melancholia.sweetsingularity
6. open


  • สี่ทุ่มครึ่งคืนวันเสาร์​ ผมคงแพ้พนันถ้าโลกรู้ว่าอยู่กับพี่แฮร์รี่





    คนที่เพียรมาสั่งออเดอร์จำเจซ้ำๆทุกวัน ยิ้มให้ผมด้วยรอยยิ้มเดิมขณะยื่นตังค์พอดีเป๊ะให้ กลายเป็นคนยืนส่งผมหน้าหอ


    มือสองข้างซุกในกระเป๋ากางเกง ขณะช้อนตาสีเขียวอ่อนมองผมจากจุดที่ยืนห่างผมไม่กี่ก้าว


    จะขำที่พี่แฮซดูเกร็งผิดปกติก็คงใจร้ายเกินไป






    ผมจมอยู่กับความคิดตัวเองจนแทบไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้ตัว


    โซโหนั้นงดงามในยามค่ำคืนเสมอ สมตำแหน่งย่านผับ บาร์​ แฮงเอ๊าท์ของนคร (ฝั่งยุโรป) ที่ไม่ยอมหลับใหลของเธอ


    เสียงฝูงคนพูดคุยกันจอแจกลับกลืนไปกับดนตรีแจ๊สบรรเลงสดกระหึ่มทั้งบาร์


    นักร้องสาวทรงผมแอฟโฟร์ในชุดรัดรูปสีดำกำลังขับขานเพลงดัง The Way You Look Tonight ที่ผมคงจะฮัมกับตัวเอง หากเป็นเวอร์ชั่นเบาๆของ Ella Fitzgerald



    แต่ตอนนี้ผมไม่ได้ยินแม้คำถามโลกแตกในหัว



    สรุปเธอมาทำอะไรที่นี่ ฟินน์?



    รีบสาวเท้าขึ้นมานั่งโซฟาขาวที่ชั้นลอยของบาร์ พอเว้นระยะห่างจากกลุ่มคนข้างล่างได้บ้าง พอให้ช่องว่างสำหรับคนอย่างผมได้หายใจ

    พอเผื่อพื้นที่ไว้สำหรับความคิดของตัวเอง






    “คืนนี้ป๊อปนะเรา”


    ผมสะดุ้ง หันมาเห็นพี่แฮซยืนอยู่ข้างขวาของตัว


    ชั้นลอยยังโล่งเว้นแต่เราสองคน  จะปลีกตัวหนี ประโยคเย้าเล่นสั้นๆของลูกค้าประจำก็เจาะฟองสบู่ความคิดที่เปราะบางของผมซะแตกไปแล้ว


    พี่แฮซสวมเสื้อเชิร์ตตัวหลวมสีเลือดหมู ปลดกระดุมลงเกือบกลางอก เผยให้เห็นสร้อยคอไม้กางเขนสีเงินที่ห้อยติดตัวตลอด



    นี่เหรอ ไอ้รุ่นพี่ที่มาตามตื๊อฟินน์อ่ะ



    จู่ๆ เสียงหวานของพี่ทอมผมบลอนด์จากหลังเวทีละครเพลงก็ดังขึ้นโดยไร้สาเหตุ




    ผมคงไม่เชื่อในความเป็นไปได้ของแรงดึงดูดบ้าบอระหว่างผมกับคนอย่างพี่แฮซละมั้ง





    “พี่มาทำอะไรข้างบนละ” ผมถาม เหลือบมองกลุ่มคนที่ดูหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางสปอตไลท์หลากสีลายตา “นักร้องคนดังหายตัวไปน่ะเรื่องใหญ่กว่าผมอีก”



    พี่แฮซยิ้มกริ่ม แววตาดูดีใจออกนอกหน้า




    ผมไม่เคยสนใจเรื่องอะไรพรรณนี้ แต่พอรู้มาบ้างแหละว่าพี่เขาเป็นนักร้องคณะสถาปัตย์​ 


    (ก็เล่นแปะโปสเตอร์โปรโมทคอนเสิร์ตฤดูใบไม้ร่วงของคณะไปทั่วมหาลัย รวมบอร์ดในคาเฟ่ผมด้วย


    อย่าถามถึงช่วงที่ผมต้องเห็นหน้ากบๆของพี่แฮซก่อนชงกาแฟแก้วแรกของร้านทุกวันเลย...



    ….ได้แต่นับวันรอให้คอนเสิร์ตแสดงสักที)




    “เรื่องเล็ก”  พี่แฮซตอบสบายๆ ดื่มเบียร์ในมือจนหมดแล้วโยนแก้วพลาสติกทิ้งที่ถังขยะมุมชั้น “ฟินน์อะ เรื่องใหญ่ของพี่”


    ผมเบ้ปาก 

    ไม่ต้องเขียนบทให้พูดก็เดามุขง่ายๆได้

    ยอมพยายามอีกนิดไหมพี่





    “ผมเบื่อแล้ว” ผมพูด กรอกตาใส่รุ่นพี่เจ้าปัญหา “พี่ไปเถอะ มีคนอยากคุยกับพี่เยอะแยะ”


    พี่แฮซรีบหย่อนตัวลงนั่งข้างผม จ้องหน้า พยายามมองตา


    ดูตั้งใจเสียจนผมอยากใจอ่อนให้



    “แต่พี่อยากคุยกับฟินน์”




    ผมทำเสียง ‘หึ’ ในลำคอ หยิบซองบุหรี่กับไฟแช็กจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมา

    จุดบุหรี่มวนสุดท้ายในซองแล้วเก็บไฟแช็กเข้าที่

    เสียง คลิก เร็วๆของไฟแช็ก ดังเป็นจังหวะในหู




    “พูดตรงๆนะ”  ผมชี้ก้นบุหรี่ที่ฟลอร์ข้างล่าง ปากพ่นกลุ่มควันใส่อากาศตรงหน้า “ผมไม่ได้อยากเป็นเพื่อนกับคนทั้งโลก”


    หายใจเข้า ดูดบุหรี่ในปาก 


    “คิดว่าจริงนักหรอพวกนี้ ทำมาทักทาย คุยด้วย.... เสแสร้งพอกันทั้งสองฝ่ายนั่นแหละ”


    ผมมองตาพี่แฮซกลับ บุหรี่ยังคุกรุ่นอยู่ระหว่างสองนิ้ว


    “เสียพลังงานเปล่าๆ”   ดูดบุหรี่อีกอึกใหญ่  “เขาอยากรู้จักผมที่ไหนกัน”





    งานที่ว่าเป็นงานคืนสู่เย้าโรงเรียนประจำมอปลายของผม ที่ออกมาก็เพราะ open bar ที่สั่งได้ไม่จำกัด และสัญญาลมๆแล้งๆว่าจะมีเพลงแจ๊สดีๆเล่น

    (หูผมคงไม่รับเพลงสไตล์นี้เอง)

    ส่วนพี่แฮซก็เข้ามาได้เพราะความเป็นคนดังและหน้าตาล้วนๆ





    นักร้องคนดังถอนหายใจ มือปัดต้นขาตัวเอง ราวกระวนกระวายเป็นครั้งแรก

    พี่แฮซเม้มปาก เอียงตัวมาหาผม


    “….พี่รู้จักเราคนเดียวก็พอแล้ว--“  รุ่นพี่ผมสีน้ำตาลกลืนน้ำลาย “--ได้ไหม....”


    ประโยคที่เดาง่ายในน้ำเสียงไร้การปรุงแต่งทำผมชะงัก


    มวนบุหรี่ยังคาอยู่ริมปาก





    ขอบคุณสำหรับรูปนะ x - h 


    โนติแจ้งเตือนเมซเซนเจอร์แชทจาก h. styles เด่นเป็นแถบยาวกลางหน้าจอมือถือผม


    นี่ผมเผลอตัวทำอะไรลงไป




    พี่แฮซเดินตามผมออกจากงาน เกือบทำให้ผมคันยิบๆอยากอธิบายต่อสายตาฝูงชนว่า เรากลับด้วยกัน แต่เราไม่ได้ ...จะกลับด้วยกัน *


    คำเป็นล้านค้างคาอยู่ในความคิด




    พี่แฮซสะกิดผมเมื่อเราอยู่ตามลำพังกลางถนน


    “พี่ถ่ายเซลฟี่กับเราได้เปล่า”

    ผมทำตาโต

    “ถามทำไม”  ผมคงจะผลักพี่แฮซไปแล้ว ถ้าไม่ติดว่าเจ้าตัวอาสาเดินมาส่งผมที่หอจริงๆ “ก็เจอหน้ากันอยู่ทุกวัน”


    พี่แฮซเม้มปากอีก เสยผมตัวเองอย่างเสียไม่ได้


    “หรือพี่เบื่อมอคค่าแล้ว--“





    มืออุ่นแตะบ่าผมโดยไม่บอกกล่าว


    “ฟินน์”  พี่แฮซ​เรียกชื่อผมเสียงนิ่ง หน้าตาจริงจังขึ้นมา


    หัวใจผมดันพยศ  เต้นเป็นจังหวะประหลาด


    “พูดตรงๆนะ”  คำเกริ่นประโยคของพี่แฮซที่ถอดแบบผมมาเป๊ะๆกลับแปร่งหู




    “พี่ชอบฟินน์”





    ผมอ่านพี่แฮซออกเหมือนหนังสือนิยายรักปกอ่อนเล่มหนึ่ง


    พี่ชายที่แทรกตัวเข้ามาในความคิด ในชีวิตประจำวัน เพราะหวังจะเป็น ‘คนๆนั้น’ ของผม


    หวัง ทั้งๆที่ผมไม่รู้จะให้ใครอ่านตัวเองออกเร็วไปทำไม




    ไม่ได้อยากเป็นเพื่อนกับคนทั้งโลก 

    แต่กับบางคน(ที่ไม่ยอมลดความพยายาม) ผมอาจจะใช้เวลาลองดู.



    //


    *เรากลับด้วยกัน แต่เราไม่ได้ ...จะกลับด้วยกัน  มาจากประโยค "We're together, but we're not... together." การเล่นคำที่แปลได้ว่า เรามาด้วยกันนะ แต่เราไม่ได้ 'มาเป็นคู่กัน'  > <"


    แนบเพลง:




    ช่วงนี้ติดอัลบัมไนออลมากๆ  เพลงนี้ก็เพราะจริงๆ > <


    แอบเนิบๆสบายๆกับ The Way You Look Tonight เวอร์ที่ฟินน์พูดถึงค่ะ ^^






    ดีใจที่ชอบ + ต้อนรับแฮซฟินน์กันอย่างอบอุ่นนะคะ ได้เขียนแตกต่างจากแบร์อนายไปอีก 


    ทั้งคุณ @_MagritteB, @xxcpkt13xx, น้องบี @quiddty8  -  ฟินน์รุกแฮซไปละ โดนแฮซเอาความตั้งใจชอบจริงจังเข้าสู้บ้าง  พ่อคุณจะใจอ่อนมั้ย5555


    และแพน @labymarsh คราวนี้กบได้รูปกลับบ้านละน้า เอาไปฝันได้อีกนาน เหนื่อยกับฟินน์หน่อยแต่ (อาจ) จีบคุ้มค่าหัวใจก็ด้าย อิอิ



    มาคุย / ทักทายกันได้ที่ทวิตนะคะ <3


    ติชม #kpfic เลยค่ะ


    ขอบคุณทุกกำลังใจเสมอค่า


    x


    ข้าวเอง.


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in