เราใช้คุ๊กกี้บนเว็บไซต์ของเรา กรุณาอ่านและยอมรับ นโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้บริการเว็บไซต์ ไม่ยอมรับ
ชาผสมกาแฟxpopularz
[ SF ] #จีจี้vsอิศรี่ Round 2.5
  • Type : SF

    Paring : Ae Jirakorn & Tom Isara

    Rate : PG

    Talk : อ่านในจอยก่อนค่อยมาอ่านอันนี้จะได้ไม่งง นี่ทำเพื่อไม่ให้ตัวเองงง แต่งไปแต่งมาเนื้อเรื่องไปตีกันเองอีก อิเวง 



    หลังจากที่เหล่าคนต่ำตมได้ขอแยกตัวกลับหลังจากเยี่ยมคนป่วยมาร่วมวันเสียงโหวกเหวกน่ารำคาญก็กลับมาเงียบจนน่ากลัว จิรากรก็เอนหลังลงนอนด้วยความอยากพักผ่อนเต็มทีเขาโดนสั่งให้นอนที่โรงพยาบาลเป็นเวลาห้าวันและคนเฝ้าก็มีแต่อิศราที่ทำงานฟรีแลนซ์เลยว่างมาดูแลแต่ตอนนี้เจ้าตัวต้องกลับไปเอาเสื้อผ้าข้าวของทั้งของเขาและของตัวเองทำให้ตอนนี้จิรากรต้องอยู่คนเดียว

     

    พอได้อยู่คนเดียวก็ได้แต่ฟุ้งซ่านนึกถึงคำพูดของพวกเพื่อนเวรที่แอบนินทาตอนเขาขี้อยู่แต่เผอิญหูดีไปได้ยิน

     

    ‘อิทอมทำตัวเหมือนเมียมึงเลยอิเจ๊’


    'นี่ถ้าไม่สนิทกับพวกมันสองคนก็นึกว่าเป็นผัวเมียกัน'

     

    คำพูดที่ไม่ได้ถูกกลั่นกรองตามสไตล์ผลิตโชคและปราโมทย์แต่มันดันทำให้เขาสะกิดใจบางอย่างซะอย่างนั้น

     

    ทั้งการมาเฝ้าและดูแลอย่างใกล้ชิดโดยที่ไม่แม้แต่จะบ่นยกตัวอย่างง่ายๆก็ตอนที่บ่นปวดฉี่ พวกเพื่อนๆของเขาแต่ละคนเกี่ยงกันไปมาแต่อิศรากลับไม่พูดอะไรและพาประคองไปอย่างง่ายๆ

     

    “โอ้ยยย ไอ้เวร”

     

    ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกแปลกๆกับการกระทำทุกอย่างที่ผ่านมา

     

    ตั้งแต่เข้ามาทำความรู้จักเมื่อสองปีก่อนคำพูดที่ชอบกระแหนะกระแหนเวลาเขาพาผู้ชายมาอวด(ถึงแม้นั่นจะเป็นเมียก็ตาม) การกระทำต่างๆที่เหมือนหึงหวงที่เขาเข้าใจมาตลอดว่ามันหวงเพื่อน

     

    จิรากรได้แต่ลูบหน้าอย่างไม่เข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นมันรวดเร็วจนเขาทำใจไม่ทัน

     

    ก็ตุ๊ดเด็กที่เขาเฝ้าเลี้ยงดูให้มันเติบโตออกล่าหาผัวได้มันดันชอบเขาเนี่ยนะ


    “ไม่หรอก”

     

    คนป่วยได้แต่สับสนกับตัวเองไม่รู้จะทำสีหน้าและรู้สึกอย่างไรแต่ที่แน่ๆตอนนี้เขาสับสนที่ตัวเองรู้สึกดีนี่แหละ..

     

    เพราะไอ้พวกเวรที่มาทิ้งระเบิดไว้นี่แหละ…

     

    หลังจากพยายามเลิกสนใจเลยทั้งโทรจิกและส่งข้อความหาคนที่ทำให้สับสนจิรากรได้ตัดสินใจกับตัวเองว่าจะเลิกคิดเรื่องบ้าๆนี่ออกจากหัวให้หมด

     

    แต่จะว่าไปตั้งแต่มันมาเฝ้าไข้ก็ไม่เห็นมันสาวแตกเลยสักนิด..

     

    แม้จะเรียกสรรพนามแทนตัวเองเหมือนเดิมแต่ความรู้สึกมันต่างออกไปจากปกติ คนป่วยลูบคางพยายามคิดถึงพฤติกรรมแปลกๆอีกครั้งสลับกับสะบัดหัวไล่ความคิดเกี่ยวกับอิศราออกไปให้หมด

     

    “มาแล้วๆ”เสียงหวานที่ติดโมโหนิดๆที่โดนจิกตามดังมาก่อนที่ร่างบางจะตามมาใบหน้ามุ่ยมองคนป่วยอย่างเคือง “จิกเว่อ ปวดฉี่หรือปวดขี้”

     

    หลังจากวางของที่กลับไปเอามาและของกินต่างๆที่ซื้อมาก็เดินมายังเตียงจับเสาที่แขวนน้ำเกลือไว้แล้วยื่นมือมายังผู้ป่วยที่มองมาด้วยสีหน้าประหลาดๆ

     

    “เจ๊”

     

    “...”

     

    “อิเจ๊ จะไปฉี่อยู่ไหม”

     

    “...”

     

    “เอ้า โดนเตะจนหูหนวกแล้วหรอ”

     

    คนป่วยยังคงมองหน้าอีกฝ่ายตาไม่กระพริบอิศรามองอย่างสงสัยไม่ต่างกัน

     

    หลังจากจ้องหน้ากันอยู่สักพักคนหน้าหวานตัดสินใจตะโกนใส่หูตัดรำคาญ จนจิรากรสะดุ้งหันมาจะด่าในทันที

     

    แต่ทว่า...

     

    ตอนนี้ใบหน้าทั้งคู่ห่างกันไม่เกินสิบเซนติเมตรความกะอักกะอ่วนเข้ามาแทรกในใจของจิรากรจนเขาอยากกัดลิ้นตาย และเป็นฝ่ายเขาที่หันหน้าหนีอย่างไม่ค่อยเข้าใจตัวเองเท่าไหร่

     

    ถ้าไม่ได้คิดอะไรจะเขินทำไม..

     

    “อิเวร กูตกใจหมด”

     

    “ก็หนูเรียกเจ๊หลายรอบแล้วป่ะแล้วจะไปเข้าห้องน้ำอยู่ไหม”

     

    “ไม่ไปแล้ว”

     

    “อ่าเค เออเจ๊หนูไปบ้านเจ๊มาอิคนที่กระทืบเจ๊เอารถมาคืนที่เดิมเรียบร้อยเลยอ่ะ”

     

    “หรอ..”

     

    “เป็นไรป่ะเนี่ย”

     

    “เปล่าหรอก กินข้าวมายัง”

     

    “ซื้อสุกี้น้ำมา กินไหม”อิศรายิ้มตาหยีชูถุงอาหารที่ซื้อมาเพื่อหลอกล่อคนป่วยพร้อมหยักคิ้วกวนๆ“ตอนแรกว่าจะซื้อสุกี้แห้งที่เจ๊ชอบมาให้แต่ไม่รู้จะกินได้ไหม อันนี้จะกินได้เปล่าวะ”

     

    คนหน้าหวานบ่นเรื่องการเคี้ยวเรื่องฟันที่หลุด บ่นนู่นบ่นนี่ไปตามประสาเด็กขี้บ่นโดยที่ในใจจิรากรได้แต่สะดุดประโยคเมื่อครู่

     

    อิผลิต อิโอ๊ต อิว่าน อิป๊อปที่คบกันมานานกว่าเด็กตรงหน้ายังจำไม่ได้เลยว่าเขาชอบกินสุกี้แห้ง..

     

     

     

    หลังจากกินสุกี้น้ำด้วยความยากลำบากในการเคี้ยวและทำทุกอย่างด้วยความเรียบร้อยอิศราที่ยังไม่ได้นอนตั้งแต่เมื่อคืนเพราะต้องทนรำคาญเสียงเตียงในห้องผู้ป่วยรวมต้องคอยเฝ้าเขาที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ก็ผล็อยหลับไปทันทีที่หัวถึงหมอนโดยที่แว่นและโทรศัพท์ยังคาอยู่อย่างนั้น

     

    จิรากรลากสังขารลงจากเตียงมานั่งยองมองใบหน้าหวานที่เขานึกหมั่นไส้มาตลอดเพราะมันน่ารักจนเขาไม่อยากไปเที่ยวกับมันเพราะมันชอบแย่งผู้ที่เขาจ้องตลอดแต่ทุกครั้งมันกลับปฏิเสธซะด้วย..

     

    มือเรียวของคนป่วยหยิบแว่นออกจากใบหน้ามนไปวางไว้ตรงโต๊ะหัวเตียงหยิบโทรศัพท์ออกจากมือไปวางข้างๆกัน เขาเกลี่ยปอยผมที่ปลกลงมาแสงจากทางเดินหน้าห้องน้ำทำให้เห็นใบหน้าคนหลับไม่ชัดนัก แต่น่าแปลกความรู้สึกบางอย่างมันชัดในใจของเขามากเหลือเกิน

     

    “มึงชอบกูหรอวะ”

     

    เสียงแผ่วเบาที่ไม่ต้องการคำตอบดังออกมาอย่างปิดไม่อยู่

     

    มือเรียวไล้ไปตามแก้มนวลความรู้สึกที่ไม่ได้สัมผัสมานานก็แทรกซึมเข้ามาในจิตใจอย่างที่ตัวจิรากรไม่อยากยอมรับใบหน้าคมของจิรากรโน้มตัวไปประทับริมฝีปากที่หน้าผากของคนที่กำลังหลับไม่รู้เรื่องอยู่

     

    รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้าของคนป่วยที่เครียดจนความดันขึ้นมาตลอดครึ่งวันและในที่สุดก็รู้ใจตัวเองได้อย่างไม่ยาก

     

    “มึงอาจจะไม่ได้ชอบกูอย่างที่พวกแม่งบอก..”

    .

    .

    .

    .

    .

    .

    .

    .

    .

    “แต่กูว่ากูชอบมึงแล้วว่ะ”

     

     

    TBC.

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in