All of WinkChamEsnesPolar
COLORVERSE



  • โลกใบนี้น่าอยู่มันก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเพราะสีสันเลยทำให้มันเป็นอย่างงั้น


    แต่โลกใบนี้ไม่น่าอยู่สำหรับเขา


    เพราะเขาไม่เคยเห็นสีสันพวกนั้นเลยสักครั้ง


    ใครว่าแอปเปิ้ลเป็นสีแดง


    ใครว่าต้นไม้เป็นสีเขียว


    สำหรับเขามันเป็นสีเหมือนกันทั้งหมด


    คือสีขาวและดำ


    ถ้าจะให้จินตนาการออกง่ายๆ ทุกๆวันของเขาเหมือนการดูรายการทีวีสมัยก่อนที่มีแค่สองสีทั้งรายการ


    สีแดงเป็นอย่างไรไม่เคยได้เห็น


    สีเขียวเป็นอย่างไรไม่เคยได้รู้


    เพราะเขารับรู้แค่ว่าไม่ว่าจะมองอะไรก็จะเห็นแค่สองสีเท่านั้น 


    แม้แต่ท้องฟ้าที่คนเขาบอกว่าสวย พัค จีฮุน คนนี้ก็ไม่เคยได้มองเห็นมันด้วยตาเลยสักครั้ง


    อยากจะเจอSOULMATEของตัวเองเร็วๆ อยากจะรับรู้ถึงสีสันเหมือนคนอื่นเขาบ้าง


    SOULMATEจะตามหาเขาบ้างมั้ยนะ


    อยากจะรู้ถึงสีสันของโลกใบนี้ตามตำราหรือคำบอกเล่าจากคนอื่นเหมือนเขามั้ยนะ


    ขอร้องล่ะ ช่วยมาทำให้โลกใบนี้น่าอยู่ขึ้นที






    "จีฮุน สีนี้สวยป่ะวะ"


    "สีไหนก็เหมือนกัน"


    "ไม่เหมือนดิ นี่สีเหลือง นี่สีแด-"


    "ก็มันไม่เห็น"


    เขาตอบไปอย่างไม่สบอารมณ์นัก จนเพื่อนสนิทเลิกเซ้าซี้ ความรู้สึกผิดปรากฎอยู่บนใบหน้าของอีกคน


    "เฮ้ย ขอโทษ"


    "อืม"


    เขาไม่สนใจ ฟุบหลับกับโต๊ะและฟังเพลงต่อ


    "ขอโทษจริงๆเว้ย กูไม่ได้ลืมนะ กูแค่ตื่นเต้นไปหน่อยที่เริ่มเห็นสีอื่นที่ไม่ใช่สีเทาแล้ว"


    เพื่อนสนิทเขยิบเก้าอี้มาใกล้ๆและขอโทษขอโพยซะยกใหญ่ จนจีฮุนปัดรำคาญด้วยการผลักอีกคนออกไปไกลๆอย่างที่เคยหยอกล้อกันและบอกว่าไม่เป็นไร


    "ลูคัส"


    "ว่า?"


    "มึงมองเห็นสีท้องฟ้าหรือยัง"


    "ตอนนี้หรอ"


    ลูคัสพยายามหรี่ตามองออกไปนอกหน้าต่าง


    "ยังว่ะ ตอนนี้กูแยกแค่สีแดงกับเหลืองออก ทำไมวะ?"


    "เปล่า เออมึง"


    "ครับไอคุณชาย"


    "SOULMATEมึงเขาดีใจมั้ยที่เจอมึง"


    "โอโหไอคุณชาย ถามงี้หมายความว่าไง"


    "หมายความอย่างที่พูด"


    เขายอมถอดหูฟังเพื่อฟังอีกคนตอบ


    "มันก็ต้องดีใจดิวะ ใครจะชอบวะอยู่กับแต่สีขาวสีดำ"


    "เออ มันไม่มีใครชอบหรอก"


    แล้วก็กลับไปฟุบดังเดิม ลูคัสรีบตีปากตัวเองรัวๆจนปากแดงไปหมด ก้มคุกเข่าขอโทษจีฮุนชดเชยความปากเสียของตัวเอง


    เขาไม่ได้สนใจคำขอโทษของลูคัสแม้แต่น้อย


    เพราะเขาเข้าไปอยู่ในโลกของตัวเองตั้งแต่ลูคัสพูดประโยคสุดท้ายแล้ว






    แผ่นหลังกว้างแผ่ลงกับพื้นหญ้าชื้น 


    ลมอ่อนๆพัดโชยมาพอให้รู้สึกผ่อนคลาย


    เขาชอบมานอนเล่นที่นี่ก่อนจะกลับบ้าน


    ร่างกายสัมผัสกับความเย็นของพื้นหญ้า


    ใบหน้ารับลมอ่อนๆ


    มองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่เป็นสีขาว ก้อนเมฆที่เป็นสีดำ ลอยไปตามกระแสลม


    "ใครบอกวะว่าก้อนเมฆเป็นสีขาว"


    เขาเค้นหัวเราะกับตัวเอง มันไม่จริงสักนิดเรื่องที่เคยได้ยินมา


    ไม่รู้ว่าจะต้องทนกับสภาพแบบนี้ไปอีกกี่ปี


    ก็อย่างที่ลูคัสว่าใครจะชอบอยู่กับแต่สีขาวสีดำ


    อีกนานเท่าไหร่SOULMATEถึงจะโคจรมาพบกัน


    ถ้านานกว่านี้เขาต้องตาบอดแน่ๆ


    คงจะต้องอดเห็นสีของแอปเปิ้ล ต้นไม้


    และท้องฟ้า


    ไม่รู้ว่าSOULMATEจะมีสภาพเดียวกันกับเขารึเปล่า


    เขาน่ะอยากให้เรามองเห็นสีไปด้วยกัน


    แล้วหากถ้าเจอกันสิ่งแรกที่อยากจะทำด้วยกัน


    คือมองท้องฟ้าที่เป็นเป็นสีฟ้าไม่ใช่สีขาว






    เวลาล่วงเลยไปใกล้พบค่ำ


    จากท้องฟ้าสีขาวเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทา


    ก้อนเมฆเริ่มเบาบางลง


    เขาเผลอหลับไปเป็นชั่วโมงได้


    "อะไรเนี่ยมาไม่ทันดูท้องฟ้าหรอ"


    เสียงมาจากข้างๆเขา


    เขาแอบหันไปมอง


    ผู้ชายที่ดูอายุน่าจะมากกว่าเขาดูจากการแต่งตัวที่ไม่ใช่เด็กมัธยม ดูเป็นเด็กมหาลัยมากกว่า กระเป๋าเป้ถูกวางลงบนพื้นหญ้าตามมาด้วยกายที่หย่อนตามลงมา


    ใบหน้าที่ดูดื้อรั้นเหมือนลูกแมว ฉายแววหงุดหงิด ริมฝีปากเล็กเบะลง แสดงท่าทีเหมือนจะร้องไห้


    "น่าเสียดาย เนาะ"


    เขาแอบใจกระตุกที่อีกคนหันมาและยิ้มให้


    "อ่าครับ"


    "นี่อุตส่าห์รีบวิ่งมาจากมหาลัยเลยนะ"


    อีกคนว่าพร้อมจัดผมฟูๆของตัวเองให้เข้าที่


    อ่า จริงๆผมฟูๆก็น่ารักนะ เหมือนลูกแมวที่เพิ่งเป่าขนเลย


    "ระหว่างทางก็ดูได้หนิครับ ทำไมต้องวิ่งมาถึงที่นี่เลย"


    "ก็ไม่รู้เหมือนกัน แค่รู้สึกดีที่ได้มานั่งมองจากตรงนี้"


    ตาคู่สวยเหมือนตุ๊กตาเคลือบแก้วมองไปยังท้องฟ้า


    จะเห็นเป็นสีอะไรนะ ใช่สีฟ้าหรือเปล่า หรือว่าสีเดียวกันกับเขา


    "น่าอิจฉาจังนะครับ"


    "หื้อ? เรื่องอะไรหรอ"


    "ถ้าชอบมองท้องฟ้าแบบนั้นคงเห็นสีของมันใช่มั้ยครับ"


    อีกคนอมยิ้ม ชันขาขึ้นมากอดโดยที่สายตาไม่ละจากท้องฟ้าเลย


    "บางอย่างเราชมความสวยงามของมันได้โดยไม่ต้องมีสีก็ได้นะ"


    "แสดงว่า..."


    "อืม ยังไม่เจอหรอก SOULMATEของตัวเองน่ะ"


    เขารู้สึกผิดหน่อยๆที่พูดออกไป


    "นี่อย่าทำหน้าเศร้าสิ ไม่ได้ซีเรียสสักหน่อย ไหนยิ้มสิ ยิ้มมมมม"


    อีกคนใช้นิ้วชี้จิ้มที่มุมปากตัวเองแล้วฉีกยิ้มอย่างน่ารัก


    ให้ตายเถอะ 


    ขออย่าให้อีกคนได้ยินเสียงใจเขาเต้นเลย


    เพราะมันเต้นดังจนหูเขาอื้อไปหมด


    น่ารัก


    ทำไมถึงน่ารักแบบนี้


    เขี้ยวซี่เล็กๆนั่นทำไมดูดึงดูดจัง


    "นี่ไงยิ้มแล้วววว"


    เขายิ้มตามอย่างไม่รู้ตัว 


    อ่า...ทำไมจู่ๆโลกนี้ก็น่าอยู่ขึ้นนะ


    ผมของอีกคนจะสีอะไรนะ ตาจะสีอะไร ผิวจะสีอะไร


    แต่ไม่ว่าจะสีอะไรก็คงไม่สำคัญเท่าไหร่


    เพราะขนาดเขาเห็นแค่สีขาวและสีดำ


    ยังน่ามองขนาดนี้เลย


    "มองนานขนาดนี้ หน้ามีอะไรติดหรอ"


    "ป เปล่าครับ"


    เขาเลิ่กลั่ก พูดติดอ่าง มือไม้ก็อยู่ไม่นิ่ง


    "นายตลกดีจัง"


    อีกคนหัวเราะร่า ตาคู่สวยปิดเข้าหากันเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว 


    ทำยังไงดีล่ะทีนี้


    หยุดมองคนตรงหน้าไม่ได้เลย







    "นายคงยังไม่เจอSOULMATEใช่มั้ย"


    "ครับ"


    "รู้สึกแย่รึเปล่า"


    "ครับ มากๆเลย"


    "ผมอยากจะเห็นสีทุกอย่างรอบตัวเองแล้วก็อยากให้เขาเห็นมันพร้อมกับผมด้วย"


    "จิตใจดีจัง"


    อย่ายิ้มบ่อยได้มั้ย


    ถือว่าเห็นแก่เขาคนนี้ก็ได้


    "ท้องฟ้าน่ะ ไม่เคยเห็นเป็นสีฟ้าเลย"


    "เห็นเป็นแต่สีม่วง"


    จู่ๆลมก็พัดโชยจนผมของอีกคนพลิ้วไปตามกระแสลม แววตาที่ฉายไม่มีความเศร้าแม้แต่น้อย ภาพสะท้อนจากแววตาคือวิวท้องฟ้าที่เมฆเบาบางลง ประกายความวาวดั่งแก้วสะกดตาเขาให้จ้องมองอยู่อย่างงั้น


    "แต่ยังไม่เจอไม่ใช่หรอครับ SOULMATEน่ะ ทำไมเห็นสีได้"


    "ไม่รู้เหมือนกัน แต่หมอบอกว่าคือภาวะผิดปกติที่หายากในยุคนี้"


    "มองเห็นทุกสีเลยนะ แต่ผิดเพี้ยนไปหมดเลย"


    "เห็นแอปเปิ้ลเป็นสีเหลือง เห็นต้นไม้เป็นสีแดง เห็นแครอทเป็นสีน้ำเงินเข้ม อี๋ ใครจะกินลงว่ามั้ย"


    อีกคนทำท่าอี๋แครอทอย่างออกรสจนเขาขำ


    "แต่ที่แปลกคือไม่เคยได้เห็นสีฟ้าเลยสักครั้ง"


    "แต่ก็ไม่เข้าใจตัวเองทำไมยังชอบมองท้องฟ้านัก ทำไมถึงชอบมองเมฆทั้งๆที่เห็นมันเป็นสีเทา"


    ถึงแววตาจะไม่แสดงออกถึงความเศร้าแต่น้ำเสียงแสดงออกอย่างชัดเจน


    เขาคิดว่าตัวเองที่ต้องทนกับสภาพแบบนี้ก็เลวร้ายพอแล้ว


    แต่กับอีกคนที่ต้องเห็นแต่ความมืดมนในทุกๆวัน ท้องฟ้าของเขายังเป็นสีขาว แต่ท้องฟ้าสีม่วงเป็นแบบไหนเขาก็ยังคิดไม่ออก ในตำราบอกว่าสีม่วงคือสีโทนเย็นที่มีความมืดเกือบเท่ากับสีดำ


    นั่นมันคงแย่มากๆ แต่ทำไมคนๆนี้ถึงได้ยิ้มได้กัน


    "เฮ้ย ขอโทษษษ ดึงดราม่า นายเลยเศร้าไปด้วยเลย"


    มือเล็กจับที่ข้อมือเขาแล้วเขย่าไปมาเหมือนจะขอโทษ


    เขาจับข้อมือเล็กๆนั่นไว้


    "ไว้ถ้าเราเจอSOULMATEของตัวเองแล้ว"


    "เรามาดูท้องฟ้าด้วยกันนะครับ"


    เขาจ้องมาตาคู่สวยนั้นอย่างจริงจัง น้ำเสียงที่ทุ้มต่ำบ่งบอกถึงความจริงใจที่เขาพูดออกมา


    "อื้ม! ได้สิ"


    อีกคนยิ้มร่า เขาเองก็เช่นกัน


    ทำไมเขาถึงรู้สึกดีกับคนที่เจอกันไม่ถึงครึ่งชม.ได้ขนาดนี้นะ


    ถ้าไม่ใช่พลังบวกของอีกคนก็คงเป็นใบหน้าที่ดื้อรั้นนั่นที่เขาชอบมอง


    "โหนี่เย็นขนาดนี้แล้ว ไม่กลับบ้านรึไงเจ้าเด็กมัธยม"


    "บ้านผมอยู่แค่นี้เอง เดินไปก็ถึง"


    "งั้นกลับบ้านกันมั้ย?"


    "ครับ"


    แต่จริงๆยังไม่อยากกลับเลย


    เขาลุกขึ้นยืน เอื้อมมือช่วยเพื่อให้คนข้างๆลุกขึ้นตาม 


    อีกคนจับมือเค้าแน่นเพื่อดึงตัวเองให้ลุกขึ้น


    ตัวเล็กจังเลย  ข้อมือก็เล็ก มือก็เล็กแถมยังนิ่มมากอีกด้วย


    "....."


    "เป็นอะไรรึเปล่าครับ"


    จู่ๆอีกคนก็นิ่งไป เหมือนสายตาจับจ้องไปที่ใดที่หนึ่งที่ไม่ใช่ตัวเขา


    "ป เปล่าหรอก"


    "แล้วนี่ แล้วทำไมถึงอยากจะเห็นท้องฟ้าขนาดนั้นล่ะ"


    อีกคนถามตอนที่กำลังก้มหยิบกระเป๋า


    "ผมแค่อยากเห็นว่าถ้าท้องฟ้าไม่ใช่สีขาวจะเป็นยังไง"


    "งั้นลองมองตอนนี้สิ มันเป็นสีส้มนะ สวยมากเลย"


    "ผมจะเห็นได้ยังไ-"


    "เล่นอะไรครับเนี่ย"


    จู่ๆเขาก็ถูกปิดตาด้วยมือเล็กๆคู่นั้น แถมยังถูกจับให้หมุนตัวหันไปมองท้องฟ้าด้วย


    "จะนับถึงสามนะ"


    "ผมมองไม่เห็นหรอกครับ"


    "หนึ่ง"


    "พี่ครับ"


    "สองงงง"


    "ผมบอกว่า-"


    "สามมมม!"


    เขารู้สึกเจ็บตาอย่างบอกไม่ถูกทันทีที่มือคู่นั้นเปิดตาเขา


    ....


    สีส้ม


    ไม่จริงน่ะ


    ท้องฟ้าสีส้มปรากฎอยู่ตรงหน้าผม


    พระอาทิตย์ดวงโตที่เขามักเห็นเป็นสีดำ ตอนนี้ก็เป็นสีส้มเช่นกัน


    มันไม่ได้สวยเหมือนที่จินตนาการไว้ แต่มันมากกว่านั้น


    สีส้มบนท้องฟ้าตอนนี้มีหลายเฉด มันนอกตำรำที่เขาเรียนมา


    สีส้มเข้มสลับกับสีส้มอ่อนปนขาว แซมด้วยสีเหลืองอ่อนๆ


    เขามองภาพนั้นด้วยความประทับใจ


    ในที่สุดเขาก็ได้เห็นมัน แม้จะไม่ได้เป็นสีฟ้า


    แต่ตอนนี้เขาเห็นสีของมันแล้ว


    ท้องฟ้าที่เขาอยากเห็นตลอดมา


    ...


    มันก็แสดงว่า


    "พี่เป็นSOULMATEของผมหรอ?"


    เขามัวแต่มองท้องฟ้าจนลืมสิ่งที่ทำให้เขามองเห็นมันไป


    คนข้างๆเขายิ้มแฉ่งและพยักหน้ารัวๆ


    "ตอนแรกก็ไม่แน่ใจ"


    "แต่ตอนนายดึงขึ้นเมื่อกี้เห็นนกสีฟ้าบินผ่านไปก็เลยคิดว่านายอาจจะใช่แน่ๆ"


    "สวัสดีนะคุณSOULMATE"


    "พี่..."


    ผมสวมกอดเขาทันทีไม่ต้องรอให้พูดอะไรต่อ


    "นาย..."


    SOULMATEที่เขาเฝ้าหามาตลอด


    SOULMATEที่เขาต้องการให้มาดูท้องฟ้าด้วยกัน


    ยืนอยู่ตรงนี้แล้ว


    หน้าของอีกคนฝังลงกับอกของเขา(ตัวเล็กกว่าที่คิดไว้) เขากอดแน่นจนแผ่นอกของเราชิดกัน


    "นึกว่าผมจะไม่มีวันได้เจอแล้ว"


    "เฮ้ อย่าดราม่าหน่อยเลย ก็ยืนอยู่ตรงนี้แล้วไง"


    เขาปล่อยอีกคนเป็นอิสระ แต่มือก็ยังคล้องเอวไว้


    เรือนผมสีอ่อน ตาคู่สวยสีน้ำตาลเข้มและผิวสีน้ำผึ้ง


    ตอนนี้เขามองเห็นมันแล้ว


    "มองกันแบบนี้อีกแล้ว ฮืออออหน้าไม่มีอะไรติดจริงๆใช่มั้ย"


    อีกคนงอแง


    "มีสิ"


    "ความน่ารัก"


    "ไม่ตลกเลยนะ ปล่อยกันได้แล้วว"


    "ไม่ปล่อยได้มั้ยครับ"


    "ไม่อยากปล่อยเลย"


    "หึ่ม"


    อีกคนทำท่าไม่พอใจ


    น่ารัก


    "แต่ก็ ขอบคุณนะ"


    "ปกติเวลานี้ต้องเห็นเป็นสีน้ำเงินเข้มแล้วแท้ๆ แปลกมากเลยที่เห็นมันเป็นสีส้ม เพราะนายเลยคุณSOULMATE"


    สองมือเล็กยกขึ้นมาแนบแก้มเขา


    "พัค อูจิน"


    "...."


    "จำชื่อSOULMATEของนายให้ดีๆล่ะ"


    "พัค จีฮุนครับ"


    "รู้อยู่แล้วหน่า ป้ายชื่อที่อกน่ะ"


    อูจินหัวเราะ เขาก้มมองป้ายชื่อที่อกอย่างเขินๆ เจอกันไม่ทันไรปล่อยไก่ซะแล้ว


    "แล้วนี่เห็นสีอะไรแล้วบ้าง"


    "สีส้มแล้วก็สีพี่อูจินครับ"


    "สีแบบนั้นมีที่ไหนกันเล่า"


    เขาโดนทุบที่ต้นแขน


    "ก็ผมไม่รู้จะเรียกชื่อสีผม สีตา สีผิวของพี่ว่าอะไรเรียกถูกมั้ยก็ไม่รู้เลยเอาเป็นชื่อสีนี้แล้วกัน"


    "เด็กน้อย"


    อูจินบีบแก้มเขาส่ายไปมา


    "แล้วพี่ล่ะ ยังเห็นสีสลับกันมั้ย"


    "อื้อ ยังเห็นอยู่เลย"


    "หญ้านี่สีอะไรครับ"


    "หญ้าต้องสีเขียวสิ"


    "เอาที่พี่เห็นสิครับ"


    "สีแดง"


    "ผมเห็นเป็นสีเขียวแล้วล่ะ"


    "อวดกันรึไง"


    อีกคนบุ้ยปากแล้วดึงมือกลับมากอดอก


    น่ารักอีกแล้ว


    "เราคงต้องอยู่ด้วยกันไปนานๆแล้วจะกลับมาเป็นปกติเอง ผมคิดแบบนั้น"


    "อื้อ สักพักนายก็คงมองเห็นหลายสีเลยล่ะ"


    อูจินส่งยิ้มให้เขา


    รู้สึกตัวเองโชคดีมากๆ


    ที่มีคนน่ารักแบบอูจินมาเป็นSOULMATE


    "ผมจะทำให้พี่เห็นสีฟ้าให้ได้"


    "ไว้พรุ่งนี้"


    "เรามาดูท้องฟ้าตรงนี้ด้วยกันนะครับ"






    ที่จีฮุนสามารถรู้ชื่อสีทันทีที่เห็นเป็นเพราะสัญชาตญาณนะคะ มันกระตุ้นบอกเองว่าสีนี้ควรเรียกว่าสีอะไร ทุกคนในยุคนี้เป็นแบบนี้ทุกคนเลยค่ะ

    การที่SOULMATEอยู่ใกล้กันยิ่งเพิ่มการมองเห็นสีต่างๆได้ดีขึ้นค่ะ

    การมองเห็นสีของคนยังไม่เจอSOULMATEมีหลายประเภทนะคะ
    1)แบบจีฮุนที่เห็นแค่ขาวกับดำ
    2)แบบลูคัสที่เห็นแค่เทากับขาว
    3)แบบอูจินที่มี%การเกิดน้อยมาก ที่จะเห็นทุกสีแต่สีไม่ตรงกับวัตถุเลย

    ทุกอย่างที่ทุกคนในเวิร์สนี้รู้ว่าอะไรต้องเป็นสีอะไรคือตำราเรียนค่ะ มันระบุไว้ว่าแอปเปิ้ลต้องสีแดง ต้นไม้ต้องสีเขียว ท้องฟ้าต้องสีฟ้า ฯลฯ

    ถ้าSOULMATEยังไม่พบกันทั้งๆที่เวลาผ่านมานานแล้ว ตั้งคู่จะตาบอดค่ะ




    #SSPDFIC

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in