๋อวี๋ครึ่งหนึ่ง ตอนเรียนอยู่โรงเรียนตำรวจเนี่ยคุณพระเอกเคยเป็นกำลังหลักของทีมบาสด้วย คือพระเอกเรื่องนี้เป็นพวกเด็กเรียนที่เก่งทั้งเรื่องเรียนทั้งกีฬา หล่อหน้านิ่งมาดคุณชาย55555555 เสียงตะคอกดังทำให้ไม่มีใครกล้าพูด นายเอกหลุบสายตาต่ำแล้วขอโทษ ฉากเปิดตัวร่วมกันของพระนายที่ปรากฏบนนิยายก็เป็นมาอย่างนี้แล หัวหน้าทีมผู้เคร่งครัดและเด็กใหม่ของทีม


    นายเอกชื่อ อู๋อวี๋ และอีกชื่อ แฟนชาวจีนเรียกว่า เสี่ยวอวี๋ แปลว่า ปลาน้อย นายเอกเป็นสายลับปลดเกษียณ กลับมาจากพม่าหลังปฏิบัติการอําพรางแทรกซึม/ฝังตัวเข้าไปในข่ายงานหรือองค์กรอาชญากรรมยาเสพติดเป็นเวลานานหลายปี 

    ตอนนี้ทำงานเป็นตำรวจในหน่วยสืบสวนคดีอาชญากรรม (ลูกน้องพระเอก) ด้วยความที่ทำงานเป็นจารชนมานานกว่าสิบปีทำให้เสี่ยวอวี๋ดูผอมและขาดสารอาหารหุ่นไม่ปึ๋งปั๋งเหมือนตำรวจ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหุ่นผอมๆ นี่จะต่อสู้กับชาวบ้านเขาไม่ได้ เร้กพริกขี้หนูอะเก้ทป้ะ แส้บๆ สักลายที่หลังก่อนจะเข้าคุก

    อืมอีกเรื่องที่น่าสลดใจคือนายเอกมีอาการ PTSD ที่ค่อนข้างรุนแรงเพราะงานที่เคยทำ ไม่สามารถกินเนื้อสัตว์อะไรได้เลย PTSD คือโรคเครียดหลังผ่านเหตุการณ์ร้ายแรง เป็นภาวะทางจิตที่เกิดจากการเผชิญกับเหตุการณ์ตึงเครียด สะเทือนขวัญค่ะภาษาชาวบ้านน่าจะเรียกว่าบาดแผลทางใจล่ะมั้ง แม้แต่ภาพหรือเพียงแค่กลิ่นจากเนื้อหมูก็ทำให้ตระหนกได้ (น้ำตาไหลจากใจคนกินหมูกระทะทุกสัปดาห์) พระเอกไม่รู้ข้อนี้นะคะ มีตอนหนึ่งช่วงแรกๆ ของนิยายเลยตอนนี้ยังไม่ได้ชอบกันจริงจังนะ พระเอกพานายเอกไปกินข้าวก็ถามนายเอกจะสั่งอะไรแล้วเริ่มสังเกตความผิดปกติ ตรงไหนที่ตะเกียบของพระเอกแตะลงบนจานนายเอกจะหลีกเลี่ยงแถวนั้น เป็นหนักมากอะ จนกระทั่งตอนที่กินข้าวอยู่กรมตำรวจ ก่อนหน้านี้นายเอกสั่งซุปผักแต่เหมือนซุปผักจะไม่เหลือแล้วนายตำรวจอีกคนเลยเปลี่ยนเป็นซุปหมูแทน ตอนแรกนายเอกไม่ได้ตระหนัก พอได้กลิ่นปุ๊บก็วิ่งไปห้องน้ำแล้วอาเจียนทันที พระเอกเลยรู้แล้วว่านายเอกกินเนื้อสัตว์ไม่ได้เลยตามไปห้องน้ำหาผ้าเช็ด หาน้ำให้กิน นายเอกอ้วกใส่เสื้อพระเอกแล้วขอโทษไปแต่พระเอกไม่ได้ว่าอะไรยังคงดูแลอยู่เงียบๆ 



    พระเอกชื่อ ปู้จ้งหัว ก่อนหน้าเราไม่ได้เปิดตารางถอดเสียงพินอิน ขออนุญาตแก้ชื่อพระเอกว่า ปู้จ้งหัว เออ ตัว 华 นี่บางที่บอกอ่านหัว บางที่บอกอ่านหวาเราขอเลือกเป็นหัวแทน ปู้จงหัวเนี่ยเป็นหัวหน้าของอู๋อวี๋ในหน่วยสืบสวนอาชญากรรม สมัยเรียนเป็นเด็กบ้าเรียน ตอนนี้ก็เป็นคนบ้างานนมากๆๆๆ55555 
    ขนาดพี่นอนดึก ไม่สิต้องเรียกนอนเช้าตะวันแทบเตะก้นเพราะทำงานล่วงเวลาก็ยังไปทำงานตรงเวลาเสมอ และเขาคาดหวังว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนต้องมีระเบียบวินัย สามารถทำงานล่วงเวลาเพื่อคลี่คลายคดีได้ โหคุมพี่คะ ชั้นเค้ดแทนลูกน้องอะ จ้งหัวจบมาจากโรงเรียนตำรวจที่ดีถ้าเทียบกับบ้านเราก็น่าจะประมาณรร.นรต สามพรานอะ บุคลิกดี สูง หุ่นดีมองผ่านๆ เหมือนจะดูผอมแต่กล้ามเนื้อใต้ร่มผ้าน้านนแน่นค่า (っ˘ڡ˘ς) ตามประสาคนออกกำลังกายมันก็จะมีกล้ามเนื้อมาบ้างเนอะ 

    ขอโฆษณาความดูดีของพระเอกต่อ5555 แต่งตัวดีมีเสื้อผ้า 4 ฤดูแขวนไว้ในออฟฟิศ555555555 จริงจัง มาดคุณชายมากกว่าเหยียนเสียที่ติดจะเหมือนนักเลง หน้านิ่ง คม ออร่าเย็นชาแผ่ออกมาเห็นแล้วบรื๋อ แบ่บฮีดูเป็นพวกอีลีทเสียจนน้องอู๋อวี๋แอบเหม็นขี้หน้า พอนึกคาร์ออกเนอะจะปากหนักคอมเพลนงานเก่งหน่อยเจ้าระเบียบมาก แล้วเวลาพูดจะไม่ได้สบถคำหยาบยกสวนสัตว์มาแบบเหยียนเสียแต่จะด่าฟีลลิ่งผู้ดีแขวะๆ อะ พี่มันหมั่นไส้แบบนี้5555 ถึงอย่างนั้นจ้งหัวก็เป็นคนที่ดีมากคนหนึ่ง อ่า แน่นอน คุณเขารวยมากอยู่แล้วมีกล่าวถึงว่าปู้จงหัวเป็นลูกพี่ลูกน้องห่างๆ ของ เหยียนเสีย พระเอก อาชญากรรมรักในม่านเมฆ แต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ค่อยดีนัก 

    เหยียนเสียเรียกจ้งหัวว่า นักเรียนเกียรตินิยม จ้งหัวเรียกเหยียนเสียว่า พวกเหลวแหลก คนละไทป์กัน
    เจียงถิง นายเอก อาชญากรรมรักในม่านเมฆ เป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนและเพื่อนร่วมห้อง (รูมเมท) ของอู๋อวี๋ เจียงถิงเกิดก่อนอู๋อวี๋ 1 ปี

    เราคิดว่าความรู้สึกของนายเอกต่อพระเอกน่าจะเริ่มเปลี่ยนตอนคดีศพเด็กถูกแทงมั้งนะ คดีแรกๆ เลย คือศพเนี่ยมีแค่แผลถูกแทง เหยื่อเป็นเด็กหญิงอายุราวๆ 15~16 ปี ไม่มีบาดแผลอื่นในร่างกาย เมื่อตำรวจสอบปากคำเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่พบกับเหยื่อคนสุดท้าย เขาเกือบจะบ้าเพราะความรู้สึกผิด แพทย์คนหนึ่งในกรมตำรวจกล่าวว่าเป็นอาการของ PSTD ชนิดหนึ่ง คุณพระเอกเขาก็ช่วยปลอบให้เด็กสงบลง และในที่สุดเด็กก็สามารถเป็นพยานว่าเกิดอะไรขึ้นกับเหยื่อ

    จ้งหัวกล่าวประมาณว่า “PTSD หรือ โรคประสาทสงครามเป็นกลไกตามธรรมชาติของมนุษย์หลังเผชิญกับเหตุการณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างร้ายแรง ไม่ใช่คนบ้า ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แม้แต่นักสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในสนามรบก็อาจประสบกับภาวะ PTSD ได้ คุณไม่มีทางรู้เลยว่าสิ่งที่คนอื่นเคยประสบมาร้ายแรงแค่ไหน” เหมือนว่าเซ็ตติ้งเรื่องนี้จะไม่ใช่ช่วงปัจจุบันเลยน่ะค่ะ ความรู้ด้าน PTSD ยังไม่เป็นที่แพร่หลาย หลายคนเลยไม่เข้าใจอาการ คิดว่าไอ้นี่คงจะบ้าไปแล้ว อะไรแบบนี้

    แล้วพอดีอู๋อวี๋รับผิดชอบส่งมอบศพ แต่เมื่อเขาเห็นร่างกายเหยื่อ อาการก็เริ่มกำเริบ สำหรับคนอื่นอาจคิดว่านายเอกกลัวที่จะเห็นศพ แต่ในความเป็นจริงเพราะเจอมามากมายจนกลายเป็นบาดแผลทางใจต่างหาก พอได้ฟังคำพูดของหัวหน้าสุดเนี๊ยบความรู้สึกดีๆ เริ่มซึมซาบเข้าหัวใจ

    ด้วยเหตุผลบางอย่างเหมือนอูอวี๋เป็นแม่เหล็กที่ดึงดูดจ้งหัว คุณพระเอกเลยดูแลนายเอกเป็นครั้งคราวอย่างพาไปส่งบ้านอะไรทำนองนี้ มีครั้งหนึ่งพระเอกยืนยันจะไปส่งนายเอก จ้งหัวถามว่าบ้านนายอยู่ไหน นายเอกก็ปฏิเสธ ไม่ต้องแล้วหัวหน้า ผมอยู่ทางใต้ขึ้นรถไฟใต้ดินไปเองได้ คุณพระเอกก็ยังกล่าวคำเดิม ให้ฉันไปส่งนายเถอะ นายไม่เจ็บหลังเหรอ ขำพรืดตอนเสี่ยวอวี๋คิดในใจว่าเจ้าหัวหน้านี่กลัวตัวเองจะหาเรื่องลางานแหง555555 แล้วก็หันตัวเดินไปลานจอดรถกำชับว่านายรออยู่ตรงนี้ฉันจะขับรถไปส่งเอง 

    ด้วยความที่อีกฝ่ายเป็นหัวหน้าอะถึงนายเอกจะอายุมากกว่าก็ไม่อยากจะปฏิเสธเท่าไหร่และแล้วระหว่างที่อู๋อวี๋ยืนรอออดี้ A6L สีดำคันหนึ่งก็เคลื่อนตัวเข้ามา บานหน้าต่างคนขับลดลง ชายหนุ่มเจ้าของรถส่งเสียงทักอู๋อวี๋ คนคนนี้ชื่อว่า หลินเจิง ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นคนที่รู้จักอู๋อวี๋ในฐานะสายลับและมีแนวโน้มว่ารู้อาการนั้นของนายเอก พยายามแอบตามดูแลแต่นายเอกกลับต้องการอยู่ห่างๆ เขา

    หลินเจิงบอกว่าจะไปส่งนายเอง มีเรื่องจะคุยด้วย ทำนองนี้ อู๋อวี๋ทำเพียงถอนหายใจก่อนจะส่งข้อความไปหาคุณหัวหน้าว่าเพื่อนมารับ พระเอกที่ได้รับข้อความนี้หันไปมองรถสีดำคันนั้นทันทีแม้จะมีความรู้สึกแปลก ๆ คิ้วเข้มขมวดไม่นานก็ตอบกลับว่าทราบแล้ว

    เช้าวันถัดมาตำรวจสอบปากคำผู้ปกครองของเหยื่อ พ่อของเหยื่อเป็นคนเหี้ยมาก ต้องการเรียกร้องเอาแต่เงินกับเจ้าของที่ที่ศพถูกพบ หาว่าตำรวจปกป้องคนรวย ทุบตีภรรยาต่อหน้าผู้คนจนอู๋อวี๋ทนไม่ไหวถีบพ่อของเหยื่อจนกลิ้ง ตะลุมบอนกันอยู่อย่างนั้นไม่ขอลงรายละเอียดนะคะ ยาว555555 จ้งหัวที่เข้ามาพบเหตุการณ์ทีหลังก็เข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น พอสะสางเรื่องราว 
    จ้งหัวหรี่ตามองอู๋อวี๋ถามขึ้นว่า “นายไม่ถูกต่อยใช่ไหม”
    นายเอกก็แอบคิดแหละว่าจะถูกตำหนิ “ขอโทษด้วยครับหัวหน้า ครั้งต่อไปผม..” 
    พระเอกยังย้ำคำเดิม “ยังไม่ถูกต่อยใช่ไหม”
    นายเอกเงียบไปพักหนึ่งแล้วพึมพำตอบว่า “ไม่”
    พระเอกเลยพยักหน้าเอ่ยต่อ “ทีหลังอย่าลงมือตรงทางเดิน มีกล้องวงจรปิดติดอยู่“

    10 เต็ม 10!!!!!! พ่อคะๆๆๆๆ

    เดิมทีนายเอกคิดว่าจะใช้ชีวิตอยู่ในฐานะตำรวจธรรมดาแล้วค่อยเกษียณ หายตัวไปเงียบๆ แต่พอพี่เห็นแววตาของเหยื่อที่ถูกฆ่าก็หมายมั่นว่าต้องคลี่คลายคดี แล้ว แล้ววต่อจากนั้นไม่นานระหว่างที่อู๋อวี๋จะโทรหาหลินเจิงเพื่อขอความช่วยเหลือด้านข้อมูล คือย้ำนะคะว่าหลินเจิงเป็นเจ้าหน้าที่รัฐย่อมมีข้อมูลเชิงลึกมากกว่า พ่อของเหยื่อที่มีเรื่องกันก็แอบมองอู๋อวี๋จากที่มืด นึกภาพคนร้ายแอบมองออกปะ 

    ปรากฏว่าอีกฝ่ายนึกหน้าตาอู๋อวี๋ออกแล้ว มันรู้จักนายเอกตอนที่ยังแฝงตัวเป็นสายลับแล้วพึมพำเรียกอู๋อวี๋ว่า สองสามหกห้าเก้า ซึ่งเป็นหมายเลขนักโทษของนายเอกเอง.. พ่อของเหยื่อเคยถูกตัดสินให้จำคุกสามปีและปรับเป็นเงิน 5,000 หยวน ถ้าจำไม่ผิดจะเกี่ยวพันกับพวกลอบค้าฝิ่น 

    อู๋อวี๋ตามพ่อของเหยื่อมาจนกระทั่งเจอกับแก๊งอาชญากรรมเหมือนจะเป็นหัวโจก คนพวกนี้เคยติดคุกเดียวกันกับนายเอกมาก่อนโดยเฉพาะหัวโจกที่เกลียดนายเอกเข้าไส้เพราะนายเอกเคยตัดมือมัน บอกแล้วค่ะ5555555นายเอกเรื่องนี้สุดยอดมั่ก นายเอกถูกล่อมาแล้วพวกนี้กะจะรุมทำร้าย จ้งหัวที่ลางสังหรณ์ไม่ดีก็รีบโทรหาแต่โทรศัพท์นายเอกเดดไปละแถมยังเป็นรุ่นเก่าที่ตามสัญญาณไม่ได้ด้วย อู๋อวี๋ฟัดกับคนร้ายไปก่อนท้ายที่สุดพระเอกก็ตามมาฟัดกันกับคนร้ายไปยกหนึ่ง บาดเจ็บทั้งคู่แต่นายเอกได้รับบาดเจ็บภายในหมดสติไป ขอเล่าถึงตรงนี้นะคะ หลังจากนี้ข้อมูลมันเชื่อมโยงกันเยอะมากถ้าเล่าเนี่ยยาวแน่ๆ เชื่อมทั้งเหตุการณ์ 13 ปีก่อนแล้วก็ปจบอะ ที่เล่ามานี่ยังไม่ถึง 1 ใน 4 ของเรื่องเลยค่ะ อย่ากลัวว่าจะสปอยล์อะไรมาก เรื่องนี้พลิกตลอด5555555 เดี๋ยวเล่าเรื่องพระเอกอีกนิดๆ หน่อยๆ ด้านล่างค่ะ

    พั่วอวิ๋น 2 ทุนไห่ ย้ำอีกรอบนะคะ 

    ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน ไม่ใช่ภาคต่อของอาชญากรรมรักในม่านเมฆเนื้อหาแยกกันเลย แต่ถ้าอ่านจบทั้งสองเรื่องจะเห็นว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ มีจุดที่เชื่อมต่อกันอยู่ค่ะ



    ด้านบนนี้เป็นแฟนอาร์ตพั่วอวิ๋น 1 (อาชญากรรมรักในม่านเมฆ) เหยียนเสีย กับ เจียงถิง

    คู่นี้คือพั่วอวิ๋น 2 ทุนไห่ เรียก ทุนไห่เฉยๆ ก็ได้ จ้งหัว กับ อู๋อวี๋
    เราขอยืมนักวาดมาประกอบบทความ แฟนอาร์ตนี้น่าจะพอจะเดาบุคลิกตัวละครได้นะคะ

    รูปแบบคดีมีความน่าสนใจและซับซ้อนมากขึ้นแผ่วงกว้างไปเครือข่ายค้ายาต่างประเทศ หลังอ่านตอนแรกจบมีเครื่องหมายคำถามเต็มหัวและกระตุ้นต่อมใคร่รู้เป็นอย่างมาก อยากเผือกต่อว่ามันจะเป็นไง อ้างอิงประวัติศาสตร์เมียนมาร์บางส่วน เช่น พม่าจัดการเลือกตั้งทั่วไป เกิด 武装冲突 (การขัดกันด้วยอาวุธ) กลุ่มติดอาวุธเมิงไตยอมจำนนต่อรัฐบาล เป็นต้นซึ่งนายเอกจะมีส่วนพัวพันด้วย อ่อ เห็นบางคนสนใจเซ็ตนี้เพราะคิดว่าจะเหมือนหมอฮันกับวิล ไม่เหมือนค่ะ คนละฟีลเลยด้วยซ้ำ เรื่องนี้ออกไปทางสืบสวน แอคชั่น กวาดล้างอาชญากรรมและยาเสพติด ถ้าอยากเห็นภาพให้นึกพวก narcos จะเข้ากว่า

    เนื้อหามีพลิกจากที่เราเล่าไปข้างบนเยอะเลย ปูมหลังนายเอกช่างลึกลับซับซ้อน เรื่องราวของ เจี่ยสิง กับ อากุย ความสัมพันธ์สุดแสนจะลึกซึ้ง ตัวละครที่มีความร้ายกาจจนขอซูฮกที่มีบทบาทมาตั้งแต่อาชญากรรมรัก ชวนให้ค้นหาคำตอบ พอเฉลยทีเหมือนถูกนักเขียนตบกลิ้งลงคลอง ถ้าอาชญากรรมรักใช้เพลง young and beautiful คอนเซ็ปต์ของทุนไห่ก็ born to die อะค่ะ

    เคมีพระนาย เราชอบคู่นี้มากที่สุดในจักรวาลเลย ถึงพระเอกจะเป็นพวกเนี๊ยบ เคร่งกฎ แอบเยือกเย็นแต่ก็เป็นผู้ชายที่มีความเซ็กซี่ในตัวสูง ไม่ใช่พวกขาวล้วนผดุงธรรมอย่างเดียว นายเอกเหมือนแมวดำดุๆ อายุมากกว่าพระเอก น้องเดือนเจียงถิงแต่ไม่ใช่พวกนิ่งเหมือนเจียงถิง สายลุยแหลก สักลายแซ่บๆ ตรงหลัง ดูยั่วๆ  พระเอกก็ เล่น’ ด้วย อรุ่ม 

    ใครชอบนิสัยนายเอกอย่างเจียงถิง ขอบอกก่อนนะคะว่าอู๋อวี๋ไม่ใช่คนประเภทนั้น อู๋อวี๋เปรียบเสมือนภูเขาไฟที่พร้อมจะปะทุ 

    เราคิดว่าก็ดี เปลี่ยนบุคลิกพระนายบ้างจะได้ไม่ซ้ำซากจำเจ ที่เหมือนกันก็คือมีความห้าวหาญ มีความเซ็กซี่ในแบบฉบับของตัวละครเองนี่แหละ อู๋อวี๋เจอมาหลายอย่างเพราะทำงานสายลับ ต้องเฟคพฤติกรรมให้มันเนียนอะ แล้วก็มีอีกหลายเหตุผลที่ทำให้น้องดูเป็นคนแข็งกร้าว 


    อู๋อวี๋น่าสงสารมากพี่เขา

    เหมือนเจ้าแมวที่บาดเจ็บเลยค่ะ คือพี่แกร่งมากนะคะระยะเวลาที่ต้องแฝงตัวกับพวกเดนสังคมมากกว่า 10 ปี 10 ปีเลยนะ คิดว่าจะเจออะไรมาบ้าง.. เหมือนตัวตนที่ความสดใสของอู๋อวี๋ถูกขังไว้ในส่วนมืดของจิตใจ จนกระทั่งมีจ้งหัวนี่แหละที่เดินเข้ามากุมมือคนพี่ในที่มืดมิดแล้วอยู่เคียงข้างน้องในที่แห่งนั้น ค่อยๆ จับมือไปสู่แสงสว่าง/อิสรภาพด้วยกัน จะว่าพระเอกเป็นแสงสว่างเลยก็ไม่ใช่ เพราะจ้งหัวก็มีอดีตที่ไม่น่าจดจำอยู่ ความสัมพันธ์พระนายก็ประมาณนี้แหละ

    ชีวิตของจ้งหัวขับเคลื่อนด้วยความอยากจะแก้แค้น 

    กลางดึกคืนหนึ่ง (หลังจากที่นายเอกขึ้นรถกลับกับเพื่อนที่ว่า พระเอกก็กลับมาบ้าน) ปู้จ้งหัวเข้านอน เขาฝันถึงเรื่องราววัยเด็กของตัวเอง ในเวลานั้นพระเอกอายุแค่ 9 ขวบเมื่อคนร้ายบุกเข้าบ้าน ทำได้เพียงซ่อนตัวอยู่ในตู้เสื้อผ้า เลือดสาดกระเด็นรอบผนัง คนร้ายขู่ว่าจะพูดหรือไม่พูดแต่ทั้งพ่อแม่ของเขาไม่ยอมพูดจนกระทั่งมันสั่งฆ่าผู้หญิง เด็กน้อยกระแทกตัวไปข้างหน้าอย่างบ้าคลั่ง 

    ท่ามกลางความมืดมิดนั้นมีเสียงหนึ่งดังข้างหู 'อย่าส่งเสียง ตำรวจกำลังมา' พวกคนร้ายรู้ตัวเมื่อได้ยินเสียงไซเรนเข้ามาใกล้ก็ลนลาน เสียงปืนดังลั่นอีกครั้ง คืนนั้นเองที่พ่อแม่ของเขาถูกฆ่าตายต่อหน้า บ้านของเขากำลังจะถูกพวกมันวางเพลิง เด็กชายคนหนึ่งที่ตัวโตกว่ากุมมือเขาแน่นและพาจ้งหัววิ่งหนีออกมา ภายในบ้านถูกปกคลุมด้วยควันหนา ปู้จ้งหัวไม่มีเวลากระทั่งมองศพบิดามารดาเป็นครั้งสุดท้ายเพราะพวกคนร้ายกำลังตามมาฆ่าปิดปากพวกเขา เด็กชายคนนี้อายุมากกว่าปู้จ้งหัวเล็กน้อย เขายอมแยกจากพระเอกไปอีกทาง ดึงดูดศัตรูให้หาตัวเองเพื่อปกป้องจ้งหัวที่เด็กกว่า ต่อมาพระเอกก็ฟื้นขึ้นที่โรงพยาบาล ตัวเขาเองถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส จากนั้นอาการก็ดีขึ้น นี่เลยเป็นเหตุผลที่พระเอกตัดสินใจเป็นตำรวจเพื่อล้างแค้นให้พ่อแม่

    สปอยล์เนื้อหาของอากุย กับ เจี่ยสิง

    • เจี่ยสิงเป็นญาติของอากุย อายุเท่ากัน

    • อากุยคืออู๋อวี๋ นายเอกของเรื่อง

    • อากุยวัย 15 ปี กลายเป็น ‘ผู้คุมกัน’ ให้กับหม่าหยิน​ ลูกสาวคนเดียวของ​ไซเยซึ่งเป็นพ่อค้ายารายใหญ่ชาวพม่า

    • อากุย ‘สลับเปลี่ยนฐานะ’ กับเจี่ยสิงครั้งแรก ปี 1999 เจอเจียงถิงในกงต้า มหาวิทยาลัยความมั่นคงของจีน

    • ปฏิบัติการ​ ‘探骊’ เริ่มขึ้น​ เจี่ยสิงสลับตัวกับอากุยที่​สถานีตำรวจท้องถิ่นเขตอวิ๋นเตียน-จิ่นคัง ต่อมาอากุยแหกคุก

    • เจี่ยสิงใช้นามแฝงว่าเจี่ยนเชียนซาน แฝงตัวเข้ากลุ่มค้ายาของไซเย

    • โค้ดเนม ‘จิตรกร’ คือหนึ่งในสองคนนี้ เพราะมันสลับตัวกันเลยทำให้เล่ายาก

    • ยังไม่หมดค่ะ ให้ไปลุ้นเอง


    ถ้าเลือกพระเอกที่ชอบระหว่างสองเรื่องนี้คงเป็นจ้งหัว 

    (´⌣`ʃƪ) เยิ้บยูนาจา 

    ท่าทางจะดุเก่ง ดุจริงๆ ไม่ใช่ดุความหมายอื่น จะว่าไปนายเอกเขานี่ก็รันทดเนอะแต่ละคนเปิดเรื่องมาแทบจะไปอยู่กับยมบาลทั้งคู่เลย อยากเล่าให้เยอะกว่านี้ค่ะ แต่พิมพ์มะไหวแล้ววว เอ้อ อู๋อวี๋แก่กว่าจริงๆ นะคะแต่เราติดเรียกเมะว่าพี่ถึงจะอายุน้อยกว่าเคะก็ตาม อารมณ์แบบเอ็นดูอะ 55555 อ้อเออ จบดี (ระบุบนหน้านิยาย) และมีเอ็นซีนะคะ น่าจะตอนที่ 80 ขึ้นไปจำไม่ได้แล้ว



    ยังคงชื่นชมการเขียนและการหาข้อมูลมาแต่งนิยายของนักเขียนเสมอ ข้อมูลแน่นปึ้กมาก ศัพท์เฉพาะเยอะอีกแล้ว

    5555555 นิยายยังคงคอนเซ็ปต์เดิมเป็นเรื่องที่สืบสวนสอบสวนและบู๊ไปด้วย เราชอบตรงที่ไม่ได้สอบสวนจ๋าอย่างเดียวนี่แหละ ดำเนินเรื่องกระชับขึ้น เนื้อหาเข้มข้น แต่เรื่องนี้เหมือนจะเพิ่มเรื่องอดีตของตัวละครด้วย ทุกคดีมีความเชื่อมโยงกันคือ

    ส่วนใหญ่แนวสืบสวนทุกคดีมันจะมีจุดเชื่อมโยงเล็กๆ ถึงกัน รวมไปเรื่อยๆ จนจบคดีสุดท้ายใช่ปะ มีปมและบทสรุปที่พัวพันกับตัวละครหลักงี้ ถ้าอ่านจบทั้งสองเรื่องจะเห็นว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ มีจุดที่เชื่อมต่อกันอยู่ค่ะ

    อีกเรื่องคือภาษาบรรยายของเขาค่อนข้างเซ็กซี่ มันสัมผัสได้จากตัวอักษรที่นักเขียนจะสื่อและบางทีก็ทำให้เราที่อ่านรู้สึกว่าเห้ยพระนายมี sex tension ระหว่างกันทั้งที่ไม่ใช่ฉากหวือหวาแต่สยิว เขินจิกหมอนแตก ปัจจุบันอ่านจบแล้ว กลับมาเพิ่มข้อมูล ยอมรับเลยว่าเป็นนิยายปัจจุบันที่เอามาแก้เลี่ยนพวกนิยายโบราณได้ดีจริงๆ ไม่ได้โฟกัสแค่ความรักอย่างเดียว แต่เน้นเนื้อเรื่องควบคู่กันไป นิยายที่ชั้นหามานาน ขึ้นหิ้งทองคำไปเรย


    เผื่อใครสนใจอยากลองอ่านเรื่องอื่นที่เราเคยเล่าไว้เล่น ๆ 

    https://minimore.com/b/ffhkT



      • ทั้งนี้บทความนี้ก็เป็นเพียงแค่ความคิดเห็นจากรสนิยมการอ่านส่วนบุคคลเท่านั้น สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งประกอบกับการตัดสินใจได้แต่ไม่สามารถใช้เป็นบรรทัดฐานได้ทั้งหมด ถ้ามีพิมพ์ผิดหรือวกวนยังไงต้องขออภัยด้วยค่ะ 

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
ZeldaS (@fb1664748014173)
น่าอ่านมากๆเห็นแล้วอยากอ่านเลย ไม่มั่นใจว่ามีแปลไทยขายไหม =o= ปล. เขียนอ่านเข้าใจง่าย น่าติดตามมากค่ะ