Love Over รักจบเรื่องไม่จบTheScarletNails นักเขียนเล็บแดง
คำถามยามคิดถึง
  • ฉันนั่งกอดกระเป๋าของเขาอยู่อย่างนั้น คางเกยอยู่บนสายสะพาย ในขณะที่น้ำตาหยดลงบนเนื้อผ้า

    “อะไรทำให้คนเราไปถึงจุดที่คบกันเป็นแฟน จนไปถึงจุดที่แต่งงานกันได้วะ”
    คำถามไร้เสียงถูกส่งไปให้เพื่อนสนิทที่ทำหน้าที่ในการรับฟังฉันอย่างดีด้วยการอ่านข้อความนั้นและพิมพ์ตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว

    “เมื่อตัวจริง2คนมาเจอกันไงมึง”
    “ถ้าเป็นตัวปลอมกับตัวจริงเจอกัน มันก็ไปไม่ถึงจุดนั้นหรอก”

    ฉันไม่อาจรู้ได้เลยว่าเพื่อนของฉันร้าวรานในการพิมพ์ประโยคเหล่านี้แค่ไหน เพราะฉันกำลังคุยอยู่กับคนที่เพิ่งเทคนที่คุยด้วย2เดือนมาหมาดๆและสถาปนาตัวเองเป็นผู้ประสบภัยทางความรักเรียบร้อยแล้ว นางทำเป็นสบายดีแต่จริงๆไม่ใช่เลย และฉันก็กำลังเห็นภาพตัวเองทำเป็นสบายดีอยู่ไม่ต่างกัน

    “แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าใครคือตัวจริง หรือกูไปเป็นตัวปลอมให้ใครวะ”

    “ไม่มีทางรู้หรอกมึง ทางเดียวคือ ต้องเดิน ไม่เดินอ่ะ กระโจนเข้าไปเลยให้รู้ แล้วถ้าไม่เลือดอาบกลับออกมา ก็ถือแหวนแต่งงานกลับออกมา แค่นั้น”

    ฉันขำ ขำในรอบหลายชั่วโมงที่หน้านิ่วคิ้วผูกกันเป็นโบว์แน่นเพราะมีแต่คำถามวิ่งวนในหัวเต็มไปหมด ฉันชอบคำบรรยายที่เพื่อนใช้ มันจริงดี เรากระโจนเข้าไปอย่างกับหมาบ้า เพราะความรักมันช่างดูคุ้มค่าที่จะเสี่ยงในเวลานั้น ส่วนในตอนท้ายก็มีแค่2ผลลัพธ์เท่านั้น และแน่นอนฉันกับเพื่อนก็มักจะเดินเลือดอาบออกมา เช็ดคราบเลือดให้กันเสมอ

    มันดูเหมือนจะเป็นอาถรรพ์ที่เรา2คนสร้างขึ้นกลายๆ ด้วยเพราะเราเริ่มต้นความรักพร้อมๆกัน ถ้าคู่มันเริ่มระหองระแหง ทางฉันก็จะเริ่มมีปัญหาขึ้นมาเฉยๆ พอมันดีกัน ทางฉันก็หายพอดี ในตอนนี้ที่มันเลิกคุย ตัดสินใจเทเขาไปเพราะเขาโลเลไปเทมันก่อน ฉันก็เลยเริ่มกลัวนิดๆว่า ทางฉันก็จะบ้าจี้เป็นแบบเดียวกันตามคู่มันไป และตอนนี้ดูเหมือนจะเริ่มขึ้นแล้วด้วย

    “กูคิดถึงเขา.. แต่กูไม่อยากเป็นฝ่ายทักไปแล้วอ่ะ ทำไมเขาไม่ทักมาหากูก่อนบ้าง เขาไม่คิดถึงกูหรอมึง หรือ...เขาทำแบบกู คิดถึง แต่ไม่ทัก รอกูทัก”

    ฉันยังคงยิงคำถามต่อเนื่อง บางทีก็แค่อยากบ่นปนอยากได้ความเห็นแฝงคำปลอบใจ แต่แน่นอนคำตอบส่วนใหญ่จากเพื่อนผู้ซื่อตรงตบฉันหน้าหันตลอด

    “ถ้าคนเค้าจะคิดถึงมึง อยากคุยกับมึง เขาก็จะทักมึง ถ้าไม่ทำ ก็ไม่ต้องไปคิดให้ท้ายเขาแบบนั้น มันชัดเจน”

    “เห็นมั้ย นี่ไง คนที่แพ้คือคนที่รักมากกว่าเสมอ”
    ตบท้ายด้วยวลีเด็ดสักหน่อย เพิ่มดาเมจให้ความร้าวรานในใจ


    “อะไรทำให้คนเราไปถึงจุดที่คบกันเป็นแฟน จนไปถึงจุดที่แต่งงานกันได้วะ”

    “ก็ท้องไงเจ้”

    “....”

    “..เออจริง ไอ้เวร ฮ่าๆๆๆๆ”

    คำตอบกวนตีนแต่แสนจะเป็นความจริงออกจากปากน้องชายแถวบ้านที่สนิทกัน ที่อยู่ดีๆก็นึกอยากชวนพี่สาวออกมานั่งดื่มเบียร์ยามดึกด้วยกันเฉยๆ
    คำถามเดิม แต่คำตอบต่าง จากคนตอบที่อยู่ในสถานการณ์ที่ต่างกัน มันกำลังมีรักที่ดี มีแฟนเป็นเด็กมหาลัยเข้าใหม่ กำลังสวยเลย

    “เจ้... ผมว่านะ มันคือตอนที่เราตัดสินใจแล้วว่า เราต้องการเขาอยู่ข้างๆเราไปตลอด แม้ผมจะต้องเสียอะไรไปบ้าง แต่ถ้าเพื่อให้ได้เขามาเคียงข้างผม ผมก็ยินดีจะแลก”

    จากไอ้เด็กเวรตอนแรก ก็กลายเป็นพ่อหนุ่มรูปงามพร้อมออร่าความคิดเลิศล้ำทันที ฉันยิ้ม พร้อมตบหัวมันไปหนึ่งที

    “กุล่ะอิจฉาแฟนมึงจริงๆ..”


    ข้อความขึ้น ‘อ่านแล้ว’ ยังคงหยุดอยู่แค่นั้น ไม่มีข้อความโต้ตอบกลับใดๆต่อไป ฉันยังกลับมากดดูอยู่เรื่อยๆ แม้รู้ว่าจริงๆถ้าเขาตอบ มันจะแจ้งเตือนบอกเราอยู่แล้ว แต่ฉันก็ยังเลื่อนผ่านข้อความเดิมซ้ำๆ ผ่านข้อความที่ฉันตัดพ้อ ข้อความที่เขาไร้เยื่อใย ข้อความที่ฉันระเบิดอารมณ์ลงไป และข้อความที่เหินห่างสีเทา

    ฉันเพิ่งกลับจากการแบ็กแพ็คเที่ยวประเทศลาว และผู้ให้ยืมกระเป๋าสำหรับบรรจุเสื้อผ้า1อาทิตย์นั้นก็คือเขาคนนี้นี่แหละ

    ฉันรู้ดีเต็มอกว่าคิดถึงเขาแค่ไหน แต่ฉันจะไม่อ่อนแอพิมพ์ไปก่อน แสดงตนเป็นผู้พ่ายแพ้แก่เขา เพียงเพื่อจะรับข้อความตอบรับเฉยๆจากเขาอีกต่อไป ฉันแค่อยากให้เขารู้สึกคิดถึงฉันจนต้องลงมือทำสักอย่างบ้าง
    ถึงจะคิดไปแบบนั้น แต่สุดท้ายเมื่อฉันหันหลังกลับมาเห็นกระเป๋าเป้ของเขา ก็ตัดสินใจคว้ามันขึ้นมาทันที

    ฉันนั่งกอดกระเป๋าของเขาอยู่อย่างนั้น คางเกยอยู่บนสายสะพาย ในขณะที่น้ำตาหยดลงบนเนื้อผ้า กอดมันแน่นเหมือนกำลังกอดตัวเขาไว้ และพร่ำออกมาแบบไร้เสียงว่า อย่าไปนะ อย่าไป.. 

    ถึงยังไงฉันก็ยังแพ้อยู่ดี แพ้ไปซะหมดเมื่อเป็นเขา เพราะจริงๆแล้วฉันไม่เคยต้องการชนะเลย

    ‘มันต้องทำยังไงนะ ถึงจะไปถึงจุดที่คบกัน จนไปถึงจุดที่แต่งงานกัน ทำยังไงนะ’

    มันยังคงเป็นคำถามที่ฉันจะถามตัวเองซ้ำๆตลอดค่ำคืนนี้ ในระหว่างที่รอคนๆหนึ่งซึ่งไม่รู้ว่าจริงๆแล้วกำลังอยู่ขั้นไหนในความสัมพันธ์ให้ตอบกลับมา ก่อนที่หลับไปพร้อมน้ำตา พร้อมความคิดสุดท้าย

    คิดถึง.

    เพลงประกอบความสัมพันธ์
    “ลืมไปแล้ว-Hers”



    Thanks for all supports! :)
    TheScarletNails

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in