เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
ชีวิตหลังเสร็จสิ้นภารกิจมัธยมศึกษาYangNa
เริ่มต้นใหม่แบบงงๆ #เด็กซิ่ว #แบบฟึบฟับ
  •    จากคราวที่แล้วเราก็ได้บอกไปว่าเราเป็น #Dek62 ติดมนุษยศาสตร์ เอกตะวันออก จีน มข. ซึ่งตอนนี้เราก็มาเป็น #Dek63 รัฐศาสตร์ เอกการระหว่างประเทศ มธ. ที่เราเคยตั้งใจไว้เมื่อตอนมัธยมปลายแล้ว  แต่เรื่องราวมันเป็นยังไงอะ ตอนแรกบอกจะไม่ซิ่ว เปลืองตังค์ ไม่แน่ใจในตัวเอง แต่สุดท้ายก็็็ซิ่วจนได้ แต่การซิ่วของเราไม่ใช่แค่ไม่พอใจสิ่งเดิมแล้วอยากเปลี่ยน มันเป็นการเติบโต มีมุมมองใหม่ๆถาโถมเข้ามา และการท้าทายคอมฟอร์ทโซนตัวเอง เป็นการเปลี่ยนกระทันหันที่น่าพิศวงในชีวิตเรา
       ระหว่างเรียนที่เอกจีน มข การเรียนไม่ได้แย่ เรียกได้ว่าเราภูมิใจตัวเองมากเลยแหละ สำหรับคนที่ไม่มีพื้นฐาน เข้ามาแบบงงๆ เ แล้วไม่ค่อยเป็นคนขยันอะไรขนาดนั้น  เกรดก็ดีพอใช้ วงจรชีวิตก็คล้ายตอนมัธยมปลาย เรียน กลับบ้าน เครียดสอบ ขี้เกียจทำการบ้าน เป็นรสชีวิตที่ได้ลิ้มลองมาตลอดตอนมัธยม แล้วก็มีเรื่องดีๆคือได้อ่านหนังสือที่ inspired ตัวเราและทำให้เรามองเห็นภาพโครงสร้างปัญหาสังคมขึ้นบ้าง ประกอบกับเราได้รับอิทธิพลจากหลายคนในทวิตเตอร์ด้วย--เราก็จับเทรนด์สังคม อยากเรียนรู้ปัญหา ฝันถึงการพัฒนาสังคม หนังสือเล่มสีเหลือง The spirit level ทำให้เราเปลี่ยนความคิดอะไรเดิมๆ เราหัดมองปัญหาที่ซับซ้อนให้ได้มุมมองที่ลึกยิ่งขึ้น แม้จะอ่านไม่จบเพราะเราขี้เกียจ และมันไม่ได้สนุกถูกใจขนาดนั้น ถึงอย่างนั้นหนังสือสีเหลืองเล่มนี้เป็นพระคุณมากที่มาเปิดทางการมองปัญหาความยากจนในโลกให้กว้างขึ้น ซึ่งมันก็เป็นจุดเริ่มต้นให้เราสนใจประเด็นสังคมมากกว่าตอนที่วอนนาบีอยากเรียนรัดสาดในช่วงมอปลาย และยังทำให้เราสนใจประเด็นปัญหาข้ามโลก กลายเป็นว่าเรากลับอยากอ่านหนังสือสายสังคม มากกว่าสนใจอ่านหนังสือเรียนของเอก  
       นอกจากเครียดสอบ ขี้เกียจทำการบ้าน จะเป็นปัญหาใหญ่ระหว่างเรียนที่มข. ก็ยังมีอีกสองซึ่งถือว่าสร้าง conflict ในชีวิตมากกว่าสองอันแรกแล้วกัน ปัญหาหลักสูตรในการเรียน แม้เราจะไม่เคยเข้าสถาบันสอนภาษาจีนจริงๆจังๆ (ที่ผ่านมาเรียนออนไลน์ทั้งฟรีและเสียตังค์) แต่เราก็รับรู้ได้ว่ามันไม่ได้เข้ากับ lifestyle ของเราเลย สังคมและตัวหลักสูตรพยายามผลักเราให้กลายเป็นบุคคลที่ "ตลาด" ต้องการ ซึ่งมันก็คงเป็นเรื่องดีในโลกทุนนิยมและการหาเงินให้ได้เยอะๆ แต่ในขณะเดียวกันเราก็รับรู้ว่ามันลบตัวตนของเราไปเรื่อยๆ กัดกินจนอาจไม่เหลือความสำนึกในคุณค่าที่แท้จริง ทั้งนี้ อาจารย์บางคนยังเข้าข่ายโซตัสและอำนาจนิยมหน่อยๆด้วย แหะๆ สอนจีนไม่จำเป็นต้องคิดแบบ "จีน" ก็ได้นะ
       ปัญหานอกจากนั้นก็คงจะเป็นเรื่องของจิตใจ เราได้รู้ความหดหู่แบบดำดิ่ง เมื่อตอนปี 1 เทอม 1 ปฏิเสธไม่ได้ว่าได้รับอิทธิพลจากหลายสิ่ง สังคมที่นี่กดดันมาก เพื่อนที่เรารักหดหู่ และเมทที่เรารักก็ซึม บรรยากาศพาไป แล้วทางตันก็เกิด เมื่อเราเรียนภาษาอังกฤษซึ่งเรารีบมาลงเรียนเลเวล 5 เป็นเลเวลสูงสุดของปี 1 ทั้งที่ไม่ได้เก่งเลย เนื้อหาที่ยากเกินตัวส่งผลให้เราเครียดและกดดัน แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้ด้วยเอ โหย ดีใจมากกกกก ส่วนเทอมสองก็ออกมาอยู่คนเดียว มีเศร้าๆเพราะไม่ค่อยเจอเพื่อนบ่อย มีอาการอยากเป็นคนพิเศษ มีน้ำตาที่แป็บๆก็หาย 
       ช่วงสุดท้ายของการเป็น นศ มข คือโควิทระบาดจ้า ติดแหงกอยู่หอ ตื่นมาไปไหนไม่ได้ สั่งแต่แกรบซึ่งมันแย่มากๆอะ แล้วสอบออนไลน์ทำให้เราเครียดและไม่มีกะจิตกะใจอ่านหนังสือด้วย วันสุดท้ายของการสอบเป็นวิชาเจนเอด จำได้แม่น ผ่านไปแบบไม่ได้มีีปัญหาอะไร แต่อย่างนั้นตอนสอบเสร็จกลับเศร้า ว้าวุ่น จนแม่บอกอย่าเครียดให้มากนัก แต่ชั้นก็เครียดเพราะกลัวติดเอฟในมหาลัย พ่อก็บอกไม่เป็นไร แต่ชั้นก้เคียดแหมะะะะ
       ในระหว่างปิดเทอมรอขึ้นใหม่ ชั้นก็ได้อ่าน ได้คิดอะไรหลายๆอย่าง จนใจกล้าทักเพื่อนตอนประถม-ม.ต้นไป และก็ได้สร้างกลุ่มกลับมาติดต่อกัน เพื่อนก็สบายดี ซิ่วเหมือนกันหมดๆ หึๆ เพื่อนสนิทก็ซิ่วไปพยาบาลที่นางก็นึกมาแต่ม.ปลาย แม้ปี 2020 จะเหี้ยหน่อยเพราะโควิทและสถานการณ์การเมืองหลายอย่าง แต่ชั้นและเพื่อนก็ได้ตามที่หวังไว้เมื่อตอนมอปลายแหละวะ นับเป็นเรื่องพิเศษมาก
      เรื่องยื่นแอดขอซิ่ว กว่าจะขอแม่ยื่นได้ก็เกือบวันสุดท้ายเลยอะ มัวแต่กลัว พ่อบอกซิ่วก็ซิ่ว เราก็เคร จ่ายตัง ตอนยื่นก็แบบลองกันซักตั้งเนอะ คะแนนเดิมปี 62 แหละ ไม่ได้ชั้นก็ต่อโทเอาแล้วกัน แต่สุดท้าย ติดจ้า อห แต่คะแนนเกือบสุดท้ายของสาขาเลยนะ ถถถถ แต่ดีใจมากอะ และกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายด้วยเพราะเศรษฐกิจแย่ แม้ว่าเราจะเบิกค่าเทอมได้ก็เถอะ ซึ่งปีเราไม่ได้สัมภาษณ์ ยื่นเอกสารแล้วก็เข้าเรียนเลย แหม เสียดายนะ ไม่ได้โดนตอกกลับลองภูมิจากอาจารย์เลยซักตั้ง (เดี๋ยวมึงก็โดนตอนเขียนงานจ้ะ)
       เราเองซิ่วมา ไม่ได้มีเป้าหมายว่าตัวเองต้องนั้นต้องนี้ อนาคตต้องประสบความสำเร็จ แต่สิ่งที่เราโหยหาคือ ท้าทายสิ่งใหม่ๆ ล้มเหลว ลุกขึ้นใหม่ ใช้ชีวิตอิสระอย่างที่ต้องการ และหนีจากเก็บหน่วยกิจกรรมมอเดิม(เอ่อ...) เราสัญญากับตัวเองว่ามาเริ่มต้นที่ใหม่แล้ว "ตัวเรา"จะเป็นสิ่งแรกที่ถูกตระหนักถึงและได้รับความรักจากการกระทำของเรามากที่สุด No matter what และซื่อสัตย์กับใจของตัวเองให้มากขึ้น
       ตอนนี้เป็นเด็กมธมาได้ครึ่งเทอมแล้ว ค่อนข้างเรียบง่ายเหมือนเดิม เนื้อหาการเรียน ผังเมืองเข้ากับไลฟ์สไตล์มากขึ้น (แต่ใช่ว่าไม่มีปัญหานะ น้ำท่วม ทางแคบ รถเอนจี้น้อย) พึ่งผ่านมิดเทอมไปซึ่งอ่านไม่ทัน และคะแนนหมาแน่ๆฮือๆๆ55555555555 แต่ก็อย่าเครียดเลย ชีวิตเรามีล้มมีลุก คลุกคลาน สถานศึกษาเป็นที่ๆให้เราเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ 5555555
       สุดท้าย ขอให้ทุกคนได้เริ่มต้นทำสิ่งใหม่ตามใจหวัง รักตัวเอง มองเห็นคุณค่าของตัวเองผ่านสายตาของเราไม่ใช่ผ่านวัตถุไหนๆ ขอให้ผ่านโควิทไปได้ไวๆ บ๊ายบาย เจอกัน

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in