My Book Reviews & TRANSLATIONSparnbewtch
เล่านิยายวาย : 天宝伏妖录 (BL)
  • ชื่อเรื่อง : 天宝伏妖录 เทียนเป่าฝูเยาลู่

    ผู้แต่ง : 非天夜翔 เฟยเทียนเย่เสียง

    สำนักพิมพ์ : 羊城晚报出版社

    ยังไม่มีตีพิมพ์กับสนพไทย


    ห่างหายไปนานมัวแต่วุ่นวายกับการทำวีซ่าแล้วก็เรื่องสัพเพเหระหอบเป้เที่ยวบ้างตาม bucket list วันนี้ก็พอจะมีเวลาว่างกับเขาบ้างแล้ว ตอนแรกเรากะจะมาเหลาเอ้อร์ฮ่า/ฮัสกี้แคทจุน (二哈和他的白猫师尊) ก่อน ความจริงก็เคยลงนานแล้วแต่ลบไปเพราะสมองรวนอ่านมาราธอนสามร้อยกว่าตอนไม่ง่ายเลยทีเดียวค่อยลงใหม่ .____. และต้องรออีกนิ้ดด เออใช่ บางคนชอบอ่านรีวิวที่สั้นกระชับ เราก็อยากให้มันสั้นแหละแต่เพราะนิยายมันยังไม่มีลิขสิทธิ์ไม่มีแปลจะหาตัวอย่างให้อ่านก็ยากเลยใส่จัดเต็ม เคยบอกหลายครั้งว่านี่เป็น "การเล่า" ที่แถมความรู้สึกส่วนตัวหลังจากอ่านลงไปไม่ได้วิแคะให้ละเอียดจริงจังขนาดนั้นน เชิญ


    เพราะฉะนั้น เนื้อหาที่จะเล่าต่อไปนี้ สปอยล์ หนัก มาก
    ความจริงมันก็ไม่สปอยล์เยอะหรอกแค่ช่วง 10 กว่าตอนแรกจาก 200 ตอนแค่นั้น 
    เราจะพยายามไม่เฉลยปมต่าง ๆ ค่ะ บางทีพิมพ์เพลินมันก็หลุดง่ะ

    ภาพประกอบเรดิโอดราม่าจากเวยป๋อของอาก่า ซ้ายข่งหงจวิ้น นายเอก ขวา หลี่จิ่งหลง พระเอก

    มาหวิวหนังสือก่อน ซื้อมาแค่สองเล่มค่ะเล่มสามกำลังข้ามน้ำข้ามทะเลมาหา สารภาพว่าอดใจรอไม่ไหวเลยจ่ายจิ้นเจียงอ่านไปจนจบก่อนแล้ว ลงแดงกว่านี้ไม่ไหวแล้วแม่ ตัวเล่มถือว่าดีเราชอบมาตรฐานของ 天闻角川 เป็นทุนเดิมอยู่ด้วยแหละ หน้าปกที่เห็นเป็นกวาง จิ้งจอกพวกนี้เป็นแค่แจ็คเก็ตค่ะ ขี้เกียจแกะออกมาถ่าย พอเปิดออกมาปุ๊บจะเป็นปกในซึ่งเป็นรูปตัวละคร ออกที่จีนแผ่นดินใหญ่อะไรก็ต้องเซฟ

    อันนี้เป็นของแถมเล่มสามที่เรากำลังสั่งมาค่ะเป็น cardboard ที่เอามาให้ดูเพราะเป็นภาพของปกใน 
    รูปแรกชุดน้ำเงินที่ยืนอิงเสาก็คือหลี่จิ่งหงพระเอก นายเอกใส่ชุดเขียวนั่งอยู่กับจ้าวจื่อหลง ปลา


    เริ่มเถอะ


    เนื้อเรื่องดำเนินอยู่ในช่วงรัชศกเทียนเป่า ยอดเขาไท่หังถูกปกคลุมไปด้วยหิมะตลอดทั้งปีเป็นที่ที่นกธรรมดาสามัญไม่อาจเอื้อมมาอยู่ถึงอย่างนั้น อาณาเขตวังกลับแตกต่างต้นอู๋ถงเรียงรายแผ่กิ่งก้านสาขาร่มเย็นสายลมราตรีเยี่ยมเยือนที่กงเล็บของนกยักษ์เกี่ยวห่อผ้ากระพือปีกทีแสงนวลทองจากปีกก็เรืองแสงมันเหินผ่านกลุ่มเมฆที่คลุมยอดเขาใจกลางเขาไท่หังที่มียอดเขาเล็กน้อยรายล้อมปรากฏพระราชวังเหลืองอร่ามแวววาวก่อนจะร่อนลงแถวชานด้านนอกโถงใหญ่นกยักษ์เมื่อครู่แทนที่ด้วยชายหนุ่มรูปร่างสูงที่สูงเกือบ 9 ฟุต หน้าตาจากที่บรรยายมาโดยรวมแล้วถือว่าเป็นคนที่หน้าตาดีคนหนึ่งลึกล้ำอ่านสีหน้ายากผิวสีน้ำตาลอ่อนกล้ามหน้าท้องเด่นชัดรอบเอวล้อมด้วยผ้าสีดำขลับปักลวดลายด้วยด้ายทองพลิ้วตามสายลมชิงสยงอุ้มห่อผ้าก้าวเท้าเข้าไปตำหนักใหญ่อย่างแช่มช้าผ่านเด็กสาวที่ยอบกายให้ ความกริ๊วกร๊าวส่วนตัวอย่างหนึ่งคือไท่หังซานมีชื่อเรียกอีกชื่อว่าหุบเขาหมื่นเซียนค่ะ เทือกเขาหินทรายที่ยาวและยิ่งใหญ่ที่สุดในแผ่นดินจีน เราชอบคำว่าหมื่นเซียนเป็นพิเศษดูอลังการน่ายลเหมาะสมกับเป็นที่ตั้งวังของ(ปิศาจ)เผ่าวิหคหน่อย


    ทางผ่านไปยังตำหนักใหญ่มีต้นอู๋ถงมากมาย คืนนี้เป็นคนที่เงียบสงบตำหนักใหญ่ไร้ซึ่งแสงใดสาดส่องมายังบัลลังก์ใหญ่สามที่ที่ตั้งอยู่สองที่ว่างเปล่าที่ตรงกลางถูกจับจองด้วยเจ้าของผมสีแดงราวเปลวเพลิงถึงจะอยู่ในความมืดแต่เสื้อคลุมยาวที่สวมไว้หลวมๆ จนเผยหน้าท้องแกร่งก็ประกายแสงทองอร่าม ฮรือโซแดมฮอต มีแฟนจีนวาดแฟนอาร์ตฉงหมิงกับชิงสยงไว้ค่ะ.. เพื่ออรรถรสโปรด จิ้ม  ชุดแดงคือฉงหมิง ผิวแทนหน่อยคือชิงสยง อร่อก *วางจดหมายลาตายว่าเสียเลือดเพราะกล้ามหน้าอกดุ๊กดิ๊กผู้ชาย* เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าฉงหมิงก็เงยหน้ามองผู้ที่เข้ามาความเงียบปกคลุมไม่นานชิงสยงก็เริ่มเอ่ยถึงการหวนกลับไปสู่ความว่างเปล่าของข่งเซวียนทิ้งเด็กไม่มีพ่อไม่มีแม่ให้ฉงหมิงเลี้ยงเมื่อถามถึงการตายชิงสยงส่ายหน้าเป็นคำตอบ ปล.ต้นอู๋ถงเนี่ยมันมีที่มาที่ไปมีประโยคหนึ่งบอก “非梧桐不栖,非竹实不食” แปลว่า ไม่ใช่ต้นอู๋ถงไม่เกาะ ไม่ใช่ผลไม่กิน ต้นอู๋ถงเนี่ยเป็นหนึ่งในไม้ที่สูงส่งของจีนน่ะค่ะ ตำนานกล่าวว่าเวลาเฟิ่งหวง (ฉงหมิงเป็นเฟิ่งหวง) บินมาเหนื่อย ๆ ก็จะแวะพักบนกิ่งต้นอู๋ถงเท่านั้น อาหารการกินก็เรื่องมากเพราะเป็นสัตว์วิเศษ 


    เกิดความเงียบขึ้นอีกครั้ง ฉงหมิงยืนกรานด้วยน้ำเสียงเยียบเย็นลูกของข่งเซวียนกับสายเลือดมนุษย์ ตนไม่รับเลี้ยง ไปที่หลังเขาแล้วหาที่ทิ้งชิงสยงเลยคุกเข่าลงข้างหนึ่ง เมื่อห่อผ้าปักลายดอกบัววางถึงพื้นก็ค่อย ๆขยายออกปรากฏร่างเด็กชายตัวเล็กมอมแมมสวมเสื้อลินินขาดรุ่ยนอนเอียงงอเข่าคู้ตัวดูเปราะบาง เขายกร่างน้อยขึ้นมาตรงหน้า ฉงหมิงที่ยังคงปฏิเสธไม่ว่าชิงสยงจะโน้มน้าวเพียงใดหูซ้ายทะลุหูขวาชิงสยงไม่ฟังคำพูดที่เสียดหู “ฆ่าซะ” ของราชาเฟิ่งหวงอย่างฉงหมิงดึงดันส่งเด็กชายให้อีกฝ่ายไป เด็กชายขยับตัวตื่นจากนิทราลึกเพราะรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านจากหน้าอกจึงคว้าเข้าหาชายเสื้อคลุมสีแดงเพลิงอย่างไม่รู้สึกตัวทำให้บางสิ่งร่วงลงมาจากมือมันคือสีเขียวแกมน้ำเงินของขนนกยูง ชิงสยงกล่าวลาเรื่องชื่อให้อีกฝ่ายจัดการส่วนเขาจะไปสืบหาการตายของข่งเซวียน ฉงหมิงก็พูดแดกดันทำนองว่าเจ้าเอาเขามาไว้ข้างกายข้าแบบนี้ไม่กลัวเวลาข้านึกถึงสตรีนางนั้นแล้วจะฆ่าเขาหรือ ด้วยความที่รู้นิสัยปากร้ายใจดีชิงสยงก็ตอบกลับว่าแล้วแต่เจ้าจากนั้นก็กลายร่างเป็นนกยักษ์สีดำบินออกไปจากวังเด็กน้อยตื่นขึ้นมองไปตามมือตัวเองที่จับเสื้อคลุมใครบางคนแทนที่จะเป็นขนนกยูงพอดีกับหยดน้ำตาร่วงหล่นลงบนดวงหน้า เด็กน้อยดูสับสนแต่ก็ยังเอื้อมมือออกไปจับหน้าฉงหมิงเพื่อปาดหยดน้ำตาออกให้ราชาเฟิ่งหวง แล้วน้อนก็ถาม “เจ้าคือใคร” นี่คิดว่าเป็นประโยคและท่าทางอิมแพคทำให้ฉงหมิงใจอ่อนยวบ ๆ 


    สิบสองปีต่อมาที่วังเย่าจินบนยอดเขาไท่หังดวงอาทิตย์สอดส่องต้นอู๋ถงเกิดเงาเป็นหย่อมเด็กหนุ่มใส่เสื้อแขนกุดสวมเสื้อคลุมแขนกุดทับอีกที บอกตรงจำลายละเอียดเสื้อผ้าไม่ค่อยได้เค้นความจำมาจากภาพเรดิโอดราม่าค่ะ orz กำลังนั่งแกว่งขวาผสมชามเกสรสีขาวบางอย่างอยู่บนต้นอู๋ถงสลับกับมองหน้าต่างตำหนักใหญ่ เสียงหนึ่งดังขึ้นเรียก “หงจวิ้น” ชื่อของเด็กหนุ่มคนนี้ ปิศาจปลาไน (ฮีชื่อจ้าวจื่อหลงแต่ขอ'ญาตเรียกปิศาจปลาไนไปก่อนนะ) รูปร่างเป็นปลาแต่มีแขนและขาสูงราว ฟุต ประมาณ 60 เซนฯ อะ ยืนอยู่ด้านล่างกวักมือยิก ๆ ให้เจ้าน้องรีบลงมาแต่หงจวิ้นก็เฉไฉไปเรื่องอื่นว่าท่านพ่อ (ฉงหมิง) นั่งอยู่บนบัลลังก์ทั้งวันไม่ยอมพบใคร ใครเข้าไปก็มีโมโหใส่ ปิศาจปลาไนเลยบอกว่าฝ่าบาทรอใครบางคนอยู่ วันนี้อารมณ์ไม่ดีด้วย น้องก็ถามรอใครแต่คนถูกถามก็พึมพำหงจวิ้นเลยกระโดดลงต้นไม้วิ่งไปตำหนักใหญ่ระหว่างทางก็มีคนเดินผ่านยอบกายให้ความเคารพ


    ใช่ค่ะข่งหงจวิ้นก็คือเด็กชายคนที่มาพร้อมกับชิงสยงและน้องเป็นนายเอกของเรื่อง หงจวิ้นพยักหน้ารับ มาถึงที่หมายก็ขึ้นไปหลังคาทรงปั้นหยาย่องไปยอดหลังคาแล้วค่อย ๆ ยกกระเบื้องคลุมหลังคาออก ผงที่ผสมราวกับมีชีวิตลอยละล่องลงกลางโถงตำหนักใหญ่เป็นฉงหมิงที่นั่งหลับอยู่พอผงเกสรมันโรยตัวลงมาไม่นานก็ถูกสูดเข้าไป ฉงหมิงลืมตาโพลงตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูกปิศาจปลาไนอ้าปากค้างต่างกับหงจวิ้นอุทานสำเร็จอย่างไม่กลัวไม้เรียวท่านพ่อ กระโดดลงมายืนดูผลงานตัวเองอิน้องหงจวิ้นมีความสุขมากกำลังจะเรียกท่านพ่อแต่ไม่ทันครึ่งคำ ความบรรลัยก็บังเกิด ฉงหมิงจามเป็นลูกไฟขนาดใหญ่เท่ารถม้าพุ่งออกมานอกตำหนักไปถูกแนวสันเขาระเบิดตู้มต้ามสะเทือนกันเป็นแถบจนข้ารับใช้วังเย่าจินร้องแรกแหกกระเชอนึกว่าแผ่นดินไหว ตามมาด้วยการจามอีกสามสี่รอบที่ทำทั้งวังพินาศต้นอู๋ถงเอยเสาวังเอยกลายเป็นไท่หังทะเลเพลิง หนึ่งชั่วโมงต่อมาคราบเขม่ายังติดอยู่บนใบหน้าเด็กหนุ่มเสียงร้องโอดโอยและเสียงตำหนิติเตียนดังขึ้นพร้อมกับไม้บรรทัดที่ฟาดลงบนฝ่ามือแล้วก็ถูกทำโทษไปตามระเบียบให้ยืนหันหน้าเข้าหากำแพงจนถึงค่ำไม่งั้นก็ไม่ให้กินข้าว น้องแค่อยากเล่นกะท่านพ่อเองนะ หงูแต่เรียกร้องความสนใจผิดวิธีไปนิดระเบิดภูเขาเผากระท่อมไปซะน่าฟาดท่านพ่อนี่รูดก้านมะยมรอแล้ว


    มาถึงช่วงบ่ายของวัน นกยักษ์สีดำบินโฉบลงมาถึงพื้นก็เปลี่ยนร่างเป็นคนควันดำและซากอารยธรรมทำให้ชิงสยงประหลาดใจถามคนใช้แถวนั้นว่าศัตรูบุกหรือ ฮ่าๆ ไม่มีใครกล้าตอบบอกแค่ฉงหมิงรออยู่ด้านใน ละเสียงหนึ่งดังขึ้น หงจวิ้นเรียกชื่อชิงสยงด้วยน้ำเสียงร่าเริงกระโดดกอดคอปีนหลัง คุณป๋าก็แกะน้องลงมาจี้เอวหยอกล้อพอเป็นพิธีถามว่าก่อเรื่องอะไรอีก น้ำเสียงเอ็นดูมากกว่าตำหนิแล้วก็เอาสร้อยคอประดับจี้ให้เก็บกำชับอย่าทำแตกก่อนจะปลีกตัวไปหาฉงหมิง


    มาถึงก็ตามคาดชิงสยงเอาจดหมายที่ส่งมาจากหน่วยปราบมารให้ เนื้อความบนจดหมายทำนองว่าเรียกรวมเด็กหนุ่มที่มีความสามารถให้ไปฉางอัน ภูตปิศาจอาละวาดไม่ยำเกรง วีรชนรุ่นเก่าทยอยตายจากไปทีละคนจากนั้นก็เริ่มถกเถียงเพราะความเห็นไม่ตรงกัน ฉงหมิงลึก ๆ มีความแค้นกับเผ่ามนุษย์อยู่แล้ว ไม่สนใจว่ามังกรดำจะฟื้นขึ้นมามั้ย (แกรเรื่องนี้มันยาวมากฉันขอข้าม) ต่อคำกันจนบรรยากาศไม่ไหลเวียนเอากำลังภายในมาข่มจนแก้วชาบนโต๊ะสั่นครืน ๆ พอดีกับที่หลุดปากเรื่อง “ข่งเซวียน” พ่อที่แท้จริงของข่งหงจวิ้น น้องมาถึงก่อนหน้าแปปนึงอะแต่แอบอยู่หลังประตูเพราะไม่อยากขัดผู้ใหญ่เชือดเฉือนกันก็ได้มารู้ความจริงเรื่องพ่อตัวเอง เสียงฝีเท้าทำให้ฉงหมิงกับชิงสยงหยุดทุกอย่างหันไปมองพร้อมเพรียงก็เห็นแค่แผ่นหลังเด็กน้อยวิ่งจากไป


    ชิงสยงตามน้องมาหงจวิ้นนอนอยู่บนโขดหินริมหน้าผาบนนภาประดับด้วยดาราหมื่นล้านดวงก็ขึ้นไปนอนข้าง ๆ ทั้งสองพูดคุยกันน้องถามว่าจริงหรือเปล่า ป๋าก็ไม่ตอบคำถามตรง ๆ ตามความชักแม่น้ำทั้งห้าของนิยายจีน จริงเท็จเจ้ารู้แก่ใจแล้วก็ปลอบน้องท่านพ่อของเจ้าเป็นคนเช่นนี้สิ่งที่เขาพูดกับสิ่งที่เขากระทำมันแตกต่างกัน เนี่ยไม่มีใครบังคับคนอย่างเขาได้ถ้าเกลียดจริงคงไม่เลี้ยงเจ้ามาขนาดนี้ หงจวิ้นตัวสั่นหยิบจี้ออกมา ชิงสยงเลยถามต่ออยากไปโลกมนุษย์ไหม ทุกครั้งที่ข้ากลับมาเจ้ามักจะมาเกาะมาถามให้พาลงเขาไปคราวนี้เจ้าโตแล้วมีสิ่งใดให้กลัว วันถัดมาน้องก็ไปหาท่านพ่อบุญธรรมที่ตำหนักใหญ่ คือวังที่พังซ่อมเสร็จแล้วมากค่า กราบ เตี่ยก็นั่งอยู่บนบัลลังก์สีหน้าไม่แยแสอะไรเหมือนเคย พอเรียกเตี่ยคือน้องเรียกเบามากเสียงในลำคออะ แล้วฉงหมิงก็บอกข้าไม่ใช่พ่อเจ้า ก่อนจะเฉลยเรื่องพ่อที่แท้จริง เจ้าเคยถามว่าใครนั่งอยู่บนบัลลังก์นี้ (ย้ำว่าที่วังเย่าจินมีบัลลังก์สามที่) ตอนนี้ข้าก็ตอบเจ้าได้แล้ว พ่อของเจ้าชื่อข่งเซวียนเป็นเหมือนกับข้า ผู้ปกครองวังเย่าจิน ตอนข่งเซวียนตายหงจวิ้นถูกพามาที่นี่ตอนนี้ก็โตแล้วเจ้าควรกลับไปน้องบอกไม่มีที่ไป ˚‧º·(˚ ˃̣̣̥⌓˂̣̣̥ )‧º·˚ แอบเคืองท่านพ่อค่ะ อิคนอ่านนี่แหละเคืองทำเป็นตัดเยื่อใยแต่ปากอย่างใจอย่าง มันเขี้ยวเตี่ย! ชิงสยงรอจังหวะอยู่ก็เข้ามาสมทบแจ้งหงจวิ้นว่า เออ มีสามสิ่งจะให้ทำ ป๋าอ้างถึงเรื่องบุญคุณที่ฉงหมิงเลี้ยงมาสิบสองปีด้วยแหละน้องเลยยอมไปทำความปรารถนาของพ่อบุญธรรมให้สำเร็จ


    ก่อนจะร่ายรายละเอียดให้ฟัง หงจวิ้นต้องเอาจดหมายฉบับนี้ (ของหน่วยปราบมารที่เล่าด้านบน เป็นหน่วยที่ตี๋เหรินเจี๋ยตั้ง) ไปที่ฉางอันแล้วรายงานตัวระหว่างนี้ค่อยสืบสวนสาเหตุที่แท้จริงของการตายของพ่อไปด้วยเรื่องสร้อยคอประดับจี้คริสตัล โบราณหน่อยก็ผลึกหิน ให้หาคนผู้หนึ่งชื่อว่าเฉินจื่ออั๋งไม่จำเป็นต้องบอกเขาว่านี่คืออะไรแค่เอาขึ้นมาแล้วทุบให้แตกก็พอ พอถึงเวลาล่ำลาก่อนเดินทางลงเขา เตี่ยฉงหมิงก็ยังเป็นฉงหมิงอ่อนลงให้แค่บางส่วนแสดงออกมาแต่ความกระด้าง หงจวิ้นกระเป๋าใบเล็กเดินลงไปตามทางที่คดเคี้ยวของภูเขาไท่หังช้า ๆ มีปิศาจปลาไนติดสอยห้อยตามมาเป็นเพื่อนถึงน้องจะไล่ให้กลับไปแต่ปิศาจปลาไนก็ไม่ยอมกลับหงจวิ้นไม่รู้แม้แต่ทางไปฉางอันด้วยซ้ำ ไหนจะเรื่องซื้อม้าเอย ทักทายมนุษย์เอย ล้างมือก่อนกิน หนาวก็ต้องใส่เสื้อเพิ่ม บลา ๆ จนน้องยอม สามวันล่วงเลย คนลงก็หาทางลง คนที่แอบดูอยู่บนวังก็ลุ้นใจแทบขาด สิบสองปีที่ผ่านมาถูกเลี้ยงอยู่แต่บนเขา ฉงหมิงกับชิงสยงมองน้องนั่งยองกินน้ำจากแอ่งธารผ่านสระน้ำที่เนรมิตเห็นทุกที่ที่อยู่เขตภูเขา ยังคงมันเขี้ยวฉงหมิงทำเป็นเมินน้องแต่ก็บ่นสี่แปดอะเนี่ยกินน้ำจากลำธารบอกให้ต้มก่อนเดี๋ยวก็ท้องเสีย บลา ๆ แล้วสองคนนี้ถกเถียงกันอีกแน้ว ป๋าชิงสยงเป็นคนนิ่ง ๆ อะแต่ปากนี่พูดทีก็มีจิกมีแซะฉงหมิงห่วงขนาดนั้นเจ้าก็ไปส่งเขาลงเขาสิทำนองนี้จนมีเปิดเวทีมวยย่อม ๆ อยู่บ่อย มองกลับมาที่ภาพอีกครั้งหงจวิ้นยืนอยู่ตรงทางแยกมองไปซ้ายทีขวาทีไปทางไหนดีว้าทั้งสองเตี่ยอือหือโพล่งออกมาขวา ขวา ขวา! ซักพักน้องกับปิศาจปลาไนก็ไปตามทางที่คาดทำเอาสองนกยักษ์แอบถอนหายใจโล่งอกก่อนจะหายไปเพราะผ่านพ้นเขตไท่หังซานแล้ว


    ใช้เวลาไปเดือนหนึ่งจากภูเขาถึงฉางอัน แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงขอฉันเปรยก่อน ฮ่า ๆ ฉากนี้เป็นตอนกลางคืนมีภูตผีปิศาจเต็มไปหมดปิศาจปลาไนต้องคอยรั้งข่งหงจวิ้นไม่ให้ตามไปจัดการอยู่ตลอดเพราะใกล้จะถึงประตูเมืองแล้ว ระหว่างทางก็ป๊ะ เรียกว่าซวยหรือเปล่าไม่รู้เจอเข้ากับปลามังกรออกอาละวาดคร่าชีวิตคนเกิดการต่อสู่กันซักพัก ถูกน้องเล่นงานเลยดำดินหนีไปมาเรื่อย ๆ ไปถึงประตูเมืองฉางอัน

    รูปปลามังกรที่ใกล้เคียงสุดค่ะ 

    ทหารเฝ้ายามใส่หมวกงอบยืนงีบหลับหลบฝนอยู่ใต้ชายคาได้ยินเสียงดังอึกทึกจากนอกประตูเมืองก็ตื่นกันมาดูมีบางอย่างดำดิน (ใช้คำนี้แล้วนึกถึงขอมดำดิน..) มาใกล้พื้นดินแตกออกเหมือนแผ่นดินแยกปลามังกรเข้ามาในเมืองพวกทหารเห็นปิศาจตัวเป็นปลาหัวเป็นมังกรมีขาสี่ขากระโดดสูงถึงสิบฟุตก่อนที่มันจะดำหายไปในดินอีกรอบตามมาด้วยเสียงถีบอากาศหงจวิ้นตามปิศาจมาเหยียบชายคาที่โค้งขึ้นแบบจีน มองหาพอไม่เห็นเลยชะลอความเร็วโดดลงมาบนพื้น แล้วน้องที่ถูกเรียกว่าคนเรืองแสงก็ถูกล้อมให้จับตัวหาว่าก่อคดียามค่ำคืนน้องรับมือไม่ถูกจะฆ่ามนุษย์ก็ไม่ได้ เช่นเดียวกันกับทหารที่ไม่แสดงท่าทีมีเมตตา จังหวะจะเข้ามาจับกุมน้อง ก็ถูกแสงแห่งเทพดีดออกไป ลืมบอกคือพ่อแท้ ๆ น้องอะเป็นพวกเทพมาร เหนือกว่าปิศาจที่มีพลังขึ้นไปอีกเวลอะไม่รู้แปลไทยใช้คำนี้จะถูกมั้ยนะ (..) พยายามใช้คำที่ให้นึกออกง่ายสุดละ น้องเลยมีแสงเทวะที่ช่วยคุ้มครองเวลามีภัยร้ายเข้าใกล้ตัว หนักเลยทีนี้ถูกเข้าใจว่าเป็นภูตปิศาจ (ทีแรกกะจะถูกคุมตัวเพราะฉางอันมีเคอร์ฟิว) แม่ทัพคนหนึ่งก็ใช้กระบี่ซัดน้ำฝนพุ่งเข้ามาหาหงจวิ้น หงจวิ้นพยายามจะหนีแต่ก็ถูกกระบี่ของแม่ทัพคนนั้นบล็อคทางตลอด ถึงนายทหารจะไม่มีพลังวิเศษแต่ทักษะนับว่าเป็นเลิศ น้องบอกข้าไม่สู้กับเจ้าว้อยยก็คือจะหนีแต่พี่แกไม่ให้หนีแทงกระบี่สวนเข้ามา ไม่คาดคิดแสงแห่งเทพถูกทำลาย แสงที่เป็นเกราะป้องกันของน้องแตกเปรี๊ยะหงจวิ้นไม่คิดว่าอาวุธธรรมดาของมนุษย์จะสามารถทำลายมันได้ (แหงล่ะมันไม่ใช่ธรรมดา)


    กระบี่ของแม่ทัพคนนั้นจ่อที่คอของน้องไม่รู้อิท่าไหนอะไปโดนเข้ากับจี้จนผลึกหินแตกออก ท่ามกลางฝนลมพายุเมืองฉางปรากฏอันลำแสงสีขาวม้วนตัวขึ้นผลักทั้งสองออกไปคนละทางจี้ผลึกหินหายไปแล้ว แสงที่ออกมาจากผลึกก็หายไป น้องหงจวิ้นนึกถึงคำที่ชิงสยงเคยบอกว่า ของสิ่งนี้เป็นคุน[1]สินมอบให้กับชิงสยงเดิมทีต้องเป็นของบรรพบุรุษสกุลเฉินแต่ว่าสองร้อยปีก่อนมีเหตุนิดหน่อยถึงเวลาที่มันควรจะกลับสู่เจ้าของเดิมพอผลึกหินแตกมันจะเข้าร่างทันที น้องก็หันขวับไปมองแม่ทัพที่ว่า อีกฝ่ายสลบไปละ น้องก็ไปตบ ๆ เรียกแต่ไม่ตื่นเพราะแรงผลักเมื่อกี้ ช่วยไม่ได้ ต้องลากชายสูง ฟุตสวมเกราะเหล็กไปด้วย (อิปลาไนก็สลบเหมือด) เรียกได้ว่าโคตรหนักแต่ต้องหามไปเพราะเรื่องผลึกหินที่แตกจนมาถึงที่ที่หนึ่ง 

    [1]คุนมาจากคุนเผิง คุนเป็นพญามัจฉาที่มีร่างใหญ่โตไม่รู้กี่พันลี้ จิ้มดูรูปพยายามเลือกรูปที่ดูดีสุดแล้ว ส่วนคุนเผิงคือปลาที่กลายเป็นนก แทรกความรู้นิดนึงในปรัชญาของจวงจื่อคุนเผิงมักเอาไว้ใช้เปรียบเปรย หมายถึง สามัญชนย่อมไม่เข้าใจความคิดของผู้ยิ่งใหญ่ 


    หน้าประตูมีหญิงสาวยืนส่งชายท่าทางภูมิฐานหัวเราะคิกคักได้นางนี่แหละช่วยให้ที่พักพิงภายหลังรู้ว่านางชื่อซังเอ๋อร์ซังเอ๋อร์ก็ถามไถ่แล้วท้วงว่า นั่นมันแม่ทัพหลี่จิ่งหลงไม่ใช่หรือ แค่กชื่อพระเอกมาแล้วค่ะ หลี่จิ่งหลงก็คือพระเอกของเรื่อง แล้วน้องก็ทำการถอดเกราะแก้เสื้อผ้าส่วนบนของอีกฝ่ายออกแนบหูกับอกจะหาผลึกหินที่หาย ไปมาจิ่งหลงฟื้นพอดีเห็นสภาพตัวเองใส่กางเกงตัวเดียวก็ “…..” มองน้องเลิ่กลั่กแล้วในห้องพักชุลมุนพอดีกับเสียงกองทหารองครักษ์เสินอู่มาขอค้น หงจวิ้นกับปิศาจปลาไนเลยรีบอาศัยจังหวะกระโดดหน้าต่างหลบหนีไปหลี่จิ่งหลงพอได้ยิน องครักษ์เสินอู่ เองก็เช่นกัน ถามว่าเป็นทหารของฉางอันเหมือนกันทำไมต้องหนี เพราะหลี่เกออยู่หน่วยทหารองครักษ์หลงอู่ค่ะเป็นหน่วยทหารองครักษ์ที่มีอยู่จริงในประวัติศาสตร์สมัยราชวงศ์ถังถ้าเท้าความทั้งหมดน่าจะยาวเอาเป็นสั้น ๆ ว่าไม่ค่อยถูกคอกัน 


    ขออนุญาตคั่นแปะตัวละครหลัก ๆ กับชื่อ


    วันต่อ ๆ มาหงจวิ้นก็เดินเล่นทั่วฉางอันชิมขนมนั่นนี่ที่ไม่เคยกินบนไท่หังซานพยายามหาหน่วยปราบมารที่ว่าไปด้วยแต่ก็ไม่เจอซักทีจนพลบค่ำก่อนจะรำลึกว่าต้องหาที่อยู่จากจดหมายซึ่งพิกัดอยู่ทางเหนือของเมืองแต่ก็ยังไม่เจออี๊ก!! ค่ำมืดแล้วเลยลองเคาะประตูจะถามทางเปิดออกมาเป็นตาเฒ่าปริศนาผู้หนึ่งส่องไฟใส่หน้าน้องขอบคุณที่ต้อนรับขับสู้อีกฝ่ายก็จากไปไม่พูดจาบ้านนี้ดูจะเป็นบ้านร้างมีวัชพืชขึ้นเป็นหย่อมแต่ไม่ได้เอะใจอะไรหาที่แล้วนอนหลับไป เนื้อเรื่องหลังจากช่วงนี้จะเป็นการรวมทีมคนประหลาดแห่งฉางอันค่ะ ฮ่าๆ โม่รื่อเกินมาถึงที่ที่หงจวิ้นอยู่เป็นคนแรกพร้อมกับจดหมายที่ได้รับมาเหมือนกันปรากฏว่าบ้านหลังใหญ่รก ๆ หญ้าขึ้น หนูวิ่งเล่นไปมาเป็นสิบกว่าตัวที่น้องมาขออาศัยชั่วคืนกลับกลายเป็นที่ทำการหน่วยปราบมารที่เจ้าตัวตามหามานานตรงโถงมีป้ายใหญ่สลักอักษรห้าตัว หน่วยปราบมารต้าถัง” เป็นหลักฐานว่าเป็นที่นี่แหละ งงตาแตก มันไม่ควรจะเป็นที่แบบนี้ ใครกันแน่ที่ส่งจดหมายมาให้พวกเขา โม่รื่อเกินกับหงจวิ้นเอาจดหมายมาเทียบกันค่ะ ปรากฏว่าเนื้อความก็คล้าย ๆ กันประมาณว่าให้ผู้ที่มีความสามารถทั้งหลายมารวมกันที่นี่ อย่างไรก็ตามเห็นได้ชัดว่ามันสถานที่ถูกทิ้งร้างเป็นเวลาหลายปีห้องโถงด้านหน้าเต็มไปด้วยใยแมงมุม พื้นที่ด้านในค่อนข้างใหญ่ ก่อนลงจากภูเขาชิงสยงไม่ได้บอกอะไรเพิ่ม ดูเหมือนว่าจดหมายพวกนี้จะถูกคัดลอกและส่งไปในนาม ตี๋ซึ่งตี๋เนี่ยถ้ามาจากตี๋เหรินเจี๋ยชื่อที่หงจวิ้นเคยได้ยินตอนชิงสยงกับฉงหมิงคุยกันก็ไม่น่าใช่เพราะตี๋เหรินเจี๋ยตายไปนานแล้ว (ก่อนลงจากเขาน้องเคยถามว่าตี๋เหรินเจี๋ยคือใครก็ได้คำตอบจากป๋าและเตี่ยว่าตี๋เหรินเจี๋ยเป็นเพื่อนของข่งเซวียนที่ตายไปแล้วเป็นคนที่เก่งด้านการสืบสวน) 


    ตามมาด้วยคนที่สามชายหนุ่มสวมเสื้อคลุมสีแดงเข้มหรูหราและถือฉินยืนอยู่บนลานหญ้าชื่อเรียกสั้น ๆ ว่าอาไท่ ชื่อเต็มฮียาวมาก และคนที่สี่ตามมาติด ๆ ชื่อฉิวหย่งซือ คนสี่คนนั่งล้อมรอบและตกอยู่ในความเงียบ ขอตัดมาที่พระเอกระหว่างที่ฝั่งนายเอกกำลังงุนงงกับการรวมตัวครั้งนี้แพพ พ่อแม่ของหลี่จิ่งหลงตายไปแล้ว ในเรื่องหลี่เกอเป็นลูกพี่ลูกน้องของเฟิงฉางชิง (ตัวละครเป็นบุคคลที่มีชื่อจารึกอยู่ในประวัติศาสตร์จีนอยู่จริง เฟิงฉางชิงหรือไอ้เตี้ยแซ่เฟิงเป็นแม่ทัพที่อาภัพคนหนึ่งท้ายสุดถูกตัดสินโทษประหาร) แล้วพระเอกที่อยู่หน่วยทหารองครักษ์หลงอู่ก็ถูกโยกย้ายไปประจำหน่วยปราบมารเป็นที่ขบขันจากหลายฝ่าย อับอายชาวฉางอัน คัดค้านก็ไม่ได้เพราะคนที่สั่งคือจักรพรรดิถังเสวียนจงมาเป็นราชโองการมีแต่ต้องน้อมรับ วันนั้นหลี่จิ่งหลงทะเลาะกับฉางชิงทั้งวันด้วยความไม่อยากไปนี่แหละตอนนั้นเองก็ได้ยินเสียงร้องรำทำเพลงมาจากที่แห่งหนึ่งดัง มันดังมาจากตรอกแห่งหนึ่งหลี่จิ่งหลงก็ก้าวฉับไปสุดตรอกแล้วผลักประตูนั่นดัง ‘ปัง!’ ทุกอย่างหยุดกะทันหัน หันขวับมามองคนที่มาใหม่ อาไท่กำลังเล่นลูต หงจวิ้นใช้ตะเกียบและช้อนเคาะกัน คือทุกคนเอาอาวุธเอานั่นนี่มาทำเป็นทำนองประกอบจังหวะนั่งล้อมเป็นวงกลมมีอ่างไม้ที่มีน้ำอยู่ครึ่งอ่างตรงกลาง ปิศาจปลาไน (จ้าวจื่อหลง) ที่มีแขนและขากำลังร่ายรำส่ายสะโพกดุ๊ก ๆ อยู่พอประตูบนหนึ่งหลุดเพราะแรงกระแทกเท่านั้นแหละ ทุกอย่างก็หยุดลง ต่างคนต่างจ้องกัน เฟิงฉางชิงวิ่งตามหลังมาเห็นก็พูดไม่ออกพอหลี่เกอเห็นน้องหงจวิ้น ก็แบบเวนเน้ย ไอ้เด็กเมื่อคืนนี่หว่า พี่แกพุ่งเข้ามาจู่โจม(?)น้องทันที ฮ่า ๆ คือน้องมันโพล่งออกมาก่อนด้วยแหละว่า ข้าบริสุทธิ์นะ! ร้อนคนที่เหลือช่วยแยก สุดท้ายเฟิงฉางชิงและหลี่จิ่งหลงถูกจับมัดโยนทิ้งที่มุมห้องโถงใหญ่หมดสติไป ทั้งสี่คนและหนึ่งปิศาจมาเจอบางอย่างที่ตกอยู่ ฉิวหย่งซือบอกว่ามันเป็นพระราชโองการก่อนจะอ่านออกเสียงให้ได้ยินทุกคนว่าไอ้ผู้ชายที่นอนสลบอยู่มุมห้องโถงเนี่ยได้รับแต่งตั้งให้เป็นจ๋างสื่อ (ชื่อตำแหน่งขุนนาง) มาดูแลหน่วยปราบมาร… เอฟวี่บอดี้มองหน้ากันแบบ เรือหายแล้ว


    เราพิมพ์เพลินมากค่ะมารู้ตัวอีกทีตอนเริ่มปวดนิ้ว เลยขอตัดฉับฉับเพียงเท่าเน้ ก็เป็นอีกเรื่องของคุณเฟยเทียนเย่เสียงที่น่าสนุกและชวนติดตาม ใครชื่นชอบแนวจีนโบราณแฟนตาซีมีสืบสวนประปรายมีภูตผีปีศาจจีนก็ขอแนะนำให้ลองอ่านเรื่องนี้ 


    ต้องบอกว่าเนื้อหาบางส่วนของนิยายอิงจากประวัติศาสตร์สมัยราชวงศ์ถังตัวละครบางตัวเป็นบุคคลที่มีชื่อจารึกอยู่ในประวัติศาสตร์จีนจริงยกเว้นตัวละครหลักอย่างพระนายและบางส่วนที่แต่งขึ้นมีปมหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องทางฝั่งวังหลวงหรือเรื่องฝั่งโลกภูตปิศาจมารเอาเป็นว่าฝั่งวังทางตัวละครมีหยางกุ้ยเฟย หยางกั๋วจงอันลู่ซานและเรื่องนี้มีเนื้อหาบางส่วนที่อิงกับประวัติศาสตร์จริงใครชอบอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ก็คงพอเดาออกว่านอกจากความแฟนตาซีปราบปีศาจในเรื่องแล้วมันจะมีเรื่องกบฏเอยชิงบัลลังก์เอยปนมาด้วย กลิ่นอายความเป็นสมัยราชวงศ์ถังเพียบให้ความลึกลับน่าค้นหาคำตอบเพื่อคลี่คลายปมที่คุณนักเขียนป้อนมาให้ เป็นเรื่องที่เอาไปเทียบกับผลงานที่ผ่านมาอย่างราชันคืนบัลลังก์หรือปราชญ์กู้บัลลังก์ไม่ได้จริง ๆ เพราะแนวทางของเรื่องต่างกันหลายอย่างถึงจะมีชิงบัลลังก์เหมือนกันแต่สองเรื่องที่ว่าธีมเรื่องยังพอคลับคล้ายคลับคลากันอยู่บ้าง การเมือง สงคราม การชิงบัลลังก์ไม่ได้มีอภินิหารแสดงฤทธิ์เดชอะไรเว่อร์วังเหมือนพ่อหนุ่มชาวฉางอันดังนั้นเราขอไม่ยกมาเปรียบเทียบกันค่ะ เอ.. พึ่งนึกออก รู้สึกมันจะให้ฟีลลิโป้แต่ก็ไม่ใช่ซะทีเดียว อย่างที่เราชอบพูด แต่ละเรื่องย่อมมีเอกลักษณ์ของความเป็นงานเขียนเอกเทศอย่างเต็มที่ ลิโป้มีความแฟนตาซีมาเสริมโรงบ้างแต่ยังน้อยกว่าเทียนเป่าอยู่โข ให้ความบันเทิงอารมณ์ที่แตกต่างกัน


    ความจริงจะเรียกยุทธภพเต็มปากก็ไม่ได้อะนะ มันออกไปทางโลกแฟนตาซีมากกว่า เปิดเรื่องมาที่นายเอกถูกเอามาเลี้ยงบนภูเขาแล้วก็ตามสเต็ปนิยายจีนมีเรื่องให้ต้องลงเขาไปเผชิญกับโลกกว้างปริศนาค่อย ๆ เพิ่มขึ้นพร้อมกับการดำเนินเรื่องที่เริ่มเข้าสู่ความสนุกเมื่อหน่วยปราบมารต้าถังมารวมตัวกันครบ ไม่ค่อยยืดเยื้อและพระเอกโผล่มาเร็วค่ะ ไม่ปักธงผิดคู่แน่นอน ฮา หมายถึงเล่มแรกน่ะ.. ช่วงหลังก็มีหย่อนบ้างตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในเรื่อง แล้วก็ข้อบกพร่องบางอย่างเราคิดว่าเป็นพวกการคำนวณช่วงเวลาในเรื่องอะ บางการตัดสินใจของตัวละครหลักแอบมีเอ๊ะหน่อยแต่ก็หยวน ๆ ได้ถ้าลองมาทบทวนถึงการกระทำที่ผ่านมา


    ความสัมพันธ์ของพระนายอย่างหลี่จิ่งหลงกับข่งหงจวิ้นเป็นความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ พัฒนาขึ้นจากคนแปลกหน้าคนหนึ่งทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ ที่ฉางอันวันนั้นเป็นสมาชิกในหน่วยใต้บังคับบัญชาจนกระทั่งเปิดใจแลกเปลี่ยนความเชื่อใจให้กันและสานสัมพันธ์กลายเป็นความรักสำหรับเราคิดว่ามันค่อนข้างเป็นการพัฒนาความสัมพันธ์ที่ธรรมชาติไม่รวดเร็วเกินไปจนน่าเกลียดค่อนข้างสมเหตุสมผล คุณพระเอกที่ดวงซวยบัดซบโชคร้ายตามติดไปทุกทุกที่มาเจอกับนายเอกที่เป็นตัวดูดโชคของคนที่อยู่รอบตัว คู่สร้างคู่สมสวรรค์อวยพรชัด ๆ (ประชด) นายเอกขี้แกล้งที่บางทีก็ไม่รู้ตัวว่าแกล้ง (เอ๊ะ) ส่วนพระเอกก็ไม่ค่อยทันไม่รู้ว่าถูกเขาแกล้งพอรู้ก็เขินหน้าดำหน้าแดง ด้วยความน่ารักน่าชังดื้อตาใสของหงจวิ้นก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้หลี่เกอยอมตัดแขนเสื้อนี่เองคริคริ 


    คู่รองไม่รู้จะแสดงความคิดเห็นยังไงดีตามที่เราแอบส่องมาแฟนจีนส่วนใหญ่จะหวีดคู่นี้เยอะพอควร อ้อ คู่รองคือโม่รื่อเกิน (เมะ) ลู่สวี่ (เคะ) จ้ะชื่อคู่คือหลางลู่หรือหมาป่ากวาง ไม่ใช่คู่มโนเสกปั้นแต่อย่างใดเพราะเขาบอกรักกันแล้ว อืม พูดเรื่องความสัมพันธ์ของหลางลู่เราคิดว่าแอบมี plot hole หน่อย ๆ ถ้าความรักของคู่หลักจำกัดคำนิยามว่า “น่ารัก”ของคู่รองก็คงจะเป็น “ความรักแบบผู้ใหญ่” ขึ้นนิดหน่อยล่ะมั้งบรรยากาศจะต่างกันเพราะลู่สวี่ออกไปทางเงียบส่วนตาโม่เฟิงจื่อไม่ค่อยอยากพูด อีบ้ามันเป็นคนบ้าในคราบคนปกติ อันนี้เป็นหน้าปกเล่มสองที่เป็นคู่รองค่ะ โม่รื่อเกินขี่อาชาตัวด้านหลัง ด้านหน้าอาชาขาวลู่สวี่ 

    เอาสึเคะบุของคุณมาวซู่คนวาดปกมาฝากค่ะ น่ารักมาก ๆ ภาพนี้คือคู่หลักค่ะหลี่หง



    ใครอยากฟัง + เปย์เรดิโอดราม่า จิ้ม
    ส่วนเรานั้นเคยแปลแค่ตอนพิเศษตอนเดียวค่ะ ขอมาหนึ่งตอนอยู่บนช่องเหมือนเดิมไม่แปะ link ฮา


    คือว่า.. มันมีเป็นอนิเมปล่อยพีวีแรกมาเมื่อปลายปีที่แล้วด้วยและเป็นสามดี พร้อมกับฉานชื่อผิ่นแล้วก็ประกาศลิขอนิเมะเทียนกวานซื่อฝู (เสริมนิดว่าเทียนกวานไม่ได้ปล่อยพีวีนะแค่มาประกาศแนวทางเราเคยทวีตไปละ ปีหน้านู่น) ความจริงเราก็ไม่มีปัญหากับสามดีเท่าไหร่แต่ใจก็ลำเอียงไปทางสองดีมากกว่า /ฉีกยิ้มแบบนางงาม เห็นว่าจะฉายช่วงธันวาปีนี้ก็ได้แต่ลุ้นค่ะว่ามันจะออกมาน่าดูหรือน่าด่า


    天宝伏妖录

    天宝十二年,不谙世事的英俊少年孔鸿俊,肩负三项重任离开太行山上的曜金宫,来到歌舞升平、锦绣繁华的长安。 孔鸿俊初入大唐驱魔司,顶头上司竟是不久前交过手的龙武军将领李景珑。而他竟然失手将陈氏心灯打碎,心


    งืมมาถึงช่วงท้ายแล้วไม่รู้จะพูดจบยังไงเอาเป็นว่าขอบคุณที่อ่านเราพล่ามมาถึงจุดนี้ค่ะ บะบาย พิมพ์เก็บไว้ยังไม่ได้เช็คคำเดี๋ยวกลับมาดูอีกที 





    • ทั้งนี้รีวิวอันนี้ก็เป็นเพียงแค่ความคิดเห็นจากรสนิยมการอ่านส่วนบุคคลเท่านั้น สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งประกอบกับการตัดสินใจได้แต่ไม่สามารถใช้เป็นบรรทัดฐานได้ทั้งหมด ถ้ามีพิมพ์ผิดหรือยังไงต้องขออภัยด้วยค่ะ รูปประกอบทั้งหมดของเรื่องมาจากออฟฟิเชียลเรดิโอดราม่านะคะ



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in