The Murderous Hand (DToL Omegaverse AU)piyarak_s
Chapter 12 : Closer to the End
  • (12)


    วันสุดท้ายของปีไม่วุ่นวายอย่างที่คิดเอาไว้ คดีที่ดูเหมือนจะซับซ้อนที่เกิดขึ้นเมื่อสองวันก่อนปิดแฟ้มลงได้อย่างง่ายดาย ผู้ต้องหารับสารภาพ รับทราบข้อกล่าวหา และได้รับการประกันตัวชั่วคราวเพื่อติดต่อหาทนายความและจัดการธุรกิจที่ยังคงค้าง หน่วยสืบสวนอาชญากรรมพิเศษทำผลงานได้อย่างงดงามส่งท้ายปี ผู้บัญชาการสก็อตแลนด์ยาร์ดแถลงข่าวได้อย่างมั่นใจเต็มภาคภูมิว่าไม่มีความผิดพลาดเกิดขึ้น


    รางวัลที่ทีมของเราได้รับ คือ การได้หยุดพักสองวันเต็ม ๆ เว้นแต่จะมีกรณีเร่งด่วนอย่างคดีของเจมส์ พ็อตต์เข้ามาอีก คู่หูของผม จ่าวิลเลียม มัสเกรฟดูจะโล่งใจกว่าใครเพื่อน เพราะปีนี้เป็นปีแรกที่เขาได้ใช้เวลานับถอยหลังสู่วันปีใหม่กับคู่หมั้นเสียที ส่วนคนอื่น ๆ ในทีมของผมก็มีแผนการสำหรับวันหยุดอันน้อยนิด แต่มีค่ามหาศาลของพวกเขาแตกต่างกันออกไป ทุกคนพร้อมที่จะกลับมาทำหน้าที่ทันทีที่ถูกเรียก แต่ก็ต่างหวังว่าจะไม่มีเรื่องราวใหญ่โตมาถึงมือพวกเราอีก เพื่อที่จะได้สะสมพลังกลับมาสะสางคดีที่ยังค้างอยู่คดีอื่น ๆ หลังวันเปิดทำการต่อไป


    หลังจากการประชุมสรุปการทำงานล่าสุด ผมเก็บของที่สำนักงาน เพื่อที่จะได้กลับบ้านได้ทันทีหลังไปพบอัยการที่ถูกวางตัวให้ทำคดีนี้ที่สำนักงานเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับภาพรวมของคดีในเบื้องต้น


    ผมขับรถจากนิวสก็อตแลนด์ยาร์ดข้ามแม่น้ำเทมส์ไปยังสำนักงานอัยการ (Crown Prosecution Service (CPS) Office) ที่เซาธ์วอร์ค การจราจรช่วงเย็นวันสุดท้ายของปีเริ่มติดขัดพอสมควร เมื่อผู้คนเริ่มออกมาฉลองในเมืองและร้านอาหาร รวมถึงร่วมกิจกรรมนับถอยหลังและชมการแสดงพลุรับปีใหม่ที่ลอนดอนอาย


    แม้ว่าทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี และรอบตัวเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง แต่ผมก็ไม่เหลือจิตใจจะสนุกกับบรรยากาศรื่นเริงสักเท่าไหร่ และไม่มีแก่ใจที่จะหยิบเอาแฟ้มคดีที่เรียกว่า ‘cold case’ หรือ คดีเก่าที่ยังปิดไม่ลง ซึ่งเป็นงานหลักของทีมเราขึ้นมาจัดลำดับว่าควรจะหยิบคดีไหนมาปัดฝุ่นต่อ หลังจากมีคดี ‘พิเศษ’ มาให้รับผิดชอบ


    มีคดี ทำคดี ปิดคดี เป็นวงจรปกติในชีวิตการทำงานของผม แต่ความรู้สึกที่มีต่อคดีและตัวผู้คนที่เกี่ยวข้องนั้นทำให้ความรู้สึกของผมต่อแต่ละคดีแตกต่างกันออกไป และมีสิ่งที่กระทบใจของผมมากน้อยไม่เท่ากัน คดีของเจมส์ พ็อตต์เป็นคดีที่กระทบใจของผมมากพอสมควร และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้จิตใจของผมหนักอึ้งกว่าทุกครั้งที่เคยเป็นมา


    จริงอยู่ เจมส์ พ็อตต์ ผู้ตายในคดีนี้ เป็นเหยื่อการฆาตกรรม แต่ฆาตกรที่ฆ่าเขา ก็เคยเป็นเหยื่อของเขาด้วยเช่นกัน


    คลาร่า พ็อตต์เป็นคนฆ่าสามีอัลฟ่าของตัวเอง... พยานหลักฐานหลายอย่างชี้ไปทางนั้น พนักงานอัยการซึ่งเป็นที่ปรึกษาในคดีนี้เห็นพ้องเรื่องการตั้งข้อหาและออกหมายเรียก และโอเมก้าสาวผู้นั้นก็รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา


    มิสซิสพ็อตต์เป็นฆาตกรที่น่าเห็นใจ แต่คนที่น่าเวทนาและควรค่าแก่การเห็นใจมากที่สุดในกรณีนี้ คือ เจนนี่ เมนโดซ่า ซึ่งเป็นเหยื่อที่แท้จริงในคดีนี้ เธอเป็นผู้ถูกกระทำมาตลอดเวลา ไม่ว่าด้วยฝีมือของอัลฟ่าหรือโดยโอเมก้าด้วยกันเอง ไม่ว่าฝ่ายหลังจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม และในเวลานี้ เหยื่ออย่างเธอก็ถูกตั้งข้อหาลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ซึ่งคดีนี้ได้ถูกส่งต่อไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและแผนกคดีพิเศษของตำรวจนครบาล


    ความจริงแล้ว เดียน่า ทเวธส์ อัลฟ่าหญิงซึ่งเป็นพนักงานอัยการที่รับผิดชอบคดีของเจมส์ พ็อตต์มาทำงานนอกเวลา และยังอุตส่าห์อยู่รอผมที่สำนักงานของเธอ เพราะทำให้เราสามารถคุยบางเรื่องที่ควรคุยกันตามลำพังได้ง่ายกว่า เช่น แนวทางในการช่วยเหลือโอเมก้าหญิงทั้งสองคนที่ตกเป็นผู้ต้องหา เพราะความจริงแล้ว อัยการที่ทำหน้าที่เป็นทนายแผ่นดินและว่าความในฐานะโจทก์ผู้ฟ้องคดี และเป็นฝ่ายตรงข้ามกับจำเลย




    “ฉันจะหาทางช่วยผู้ต้องหาหญิงโอเมก้าทั้งสองคนนั้น เท่าที่จะช่วยได้นะ ไมเคิล” เธอบอก หลังจากฟังผมสรุปเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งในการแถลงข่าวและจากการประชุมภายในหน่วยสืบสวนอาชญากรรมพิเศษ


    “ขอบคุณ เดียน่า” ผมยิ้มให้เธอ ผมรู้ว่า คำรับของเธอเชื่อถือได้ และต่อให้เธอไม่ได้เป็นเจ้าของคดี แต่เธอก็สามารถติดตามความคืบหน้าหรือหาข้อมูลเกี่ยวกับคดีบางคดีให้ผมได้


    ก่อนที่จะมาเป็นอัยการ เธอเป็นทนายความที่เชี่ยวชาญในคดีอาญาและเป็นที่ปรึกษากฎหมายให้กับองค์กรเอกชนด้านสิทธิของโอเมก้ามาหลายปี เธอเป็นอัลฟ่าไม่กี่คนที่กล้าออกหน้าเรียกร้องความเท่าเทียมและยื่นมือเข้าช่วยเหลือโอเมก้าทั้งหญิงและชายที่ประสบปัญหาในทางคดี และการตัดสินใจมาเป็นอัยการก็ด้วยเหตุผลนี้


    หลังจากที่ผมแยกกับ ดร. ฟอล์กเนอร์เมื่อเย็นวานนี้ เดียน่า จ่ามัสเกรฟ และผมก็ทำงานด้วยกันจนดึกดื่น เธอช่วยได้มากในเรื่องของการคัดกรองพยานหลักฐานและทำสำนวน และที่ดีไปกว่านั้น คือ เธอจัดการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเอาไว้ล่วงหน้า รวมถึงยอมสละวันหยุดของเธอมาเพื่อดำเนินการเรื่องการออกหมาย การแจ้งข้อกล่าวหา และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการอนุมัติการประกันตัวของคลาร่า พ็อตต์และเจนนี่ เมนโดซ่าอย่างครบถ้วน


    “ไม่เป็นไร” เธอยิ้มตอบผม ความสัมพันธ์ของเราในฐานะคนที่ทำงานร่วมกันถือว่าดีเยี่ยม เพราะเราต่างรู้จักกันมาหลายปีและมีวิธีคิดเกี่ยวกับการทำงานไปในทิศทางเดียวกัน เราจึงเป็นมิตรกันทั้งในและนอกเวลางาน


    “คืนนี้มีแผนไปฉลองปีใหม่ที่ไหนแล้วหรือยัง” เธอถาม ขณะที่เราต่างลุกจากที่นั่ง “ฉันกับเคทจะทำอาหารกินกันเองที่บ้าน ถ้าคุณต้องอยู่คนเดียวเหมือนปีก่อน ๆ และไม่รังเกียจการดู British Bake Off ห้าซีซันติดต่อกัน ก็แวะมาดื่มกับเราที่บ้านได้นะ ไมเคิล คืนนี้ ลูก ๆ เราไปเคานต์ดาวน์ที่พิคคาดิลลี่สแควร์กัน”


    ผมรอเธอสวมเสื้อโค้ต พันผ้าพันคอ และเก็บกระเป๋าเอกสาร เพื่อที่จะออกจากสำนักงานไปยังที่จอดรถด้วยกัน


    เดียน่าแต่งงานกับเคทลิน โอเมก้าหญิงที่ทำงานเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีมากว่ายี่สิบปีแล้ว พวกเธอเป็นคู่แท้ที่หากันเจอในศาลระหว่างที่ต่างคนต่างฝึกงานในสายวิชาชีพของตัวเองและไม่เคยเปลี่ยนคู่ ที่ยอดเยี่ยมกว่านั้น คือ พวกเธอเป็นชิฟเตอร์สัตว์สายพันธุ์เดียวกันอีกด้วย


    ‘นกฮูกเป็นสัตว์ผัวเดียวเมียเดียวน่ะ ไมเคิล’ เดียน่าเคยบอกผม ‘แต่ฉันไม่เคยคาบหนูตายไปให้เคทลินหรอกนะ’ และถ้าเดียน่าเกิดทำแบบนั้นขึ้นมา เคทลินคงร้องกรี๊ดแน่ ๆ เพราะเธอเป็นชิฟเตอร์นกฮูกที่กลัวหนูสุดใจขาดดิ้น


    พวกเธอเป็นคู่ที่น่ารัก ที่สำคัญ คือ ทั้งคู่ให้ความเคารพกันและกันอย่างเท่าเทียม และด้วยเหตุนั้น ผมจึงคบหากับครอบครัวของพวกเธอได้อย่างสนิทใจ ในขณะที่พวกเธอก็ดูเป็นห่วงเป็นใยผมมากพอดู เมื่อรู้ว่าผมอยู่ตัวคนเดียว โดยที่ไม่มีคู่และเลิกคิดเรื่องคู่แท้มานานนักหนาแล้ว นับแต่แมรี่จากไป


    ผมรู้ว่า พวกเธอหวังดี แต่ผมก็ไม่อยากรบกวนเวลาส่วนตัวที่พวกเธอควรใช้ด้วยกัน เดียน่าถามผมเช่นนี้ทุกปี และรู้ด้วยว่า ผมจะปฏิเสธทุกครั้ง แต่ในคราวนี้ เหตุผลที่ผมใช้ในการปฏิเสธความหวังดีของพวกเธอแตกต่างออกไปจากปีก่อน


    “ขอบคุณมาก เดียน่า ฝากขอบคุณเคทด้วย เสียดายที่ผมมีนัดแล้ว”


    “กับ ดร. โทเบียส ฟอล์กเนอร์?”


    คำถามของเธอทำให้ผมสะดุดขาตัวเอง และเกือบจะทำกุญแจรถที่เพิ่งหยิบออกจากกระเป๋าโค้ตหลุดมือ


    “ใช่จริง ๆ ด้วย” เดียน่า ทเวธส์หัวเราะและตอบคำถามให้เสร็จสรรพ สีหน้าของเธอตอนส่ายหน้าช้า ๆ สามารถตีความออกมาเป็นคำพูดได้ว่า พวกชิฟเตอร์ตระกูลสุนัขช่างมองออกง่ายเหลือเกิน

    “คุณอย่าลืมสิว่า พวกอัลฟ่ามีกันอยู่เต็มศาลไปหมด ฉันเองก็คนหนึ่งละ”


    “ให้ตายสิ...” ผมคราง


    ไม่อยากจะคิดเลยว่า ถ้า ดร. ฟอล์กเนอร์รู้เรื่องที่ใครต่อใครตั้งแต่ ดร. เบนจามิน เวสต์ อาจารย์ของเขา ดร. ซาแมนธา เคน แพทย์ประจำบ้านในภาควิชาเดียวกับเขา ต่อมาก็คนในห้องพิจารณาคดีที่เขามาเบิกความในฐานะพยานผู้เชี่ยวชาญ เขาจะรู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้ เพราะเท่าที่ผมรู้ เขาเองปิดกั้นตัวเองและรักษาระยะห่างจากคนอื่น ๆ มาตลอด อีกทั้งยังหวงพื้นที่ส่วนตัวอย่างที่สุด


    ท่าทางของผมทำให้เดียน่าหัวเราะออกมาอีกรอบ และตบต้นแขนผมปลอบใจ


    “ฉันได้ยินอะไร ๆ มาจากพวกตำรวจที่เดอะยาร์ดมาบ้างละน่า แต่คนอื่นเขายังไม่รู้หรอกนะว่า ดร. ฟอล์กเนอร์มีกลิ่นของคุณติดอยู่ เพราะมันจางมากจนคนที่อยู่ไกลจากคอกพยานไม่ได้กลิ่น และเชื่อได้เลยว่า ทนายจำเลยไม่เคยได้กลิ่นของคุณมาก่อนแน่นอน”


    กลิ่นเป็นสิ่งที่ทำให้ผมต้องจำนนต่อหลักฐานอีกครั้งหนึ่ง


    “ผมเพิ่งทำความรู้จักกับเขาได้ไม่นาน เดียน่า เราทำงานด้วยกัน” ผมยอมรับกับเธอ เฉพาะสิ่งที่ผมพอจะบอกได้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเราเท่านั้น


    “คุณเป็นสุภาพบุรุษ ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม” รอยยิ้มบนริมฝีปากของอัยการบางเบาแต่อ่อนโยน และเต็มไปด้วยความเข้าใจ ในขณะที่ผมเดินไปส่งเธอถึงที่รถ “คนที่ ดร. ฟอล์กเนอร์ยอมให้เข้าใกล้จนมีกลิ่นติดตัวเขามาด้วย ต้องเป็นคนที่ทำให้เขาไว้วางใจจนยอมลดกำแพงให้ และถ้าคนคนนั้นเป็นคุณ ฉันก็ไม่แปลกใจเลย”


    เดียน่า ทเวธส์เปิดประตูหลังคนขับเพื่อเอาของเข้าไปเก็บ แล้วหันกลับมาหาผม


    “ไมเคิล ฉันรู้จักคุณมานานนะ และในฐานะเพื่อน ฉันอยากให้คุณมีความสุขกับคนที่ดี หลังจากที่คุณอยู่ตัวคนเดียวโดยที่ไม่มีใครอยู่ในชีวิตนอกจากงานมานานมากแล้ว”


    น้ำเสียงของเธอจริงจัง แม้ว่าไอน้ำจากลมหายใจของเธอที่กระทบอากาศหนาวจัดจะบดบังใบหน้าของเธอไปบางส่วน แต่ผมยังสามารถเห็นแววตาอ่อนโยนของเธอในเวลาที่พูดเรื่องที่เราไม่เคยคุยกันมาก่อนในเวลานี้ได้


    “ฉันรู้จัก ดร. ฟอล์กเนอร์มาตั้งแต่ตอนที่ฉันยังเป็นทนายความและทำงานให้องค์กรพิทักษ์สิทธิของโอเมก้า เขาเป็นคนดีและเข้มแข็ง ฉันทำงานกับเขามาหลายคดี เขาเป็นโอเมก้าที่เก่งและมีวิจารณญาณดีกว่าอัลฟ่าหลายคนด้วยซ้ำไป ฉันยังแปลกใจด้วยซ้ำที่ตัวเองไม่เคยแนะนำให้พวกคุณรู้จักกัน แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ฉันจะดีใจมาก ถ้าเพื่อนที่ฉันรักทั้งสองคนจะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ไม่ว่าในสถานะไหนก็ตาม”


    “ขอบคุณมาก เดียน่า” ผมกล่าวกับเธอ และโอบกอดเธอตอบ “ขอบคุณในความหวังดีที่มีให้เราสองคน”


    “ด้วยความยินดี” เธอคลายแขนออกจากผมพร้อมยิ้มกว้างให้ “ฝากสวัสดี ดร. ฟอล์กเนอร์ด้วยนะ”


    ผมรับปากในสิ่งที่เธอขอ รู้สึกว่าเรื่องที่รบกวนจิตใจของผมอยู่บางเรื่องบรรเทาลงไปบ้างด้วยคำพูดของเธอและสิ่งที่เธอรับปากว่าจะทำให้ ผมรอจนเธอขึ้นรถแล้ว โบกมือลา แต่ก่อนที่ต่างคนจะแยกย้ายกันไป เธอเลื่อนกระจกรถลงมา และเรียกชื่อของผมเหมือนเพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้


    “ดร. ฟอล์กเนอร์ชอบอาหารจำพวกปลา ถ้าคุณซื้อไวน์ขาวไปฝากเขาสักขวดจะดีมาก” เธอขยิบตาให้ “และฉันของแนะนำเลยนะว่า พวกคุณควรหาอะไรอย่างอื่นทำด้วยกัน นอกจากแค่คุยเรื่องงาน ไม่มีอะไรที่เร็วเกินไปหรอก เชื่อสิ”



    To be continued....



    ป.ล. อีก 2 ตอนก็จบแล้วค่ะ ในตอนที่ 13 จะได้รู้กันแล้วว่า แรงจูงใจของฆาตกรในคดีนี้คืออะไรกันแน่
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in