Traveloguepiyarak_s
เรื่องกินไม่มีขาด งานหลวงราษฎร์ไม่มีพร่อง @ฮ่องกง
  • เป็นบันทึกเส้นทางกินเฉพาะในย่านจิมซาจุ่ย (Tsim Sha Tsui) ฉบับเร่งด่วนและย่อส่วนมาก ๆ เนื่องจากโดยหลัก ๆ แล้วไปทำงานแบบเก้าโมงเช้ายันห้าโมงเย็นสองวันติดต่อกัน เสร็จงานแล้วก็รีบเผ่นกลับไทย เลยได้เวลาที่เหลือน้อยนิดระหว่างกลับที่พักไปกินตามลายแทงใกล้ที่พักที่มีรุ่นพี่ให้เอาไว้กันเล็กน้อย เนื่องจากพักใกล้ ๆ กับสถานี MTR จิมซาจุ่ยก็เลยกิน ๆ แถวนั้นเป็นหลัก 

    ใจจริง ถ้ามีเวลาและหาเวลาได้ ก็อยากจะไปเก็บพวกพิพิธภัณฑ์ในฮ่องกงหลาย ๆ ที่อยู่นะ เช่น พิพิธภัณฑ์ซุนยัดเซ็น พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ เป็นต้น ส่วนจะได้ไปหรือไม่ เมื่อไหร่ ยังไง ก็ขอภาวนาให้มีเวลาว่างยาว ๆ สักทีก็แล้วกัน


    เราจะไม่พูดถึงรายละเอียดเรื่องงาน เราจะเล่าเฉพาะเรื่องกินเท่านั้นค่ะ 


    เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า เริ่มจากอาหารว่างก่อนเป็นอันดับแรก และถ้าใครมีโอกาส ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง เพราะอร่อยแสงพุ่งสมคำร่ำลือจริง ๆ 



    Cheung Hing Kee (48 Lock Rd, Tsim Sha Tsui)





    เป็นร้านขายซาลาเปาทอดแบบมีน้ำซุปข้างใน บางคนก็เรียกว่าเสี่ยวหลงเปาทอด ส่วนชื่อภาษาอังกฤษของอาหารว่างชนิดนี้คือ Shanghai pan-fried bun หรือซาลาเปาเซี่ยงไฮ้ เป็นซาลาเปาแบบแป้งหนาหนุ่มทำให้สุกด้วยวิธีกึ่งทอดกึ่งนึ่งในกระทะแบนขนาดใหญ่ เวลาเสิร์ฟก็โรยหอมซอย ใครใคร่กินรสจัดก็เติมน้ำมันพริกได้ตามอัธยาศัย 


    ร้านนี้ไม่มีที่ให้นั่งกินนะคะ ส่วนมากแล้ว ก็จะซื้อมายืนกินกันในตรอกหน้าร้านนั่นแหละ พอกินเสร็จก็ทิ้งกล่องกระดาษกับตะเกียบลงในถังขยะที่ทางร้านเตรียมไว้ให้ หรือจะซื้อกลับไปกินที่ที่พักก็ไม่ว่ากัน แต่ซื้อแล้วกินเลยอร่อยและได้บรรยากาศกว่าเยอะ


    ไส้แบบมาตรฐานเป็นไส้หมูสับ 32 hkd/ 4 ลูก ส่วนไส้กุ้งกับหมูสับราคา 38 hkd/ 4 ลูก ใครไม่แพ้อาหารทะเลแนะนำแบบไส้กุ้งค่ะ เพราะมีกุ้งเนื้อแน่น ๆ เด้งดึ๋งทั้งตัวอยู่ในตัวซาลาเปา แต่เวลากินต้องระวังน้ำซุปร้อนมาก แนะนำให้ค่อย ๆ ซดซุปก่อน แล้วกินอย่างอื่นตามเข้าไป น้ำซุปปรุงมาดีมาก เนื้อหมูสับข้างในก็สุกกำลังดี 





    ถัดจากอาหารเรียกน้ำย่อย เราข้ามไปดูอาหารแบบจริงจังที่อยู่ถนนฟากตรงข้ามเยื้องกับร้านซาลาเปากันบ้างดีกว่า ปกติ เราไม่ชอบอาหารประเภทข้าวตกน้ำ คือ พวกข้าวต้ม โจ๊ก สักเท่าไหร่ แต่มาฮ่องกงแล้วไม่กินโจ๊กต้นตำรับก็เหมือนเสียเที่ยวเนอะ สำหรับโจ๊กของร้านนี้ต้องยอมเขาจริง ๆ เพราะอร่อยสมคำแนะนำของรุ่นพี่




    Ocean Empire Food Shop (23A Lock Rd, Tsim Sha Tsui) 


    ร้านนี้มีเว็บไซต์ แต่อย่าไปเชื่อภาพในเว็บไซต์ค่ะ ของจริงอลังการน้อยกว่านั้น แต่เรื่องรสชาติดีจริงสมกับคนแนะนำร้านนี้โฆษณาเอาไว้ ที่จริงร้านมีอาหารเด่นอีกอย่างคือ พวกก๋วยเตี๋ยวหลอดไส้ต่าง ๆ และของทอด แต่แอบส่องโต๊ะข้าง ๆ แล้ว จากขนาดชามไม่คิดว่าจะกินอย่างอื่นเข้าไปไหว ก็เลยสั่งโจ๊กมากินกันคนละชาม แต่จำราคาได้ไม่ค่อยแม่น 


    ของน้องที่ไปด้วยกันเป็น Ocean 'Sampan' Congee โจ๊กแบบอลังการใส่อาหารทะเลหลายอย่างโดยเฉพาะเนื้อปลากับหนังปลาทอดกรอบ มาพร้อมกับปาท่องโก่หั่น ขิง ต้นหอม และถั่วลิสง ถ้าจำไม่ผิดน่าจะ 48 hkd ส่วนทางนี้สั่งโจ๊กแบบที่เลือกเนื้อสัตว์ได้สองอย่าง เลยสั่งโจ๊กใส่เนื้อสับกับไข่เยี่ยวม้า ราคา 42 hkd 






    จุดเด่นของโจ๊กร้านนี้คือเนื้อข้าวเนียนละเอียด ไม่จับเป็นก้อน และมีดีที่น้ำซุป รสชาติของน้ำซุปซึมเข้าไปในเนื้อข้าวกันเลยทีเดียว ไม่ต้องเติมอะไรก็อร่อยแล้ว เนื้อสับปรุงรสมาแล้ว เนื้อละเอียดเหมือนกัน ให้อารมณ์อย่างเดียวกับหมูสับที่ใส่ในโจ๊กเลย ไข่เยี่ยวม้าก็อร่อยตามมาตรฐานแหละ แต่ที่อร่อยจริงจัง คือ ปาท่องโก๋ที่ใส่มาด้วย รสชาติออกเค็มหน่อย แต่เข้ากันกับโจ๊กดี นึกว่าจะไม่มีอะไรมาก แต่กินกันเหนื่อยมาก


    ป.ล. ถ้าออกจากสถานี Tsim Sha Tsui ให้มองหาทางออก Haiphong  Rd. เอาไว้ค่ะ ทั้งร้าน Cheung Hing Kee และ Ocean Empire Food Shop อยู่เส้นทางเดียวกัน คือ Lock Rd. ให้ไปตามถนน Haiphong ก่อน แล้วจะมีทางเลี้ยวเข้า Lock Rd. อีกที





    ต่อจากอาหารเบา ๆ ก็มาถึงอาหารหนัก ๆ และเป็นมื้อใหญ่ที่สุดที่กินกันบ้าง เพราะเป็นวันสุดท้ายของการทำงานก่อนกลับไทย เรากับน้องสองคนเลยจัดหนักกันนิดนึง แต่ร้านนี้เป็นร้านที่สุ่มเลือกเอานะคะ เนื่องจากเลิกงานแล้ว กว่าจะฝ่าคนกลับมาที่พักได้เล่นเอาเกือบหมดแรง เลยตกลงกันว่า ร้านไหนเป็นร้านติ่มซำร้านแรกที่เดินผ่านแล้วเจอก็กินร้านนั้นแหละ 




    Canton's Kitchen Dim Sum Expert  (11 Humphreys Ave, Tsim Sha Tsui)

    เป็นร้านที่มาเจอทีหลังว่าคะแนนใน Tripadvisor ดีเกินคาด แม้ว่าหน้าตาจะเป็นร้านอาหารที่ดูเก่าและหน้าตาธรรมดามาก ซ่อนตัวอยู่ในห้องแถวที่ต้องเดินขึ้นบันไดไปชั้นสอง อาจจะไม่ได้อลังการมาก แต่รสชาติจัดว่าดีใช้ได้ ส่วนชามะนาวเย็นของร้านนี้ออกหวาน ไม่แนะนำค่ะ 


    นี่คือ เมนูอาหารจานหลัก ส่วนใหญ่จะเป็นพวกเนื้อตุ๋น หมูตุ๋น ผักลวกราดน้ำมันหอย เพื่อไม่ให้เสียเที่ยวก็เลยตกลงสั่งบะหมี่แห้งเนื้อซี่โครงตุ๋นมาแบ่งกัน




    สำหรับเมนูติ่มซำจะเป็นแบบนี้ 


    ติ่มซำในเมนูส่วนใหญ่เป็นแบบมาตรฐาน เช่น ขนมจีบปู ฮะเก๋า ซาลาเปา ก๋วยเตี๋ยวหลอด ฯลฯ เราสั่งมาลองกัน 4 อย่าง มีขนมจีบปู ฮะเก๋า ติ่มซำไส้เห็ดทรัฟเฟิล ซาลาเปาไข่เค็ม 


    นี่คือบะหมี่แห้งเนื้อตุ๋น เนื้อนุ่ม เอ็นเนื้อนุ่มมาก เส้นบะหมี่เส้นเล็ก เหนียวกำลังดี คลุกกับน้ำเนื้อตุ๋นกับถั่วงอกลวก ได้เส้นเยอะมาก สองคนกินไม่หมด 



    ส่วนติ่มซำ ถ่ายมาไม่ครบ เพราะห่วงกินมากกว่าห่วงถ่ายรูป 


    สายของหวานอย่างน้องที่ไปด้วยกันให้คะแนนซาลาเปาลาวาไข่เค็มมาเป็นอันดับหนึ่ง สำหรับสายของคาวอย่างเรา ยกให้ขนมจีบปูมาเป็นที่หนึ่ง ส่วนฮะเก๋าไม่ได้มีอะไรพิเศษมาก แต่ได้กุ้งเยอะดี ส่วนติ่มซำเห็ดรวมใส่เห็ดทรัฟเฟิลก็หอมกลิ่นทรัฟเฟิลอ่อนมาก ๆ และค่อนข้างจืด เลยไม่มีใครอินกับติ่มซำเห็ดรายการนี้เท่าไหร่ 


    ราคาอาหาร ติ่มซำ และชามะนาวที่สั่งมา สนนราคารวมกัน 253 hkd ค่ะ รสชาติใช้ได้ แต่ถึงขนาดติดใจมากินซ้ำไหม ก็ยังเฉย ๆ นะ 



    จากอาหารหนัก ๆ แล้ว จะไม่ตบท้ายด้วยของหวานก็กระไรอยู่ ถึงชามุกจะมีถิ่นกำเนิดจากไต้หวัน แต่ชานมไข่มุกที่ฮ่องกงที่ได้ลองกันก็ไม่เลวเลย


    Happy Holidays 

    ร้านนี้ นอกจากชื่อร้านแล้ว ไม่มีเมนูเป็นภาษาอังกฤษเลย น้องจิ้มสุ่ม ๆ ออกมาได้เป็น brown sugar boba with milk ก็เป็นนมมุกเคี่ยวน้ำตาลทรายแดง ถ้าเป็นสายหวานจะบอกว่าร้านนี้อร่อยเลยค่ะ จากปากคำน้องที่ไปด้วยกัน เราขอแอบชิมของน้องดู หวานไปนิดสำหรับเรา ส่วนตัวมุกนุ่มหนึบมาก เนื้อมุกในฝันชัด ๆ จุดสังเกตของร้านนี้ คือ ตั้งกระทะเคี่ยวมุกอยู่หน้าร้านเลย




    นมมุกของร้าน Happy Holidays แก้วนี้ ราคา 30 hkd



    Next Battle Milk Tea (Granville Rd, Tsim Sha Tsui)

    ถึงตาเราบ้าง ร้านนี้เป็นร้านที่มีเมนูทั้งไทย ทั้งอังกฤษ เพื่อเทียบกัน เราเลยลองสั่งนมมุกแบบเดียวกับที่น้องซื้อมาจากอีกร้าน ราคา 30 hkd เท่ากัน





    หลังจากชิมแล้ว ถ้าเป็นสายหวานน้อยจะรู้สึกโอเคกับรสชาติของร้านนี้ แต่ถ้าเทียบเรื่องคุณภาพมุกแล้ว ร้าน Happy Holidays ต้มมุกมาได้ที่กว่า แต่ร้านนี้ตัวชาอร่อย ใครสายหวานมากหวานน้อยเลือกกันได้ตามอัธยาศัย ร้านนี้เจ้าของร้านปากหวาน คุยเก่ง ไม่แปลกใจเลยที่สาว ๆ ก่อนหน้าเรานี่สั่งคนละแก้วแล้วหยุดคุยกับเจ้าของร้านนานเลย แต่เวลาดูแกชงชามุกแล้วเพลินดีเหมือนกัน 



    อาหารว่าง อาหารคาว ของหวานครบแล้ว ก็ขอจบบันทึกการกินฉบับย่อเอาไว้ตรงนี้ก็แล้วกันนะคะ รู้สึกว่าฮ่องกงยังมีที่ให้ไปอีกเยอะ ถ้ามีโอกาสเที่ยวก็อยากไปอีกนะ แต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้เหมือนกัน
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in