My First Storyaratair
ใครไม่แจ่มม แต่ม่อนแจ่ม Chiang Mai in the Rain Day 1

  • หลังจากเครื่องแลนด์ที่สนามบินเชียงใหม่มองออกไปข้างนอกเห็นภูเขาใกล้ๆก็ว้าวววแล้ว สำหรับเราที่อยู่ไหนก็เจอแต่กับทะเลมาตั้งแต่เด็กพอมาเห็นภูเขาใกล้ๆแบบนี้ก็อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ คงอารมณ์แบบคนไม่เคยเห็นทะเลแต่แค่สลับกัน5555 พอเดินออกจากประตูแล้วก็มาโบกรถแดงที่หน้าสนามบินไปอาเขต 50บาท ไม่รู้เหมือนกันว่าปกติราคานี้มั้ยแต่สำหรับเราก็ถือว่าโอเค 



    พอถึงอาเขตก็เดินไปซื้อตั๋ว เชียงใหม่-แม่สะเรียง ที่คิวรถตู้เปรมประชาสำหรับไปดอยแม่โถพรุ่งนี้ หลังจากนั้นก็เดินไปเช่ารถมอไซค์ของ เดอะวาย อยู่ใกล้ๆกับอาเขตเลย ราคาเริ่มต้น150-300บาท เราเลือก Scoopy i มาเช่าหนึ่งวัน300บาท ที่เลือกแบบออโต้เพราะขี่แบบมีเกียร์ไม่เป็น5555 แถมเจ้าของร้านแนะนำว่าถ้าจะขึ้นดอยก็ควรเป็นรถราคา300จะดีกว่า ก่อนเช่ารถเขาก็จะเก็บบัตรประชาชนกับเงินมัดจำไป1,000 บาทมารับคืนได้ตอนวันคืนรถ มาเช่าเวลาไหนก็คืนเวลานั้น เลทได้หนึ่งชั่วโมงถ้าเกินจากนั้นชั่วโมงล่ะ50 บาท ส่วนหมวกกันน็อคไม่คิดตังค์สามารถไปเลือกได้เลย



    พอได้รถแล้วก็ต้องสำรวจเมืองซักหน่อย ชอบที่นี่ตรงมีความเจริญแล้วแต่ก็ยังมีสถาปัตยกรรมเก่าๆให้ดูอยู่แถมมีวัดเยอะมากกก แต่ที่เซอร์ไพรซ์มากคือ99%ของคนเชียงใหม่ในตัวเมืองใส่หมวกกันน็อคทุกคนเลยแถมขับรถกันแบบมีน้ำใจแล้วก็มีมารยาทมาก เรากำลังจะข้ามถนนไปประตูท่าแพตรงทางม้าลายรถทุกคนคือพร้อมใจกันจอดให้ข้ามมาก รู้สึกอเมซิ่งมากไม่เคยเจออะไรแบบนี้ที่บางแสน



    เสร็จจากถ่ายรูปที่ประตูท่าแพแล้วก็ไปซื้อปาท่องโก๋กินรองทองที่ ร้านโกเหน่ง กาดหลวง 



    ไม่นานฝนก็ตั้งเค้าทำท่าจะตกทำให้ต้องรีบไปที่ต่อไป นั่นก็คือ ดงมาดาม เป็นร้านที่อยากมากินมากเพราะส่วนตัวเป็นแฟนรายการมาสเตอ์เชฟไทยแลนด์ พอไปถึงฝนก็เริ่มตกพอดี จังหวะที่ประตูร้านเปิดแล้วเจอเจ้าหญิงแห่งวงการขนมหวานเป็นอะไรที่ปริ่มมาก เราเคยเชียร์เขาในรายการทีวี แต่วันนี้เขามายืนรับออเดอร์ที่โต๊ะเรา ใจจริงอยากขอถ่ายรูปด้วยแต่ก็เกรงใจเพราะคนที่ร้านเยอะมาก

    สำหรับใครที่อยากมากินร้านเปิดบ่ายโมงตรงแต่ควรมาก่อนสักสิบห้านาทีก็ได้เพราะเขาจะเริ่มจัดคิวตอนเที่ยงสี่สิบห้า เราสั่งสเต็กหมูกับหมูอบโรสแม่รี่มากิน การจัดจานสวยมากจนไม่กล้ากินเลยสวยแบบเต็มสิบไม่หัก ส่วนรสชาติสำหรับเราว่าเครื่องเทศเยอะไปหน่อย อาจเป็นเพราะเพิ่งกินปาท่องโก๋มาด้วยแหละเลยกินได้น้อย



    พอกินเสร็จฝนก็หยุดตกพอดี เลยจ่ายตังค์เตรียมตัวขึ้นดอยไปที่พัก
  • ได้เวลาขึ้นดอยแล้วววว!

    หลังออกจากดงมาดามแล้วก็แวะเติมน้ำมันก่อนจะขึ้นดอย เติมไปแค่35บาทเองก็เต็มถังแล้วหลังจากนั้นก็เปิดกูเกิ้ลแมพขี่รถยาวๆขึ้นม่อนแจ่มเลย แต่ก่อนจะถึงที่พักผ่าน สวนพฤกศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ก็เลยแวะสักหน่อยมีค่าเข้า40บาท แต่เป็นเพราะไปถึงสวนตอนใกล้จะปิดแล้วก็เลยเดินแค่ส่วน Canopy Walks


    พอออกจากสวนพฤกษศาสตร์แล้วก็ขี่รถขึ้นดอยไปที่พักต่อ ทางค่อนข้างชันแล้วก็โค้งเยอะบวกกับถนนลื่นเพราะฝนเพิ่งตกด้วย สำหรับคนที่ขี่มอไซค์ไม่แข็งไม่แนะนำให้ขี่ขึ้นมาเองเหมารถมาจะดีกว่า  



    ขี่มาสักพักก็ถึงที่พัก ม่อนหนาวมินิแคมป์ ที่นี่มีที่พักสองแบบ แบบแรกเป็นห้องพักแล้วก็แบบเต้นท์ เราเลือกเต้นท์เพราะแน่นอนว่าราคาถูกกว่า เต้นท์หลังล่ะ 500บาท พร้อมเครื่องนอน บรรยากาศดีเลย เงียบสงบ ห้องน้ำรวมก็โอเค สะอาดใช้ได้ มีน้ำอุ่น แถมมีหมูกะทะด้วย ชุดล่ะ350 บาท ที่เลือกที่นี่เพราะว่าห่างจากม่อนแจ่มแค่1 กิโลเอง แล้วก็เพราะว่ามีหมูกะทะนี่ล่ะ5555



    จากตอนแรกตั้งใจจะสั่งหมูกะทะเป็นอาหารเย็นแต่พราะว่าเพลียมาก หลังจากอาบน้ำเสร็จก็หลับไปตั้งแต่หกโมงเย็นรู้ตัวอีกทีก็ตีสี่แล้ว แต่ที่งงคือเขียนมาตั้งนานแล้วยังไม่ถึงม่อนแจ่มอีกหรอเนี่ย55555



  • ขอวาร์ปมาม่อนแจ่มเลยแล้วกัน




    หลังจากอาบน้ำแต่งตัวไรเรียบร้อยแล้วก็ขี่รถอีกหนึ่งกิโลมาม่อนแจ่ม แต่อาจเป็นเพราะมาเช้าไปหน่อยม่อนแจ่มเลยยังไม่เปิด ก็เลยนั่งกินไข่ปิ้งตรงข้ามม่อนแจ่มแล้วก็เดินดูนู่นนี่นั่นรอ สักพักเจ็ดโมงนิดๆก็มีคนมาเปิดประตู 


                เราเป็นกลุ่มแรกที่เข้าไปแล้วก็ไม่มีใครมาเลย ทั้งสวนมีแต่เรากับเพื่อนแบบส่วนตัวมากๆ
                                                      (ขอบคุณคุณมาย นางแบบกิตติมศักดิ์)

                                                   ข้างหลังรูปไม่ได้เบลอเด้อเป็นหมอกเสยๆ

                                                                    ตอนบ่มีหมอกแล้วว


    ตรงนี้เขาบอกว่าเป็นจุดถ่ายรูปแลนด์มาร์คของที่นี่ เป็นสะพานไม้ยื่นออกไป ห้ามนั่ง ห้ามกระโดด แล้วก็ห้ามไปเกินสามคน แต่นี่ไม่กล้าไปจริงๆขอถ่ายอยู่ตรงนี้ก็พอ


    หลังจากถ่ายรูปจนพอใจแล้ว ถ้าไม่ได้มาเล่นล้อเลื่อนไม้หรือฟอร์มูล่าม้งก็เหมือนจะมาไม่ถึงม่อนแจ่ม ต้องลองสักหน่อย รถไม้มีสองแบบ แบบแรกนั่งได้คนเดียว แบบที่สองนั่งได้สองคน เราเลือกแบบนั่งได้สองคน 80บาทต่อคัน เขาจะมีรถลากขึ้นไปบนเนินก่อนแล้วก็ปล่อยให้เราบังคับรถลงมาก็ถือว่าสนุกดี



    พอเล่นฟอร์มูล่าม้งเสร็จแล้วก็แวะซื้อของฝากนิดหน่อยแล้วก็กลับที่พักเช็คเอ้าท์เตรียมตัวกลับเข้าเมืองไปดอยแม่โถต่อ แต่ระหว่างทางกลับผ่าน างช้างแม่สา ก็เลยแวะให้อาหารน้องช้างแปปนึง ตอนแรกตั้งใจมาหาพังน้ำเพชรเป็นแฟนคลับน้องมานานมากแต่พนักงานบอกน้องมาตอนบ่ายแต่เราต้องที่อื่นต่อเลยไม่ได้อยู่รอ ก็เลยได้ถ่ายแต่ป้ายรูปน้องมา แต่ก็ได้เจอน้องน้ำทิพย์แล้วก็ช้างตัวอื่นน่ารักไม่แพ้กัน

                                                    ไว้คราวหน้าไปใหม่ต้องไปเจอน้ำเพชรให้ได้เบย

                                                                    พังน้ำทิพย์


    ช้างที่นี่น่ารักมากแค่เห็นเราก็พยักหน้าเรียกให้เข้าไปหาเลย จริงๆแล้วช่วงปกติปางช้างแม่สามีค่าเข้า200บาท แต่ช่วงนี้เป็นช่วงโควิดเขาเลยเปิดบริการให้เข้าฟรีใครอยากไปก็แวะไปให้อาหารน้องช้างได้นะ ควาญช้างบอกว่าวันนึงน้องกินหญ้าตั้งวันล่ะ150กิโลกรัมต่อหนึ่งตัวแหน่ะ


    พอดูช้างไรเสร็จเรียบร้อยแล้วเราก็กลับอาเขตเอารถไปคืนแล้วก็หาไรกินเตรียมตัวขึ้นรถไปดอยแม่โถต่อ ตามไปอ่านรีวิวดอยแม่โถต่อได้เด้ออ ถ้าเขียนเสร็จ5555


    ก่อนจากไปขอจากด้วยรูปนี้ เป็นรูปเดียวที่ม่อนแจ่มที่ได้จากกล้องฟิลม์ นอกนั้น...... T T
     ขอบคุณทุกคนที่อ่าน:)
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in