central europe 2019whenmoonwrites
DAY5 : เรเกนส์บวร์ก เมืองหลวงแห่งบาวาเรียที่ถูกลืม
  • เรเกนส์บวร์กเป็นเมืองเก่าแก่ มีหลักฐานการมาตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ตั้งแต่ราว 2000 ปีที่แล้ว นอกจากนี้ยังเคยเป็นเมืองหลวงของบาวาเรียตั้งแต่คริสตศักราช 530 จนถึงช่วงกลาง ๆ ของศตวรรษที่ 13 นานแปดร้อยกว่าปี ตัวเมืองยุคกลางของเรเกนส์บวร์กรอดพ้นจากการถูกทิ้งระเบิดในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองมาได้ราวกับปาฏิหาริย์ ถึงแม้จะมีการสูญเสียสิ่งก่อสร้างอันสำคัญของเมืองไปบ้าง แต่โดยรวมก็ยังถือว่าอยู่ในสภาพที่ดี และฟื้นฟูขึ้นเรื่อย ๆ จนในปี 2006 ทาง UNESCO ประกาศให้เขตเมืองเก่าของเรเกนส์บวร์กเป็นมรดกโลกนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

    รูปนี้เป็นรูปที่เราชอบมากที่สุดจากวันที่ห้า ถ่ายตอนเดินข้ามถนนมาจากสถานีกลางแล้วตรงมาเรื่อย ๆ จะเจอร้านค้าตามข้างทางไปจนสุดถนน



    วันที่ห้าเราต้องตื่นเร็วที่สุดจากทั้งทริป เนื่องจากเรียกรถแท็กซี่เอาไว้ตอน 6 โมง แล้วต้องรีบไปขึ้นรถที่สถานี Praha UAN Florenc ตอน 6.45 (รถออก 7 โมง) เพื่อไป Regensburg โดยในวันนี้เราเลือกนั่งเป็น FlixBus ค่ะ พอถึงสถานีเราก็รีบลงไปดูชานชาลาที่ต้องขึ้น ก็เห็นว่าต้องขึ้นเป็นชานชาลา 11 หลังจากนั้นก็เดินไปนั่งรอสักพักรถก็มาค่ะ จะเป็นคันสีเขียว ๆ เห็นได้ชัดแจ๋วเลย คนขับก็น่ารักมากๆ คุยดีเลยค่ะ ดูชิว ๆ ด้วย นั่งบนรถประมาณ 3 ชั่วโมงในที่สุดก็เข้าประเทศเยอรมัน และมาถึงเมือง Regensburg จุดหมายปลายทางของเราในวันนี้

    พอถึงเมืองเราก็เอากระเป๋าฝากที่ตัวสถานีก่อนเพราะมาถึงตอนประมาณสิบโมงกว่า ที่พักยังไม่เปิดให้เช็คอิน ที่ฝากกระเป๋าจะอยู่ด้านหลังสถานีค่ะ ติดกับห้องน้ำ ใกล้ ๆ ร้านเช่าจักรยานเลย แต่หาช่องว่าง ๆ ค่อนข้างยาก เท่าที่เราดู มีหลายช่องเลยค่ะที่เจ้าของเอากระเป๋ามาฝากเวลาเกินที่กำหนดแล้ว แต่ไม่มาเอากลับไปสักที ทำให้ตู้ก็ยังล็อกอยู่และคนอื่นก็เอากระเป๋ามาฝากไม่ได้ ตู้ก็ค่อนข้างเก่านิดนึงแต่ใช้งานได้ปกติค่ะ หลังจากเราฝากกระเป๋ากันเสร็จ ก็หาร้านอาหารทานข้าวเที่ยงกันแล้วค่อยออกไปเดินสำรวจรอบเมืองค่ะ ซึ่งมื้อนี้ เราเดินเข้าไปหาร้านในตัวสถานี แล้วฝากท้องกันที่ Asia Gourmet มีเมนูอาหารเอเชียมากมาย ราคาก็ไม่ได้แพงมากด้วย หลังจากทานอาหารเสร็จเรียบร้อยเราก็เดินเข้าไปที่ตัวเมือง แวะเข้าไปดูร้านค้าด้านซ้ายขวาที่ตั้งอยู่ตลอดทาง แถวนั้นมีร้าน Euroshop ด้วย ทุกอย่างราคาหนึ่งยูโรหมดทั้งร้าน ได้ของกลับมาเยอะแยะเลยค่ะ

    เสร็จแล้วก็เดินตรงไปเรื่อย ๆ แล้วผ่านมหาวิหารหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ตามที่ได้หาข้อมูลมา มหาวิหารแห่งนี้มีชื่อว่า Regensburg Cathedral ค่ะ หรืออีกชื่อที่คนเรียกกันก็คือ St.Peter's Cathedral ถูกสร้างเสร็จตั้งแต่ปี 1520 คือมีอายุกว่า 499 ปีแล้ว ถ้าถึงปีหน้า ตัวมหาวิหารก็จะอายุครบ 500 ปีพอดี มหาวิหารเรเกนส์บวร์กถือเป็นตัวอย่างที่ดีของสถาปัตยกรรมแบบกอธิกในแคว้นบาวาเรียของเยอรมันค่ะ อีกทั้งยังเป็นแลนด์มาร์กหลักของเมืองเลยด้วย ถ่ายรูปออกมาสวยมาก ๆ เลยล่ะค่ะ
    ตรงข้ามกับมหาวิหารก็จะมีอนุสาวรีย์ของ King Ludwig I แห่งบาวาเรียค่ะ
    หลังจากถ่ายรูปแถว ๆ มหาวิหารเสร็จ เราก็ค่อยลัดเลาะหาทางออกไปริมแม่น้ำดานูบใกล้ ๆ สะพานที่เป็นจุดเชื่อมไปอีกฝั่งหนึ่งของเมืองค่ะ เดินไปซื้อไอศกรีมร้านหนึ่งแล้วไปนั่งทานริมแม่น้ำ มีลมเย็น ๆ พัดผ่านมาเป็นระลอก ๆ ชมวิวไปเรื่อย ๆ แล้วก็นั่งดูนกพิราบกับเป็ดแถวนั้นขึ้นมาเดินเล่นใกล้ ๆ ผู้คน ซึ่งก็น่ารักดีค่ะ นกกับเป็ดที่นี่ดูไม่กลัวคนเท่าไรเลย อาจเป็นเพราะคนไปนั่งริมแม่น้ำกันบ่อย ๆ จนสัตว์เหล่านี้ชินไปแล้ว นั่งอยู่ตรงนั้นได้ราวครึ่งชั่วโมง เราก็ตัดสินใจลุกเพื่อเดินกลับไปเอากระเป๋าที่สถานี และเดินหาที่พักค่ะ เวลาตอนนั้นประมาณสามโมงกว่าได้แล้ว ซึ่งตัวที่พักก็ให้เช็คอินได้พอดี

    ที่พักของเราไม่มี Reception เจ้าของไม่อยู่ มีแต่คำอธิบายบอกเอาไว้ให้ในอีเมลเกี่ยวกับวิธีการหากุญแจและเปิดที่พัก ตอนแรกเราก็หาที่พักไม่เจอ ถามคนละแวกนั้นเขาก็ไม่มั่นใจเหมือนกัน หากล่องใส่กุญแจอยู่นาน แต่โชคดีที่ตอนนั้นมีสามีภรรยาจากอังกฤษมาพักที่นี่ด้วยเหมือนกันแล้วก็เพิ่งเปิดเข้าห้องพักไปได้ เขาเลยมาช่วยดูให้ ถือว่าโชคดีไปค่ะ ไม่อย่างนั้นคงงมหาทางเข้าอยู่อีกนานแน่ ๆ หลังจากนั้นที่บ้านเราก็ขอออกไปเดินเล่นรอบเมือง ซื้อของกินกลับมาทำอาหารมื้อเย็นกัน ส่วนเราก็ขอนั่งพักโหลดรูปลงเครื่องอยู่ที่ห้องต่อไป พอกลับมาที่บ้านก็เล่าให้ฟังว่าเจอคนไทยตั้งหลายคนเลย เหมือนเขามาทำงานที่เมืองนี้ตั้งหลายสิบปีแล้ว ที่บ้านเราเดินไม่ค่อยถูก ไม่รู้จะกลับที่พักยังไง เขาเลยมาช่วยนำเดินให้ น่ารักดีค่ะ เสร็จแล้วเราก็พักผ่อน อาบน้ำเข้านอนและจบไปอีกหนึ่งวันในทริปนี้

    ขอเท้าความอีกครั้งว่าเดิมทีทริปนี้เราจะไปกันสามประเทศ ได้แก่ ออสเตรีย เช็ก และฮังการี แต่ในช่วงท้ายตอนกำลังเตรียมทริป เราตัดสินใจตัดฮังการีออกเพราะดูเดินทางค่อนข้างยาก (เราซื้อตั๋วเครื่องบินก่อนแล้วค่อยจัดทริปค่ะ ขึ้นลงที่เวียนนา แล้วลองกางแผนที่ดูมันจะเดินทางค่อนข้างวุ่นวายถ้าไปตามประเทศเดิมที่วางไว้) สุดท้ายเราเลยเพิ่มประเทศเยอรมันเข้ามาแทนโดยเลือกเที่ยวสองเมือง ได้แก่ เรเกนส์บวร์ก และมิวนิก

    แต่ก่อนที่จะมาเป็นสองเมืองนี้ เราเกือบวางแพลนให้เที่ยวมิวนิกที่เดียวยาว ๆ แล้วค่ะ แต่พอเห็นว่าระยะเวลาเดินทางจากปรากเข้ามิวนิกมันนานพอสมควร กลัวว่าจะนั่งรถกันจนเบื่อ เลยตัดสินใจหาเมืองที่อยู่ตรงกลางระหว่างปรากและมิวนิก แล้วก็มาเจอเรเกนส์บวร์กนี่แหละค่ะ เลยใส่มาทันทีโดยไม่ได้คิดอะไรมาก จะเรียกว่าเป็นความบังเอิญก็ได้ที่เรเกนส์บวร์กได้มาอยู่ในทริปนี้ แต่ก็เป็นความบังเอิญที่ทำให้รู้สึกเสียดายเลยแม้แต่น้อย กลับรู้สึกประทับใจ และขอบคุณตัวเองมาก ๆ ที่เพิ่มเมืองนี้เข้ามาในตอนท้าย

    เรเกนส์บวร์กเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ในแคว้นบาวาเรีย แต่พอได้เดินจริง ๆ ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าเมืองใหญ่อะไรมากมายเลยค่ะ ให้ความรู้สึกอบอุ่น เรียบง่าย และเป็นกันเองมาก นอกจากนี้นักท่องเที่ยวก็ไม่ค่อยเยอะ ถ้าจะให้พูดให้ถูกคือ เรเกนส์บวร์กไม่ใช่จุดหมายปลายทางของทัวร์ทั่วไปค่ะ ในเมืองเลยจะมีแต่คนที่แวะผ่านมาเที่ยว หรือเจาะจงจะมาเที่ยวที่เมืองนี้โดยเฉพาะแบบเรา ถ้าใครมีโอกาสได้มาเที่ยวเยอรมันและอยากหาเมืองเงียบ ๆ มาพักผ่อน หนีจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่ ๆ แนะนำให้มาเรเกนส์บวร์กเลยค่ะ ไม่ผิดหวังแน่นอน

    ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่านกัน และขอให้เป็นวันที่ดีค่ะ

    — whenmoonwrites.

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in