My Book Reviews & TRANSLATIONSparnbewtch
เล่านิยายวาย : 神木撓不盡 (BL)
  • ชื่อเรื่อง : 神木撓不盡 เสินมู่เหนาปู้จิ้น

    ผู้แต่ง : 绿野千鹤 ลู่เหยี่ยเชียนเฮ่อ

    สำนักพิมพ์ : 威向 (ไต้หวัน)

    วันที่ตีพิมพ์ : 2018-10-11

    ยังไม่มีตีพิมพ์กับสนพไทย


    神木撓不盡 เป็นนิยายอีกชายรักชายอีกเรื่องของ ลู่เหยี่ยเชียนเฮ่อ เจ้าของผลงาน หนึ่งคำมั่น นิรันดร์กาล หรือที่มีชื่อจีนว่า 妻為上 เห็นนิยายเรื่องนี้ผ่านตามา อ่านเรื่องย่อเสร็จสรรพแต่ช่วงนั้นดันมีไฟนอลเลยปล่อยผ่านไป วันนี้ได้ฤกษ์หยิบมาอ่านสักที ถือโอกาสฝึกปรือจีนตัวเต็มไปด้วย เป็นเรื่องที่ฟลัฟฟี่ ๆ ระทวยใจเรื่องหนึ่งและขอนำมา "เล่า" ให้ฟังพร้อมกับออกความคิดเห็นเล็ก ๆ น้อย ๆ อีกเช่นเคย ขอออกตัวว่าเราเล่าโดยอ่านรวบยอดมาแล้วก็เล่าจากความคิดตัวเองเป็นภาษานิยายมีแทรกภาษาไม่เป็นทางการเล็กน้อยแล้วแต่อารมณ์ แต่ว่าตัวนิยายไม่ได้รวบรัดหรือบรรยายตามที่เราเล่านะคะ เผื่อมีคนเข้าใจไปอีกทางเลยดักคอก่อน 


    พระเอกชุดดำ นายเอกชุดขาว ปกไต้หวันสวยมาก

    เนื้อหาที่จะเล่าต่อไปนี้ สปอยล์ หนัก มาก

    โม่เทียนเหลียวเป็นที่รู้จักในฐานะปรมาจารย์ด้านการหลอม เขาไม่เคยรู้สึกอับอายเช่นนี้มาก่อน หลังถูกหมายหัวจากฝ่ายธรรมะและอธรรม หลบหนีเอาเป็นเอาตายสามสิบเก้าวัน "เมี้ยว" เสียงหนึ่งดังลอดออกมาจากช่วงอก ใต้เสื้อคลุมผ้าไหมดำขาดรุ่งริ่งพบกรงเล็บขาวและรอยขีดข่วนทั้งซ้ายขวาเจ้าตัวยุ่งขยุกขยิกหัวกลม ๆ โผล่พ้นชายเสื้อ

     

    มันเป็นลูกแมวสีขาวกลมคล้ายก้อนหิมะดวงตากลมแวววาวราวกับลูกแก้ว แมวน้อยมองเขาเงียบเชียบใบหน้าหล่อเหลาเปรอะคราบเลือด มันยืดตัวขึ้นง้างอุ้งแล้วตบเข้าที่หน้าโม่เทียนเหลียวทีหนึ่ง โม่เทียนเหลียวจึงจับอุ้งน้อย ๆ จูบทีหนึ่ง

     

    หนึ่งคนหนึ่งแมวยังไม่ทันจะร่ำลาดาบบินเรือเหาะทั้งหลายที่โดยสารชายและหญิงจากต่างสำนักก็ตีวงล้อมเข้ามา เขาวางลูกแมวที่โพรงแล้วเอนตัวพิงต้นไม้ท่าทางเกียจคร้านจ้องมองฝูงชนด้วยสายตาเย็นชา ในบรรดาคนเหล่านี้ต่างมีทั้งศัตรู สหายเก่า ผู้ใต้บังคับบัญชา มีผู้บำเพ็ญเซียน มีผู้บำเพ็ญพลังมาร ระหว่างปะทะริมฝีปากเจ๊ก หนอ ซา สี่กล่อมให้ตาพระเอกยอมจำนน ช่วงที่ยังไม่มีใครไหวตัวทัน ผาสูงชันมืดมิดทั้งสองด้านก็ปรากฏเปลวเพลิงโหมกระหน่ำพื้นหญ้าที่เคยเขียวชอุ่มกลับกลายเป็นหนามแหลมสีแดงชาด

     

    เขาเพียงหัวเราะเบา ๆ ราวกับเพียงชวนพวกท่านทั้งหลายดื่มชาชมมัจฉาแหวกว่ายวารี โม่เทียนเหลียวตัดสินใจใช้พลังสุดท้ายที่เหลืออยู่จัดการกับพวกที่จ้องล้างผลาญตน เขาหันกายมาที่ต้นไม้อีกหนมองรูที่มีขนาดเท่ากำปั้นเท่านี้ก็เพียงพอที่จะปล่อยแมวของเขาออกไปแล้ว โม่เทียนกดจุมพิตหัวที่มีขนขาวพลางกระซิบบอก โชคดีที่เจ้าและข้ายังไม่ได้ทำพันธะสัญญาเลือด หลังจากที่ข้าไม่อยู่เจ้าต้องมีชีวิตที่ดี รู้จักเรียนรู้วิธีจับปลากิน

     

    ร่างกายของเขาไม่อาจทนต่อความปวดร้าวอีกต่อไป ลูกแมวสีขาวร้อง "มิ๊" นาบอุ้งเข้าที่หน้าคนเจ็บ ปกติเวลาเช่นนี้โม่เทียนที่ถูกปลุกให้ตื่นจะยิ้มและหัวเราะให้มันราวคนบ้าทว่ายามนี้คนบ้ากลับนอนนิ่งไม่ลืมตาลูกแมวกระวนกระวายมันตะปบจมูกโม่เทียนเหลียวอยู่อย่างนั้นเสียงระเบิดดังขึ้นแมวน้อยส่งเสียงเรียกเจ้าของสี่เท้าน้อย ๆ วิ่งหายลับไป

     

    นับว่าสวรรค์ยังเมตตาวิญญาณของโม่เทียนเหลียวถูกพลังลึกลับบางอย่างปกป้องเอาไว้แม้กายเนื้อนั้นจะสลายไปแล้วก็ตามเขายังคงอยู่ที่แห่งนี้ลอยไปลอยมาตามกระแสลมถึงสติจะอยู่ครบแต่ไร้ซึ่งพลังใดเขาไม่กล้าที่จะไปสถานที่ที่มีคนจำนวนมากและกลัวผู้ฝึกเซียนที่มีพลังเซียนสูงพบเข้า การได้เห็นภูเขาระยะสามร้อยหลี่เพียงพอแล้วสำหรับเวลาหลายร้อยปีบนภูเขาไฟไร้หญ้าแต่กลับมีต้นไม้ใหญ่สูงสามฟุตแผ่กิ่งก้านสาขา น่าประหลาดใจยิ่ง อิพระเอกมารู้ทีหลังว่าต้นไม้(ที่กำลังจะ)ดวงซวยนี่เป็นต้นไม้โบราณศักดิ์สิทธิ์ อดีตปรมาจารย์ด้านการหลอมเลยปิ๊งไอเดียบรรเจิด ในเมื่อหาร่างที่เหมาะสมยากนักคงต้องล่วงเกินแล้ว ผ่านไปหลายปีโม่เทียนเหลียวก็สามารถช่วงชิงร่างต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เป็นของตนเองและคืนร่างกลับมาเป็นมนุษย์ เช่นนั้นแล้วเขาควรทำอย่างไรหลังจากได้รับชีวิตใหม่ ล้างแค้นสยบใต้หล้า? โม่เทียนเหลียวรำพึง ข้าต้องหาแมวของข้าก่อน”

     

    และด้วยเหตุนี้การเดินทางเพื่อหาวิธีฟื้นฟูกำลังภายในจึงเริ่มขึ้นและที่สำคัญกว่านั้นคือการตามหาแมว!


    ใช้เวลาสองสามวันออกจากภูเขาไฟและเดินทางไปยังเมืองของมนุษย์ที่ตั้งอยู่แถบเนินเขาเมืองแห่งนี้ดูแล้วคึกคักเป็นอย่างมากเนื่องจากมีผู้ค้าที่มาซื้อขายเครื่องปรุงยา (药材 ยาจีนทั้งพืชสมุนไพรและยาเม็ด) ตลอดทั้งปีโม่เทียนมาพักที่โรงเตี๊ยมและออกปากถามเสี่ยวเอ้อว่าปีนี้ปีอะไรตนมัวแต่ขุดสมุนไพรบนเขาผ่านไปกี่วันไม่อาจทราบ... 300 ปีนับจากวันที่เขาตายนี่ก็ผ่านมาเกือบ 300 ปีแล้ว (มีช่วงหนึ่งพระเอกหยิบกระจกที่ซื้อจากแผงลอยมาส่องพบว่าร่างที่ขโมยมานี่หน้าตาเหมือนกับเขาชีวิตก่อนช่วงอายุ 20 ปีเด๊ะ! ก็คือนังแอบชมตัวเองว่าหน้าตาดีอะ ฮ่าๆๆ แต่ด้วยความที่ไม่ได้เปิดเผยหน้าตาต่อไพร่ฟ้าปวงประชา พวกที่เคยเห็นหน้าพระเอกก็ถูกฆ่าตายไปแล้วที่หุบเขานั่นเมื่อสามร้อยปีก่อนเลยถือว่าโชคดีไป)

     

    หลังจากนี้ก็ซื้อม้าพันธุ์ดีมาตัวหนึ่งทั้งจูงทั้งขี่หลายร้อยหลี่เข้าเมืองใหญ่แถมยังต้องหาทางขึ้นเขาอีก ทั้งดาบบินและเรือเหาะต่างต้องใช้พลังจิตและพลังวิญญาณควบคุม ยามนี้โม่เทียนยังมีพลังไม่เพียงพอ เขาทำได้แค่เช่านกหน้าตาอัปลักษณ์ราคาถูกมาขี่ ใช้เวลาบินยี่สิบกว่าวันจึงมาถึงทางเข้า ว่ออวิ๋นจง (สำนักว่ออวิ๋น ถ้าจำไม่ผิดเป็นหนึ่งในสามสำนักใหญ่ แล้วที่นี่อะมีสามยอดเขาหลักอันนี้คือนับเป็นหนึ่งสำนัก ส่วนสองสำนักที่เหลือแยกย้ายตั้งอยู่คนละที่) ภูเขาสูงตระหง่านด้านบนปกคลุมด้วยหิมะหนา วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการคัดเลือกศิษย์เข้าสำนักหลายคนรวมตัวกันที่หน้าประตูภูเขาส่วนใหญ่มาเพื่อคำนับอาจารย์แสวงหาหนทางบรรลุเซียน 


    ชีวิตที่แล้วพระเอกเคยไปสองสำนักดังที่เหลือยกเว้นที่นี่เลยรู้สึกว่าอะไร ๆ มันแปลกใหม่อย่างเช่นป้ายทางเข้าที่ไม่ได้หรูหราสมกับเป็นสำนักใหญ่ทำให้พวกหน้าใหม่กระซิบกระซาบนินทาว่าอิเจ้าสำนักนี้จนแน่ ๆ 

     

    และแน่นอนว่าพระเอกของพวกเราผ่านการคัดเลือกครั้งนี้ พวกที่ผ่านทั้งหมดต้องเดินตาม "ชื่อเฟิง" หนึ่งในศิษย์เอกของสำนักชายตาเรียว (เหมือนจิ้งจอกงิ) ยิ้มคอยแนะนำกฎที่ควรปฏิบัติ บันไดหินสิ้นสุดเบื้องหน้ามีสะพานแขวนที่ทอดยาวไปตามหน้าผาสูง เป็นสะพานแขวนธรรมดาๆ ที่ผูกด้วยเชือกป่านยาวอย่างน้อย หลี่ ไม่มีที่ให้จับทั้งสองด้านแกว่งไปมากับกระแสลม 


    เราอะนึกภาพว่ามันเป็นคล้าย ๆ สะพานเชือกลูกเสือเนตรนารีที่ไม่มีที่ให้จับอะ (แต่ในนิยายมันบอกว่ามีไม้กระดานผุ ๆ ด้วย เชิญจินตนาการภาพเองเลยนะคะ) บรรลัยมาก สมัยเรียนถึงเราจะถูกยัดเข้าผู้บำเพ็ญฯ แต่ก็ถูกให้ทำภารกิจเหมือนลูกเสือ ขนาดมีที่จับนะยังพากันเอนซ้ายขวาแล้วก็พลิกจนตกน้ำตกท่า ต่อจ้ะ อีกข้างของสะพานแขวนปรากฏยอดเขากว่าเจ็ดสิบสองยอดสลับซ้อนกันมองดูแล้วมีความอลัง ฮ่า ๆ ตรงกลางมียอดเขาหลักทั้งสามตั้งอยู่ ชื่อเฟิงขึ้นสะพานแขวนเป็นคนแรกนี่อาจจะเป็นอีกบททดสอบความกล้า พอผ่านจุดนี้มาทุกคนก็ต้องมาคำนับพวกเจ้าสำนัก เจ้ายอดเขา ฯลฯ ก่อน พวกที่เข้ามาใหม่ต้องไปเรียนปรับพื้นฐานแล้วจากนั้นก็ค่อยคำนับอาจารย์ยกเว้นว่าวันนี้เจ้าสำนัก เจ้ายอดเขา จะต้องชะตากับใครมากเป็นพิเศษแล้วเลือกเป็นศิษย์ตอนนั้นเลย

     

    รอไปพักหนึ่งเจ้าสำนักและพวกเจ้ายอดเขาก็มาถึงโม่เทียนเหลียวพลันชะงักเมื่อสายตาสบเข้ากับร่างขาวผ่องดุจหิมะเหินละลิ่วไปที่นั่งคนผู้นี้สวมเสื้อคลุมยาวสีขาว แขนเสื้อกว้างเผยนิ้วเรียวยาวขาวราวกับหยก (อิตาพระเอกเฟติชนิ้วแน่นอลค่ะ ดิ๊นมั่นใจ นอกจากเฟติชนิ้วมือคนแล้วยังเฟติชอุ้งเท้าแมวด้วย!!!) ชีวิตที่แล้วเขาเคยพบคนงามนับไม่ถ้วนแต่ไม่มีใครงามไปกว่าผู้ที่ทำให้เขาตะลึงเพียงแรกพบตรงหน้า สวยงาม ไร้ที่ติ /ดีดนิ้ว/ คนคนนั้นคือ ชิงถงเจินเหริน

     

    แล้วโม่เทียนเหลียวก็ถูก "ชิงถงเจินเหริน" หรือ ชิงถง (เจินเหรินเป็นพวกคำยกย่อง ประมาณว่าผู้บรรลุ) เลือกให้เป็นศิษย์สืบทอดของตัวเอง เป็นศิษย์สืบทอดเลยนาโดยปกติแล้วนิยายแนวนี้พวกเจินเหรินจะไม่ค่อยรับศิษย์เท่าไหร่นี่พระเอกพึ่งเข้ามาก็ถูกเลือกเลย ป้ายหยกสลัก "ชิง" ถูกโยนมาตรงหน้านั่นหมายความว่านอกจากเขาจะเป็นศิษย์ของชิงถงแล้วยังมีสิทธิ์เข้าตามตรอกออกตามประตูเกือบทุกที่ของยอดเขานี้! คนได้รับคัดเลือกก็ตามอาจารย์ของตนไปส่วนที่เหลือก็ถูกนำโดยชื่อเฟิงและชื่อซาน โม่เทียวเหลียวหรือก็เดินตามซือจุนคนงามของเขาออกจากโถงใหญ่เช่นกัน แอบมีความดี๊ด๊าเล็ก ๆ ที่ถูกเลือก

     

    (บอกก่อนว่าพระเอกเป็นพวกชอบอะไรสวย ๆ งาม ๆ ตั้งแต่ชาติที่แล้วไม่ว่าจะคนหรือสิ่งของสิ่งประดิษฐ์) ชิงถงพา (หิ้วคอ) โม่เทียนมาที่ยอดเขาตนและปล่อยให้ทำความรู้จักกับคนอื่น ๆ พระเอกเนี่ยยังไม่แม้แต่สร้างฐานลมปราณ เลยถูกชิงถงปรามาสไปว่าไข่โง่ 笨蛋 (คำนี้ค่อนข้างซอฟต์มันแปลตรงตัวว่าไข่โง่ ซึ่งหมายถึง ไร้ประโยชน์อะไรทำนองนี้ค่ะ) ฮีเลยต้องเริ่มต้นใหม่ฝ่าฟืน ก่อฟืน จุดไฟจากมือ จำพวกนี้ให้ได้ก่อน ก็ตามประสาฝึกไปแอบเที่ยวเล่นตามที่ต่าง ๆ ในสำนักไปมีวันหนึ่งโม่เทียนฮีไปตัดฟืนเสร็จก็ล่ากวางจับกวางมากินระหว่างกำลังย่างนั้นก็เหมือนมีบางอย่างจ้องมาจนรู้สึกได้


    บางอย่างที่.. หูแหลมตัวเล็ก, หางยาวและดวงตาประกายแวววาวดุจคริสตัลคู่หนึ่ง

     

    "เจ้าอุ้งน้อย[*]?" โม่เทียนเหลียวคืออ้าปากพะงาบ ๆ แมวรักของพรี่แน่นอนตัวนี้ ฮีรีบปีนขึ้นต้นไม้ไปหาเจ้าเหมียวแล้วจากนั้นก็ได้อุ้งแมวตบกลับมาทีหนึ่งดังใจที่ปรารถนา  [* แปลว่ากรงเล็บแต่เจ้ากรงเล็บน้อยมันก็จะฟังดูแปลกหูไปนิดเลยใช้เจ้าอุ้งน้อยเพื่ออรรถรสค่ะ ใช้เฉพาะบทความนี้นะ55555] อิตาพระเอกเจอแมวรักที่ตามก็ดีใจแทบตีลังกากลับหลังรอบยอดเขาจับแมวน้อยตัวนั้นแล้วซุกหน้าฟัดขนขาวๆ ให้สมกับที่โหยหามานาน

     

    และ.. ใช่ค่ะแมวตัวนี้ก็คือ ชิงถง นายเอกของเรื่องนั่นเอง เรื่องของเรื่องคือนายเอกเป็นแมวจริง ๆ ไม่ใช่มนุษย์แปลงกายเป็นแมว อารมณ์ประมาณสัตว์ที่หมั่นบำเพ็ญเพียรจนได้ร่างมนุษย์มาแล้วก็เป็นแมวที่พระเอกเคยเลี้ยงก่อนตายด้วย พระเอกไม่รู้เลยว่าถูกแมวของตัวเองรับเป็นศิษย์ซะแล้ว โปรดติดตามต่อไป ถ้านิยายเรื่องนี้มีลิขสิทธิ์นะ5555 บนบานให้มีเพราะมันคุ้มค่าแก่การอ่าน



    สปอยล์จุดที่คิดว่าพีค [พระเอกรู้ได้ยังไงว่าแมวของตัวเองคือตัว/คนเดียวกันกับซือจุนและที่มาของพลังลึกลับนั่น]

    .

    .

    .

    .

    .

    .


    และสำหรับใครที่สงสัยว่าพระเอกรู้ได้ยังไงว่าแมวตัวนั้นคือนายเอก เอางี้มันจะมีช่วงหนึ่งที่พลังวิญญาณนายเอกอ่อนแอมากจนหมดสติไปทำให้คืนร่างเป็นแมว เป็นพระเอกน่ะแหละที่พามานอนบนเตียงเช็ดตัวป้อนน้ำ ฮีคิดอยู่แล้วว่าแมวตัวนี้มีพลังวิญญาณสูงกว่าแมวทั่วไปแถมขน (รวมไปถึงผม) ของนายเอกยังมีสีขาวเหมือนเจ้าอุ้งน้อยด้วยแต่ไม่มั่นใจ ทีนี้นายเอกฟื้นขึ้นมาเห็นพระเอกแค่นั้นแหละ.. เตะฮีออกจากห้องเลยจ้า นิสัยแมวจริง ๆ เป็นทาสก็ต้องอยู่นอกเรือน! 


    พลังลึกลับที่ปกป้องวิญญาณของพระเอกช่วงต้นเรื่องเราพอจะเดาทางออกและมันก็ถูกเผง ชิงถงตอนนั้นยังเป็นแค่ลูกแมวแต่ทำการแบ่งวิญญาณเพื่อปกป้องวิญญาณของพระเอกเอาไว้และแน่นอนว่าแลกมาด้วยพลังชีวิตของตัวเองที่ลดลง และ.. และเรื่องมาเปิดเผยภายหลังว่า "แมวน้อย" ของพระเอกนั้นเป็นสัตว์พิเศษพิทักษ์ 4 ทิศนั่นก็คือ ไป๋หู่ หรืออีกชื่อ พยัคฆ์ขาว /นั่งเกาหัวเลยตู/ คิดรวบเอาเองแล้วกันว่ายังไงซะก็ยังเป็น Felidae อยู่


    ความรู้สึกตอนอ่านมาสักพักหกเจ็ดตอน อิตาพระเอกเรื่องนี้แม่งมาโซคิสม์ชัด ๆ ชอบถูกแมวตบ แล้วจับแมวฟัด มีการยื่นเงื่อนไข เจ้าอุ้งน้อย อยากกินหรือ มาจุ๊บ ๆ ก่อนสิแล้วจะให้กิน เหนือกว่าที่คาดคราวนี้ไม่ใช่ฟาดอุ้งใส่หน้าด้วยรักแต่เป็นกระโดดกัดคางแทน สมน้ำหน้าวะฮ่า ๆ หลังจากที่เจอกันครั้งแรกชิงถงก็แปลงกลับร่างแมวมาเล่นกับโม่เทียนเหลียวบ่อย ๆ นอนด้วยกันบ้าง ขนาดศิษย์ร่วมสำนักยังเบือนหน้าหนีหลังจากเห็นพระเอกอุ้มแมวน้อยกอดรัดคลอเคลีย ความทาสแมวของพระเอกอยู่ระดับในระดับเกินเยียวยา เอาใจแมวยิ่งกว่าอะไรทั้งนั้น เนื้อร้อน ๆ ก็เคี้ยว ๆ แล้ววางให้ 


    อยากจะแหม แต่ก็สมกับสไตล์ของนักเขียนท่านนี้ที่ชอบเขียนพระเอกเทิดทูนเมีย ตอนที่สารภาพรักส่วนมากเป็นพระเอกสารภาพซะมากกว่า แต่หลังต่างฝ่ายต่างรู้ใจกันแล้วเรื่องยังไม่จบแค่นี้นะยังมีเรื่องราวหลายอย่างเกิดขึ้นอีก ทรยศ บรรลุขึ้นสวรรค์  ฯลฯ (ซึ่งเราจะไม่เล่าถึงเพราะว่าเท่านี้ก็ยาวแล้ว)


     

    神木撓不盡 เป็นนิยายที่ฟลัฟฟี่มาก! อ่านจบแล้วเพิ่มพลังบวกให้กับชีวิต เหมาะกับสายสุขนิยม ด้วยความที่ไม่ค่อยเน้นเนื้อหาเข้มข้นหรือฉากชวนดราม่าน้ำตาตกในทำให้อ่านได้เรื่อย ๆ สอดแทรกมุขตลกขบขันสามบาทสิบบาทมาเรื่อย ๆ บ้างก็ฉากที่หัวใจพองโต เรื่องราวยุกยิก มีอุปสรรคบ้างแต่ไม่หนักหนาสาหัส ไม่ได้ซึ้งกินใจ แต่น่ารักเบาสมอง ใช้ความ cute ของนายเอกร่างแมวกลบหลุมบ่อที่มีบ้างเป็นระยะ นักเขียนดำเนินเรื่องได้น่าสนใจ น่าติดตาม เหมาะสมกับระดับมาตรฐานนิยายจีนทั่วไปที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง การบรรยายฉากต่าง ๆ ก็มีชั้นเชิงไม่น่าเบื่อ ทุกอย่างมันทำออกมาให้อ่านสนุก อ่านเพลิน 


    ด้านตัว setting เราว่ามันแตกต่างกับแนวยุทธภพ สำนักเซียนทั่วไปที่เน้นแต่เรื่องตีกันโช้งเช้ง ฝ่ายมารฝ่ายอธรรมเรื่องนี้ค่อนข้างสงบสุขแต่ก็ไม่ได้ถึงกับร่มเย็นนอนเกาพุงไปวัน ๆ เพราะตามนิยายในโลกนี้สัตว์วิเศษ สัตว์วิญญาณมักถูกขายเป็นทาส บีบบังคับให้ทำพันธะสัญญาเลือด ฯลฯ มีเรือเหาะให้อารมณ์ Mecha คล้าย ๆ ฆ่าหมาป่า (杀破狼) ของ Priest แต่ว่าแต่ละเรื่องก็มีเอกลักษณ์ของความเป็นงานเขียนเอกเทศอย่างเต็มที่


    ละมุนละไมสมกับลู่เหยี่ยเชียนเฮ่อ ที่ทำให้เรื่องนี้สนุกก็คงหนีไม่พ้นเวลาพระเอกฟัดนายเอกร่างแมว (ถึงแรก ๆ จะไม่รู้ก็เถอะว่าแมวตัวนี้เป็นซือจุนของตัวเอง) ขนาดเราไม่ใช่ทาสแมวยังเอ็นดู มีช่วงหนึ่งที่พระเอกจะอาบน้ำ (ฮียังไม่รู้ว่าแมวน้อยคือซือจุน) ละเปลื้องผ้าต่อหน้า เหมียวโกรธมากด่าทอพระเอกในใจว่าไม่สุภาพไปมาก็ถูกพระเอกลากไปอาบน้ำด้วยและทำความสะอาดทุกที่รวมไปถึง "ที่นั่น" ด้วย /กรีดร้องไปถึงสวรรค์เก้าชั้นฟ้า/ แน่นอนว่าวันนั้นหน้าของโม่เทียนเหลียวเต็มไปด้วยรอยกรงเล็บแมว พูดมาเยอะมากแล้วขอจบแต่เพียงเท่านี้ เป็นนิยายไม่กี่เรื่องที่ทนอ่านจีนตัวเต็ม 130 กว่าตอนจบภายใน 2 วัน ตาเป็นหมีแพนด้าแล้ว ช่วงนี้หายหน้าหายตาไปคือไม่สอบก็อ่านนิยายนะคะ สวัสดีค่ะ





    ทั้งนี้รีวิวอันนี้ก็เป็นเพียงแค่ความคิดเห็นจากรสนิยมการอ่านส่วนบุคคลเท่านั้น สามารถใช้เป็นส่วนหนึ่งประกอบกับการตัดสินใจได้แต่ไม่สามารถใช้เป็นบรรทัดฐานได้ทั้งหมด



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
Lunaetan (@lalune_enciel)
เนื้อเรื่องน่าสนุกมาก อยากให้คนซื้อมาแปลไทยเหมือนกันค่ะ