mexcurujisjep
SOPHOMORE 2/2 : STUDY
  • จบปีสองแล้วจ้า เวลาผ่านไปเร็วมาก หลาย ๆ อย่างเปลี่ยนไปตามกาลเวลา 

        จากเด็กที่ชอบการเขียน การอ่าน กลายเป็นคนที่แทบไม่ได้สนใจอ่านหรือเขียนอะไรนอกจากตำราเรียนและข้อสอบ เด็กที่เคยคิดมากกับเรื่องต่าง ๆ ใส่ใจความรู้สึกคนอื่น กลายเป็นคนที่ไม่ค่อยรู้สึกอะไร เฉย ๆ ไปซะทุกเรื่อง จริง ๆ มันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียนะ ไม่รู้เหมือนกันว่าจะบาลานซ์ยังไงให้มันสมดุลที่สุด 

    ไดอารี่ตอนปีสองเทอม 1 ยังเขียนไม่จบเลยอะให้ตายเถอะ 55555555555
    ย้อนกลับไปอ่านงานเขียนเก่า ๆ รู้สึกว่ามันโคตรลิเก ตอนนั้นอินอะไรไม่รู้ ช่องว่างระหว่างบรรทัด ระหว่างคำจะเยอะไปไหน อาจจะเพราะหงุดหงิดความไม่เป็นระเบียบของข้อความมั้ง เลยเอาแต่กดเว้นบรรทัดไปเรื่อย ๆ ตอนนี้ไม่สนใจละ เราจะเขียนอะไรก็ตามที่เราอยากจะเขียน ที่เราอยากจะเล่าให้ฟัง ถือว่ามันเป็นไดอารี่ที่ถอดเทปมาจากเรื่องเล่าของเราแล้วกัน 

    ปีสองเทอมสอง เป็นที่เป็นทางมากขึ้นมั้ง กับการเข้าเอก กับการทำกิจกรรมในคณะ
    สูญเสียตัวเองคนเดิมไปมากเหมือนกัน ตั้งคำถามกับหลายสิ่งมากขึ้น มีความคิดเชิงปรัชญามากขึ้น ความคิดเชิงการเมืองมากขึ้น คำนึงถึงสิทธิส่วนบุคคลที่พึงจะได้มากขึ้น ขอบคุณคณะนะ แต่อีกทางนึงก็ไม่รู้ว่ามันดีมั้ยในสังคมที่ทุกคนยังคงยึดติดกับอะไรเดิม ๆ อุปทานหมู่ สุดโต่ง อะไรอีกมากมายที่เป็นความขัดแย้งในสังคม พูดแล้วก็ปวดหัว 

    จริง ๆ จะพูดว่าสูญเสียตัวเองก็ไม่ได้หรอก นี่ก็ยังเป็นตัวเองแหละ ตัวเองแบบใหม่ที่เปลี่ยนไปทุกวัน 

    โอเคเข้าเรื่องวันนี้จะมารีวิววิชาเรียนในปีสองเทอม 2 รวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ ที่เข้าร่วมทั้งหมดในเทอม 
    ประกอบไปด้วย วิชาเอกสามตัว วิชาคณะหนึ่งตัว เจนเอดสังคมสองตัว (ซึ่งไม่เข้าใจว่าจะลงซ้ำทำเพื่อ) แล้วก็เจนแลงอีกหนึ่งตัว 

    -  CHINESE IV 

           จีนสี่จ้าจีนสี่ ตัวนี้เปลี่ยนอาจารย์สอน เนื้อหาที่เรียนเป็นเนื้อหาที่ดูประยุกต์เข้ากับชีวิตประจำวันมากกว่าเทอมที่แล้ว เรียนจันทร์อังคาร หนึ่งชั่วโมงครึ่งต่อวัน เซครวมและเซคแยก อาจารย์ก็สอนคำศัพท์แปลบทความ งานกลุ่มเป็นงานพรีเซนต์เกี่ยวกับเรื่องที่เรียน สองครั้ง ก็ผ่านมาได้ด้วยดี บรรยากาศการเรียนกับเพื่อนในเอกก็สนุกดี รู้จักคนในเอกเพิ่มขึ้น จริง ๆ เราไม่ค่อยตั้งใจกับวิชานี้มากเท่าไหร่เลยอะ ตั้งใจแค่ช่วงแรก ๆ สมาธิหลุดบ้างเวลาครูสอน แต่รวม ๆ ก็พอทำได้ คะแนนมิดเทอมน้อยกว่าที่คาดหวัง ข้อสอบละเอียดยิบ แต่สุดท้ายก็เอนะจ้ะ :D

    -  CHINESE LISTENING 2 

           ฟังพูดเหมือนเดิม เพิ่มเติมแค่เปลี่ยนบทเรียน เรียนกับอาจารย์หวังและอจจ้าวเหมือนเดิม เนื้อหาเหมือนเทอม 1 เลยอะ แต่ของอจจ้าวมีกิมมิกตรงให้แต่ละคาบมาพรีเซนต์เพลง แล้วก็ฟังเพลง เติมลงช่องว่าง ซึ่งก็ทำให้ฝึกทักษะการฟังได้เพิ่มขึ้น แต่ตอนหลังเวลาไม่ทัน ก็หายไปเฉ้ย เร่งอย่างเดียว โดยรวมได้พวกวลีต่าง ๆ เพิ่มขึ้น พวกแสลงหรืออะไรที่ไมีค่อยได้เจอในบทความวิชาการเจอมากขึ้น เป็นสิ่งที่ดี บรรยากาศในคาบเรียนก็สนุก เพราะเหล่าซือพูดเร็วด้วยมั้ง เลยไม่ค่อยเบื่อ ส่วนตัวชอบอจที่พูดเร็ว ๆ ไปเร็ว ๆ
         ส่วนของอจหทัย เหมือนเดิม ชอบตรงที่ให้ได้ดิสคัสกับเพื่อน แต่ถ้าคาบไหนขี้เกียจก็คือปล่อยหลุด ละเราไม่ชอบทำการบ้านอะ มันจุกจิกมันต้องตามแพทเทิร์น ก็เลยไม่ทำ ซึ่งอจก็เดินมาตรวจบ่อยมาก นี่ก็โล่งตลอด ข้อสอบก็สไตล์เขา จับไต๋ได้ก็รอด ไม่ชอบตรงเลิกเที่ยงครึ่งวันพฤหัส ที่ต้องวิ่งไปเรียนที่นิติต่อ เหนื่อยย วิชานี้อีซี่ทูเก็ทเอจ้า :3 

    -  CHINESE READING 2

           จีนอ่านตัวสองแล้วรึเปล่านะ โอ้โหหหหระดับความยาก พุ่งพรวดแบบก้าวกระโดด คือเป็นเนื้อหาประวัติศาสตร์เวอร์ชั่นภาษาจีน อจชันย่าที่น่ารักคนเดิม อจก็สอนแบบเดิม สอนศัพท์ แปลตามพารากราป ตอนแปลเนี่ยแปลเร็วมาก แต่อาจารย์ชอบมีเกร็ดความรู้นู่นนี่มาเล่า ซึ่งเป็นประโยชน์ (แต่นี่ไม่ฟัง) สมาธิสั้นค่าแง เนื้อหาประวัติศาสตร์ บุคคลสำคัญต่าง ๆ ในแต่ละราชวงศ์ บทหลัง ๆ ยาก ไม่มีมิดเทอมมีแต่ไฟนอลและงานกลุ่ม ไฟนอลนี่อ่านกันตาแตก จำรายละเอียดไป 8-9 บท แต่ชอบนะ รู้สึกว่ามันท้าทายดี รู้สึกได้ว่า เอ้อ นี่แหละเอกจีน เก็ทเอค่า :3

    -  MAN GEOGRAPHY

          วิชาบังคับคณะ ได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างวิชานี้มามากมายในทางที่ไม่ดี พอมาเรียนจริง ๆ คือเนื้อหาไม่แย่เลย มีประโยชน์มาก ๆ อาจารย์สอนสนุกบ้างบางคน บางคนก็เสียงง่วง (แต่สามารถอัดเสียงไปกรอคูณสองได้) เหมือนเข้าไปเพื่ออัดเสียง แต่นี่ก็เอามาทวนทุกครัั้งอยู่แล้ว เนื้อหาจับต้องได้ ประยุกต์ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน เนื้หามีประโยชน์ แต่ข้อสอบ!!!!!! ยากแบบยาก จุกจิก มีทุกแบบช้อย เขียนตอบสั้น ๆ เขียนตอบยาว ๆ มีครบ ให้เวลา 2 ชั่วโมง เนื้อหาเยอะมากกก สอนกี่อย่าง ออกเท่านั้นไม่มีตัดทอนเนื้อหา ก็คือชอบกว่าวิชาบังคับตัวอื่น ๆ จัดแรงค์นี่ก็ไม่แย่อะ อยู่แรงค์ต้น ๆ ได้เลย ตอนแรกนึกว่าจะโดนซีบวกหรือบี แต่สุดท้ายก็บีบวก สาธุ

    -  INTENSIVE JAPANESE 2 

    ญี่ปุ่นตัวสองค่า เปลี่ยนอาจารย์ เปลี่ยนการเรียน เทอมนี้ได้เรียนตัวญี่ปุ่น ฮิราคานะ คาตาคานะต่าง ๆ ซึ่งดี รู้สึกมีไฟกับญี่ปุ่น แบบได้เรียนภาษาญี่ปุ่นจริง ๆ ซักที (ทุกวันนี้อ่านออกแค่ฮิราคานะ) อาจารย์ที่สอนน่ารัก ใส่ใจนักเรียน ใจดี แม้ว่าตอนสอนเรื่องตัวอักษรตอนแรกจะน่าเบื่อเป็นบ้า สรุปแล้วชอบนะ เป็นวิชาที่เรียนแล้วมีความสุข มีมิดเทอมกับไฟนอล ซึ่งก็ไม่ได้ยาก (สำหรับคนที่อ่าน) เรียนถึงบทที่ 15 หรือ 12 นี่แหละ ใจจริงอยากเรียนตัว 3 ต่อ แต่เวลามันไม่ได้แล้ว แง เก็ทเอจ้า :3

    -  SOCIOLOGY&CULTURE

          เจนเอดหมวดสังคม ที่ลงเพราะเวลามันได้ แต่คือ คิดผิดค่าาาาาา ไม่ได้ประโยชน์ไรเลยยยยจากวิชานี้ แต่ขี้เกียจถอดเพราะไปชวนเพื่อนมาเรียนเป็นเพื่อน กลัวมันด่า ก็ถือว่าเก็บเป็นเสรีไป ไม่ได้ฟังที่อาจารย์สอนในคาบเลย เสีงอจแสบแก้วหูมาก ข้อดีคือสามารถไม่เข้าเรียนได้ มาแค่ตอนสอบพอ แต่อินี่เข้าทำไมไม่รู้ ข้อสอบโง่ จำไปตอบ ไม่ได้สาระความรู้กระบวนการการคิดใด ๆ จากวิชานี้ ทฤษฎีเหมารวมหนังสือไม่ได้สอนให้เข้าใจความเป็นสังคมมากขึ้นเลย ตั้งคำถามหนักกว่าเดิม ถ้าใครอยากชิวก็ลงค่ะ ชิวจริง อ่านโพยไปสอบ แต่ถ้าอยากได้ความรู้ ห้ามลง!! ปัจจุบันนี้เกรดก็ยังไม่ออก ไม่เข้าใจว่าข้อสอบช้อยทำไมใช้เวลาตรวจแสนนาน ถ้าบีบวกมาจะสาปแช่งวิชาจนกว่ามันจะปิดตัวลง!!! 

    -  UNDERSTAND CHINA 5.0

           ลงเพราะสนใจเนื้อหาล้วน ๆ เลยค่ะ อาจารย์เอกแนะนำมาในกลุ่มไลน์ ประกอบกับเด้งวิชา intro mus แล้วว่าง ก็เลยไปลงเรียน ซึ่งมันดีงามมากกกกกกกกกกกกกก อาจารย์น่ารัก อจารย์เก่ง อาจารย์โคตรเทพ อาจารย์คืออาจารย์อาร์ม คนเขียนหนังสือ China 5.0 เนื้อหาเกี่ยวกับเศรษฐกิจ การเมือง เทคโนโลยีของจีนในปัจจุบัน เรียนแล้วเข้าใจความเป็นไปของจีนมากขึ้น วิเคราะห์แนวโน้มจีนได้มากขึ้น (นิดนึงล่ะวะ) หลงรักแนวคิดความเป็นจีนมากขึ้นเช่นกัน บรรยากาศการเรียนคือเลกเชอร์โดยไม่มีหนังสือประกอบใด ๆ มีภาพประกอบบ้าง ดังนั้นมันเลยยจะน่าเบื่อ แต่ก็แก้ปัญหาโดยการอัดเทปฟังย้อนหลังแล้วกรอเอา มีสอบแค่ไฟนอล 60 ข้อ 60 คะแนน แล้วก็เขียนเรียงความส่งสามหน้า 40 คะแนน เป็นการเขียนเรียงความที่สนุก นี่ทำเรื่องขงจื๊อไป รู้สึกว่าก็พอโอเคนะ เกรดยังไม่ออก แต่คิดว่าน่าจะเอนะคะ TT

    สรุปโดยรวมเทอมนี้เหมือนเป็นการเรียนที่บ้านมากกว่า คือทุกอาทิตย์ต้องกลับมาฟังเลกเชอร์อย่างน้อย 2 ตัว ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอะไร พอเข้ามหาลัยมาการอ่านหนังสือทุกสัปดาห์ก็เป็นเรื่องปกติไปแล้ว คิดว่าเทอมหน้าควรจะเริ่มอัดเสียงวิชาเอกและกลับมาทวน ปีนี้ยังใช้บุญเก่าอยู่ค่อนข้างมาก แต่ปีสามน่าจะต้องพัฒนาและกระตุ้นตัวเองมากกว่านี้ 


    จาก ฉันคนเดิมที่ตอนนี้แนะนำตัวว่าอยู่ปีสามแล้ว
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in