QUITE SHORT STORIESgiftmeme
Alone
  • To P., a present for her birthday —


    1. Cause with every step you take I’m getting colder.

    อะไรแย่กว่าการเมางั้นเหรอ คุณคิดขณะบุ้ยใบ้ให้บาร์เทนเดอร์เติมเบียร์เพิ่มให้ ไม่ใช่อาการแฮงค์โอเวอร์ในเช้าวันรุ่งขึ้น ไม่ใช่ความทรงจำที่ไม่ปะติดปะต่อ พฤติกรรมน่าอับอายขายขี้หน้า หรือคำพูดคำจาไม่น่าฟัง สิ่งเหล่านั้นเป็นอะไรที่คนรอบข้างให้อภัยได้ — อย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนเมา อย่างมากก็ถูกแซวไปสองสามวัน กลายเป็นเรื่องเล่าชวนขำในวงเหล้าคราวถัดไป และอาจมีใครคอยฉวยแก้วเหล้าจากมือให้บ่อยกว่าเดิมไปอีกสักพัก สำหรับคุณแล้ว เรื่องพวกนี้เป็นปัจจัยภายนอกที่ไม่ได้ทำให้คุณหน้าร้อนผ่าวเท่าใดนัก สิ่งที่ร้ายกาจจริงๆ มีอานุภาพร้ายแรงกว่านั้นมาก ออกฤทธิ์รุนแรงทั้งก่อนดื่ม ระหว่างดื่ม และหลังดื่ม มันคือสาเหตุที่ทำให้คุณดื่มจนเมามายตั้งแต่แรก จนกระทั่งคุณคิดได้ว่าเวรเอ๊ย ไม่น่าทำแบบนี้เลย

    อะไรแย่กว่าการเมางั้นเหรอ คุณแค่นหัวเราะด้วยความสงสารตัวเอง ก็การเมาอยู่กับคนที่ชอบน่ะสิ



    2. I don’t want somebody else to call my name.

    จู่ๆ หมอนั่นก็โผล่พรวดเข้ามา ตัวสูงใหญ่โดดเด่นที่สุดในร้าน ใส่เสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นและสวมหมวกแก๊ปปอนๆ เป็นแฟชั่นยามค่ำที่คุณดูจะไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรในเมื่อคุณไม่เข้าใจอะไรเกี่ยวกับเขาสักอย่าง เพื่อนข้างตัวคุณตะโกนเรียกเขาแทบจะทันที ก่อนที่ชายหนุ่มจะเดินเงอะๆ งะๆ มายังที่ที่คุณนั่งอยู่และเอ่ยชื่อคุณเบาๆ เป็นการทักทาย

    คุณได้ยินแบบนั้นแล้วก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากดื่มเบียร์ที่เหลือในแก้วให้หมดแล้วเติมใหม่อีกรอบ เขานั่งลงข้างๆ คุณตรงเคาน์เตอร์และขอเบียร์เย็นๆ แค่หนึ่งขวด จากการเหลือบมองแวบหนึ่ง คุณเดาเอาจากผมที่ยุ่งเหยิงและผิวชุ่มเหงื่อว่าเขาคงเพิ่งไปวิ่งมา มีแต่คนอย่างเขาเท่านั้นแหละที่กล้าวิ่งดึกดื่นๆ ในเมืองแสนอันตรายแบบนี้ เหตุผลหลักๆ คือเพื่อหลีกเลี่ยงคนให้ได้มากที่สุด เหตุผลรองก็คงไม่มีโจรหน้าไหนเสียสติมาปล้นคนที่เหมือนกำแพงอิฐเดินได้ขนาดนี้หรอก

    “เชียร์ส” คุณยกแก้วขึ้นมาชนขวดเบียร์ที่ดูเล็กไปถนัดตาในมือของเขา หมอนั่นก็เหมือนเดิม ดูขี้ตกใจ อึดอัด และเกือบๆ จะทำของที่อยู่ในมือร่วงเวลาถูกจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว ให้ตาย ช่วยไม่ได้ที่คุณทำเบียร์กระฉอกใส่เขาเพราะมือเริ่มหยิบจับอะไรไม่ค่อยอยู่ คุณรีบขอโทษขอโพย แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าสีหน้าของเขาตลกดี แค่คิดว่าเขาอุตส่าห์แวะมายังสถานทีี่ที่ไม่น่าจะใช้เวลาค่ำวันเสาร์ด้วยก็ชวนอบอุ่นใจอย่างประหลาด ถึงนั่นจะเป็นฝีมือการคะยั้นคะยอของเพื่อนที่พวกคุณทั้งคู่รู้จักก็เถอะ ในเมื่อผับแห่งนี้อยู่ระหว่างทางกลับบ้านของพวกเขาพอดิบพอดี

    “มาตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอ” ฟังดูก็รู้ว่าพูดแก้เก้อไปอย่างนั้น บางทีความเงียบทำให้เครื่องดื่มรสชาติแย่ลง คุณรู้ดี

    “จะกลับพรุ่งนี้แล้ว” คุณตอบไม่ตรงคำถาม แน่ล่ะว่าเมาหนักไปอีกขั้น

    เขากะพริบตา ทำท่าเหมือนกำลังแปลภาษาต่างดาว หลายคนอาจจะเมาแล้วเห็นภาพสิ่งต่างๆ พร่าเลือน แต่คุณคิดว่าตัวเองกลับเห็นอะไรชัดเจนขึ้นหลายเท่า อย่างไฝและรอยกระกระจัดกระจายบนโหนกแก้ม ไหนจะนัยน์ตาสีช็อกโกแลตรสนมแบบที่คุณชอบกินเป็นของว่าง แต่ที่ร้ายกาจที่สุดคือริมฝีปากคู่นั้นที่ทำให้คุณอยากสารภาพบาปหากเผลอจ้องนานเกินไป แน่ล่ะว่าเขาเป็นฝ่ายเบือนหน้าไปทางอื่นก่อน จากนั้นก็กระดกเบียร์อึกใหญ่แล้วทำเป็นมองนู่นนี่ไปเรื่อย หากเป็นสถานการณ์ปกติ คุณคงหน้าร้อนฉ่าด้วยความอับอายขายหน้าไปแล้ว

    แต่ในเมื่อนี่ไม่ใช่สถานการณ์ปกติและหน้าคุณก็ร้อนเป็นไฟเพราะแอลกอฮอล์อยู่แล้ว คุณจึงบอกตัวเองว่า ช่างแม่ง แล้วเติมเบียร์อีกแก้ว

    คราวนี้เขาหันมามองคุณก่อน สีหน้าตระหนกตกใจปนทึ่ง ก่อนจะถาม “นี่ดื่มไปกี่แก้วแล้ว”

    คงมีแต่สวรรค์เท่านั้นที่รู้

    คุณตอบเขาด้วยสีหน้าว่างเปล่า เขาจึงต่อบทสนทนาไร้เสียงด้วยการหลบสายตา เพื่อนข้างตัวคุณพูดคุยอย่างออกรสกับคนที่คุณไม่รู้จักและดูจะไม่สนใจคุณเท่าใดนัก พวกเขาก็ชักจะเมาแอ๋และดูจะลืมบรรยากาศรอบตัวไปหมดสิ้น ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าคุณเดินโซซัดโซเซไปห้องน้ำคนเดียว และที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้น — นั่งหลับบนพื้นกระเบื้องเย็นๆ อยู่พักใหญ่ หลังผ่านอาการร้อนผ่าวและคันยุบยิบเล็กน้อยมาได้ คุณก็รู้สึกง่วงเป็นบ้า

    ช่างเป็นค่ำคืนที่บ้าบออะไรอย่างนี้

    บอกตามตรง คุณไม่ถือหรอกถ้าต้องค้างคืนที่นี่ แต่อยู่ๆ ก็มีใครที่ไหนไม่รู้มาสะกิดให้รำคาญ คุณเตรียมโวย แต่ถ้อยคำพลันหายไปเมื่อเขาเรียกชื่อคุณ แผ่วเบาตามด้วยหนักแน่น ไม่ต่างกับแรงบีบจากมือที่วางอยู่บนต้นแขน

    เขาเรียกชื่อคุณอีกครั้ง

    คุณคิดว่าไม่น่าเลย น่าจะหลับไม่ตื่นให้รู้แล้วรู้รอด



    3. Say that you’re the one who’s taking me home.

    “พวกบ้านั่นทิ้งเรา” คุณงอแง ตัวส่ายไปมาตามรถแท็กซี่ที่กำลังโดยสาร หลังจากเขาพาคุณออกมาจากห้องน้ำ เพื่อนฝูงที่ก่อนหน้านี้นั่งดื่มอยู่ดีๆ ต่างก็แยกย้ายกันไปโดยไม่บอกกล่าว เขาสอบถามบาร์เทนเดอร์ จ่ายเงิน และออกมาเรียกแท็กซี่ ซึ่งไม่มีใครยอมพาคุณไปส่งหากไม่มีผู้โดยสารคนอื่นนั่งไปเป็นเพื่อนด้วย ตัดภาพมาอีกครั้ง คุณสัปหงกใส่เขาครั้งแล้วครั้งเล่า เผลอพิงท่อนแขนที่แข็งแรงกำยำอย่างกับคอนกรีต เพ้อเจ้อไปเรื่อยว่าเขาอาจเป็นฮีโร่ที่แฝงตัวอยู่ในนิวยอร์ก

    “มาส่งคนเมาก็ถือเป็นหน้าที่ฮีโร่ด้วยเหรอ” คุณได้ยินเขาพูดแบบนั้น แต่อีกแวบต่อมา คุณคิดว่าตัวเองอาจหูฝาดไปเองก็ได้ โชคดีที่อย่างน้อยน้ำเสียงนั่นก็ฟังดูขบขันมากกว่าหงุดหงิด

    “ซูเปอร์ฮีโร่ —“ คุณว่า ก่อนจะสะอึกเสียงดัง คุณน่าจะเมาหนักเอาการหากได้ยินเขาหัวเราะหึ

    สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นค่อนข้างรางเลือน คุณรู้สึกแค่ว่าแต่ละก้าวเหมือนเดินบนสะพานแขวนยวบยาบ การขึ้นลิฟต์เหมือนเล่นรถไฟเหาะ โถงทางเดินเหมือนห้องสุญญากาศเมื่อเขาหิ้วปีกคุณเหนือจากพื้นราวกับว่าร่างคุณไร้น้ำหนัก สิ่งสุดท้ายที่คุณจำได้จริงๆ คือตัวเองนั่งบื้ออยู่บนเตียง ขณะที่เขาคุกเข่าลงที่พื้นเพื่อแก้เชือกผูกรองเท้าให้ ใบหน้าหนึ่งเดียวไม่เหมือนใครเงยขึ้นมาสบตา ก่อนที่เจ้าตัวจะถามว่า “โอเคไหม”

    คุณมองเข้าไปในนัยน์ตาคู่นั้น ไม่ ไม่โอเค คุณกำลังจมลงไปในลำธารช็อกโกแลตของวิลลี่ วองก้าและตายอย่างปีติ

    คุณจำไม่ได้ว่าคุณจูบเขา



    4. Just say that I’m the one that you need.

    คุณไม่รู้ตัว แต่เขาจำได้ว่าคุณจูบเขาและเขาก็จูบคุณ นั่นน่าจะเป็นประสบการณ์ที่ใกล้เคียงการเมาที่สุดในค่ำคืนนี้ และที่สำคัญที่สุด นั่นเป็นประสบการณ์ที่ผสมผสานความเมามาย การตกนรก และการขึ้นสวรรค์เอาไว้ในคราวเดียว รู้ตัวอีกที เขาได้ตายดับลงและเกิดใหม่อีกครั้ง —

    คุณไม่รู้ตัว คิดว่าทั้งหมดเป็นกลอุบายเจ้าเล่ห์ของเครื่องดื่มมึนเมาที่บันดาลให้ความฝันกลายเป็นความจริง ทั้งที่ความเป็นจริงนั้นตรงกันข้าม มันทำให้ความจริงดูพร่าเลือน ล่องลอย และเปี่ยมสุขเหมือนฝัน ดังนั้น ในเช้าวันถัดมา คุณจึงไม่ค่อยเข้าใจนักว่าเหตุใดอาการเมาค้างถึงทุเลาลงไปตามเวลา ขณะที่จูบไร้ร่องรอยบนริมฝีปากยังคงประทับอยู่บนนั้นไม่ไปไหน หลอกหลอนเหมือนฝันที่ไม่มีตอนจบและรอคอยที่จะได้กลับไปเยือนอีกครั้ง

    คุณไม่รู้ตัว เขารู้สึกถึงรสเบียร์ขมปนหวานทุกครั้งที่นึกถึงคุณ
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in