เก็บมาเล่าAlizz N Triburut
ความรู้เคลื่อนที่ ......โอกาสดีๆของคนต่างจังหวัด
  •       



         หลายเดือนที่ผ่านมา  ระหว่างที่ฉันเข้าไปท่องโลกอินเตอร์เน็ตฉันก็พบกับโครงการโครงการหนึ่ง ที่มีชื่อว่า Muse Mobile มิวเซียมติดล้อจึงเข้าไปดูข้อมูลปรากฏว่า  เป็นโครงการจากมิวเซียมสยาม   และแล้วภาพวันที่ฉันกับครอบครัวที่ได้ไปทัวร์ท่าช้าง ก็ผุดขึ้นมา   จริงด้วย   เราเคยไปมิวเซียมสยามนี่นา  จำได้ว่าเคยไปดูนิทรรศการพม่าระยะประชิดแต่ตอนนั้นไม่ได้ดูนิทรรศการในตึกสีเหลือง (เพราะปิดปรับปรุง)และคิดในใจว่าถ้ามีสัญจรต่างจังหวัดจะไม่พลาดเด็ดขาด 1ปีต่อมา  เมื่อตึกเหลืองที่ถนนสนามไชยได้มาอยู่ใกล้ฉันแค่10กิโลเท่านั้น     

              

          10.15 ของวันที่6พฤษภา ณกว๊านพะเยา  หญิงสาวกับป้าแก่ๆเอ๊ยฉันกับคุณแม่ ก็ไปโผล่หน้าตึกเหลืองจนได้  55 เราต่างมองหานิทรรศการของมิวเซียมสยาม จนฉันได้สะดุดตากับธงสีส้มที่โบกสะบัดตามลมริมกว๊านพะเยา    ซึ่งมีข้อความว่า Mobile มิวเซียมติดล้อ  เรียงความประเทศไทย    และตู้คอนเทนเนอร์ทั้ง6

    “ เย้ !!!  ได้ดูเสียที หลังจากรอมา2-3 เดือน”

    นิทรรศการนี้เป็นการจำลองมิวเซียมสยามที่กรุงเทพฯ มาย่อส่วนให้เราได้เรียนรู้   เพราะว่าสถานที่จริงนั้น  มี3 ชั้น17ห้อง ในการเข้าชม ทางพิพิธภัณฑ์จะให้เริ่มชมจากชั้น 1 ต่อไปยังชั้น 3และลงมาสิ้นสุดที่ชั้น 2  ซึ่งมีห้องต่างๆดังนี้  เบิกโรงไทยแท้   เปิดตำนานสุวรรณภูมิ     สุวรรณภูมิ   พุทธิปัญญา กำเนิดสยามประเทศ   สยามประเทศสยามยุทธ์   แผนที่ความยอกย้อนบนแผ่นกระดาษกรุงเทพฯ ภายใต้ฉากอยุธยา ชีวิตนอกกรุงเทพฯ แปลงโฉมสยามประเทศ กำเนิดประเทไทยสีสันตะวันตก เมืองไทยวันนี้ และมองไปข้างหน้า

    “ แต่วันนี้  ทั้ง 17 ห้อง มาอยู่ข้างหน้าเราแล้ว รออะไร เข้าไปสิคะ”

           

         สิ่งแรกก่อนเข้าชม เราก็ต้องไปลงทะเบียนที่ประชาสำพันธ์ก่อนเข้าไปหาความรู้  ในตู้ทั้ง 6  เมื่อเข้าไปจะพบกับห้องแรก ก็คือ ไทยแท้  เมื่อก้าวเท้าไปยังห้องนี้ซึ่งเป็นห้องแรกฉันสะดุดตากับรถตุ๊กๆ แม่ค้าหาบเร่  และแผงขายส้มตำ     ตามด้วย เปิดตำนานสุวรรณภูมิ     สยามประเทศ    สยามยุทธ์แผนที่ ความยอกย้อนบนแผ่นกระดาษกรุงเทพฯ ภายใต้ฉากอยุธยา  กำเนิดประเทศไทย เปลี่ยนจากสยามเป็นประเทศไทย   สีสันตะวันตก  และเมืองไทยวันนี้  อยากจะบอกว่า  เมื่อพวกเราก้าวเท้าเข้าไปในห้องที่สอง   ได้ไม่นาน ก็ต้องตกใจกับเสียงพูดที่ดังขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ฉันจึงหันไปรอบๆก็พบกับจอภาพจอหนึ่งซึ่งอยู่ข้างหน้าพวกเรา ซึ่งบรรยายเกี่ยวกับการตรวจสอบร่างผู้เสียชีวิตฉันจึงหันไปด้านขวา เพื่ออ่านข้อมูลในหัวข้อเรื่องเล่าจากหลุมศพ ประกอบ     เมื่อเข้าไปอีกห้องๆหนึ่งก็พบกับกลองใบหนึ่งฉันจึงลองตี ปรากฏว่ามีนิทานปรากฏขึ้นบนจอ และพบกลองใบหนึ่งตั้งอยู่ตรงหน้า จึงลองตีดู ปรากฏว่าเมื่อตีแล้วเนื้อหาก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆฉันหนึกสนุกจึงตีกลองต่อไปเรื่อยๆอีกสองถึงสามครั้ง  เนื้อหาในนิทานก็มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆฉันตัดสินใจเลิกตีกลอง แล้วเดินไปดูนิทรรศการต่อ เราเดินไปอีกห้องถึงก็พบกับเรือพระราชพิธีจำลองและกรอบรูปเล็กๆที่มีเสียงคนพูด เมื่อดูนิทรรศการในส่วนนี้เสร็จแล้วฉันก็เปิดประตูตรงหน้า ซึ่งเป็นห้องสยามยุทธ์ เราเปิดประตูข้างห้องสยามยุทธ์เพื่อเข้าสู่โซน ต่อๆไปก่อนไปแวะแชะรูปที่ห้องรองสุดท้าย ในห้องนี้เราเห็นวิทยุในที่คนสมัยก่อนใช้  เราใช้เวลาในโซนนั้นเพื่อถ่ายรูป       ไม่นานเราก็เดินผ่านทีวีจอเล็กสีขาวที่แสดงถึงประเทศไทยในปัจจุบันเราออกมาจากนิทรรศการอย่างมีความสุข  และความรู้มากมาย   เราได้รู้ว่าผังของกรุงเทพฯกับกรุงศรีอยุธยามีความเหมือนกัน เราได้รู้ว่าวัฒนธรรมตะวันตกเริ่มเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่   แต่สิ่งที่ยังเป็นคำถามที่ยังคาใจฉันอยู่ก็คือ

    “ไทยแท้ คืออะไร”

    “ ไทยแท้มีจริงหรือไม่”

    “ ไทยแท้เป็นอย่างไร”

        

     จากการที่ได้ชมนิทรรศการในครั้งนี้ทำให้ฉันคิดว่า อยากให้มีนิทรรศการเคลื่อนที่มาจัดให้ชมบ่อยๆเพราะว่า  ตามจังหวัดเล็กๆมักจะไม่มีอะไรแปลกใหม่ การที่มีนิทรรศการดีๆมาให้เราชมฉันคิดว่าเป็นโอกาสที่ดีทีเด็กต่างจังหวัดจะได้ชมนิทรรศการดีๆแบบนี้เพื่อเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้กับคนที่เข้าชม และฉันก็ได้สัญญากับตัวเองไว้ว่าถ้ามีโอกาสไปกรุงเทพฯอีกครั้ง จะจัดทริปตะลุยตึกเหลือง ให้ได้



     

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in