ฉัน ความคิด และตัวหนังสือลลลลน
ฉันเป็นใคร?
  •                 เป็นผู้หญิงธรรมดาๆคนหนึ่ง ทั้งในด้านหน้าตา รูปร่าง และความสามารถเรียกได้ว่าไม่มีด้านใดเด่นเป็นพิเศษ ขณะนี้กำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยศิลปากรสาขาออกแบบนิเทศศิลป์ เพิ่งเลิกกับแฟนได้ไม่นานนัก เหมือนจะทำใจได้แล้วใช้ชีวิตอย่างมีความสุขทุกวัน ลองทำอะไรที่อยากทำ(ซึ่งการเขียนอะไรแบบนี้ก็เป็นอีกหนึ่งอย่างที่อยาก) แต่ก็ยังรู้สึกว้าวุ่นใจอยู่

                   ที่ได้บอกไปว่าเป็นผู้หญิงธรรมดาก็คงเป็นเพราะรู้สึกว่าตนเองไม่ได้มีใบหน้าที่มีสเน่ห์น่าดึงดูดเฉกเช่นหญิงสาวคนอื่นในช่วงวัยเดียวกันก็มีบางครั้งที่ส่องกระจกแล้วรู้สึกว่า “อ๊ะ จริงๆแล้วเราเองก็น่ารักเหมือนกันนะแต่ความคิดนั้นก็ไม่ได้อยู่นานเสียเท่าไหร่เพราะสุดท้ายแล้วคิดว่าถ้าเราไม่แต่งหน้าเราก็คงน่ารักสู้คนอื่นไม่ได้อยู่ดี ก็เป็นเพียงคนที่มีใบหน้าธรรมดาๆคนหนึ่ง

                    ร่างกายที่มีอยู่ตอนนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่น่าพอใจนักฉันมักจะสำรวจร่างกายตัวเองหน้ากระจกทุกเช้า(เหมือนกับที่สำรวจใบหน้า)เวลามองกระดูกเชิงกรานหรือซี่โครงของตัวเองที่โปดปูนออกมาใต้ผิวหนังบางเฉียบก็มักจะตำหนิตัวเองเสมอว่า  เราผอมไปแล้วนะไม่ดีเลย” แต่ถึงแม้ว่าจะพูดออกไปอย่างงั้นก็ไม่สามารถทำให้น้ำหนักขึ้นได้เลยมีแต่ลงอยู่ร่ำไป ใจของฉันเองก็อยากจะทานอาหารให้ได้เยอะๆ อยากน้ำหนักขึ้น แต่ความเป็นจริงแล้วการกินให้ได้เฉียดครึ่งจานกลับเป็นเรื่องที่ยากเหลือเกินและการที่ต้องตอบคำถามที่ได้รับทุกครั้งหลังกินเสร็จเช่น ทำไมกินน้อยจังเสียดายข้าวนะเนี่ยแน่นอนว่าก็เป็นเรื่องที่ฉันลำบากใจเหลือเกินแม้อยากจะพูดออกไปตรงๆว่า ฉันอิ่มแล้วฉันก็ไม่กล้าทำได้แต่ยิ้มแล้วหัวเราะแห้งๆตอบพวกเขาขณะที่ลุกไปเก็บจานข้าว

                    ความสามารถเองก็เป็นสิ่งที่ฉันไม่กล้ายืนยันว่าฉันเก่งในเรื่องใดๆ ฉันวาดรูปเป็น เล่นแซ็กโซโฟนได้ ปักลายผ้าง่ายๆได้ รวมถึงอีกหลายอย่างที่ทำ แต่ก็ไม่มีสิ่งใดเลยที่กล้าออกปากว่าเก่งในด้านนั้น จริงอยู่ที่วาดรูปเป็นแต่ก็ไม่ได้เก่งขนาดใครอื่น จริงอยู่ที่เล่นแซ็กโซโฟนได้แต่ณตอนนี้ก็ไม่อาจเล่นได้อย่างเมื่อก่อนแล้ว บางครั้งเองก็รู้สึกว่าตัวเรานั้นไม่ได้เก่งซักอย่างเลยนี่นา แม้ว่าจะทำได้หลายอย่างแต่ก็ยังรู้สึกไม่พอใจอยู่ดี แต่ก็คงจะดีกว่าการทำอะไรไม่เป็นซักอย่างล่ะมั้ง

                  จากที่ได้เขียนไป พอมานั่งย้อนอ่านแล้วก็รู้สึกว่าตัวฉันนั้นไม่มีความมั่นใจในตัวเองเลยแม้แต่น้อย(ฮา) ซึ่งก็ล้วนแต่เป็นความจริงที่วนเวียนอยู่ในตัวของฉัน อยู่ในห้วงความคิดที่บางคราก็ซับซ้อนเหมือนกับหนังสือปรัชญาทว่าบางคราก็เรียบง่ายและตรงไปตรงมาเสียจนไม่ต่างอะไรกับความคิดของเด็ก(ซึ่งส่วนมากจะเป็นอย่างหลัง)

                    แต่ก็อย่างที่ได้กล่าวไปว่าฉันได้เก็บซ่อนมันไว้ในใจ เพราะเช่นนั้นตลอดเวลาที่ผ่านมาทุกคนจึงเห็นฉันเป็นคนที่ร่าเริง มีอารมณ์ขัน มีพลังบวกตลอดเวลา ซึ่งฉันก็คิดว่าดีแล้วที่เป็นแบบนั้น ด้วยความที่ไม่อยากเป็นเรื่องลำบากใจให้ใคร แล้วก็ไม่อยากให้คนต้องพะว้าพะวงกับเรื่องของเรา

  •                 เขียนมาจนถึงตอนนี้ก็กลัวผู้อ่านที่หลงเข้ามาจะงงกับจุดประสงค์ของงานเขียนต่างๆทั้งชิ้นนี้และต่อไปในอนาคตของฉัน(ฮา) สาเหตุของการเขียนสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากที่ฉันได้อ่านหนังสือเรื่อง 'อยากตายแต่ก็อยากกินต๊อกบกกี' ขณะที่อ่านก็มีความรู้สึกตื้นตันแปลกๆในใจว่า'บนโลกนี้ก็ยังคงมีคนที่รู้สึกหรือมีแนวความคิดคล้ายๆกับเราอยู่สินะ' หลังจากอ่านจบ ความอยากเขียนบอกเล่าเรื่องราวหรือความรู้สึกในหัวของฉันก็ถือกำเนิดขึ้น

                    เมื่อก่อนฉันจะเล่าทุกสิ่งทุกความรู้สึกให้แฟนเก่าของฉันฟัง แต่ในวันนี้ที่ไม่มีเขาแล้ว ตัวฉันผู้ยังคงมีเรื่องเล่าและยังคงมีอารมณ์ต่างๆที่ผลัดกันมาเยี่ยมเยือนในทุกครั้งที่หายใจ ก็ขอเลือกที่จะมาพิมพ์เรื่องราวต่างๆในนี้แล้วกัน

                    ขอให้ทุกท่านที่แวะเวียนเข้ามา อ่านเรื่องราวของฉันที่ส่งผ่านตัวอักษรด้วยความรู้สึกที่คล้ายกับการอ่านไดอารี่ของหญิงสาวคนหนึ่ง ที่กำลังอกหัก และสับสนกับสิ่งต่างๆในหัวด้วยเถิด

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in