I write what I want toTez
Little White Lily






  • 07.34 AM

    วันเสาร์ที่ใครหลายๆ คนมักใช้เวลาไปกับการนอนตลอดทั้งวันนั้น กลับมีใครบางคนที่กำลังง่วนอยู่กับการละเลงผืนผ้าใบขนาดใหญ่ เธอ – ศิลปินสาวที่ กำลังสร้างสรรค์ผลงานใหม่ของเธออยู่ในห้องสตูดิโอขนาด 14 ตารางเมตร ที่เต็มไปด้วยภาพวาดและภาพถ่ายดอกไม้ในหลากหลายมุมที่แตกต่างกันออกไป รวมไปถึงพรรณไม้ดอกนั้นด้วย เธอใช้เวลาอยู่ที่นี่เป็นสัปดาห์เพื่อผลงานชิ้นใหม่ของเธอ

    แกร๊ก เสียงไขประตูดังขึ้นทำเอาตัวของศิลปินสาวสะดุ้งขึ้นมาอย่างแรง

    “พี่อิงกริด ได้นอนรึยังเนี่ย” เสียงแหบทุ้มต่ำถามขึ้น ทำเอาคนที่ถูกถามสะดุ้งโหยงอีกครั้ง

    “โรส มาทำไมเนี่ย พี่บอกว่าให้มาตอนเช้าไม่ใช่หรอ” อิงกริดถามกลับ แต่ก็ถูกผู้มาเยือนส่งสายตาดุๆ กลับมาให้

    “พี่ยังไม่ได้นอนใช่มั้ย ตอนนี้มันเจ็ดโมงเช้าแล้วนะ” โรสเอาของที่ถือมาด้วยไปวางเอาไว้บนโต๊ะที่คลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นโซนทานอาหารของห้องนี้ พร้อมกับหยิบกล่องที่ดูเหมือนมื้อเช้ามาวางไว้บนโต๊ะ “ตอนนี้ก็รบกวนคุณพี่อิงกริดย้ายร่างไปล้างมือล้างหน้าแล้วมากินข้าวนะคะ” โรสส่งยิ้มให้ก่อนจะตบท้ายด้วยสายตาดุจนคนพี่ต้องเดินเข้าห้องน้ำอย่างเสียไม่ได้

    “วันนี้มีอะไรกิน” อิงกริดเดินเช็ดมือออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับผมเปียกที่ปรกหน้าอยู่นั้น ทำให้รู้เลยว่าเธอล้างหน้ามาเรียบร้อยแล้วด้วย

    “มีของโปรดพี่ แล้วแม่ก็บอกว่าคิดถึง ไม่ได้เจอหน้าลูกสาวคนโตเป็นเดือนแล้ว” โรสหยิบกล่องอาหารมาส่งให้

    “โอเค ไว้รูปนี้เสร็จแล้วจะเข้าไปหา แล้ววันนี้จะอยู่นี่ด้วยมั้ย” อิงกริดถามขึ้นพร้อมกับตักสลัดเข้าปาก

    “อยู่ วันนี้จะนั่งเขียนเพลง แต่อยู่เงียบๆ แน่ รับรอง อ้อ เดี๋ยวเพื่อนแวะมาหานะตอนจะกลับ มันกลับทางเดียวกับโรส”

    “โอเคๆ ฝากล้างด้วยนะจ๊ะน้องรัก” อิงกริดเช็ดปากก่อนจะรีบลุกไปหอมแก้มน้องสาวของตัวเองแล้วไปจับพู่กันและจานสีต่อ

    “จ้าไอ้คุณพี่”



    06.51 PM

    “พี่ จะเอาอะไรปะ เพื่อนโรสมันจะแวะซื้อโดนัทกลับบ้านอะ ถ้าพี่เอาจะได้ฝากมันซื้อเลย” โรสตะโกนถามระหว่างที่คุยโทรศัพท์อยู่กับเพื่อนของตัวเอง

    “เอาเหมือนเดิมก็ได้” อิงกริดตะโกนบอก ซึ่งเธอเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องตะโกนคุยกันทั้งที่อยู่ในห้องเล็กๆ แค่นี้

    “โอเค” โรสตะโกนตอบรับพี่สาวของตัวเองก่อนจะบอกกับคนที่รออยู่ปลายสายว่าเอาโดนัทเคลือบช็อกโกแลตทั้งหมดสี่ชิ้นพร้อมคาปูชิโน่อีกหนึ่งแก้ว แล้วจึงวางสายไป



    07.25 PM

    “พี่อิงกริด ให้มันขึ้นมาได้ปะ” โรสถามขึ้นระหว่างเก็บอุปกรณ์ของตัวเองลงเป้ใบใหญ่

    “มันนี่ใคร” อิงกริดชะโงกหน้าจากผืนผ้าใบออกมาถาม

    “เชสไง เพื่อนโรสอะ ที่พี่ฝากซื้อโดนัท” โรสกลอกตารอบใหญ่พร้อมอธิบายให้อิงกริดฟังอย่างคร่าวๆ

    “เอาสิ แล้วก็หยิบเงินในกระเป๋าตังค์พี่ไปได้เลยนะ เฉพาะค่าโดนัท”

    “เคค่า รู้น่าว่างก” โรสหยิบเงินไปแล้วรีบลงไปรับเพื่อนด้านล่าง ไม่นานก็กลับขึ้นมาพร้อมกับเสียงหัวเราะดังลั่น



    07.34 PM

    “มาแล้วพี่อิงกริด นี่เชสนะพี่ เพื่อนหนู แล้วก็นั่นพี่อิงกริด พี่สาวเราเอง” โรสแนะนำทั้งสองฝ่ายไปพร้อมๆ กับวางกล่องโดนัทลงบนโต๊ะแล้วขอตัวไปเข้าห้องน้ำ

    “สวัสดีค่ะ” เชสเอ่ยทักทายพร้อมกับส่งรอยยิ้มน้อยๆ ให้

    “หวัดดีๆ เราจะเดินดูในห้องก็ได้นะ ไม่ห้าม แต่แค่อย่าทำรูปของพี่พังก็พอ” อิงกริดบอก

    “ขอบคุณค่ะ นี่พี่วาดเองหมดเลยหรอคะ” เชสถาม “สวยมากเลย”

    “ไม่ขนาดนั้นหรอกมั้ง ฮ่าๆ” อิงกริดโบกมือปัดๆ ก่อนจะเสยผมของตัวเองขึ้น เพราะผมสั้นกุดของเธอทำให้เธอมัดรวบด้านหลังไม่ได้ และผมหน้าม้าของเธอก็เริ่มน่ารำคาญเสียแล้ว เธอก็เลยมองหาหนังยางสักเส้นมามัดผมข้างหน้าเอาไว้ ส่วนเชสที่กำลังเดินดูผลงานของเจ้าของห้องนั้นก็ได้มาหยุดที่ผืนผ้าใบของอิงกริดที่เธอกำลังลงสีอยู่ เชสยืนอยู่ด้านหลังเงียบๆ ก่อนที่อิงกริดจะรู้สึกตัว

    “พี่วาดดอกลิลลี่อยู่หรอคะ” เชสถามขึ้นเมื่ออิงกริดหันมาหาเธอ

    “อ่า ใช่แล้วล่ะ เราเป็นคนแรกเลยนะที่ดูออก ขนาดเจ้าโรสมันยังดูไม่ออกเลย”

    “หนูชอบดอกลิลลี่ค่ะ โดยเฉพาะลิลลี่สีขาว ความหมายมันดีนะคะ มันเป็นการแสดงถึงความรักที่อ่อนหวาน จริงใจ แล้วก็เหมาะกับการที่ต้องไปทำความรู้จักกับคนอื่นๆ อีกด้วย อ้อ แล้วมันหมายถึงความรักที่บริสุทธิ์ด้วยล่ะค่ะ”

    “เชส เราเสร็จแล้ว กลับกันเร็ว เดี๋ยวถึงบ้านดึกนะเว้ย” โรสตะโกนเรียก

    “งั้นหนูขอตัวกลับก่อนนะคะ รูปของพี่สวยมากเลยค่ะ” เชสชูนิ้วโป้งให้สองมือพร้อมกับรอยยิ้มก่อนจะวิ่งไปหาโรสที่หน้าประตู

    “กลับละนะพี่ บาย รีบกลับบ้านด้วย” โรสย้ำอีกครั้งก่อนโบกมือลาให้กับพี่สาวของตัวเอง

    “บาย กลับบ้านดีๆ กันล่ะ” อิงกริดโบกมือลาน้องสาวของเธอและเชสจนประตูปิดสนิท











    ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เชสก็แวะมารับโรสที่ห้องของอิงกริดเป็นประจำ ทั้งคู่ก็ได้พูดคุยกันอยู่บ่อยๆ และแลกช่องทางกันติดต่อให้กัน หลังจากที่อิงกริดเริ่มคุยกับเชส ก็ทำให้เธอเริ่มปรับเปลี่ยนชีวิตประจำวันของตัวเอง ตั้งแต่การนอนให้ตรงเวลา ไม่โต้รุ่งบ่อยๆ ทานข้าวตรงเวลา ไปจนถึงการออกไปรับแสงแดดนอกอาคารบ้าง ไม่นานภาพบนผืนผ้าใบของเธอทั้งสิบภาพก็ถูกวาดจนเสร็จ และนำไปโชว์ในงานนิทรรศการภาพวาดในแกลเลอรีในตัวเมืองที่มีการเปิดประมูลภาพวาดในวันแรกของการจัดแสดง ภาพของเหล่าศิลปินที่จัดแสดงในวันนั้นถูกนำไปประมูลจนหมด ยกเว้นรูปดอกลิลลี่สีขาวบนผืนผ้าใบของอิงกริดที่เธอไม่นำเข้าร่วมประมูลด้วย สุดท้ายแล้วอิงกริดกลับหอบผืนผ้าใบพร้อมช่อดอกลิลลี่สีขาวไปให้กับเชส พร้อมกับชวนเธอออกไปเที่ยวด้วยกันเป็นครั้งแรก
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in