mexcurujisjep
SOPHOMORE 1/2
  • สวัสดีมินิมอร์ นานมากเลยอะที่ได้เข้ามาเขียน 
    ย้อนกลับไปอ่านโพสตัวเอง ก็งง ๆ ดีเหมือนกัน
    ผ่านมาปีกว่าแล้วในรั้วอักษรศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    ผ่านอะไรมาเยอะมากเช่นกัน ทั้งเรื่องกิจกรรม ความรู้ แล้วก็ความรู้สึก 
    อยากฟังเรื่องไหนก่อนล่ะ ;)

    *me 2019 : ลิเกมาก ทำไมต้องถาม เป็น fourth wall diary หรอ 

    สวัสดี มินิมอร์ .... แหยะ
    นี่เราเอง ค.ศ. 2019 สดใหม่ไร้ความลิเก 

          ในเมื่อหัวข้อคือปีสองเทอม 1 ก็จะมาเขียนเกี่ยวกับเรื่องราว (ที่ลืมไปมากแล้วในตอนนี้) เกี่ยวกับปีสองเทอม 1 ทั้งเรื่องการเข้าเอก วิชาเรียน กิจกรรมต่าง ๆ ที่เข้าร่วม ปีสองแล้วจะว่ายังไงดี มันก็เป็นปีมากขึ้นอะเนอะ มีความรุ่นพี่มาปีนึง มีความเข้าเอก มีสังกัด อะไรต่าง ๆ นานา สิ่งที่รู้สึกได้ขัดเจนที่สุดหลังจากขึ้นปีสองคือความ independence อะ ชีวิตในคณะของเราแม่งเหงาสัส อยากจะดอกจัน 5 ตัว เวอร์เกินไปรึเปล่านะ แต่เทอมนี้ตารางเรียนแย่มาก พักเที่ยงครึ่งชั่วโมง 3 วัน การหยุดวันจันทร์ก็ไม่ได้เป็นการทดแทนความเหนื่อยนี้แต่อย่างใด ไม่ค่อยได้เจอเพื่อน เพราะเลิกครึ่งชั่วโมง เจอแต่เพื่อนสนิทเอกเดียวกัน (ขอบคุณพระเจ้าอย่างน้อยก็มีเพื่อน) แต่ในสภาวะที่มันรีบเร่งไปทุกอย่างมันเลยรู็สึกเหนื่อยและปล่อยพลัง negative ใส่กันซะส่วนใหญ่ แต่ยังไงก็ตาม ขอบคุณที่ผ่านมันมาด้วยกันเนอะ

            วิชาเรียนเจ็ดตัวเหมือนเดิมให้คุ้มค่าเทอม วิชาบังคับคณะสองตัว วิชาเอกสามตัว เจนแลงหนึ่ง เจนเอดหนึ่ง เกรดดีขึ้นมากจากปีหนึ่งเทอมสอง เอ(เกือบ)ช้วน หลุดบีบวกไปแค่ตัวเดียว ฮือ

    - THAI CIVILIZATION 

          อารยธรรมไทย วิชาบังคับคณะค่ะ เลกเชอร์ 503 ตามหัวข้อ มีมิดเทอม มีไฟนอล มีงานกลุ่ม ไปทัศนศึกษา ไล่ไปทีละอย่าง เนื้อหาวิชาเหมือนซีฟตัวอื่นที่ผ่านมา เปลี่ยนแค่เป็นของไทย ซึ่งมันแยกหัวข้อย่อย ๆ ลงไปอีก รู้สึกไม่ค่อยเชื่อมโยงมากเท่าเวสซีฟ ข้อสอบจำแล้วคาย ต้มหนังสือกินก็น่าจะเอได้ง่าย ๆ เรียนกับอาจารย์หลายคน ยังคงตั้งใจเรียนในคาบอยู่ จดเลกเชอร์อัดเสียงเอาไปทวน เทอมนี้ (ประมาณตุลา) มีไอแพดแล้ว สะดวกแก่การศึกษาค่า ข้อสอบก็เขียนล้วนเหมือนเดิม งานกลุ่มได้อจสถาพร แงอจแอบละเอียดเลยต้องแก้กันเยอะนิดนึง อยู่กับเพื่อนที่ไม่สนิทด้วยเพราะเขาสุ่ม แต่สุดท้ายก็ผ่านมันมาได้แบบเอเอจ้า :D

    - INTRO LITERATURE

         วรรณคดีทัศนา ตอนแรกคิดว่าจะเป็นอะไรไทย ๆ แบบสุนทรภู่ท่องกลอน คือไม่ใช่เลย เป็นการทำความเข้าใจวรรณกรรมใหม่ทั้งหมด แต่ละสัปดาห์อาจารย์จะมีหัวข้อต่าง ๆ มาสอน วรรณกรรมเยาวชน พิการ ต่าง ๆ ซึ่งมันคือการทำความเข้าใจความเป็นไปในเรื่องต่าง ๆ ที่ถ่ายถอดผ่านวรรณกรรม เรียนแล้วว้าวอะ แบบไม่คิดว่าแค่ตัวอักษร300กว่าหน้า หรือภาพยนตร์สองชั่วโมงจะมีเมสเสจอะไรมากมายขนาดนั้น (หรือตีความกันไปเองไม่รู้) แต่ก็ทึ่งอยู่ดีว่ามันสามารถตีความมาได้เชิงนี้ด้วยหรอ หัวข้อที่ตาแตกที่สุด เลิศที่สุดคือกับอาจารย์สุรเดช อะไรคือความจริงไม่จริง สุดยอดมาก ตอนแรกเก็บบันทึกเสียงไว้แต่ตอนนี้ลบไปแล้ว แต่คือเรียนแล้วว้าวมาก ขนลุก รักอาจารย์ กล้าพูดว่ามันคือวิชาที่เปิดความเป็นอักษร แต่น่าเสียดายที่ข้อสอบบางส่วนก็จำคายเหมือนเดิม ถ้ามีน้อง ๆ แวะมาอ่านแล้วต้องเลือกระหว่าง intro dram กับอันนี้ แล้วหนูเป็นสายอิน แบบว้าว ๆ ก็ลงวิชานี้นะลูก การได้เรียนกับอาจารย์สุรเดชถือเป็น achievement อย่างนึงในคณะ งานมีวิเคราะห์นวนิยายที่กำหนด นี่ได้เรื่องเกาะล่องหน อ่านแล้วก็ว้าวแบบอะไรวะเนี่ย เปิดโลกการอ่านวรรณกรรม แต่ก็น้า อาจ๊ารให้หนูมาบีบวก โอเคเพราะรักวิชานี้ค่ะ 

    - CHINESE III

         ภาษาจีนสาม เรียนกับอาจารย์ศศลักษณ์ อาจารย์แม่ของหนู สอนเป็นไฟ แรปแบบไฟเยอร์ จดมือเป็นระวิง ช่วงแรกแตกศัพท์เยอะมาก รู้สึกได้รับ energy จากผู้สอนตลอดเวลา ถ้าพูดถึงเนื้อหาอาจจะรู้สึกว่ามันไม่ค่อยได้อะไร แบบนามธรรมจำแล้วคาย (เอกลักษณ์คณะนี้หรอเนี่ย!! : แต่ฉันโอเคกับสิ่งนี้ btw) แต่บรรยากาศการเรียนมันคือ "การเรียน" จริง ๆ อะ energy อาจารย์ทำให้เรารู้สึกกระตือรือล้นที่จะเรียน คาบนี้แบบไม่สามารถแอบเล่นมือถือหรือไถทวิตได้เลย ชอบ ไอเลิ้ฟ ตอนมิดเทอมอ่นตาแตกมาก อ่านละเอียดมาก ข้อสอบออกมาคือเจ็บใจ มันไม่ได้ถามลึกอะไรขนาดนั้นเลยยยยย คะแนนเก็บเกือบจะเต็มมั้ง I deserve A!

     

    - CHINESE READING I 

          จีนอ่านตัวที่ 1 เรียนกับอาจารย์ชันย่า ที่เคยเรียนตอนปีหนึ่งเทอมหนึ่ง แอบเซ็ง แต่จริง ๆ แล้วอาจารย์เป็นคนน่ารักและเป็นคนเก่งมากกก เนื้อหายังไม่ค่อยมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เน้นพวกแกรมม่าร์ไวยากรณ์การวิเคราะห์โครงสร้างประโยคมากกว่า ซึ่งเราอาศัพบุญเก่าล้วน ๆ เลยจ้า อีซี่แสนชิว มิดเทอมไดร้อยเต็ม:3 เกรดก็เอตามที่คาดค่า

    - CHINESE LISTENING I 

         เรียนกับครูคนจีนและไทย จะดีกว่านี้ถ้าเป็นคนจีนล้วน เนื้อหาคือมีบทเรียนมาให้ เหล่าซือสอนคำศัพท์ ฝึกฟังไรงี้ ข้อสอบ challenge การฟังอยู่พอสมควร แต่กับครูคนไทยก็คือให้ดิสคัสซะส่วนมาก ไม่ได้เน้นแกรมม่าร์หรือศัพท์มากขนาดนั้น เน้นให้หัดแต่งประโยค หัดพูด (ฟีลลิ่งคือก็ต้องตามแพทเทิร์นอยู่ดี) เลยเซ็ง ๆ นิดหน่อย โดยรวมก็รู็สึกเหนื่อยเพราะเรียนตั้งแต่ 8 โมงถึงเที่ยงครึ่ง เรียนกับครูคนจีนก่อน อันนี้สนุกเพราะยังเช้ายังมี energy แต่ครึ่งหลังคือ 5 นาทีเหมือนชั่วโมง แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้แบบอีซี่ค่า

    - HEALTH BEAUTY

         เจนเอดตัวแรก นอกคณะตัวแรก! เย่!!! หมวดวิทย์ เนื้อหาเกี่ยวกับความสวยความงาม การกินอาจารย์ เครื่องสำอางค์การออกกำลังกาย คือเนื้อหาออกสอบหมด (ซึ่งมันเยอะมาก) ก็คือจำเอาไปสอบ ก็ถ้าจำไปได้ตลอดมันก็มีประโยชน์นะ เรื่องการดูเครื่องสำอางค์ ฉลากยา บำรุงสมองต่าง ๆ อจบรรยายเรื่อย ๆ อัดเทปทวนเหมือนเดิมค่ะ เหนื่อยตรงเรียนนอกคณะ เลิกเที่ยงครึ่งก็ต้องรีบเร่งมาเรียนต่อ มีน่าเบื่อบ้าง สอบไฟนอลช้า ทำให้ปิดเทอมช้า แต่ก็ไม่แย่นะ สนุกดี งานกลุ่มไม่มี (ดีมาก) เกรดก็ดีค่า

    - INTENSIVE JAPANESE I 

         ลงเพราะไม่รู้จะลงอะไร จริง ๆ แบบไม่ได้สนใจภาษาญี่ปุ่นเล้ยยยยสักกระจิ้ด แต่ลงติดก็เรียน สนุกดีนะ แต่เสียดายตรงเรียนเป็นตัวโรมันจิหมดเลย เรียนศุกร์บ่ายมีสามชม แบ่งเป็นเรียนกับครูคนไทยชมนึง ครูญี่ปุ่นห้องรวมอีกชมนึง แล้วก็ครูญปห้องแยกอีกชมนึง มีเพื่อนเรียนด้วยแบบเป็นดูโอ้เลยทำให้มันสนุก โดยเฉพาะคาบกับอาจารย์ญี่ปุ่นชั่วโมงสุดท้าย อาจารย์เขาตั้งใจสอนอะ ได้ฝึกพูดค่อนข้างเยอะ (ประกอบกับมีดูโอ้) มันเลยสนุก เป็นการปิดสัปดาห์ที่ดี เป็นวันศุกร์ที่มีความสุข เกรดก็ดี ตั้งใจอ่านหนังสือไปสอบ เข้าเรียนทุกครั้ง (เช็คชือทุกครั้งทั้งคลาสรวมและแยก) ก็เก็ทเอได้ง่าย ๆ  

    เกรดสวยงามคุ้มค่ากับความเหนื่อยในการเรียน

    มาที่ส่วนของกิจกรรม ยังสนุกกับการทำกิจกรรมอยู่ เพราะเป็นการทำเพราะ "อยากทำ" จริง ๆ ไม่ใช่เพราะความรับผิดชอบอะไร รู้สึกว่าต้นเทอมคือการที่ได้ทำกิจกรรมโดยสปิริตจริง ๆ เต็มที่มาก ๆ เลยรู้สึกว่ามันสนุกมาก ๆ 

    งานแรกฐานะเลขาของงาน 
    CU FIRST DATE 
    เป็นเลขาประจำงาน ก็ปรับตัวเข้ากับคนใหม่ ๆ การทำรายงานการประชุมต่าง ๆ เป็นการทำงานที่ทำให้เปลี่ยนแนวคิดว่า จริง ๆ แล้วการเป็นเลขามันไม่ได้แย่เลย มันสนุกด้วยซ้ำ เปิดใจกับกอศมากขึ้น (แบบมาก ๆๆๆๆๆ จากตอนปีหนึ่งที่ไม่สนใจแม้แต่นิดเดียว) รู้สึกถึงเฉิงจิ้วก่าน ขอบคุณพี่ ๆ ที่ร่วมงานด้วยทุกคน ตอนแรกจะรู้สึกแปลก ๆ แต่ทุกคนก็ทำให้เรารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งได้มาก ๆ ไอเริ้ป 

    ผู้ช่วยเลขา
    รับน้องอักษรฯ
    เป็นงานที่อยากเลี่ยงการประชุมที่สุด เพราะยืดเยื้อที่สุด ไม่อยากเข้าที่สุด แต่ต้องเข้าแทนไปสองรอบได้ แต่พอย้อนกลับไปก็ขอบคุณนะที่ได้เข้าประชุม มันทำให้เรารู้ดีเทลของงาน ทำความเข้าใจงานและเอามาเป็นประสบการณ์ในการทำงานครั้งต่อ ๆ ไปได้มากกกก วันรันทรูก็ไม่ได้ไป ไปวันจริง ซึ่งสนุกมาก สนุกกับการเป็นเบื้องหลัง การได้ช่วยพี่เลขาทำไทม์เมอร์ ขอบคุณพี่หลาย ๆ คนที่เปิดโอกาสให้ทำอะไรเยอะมาก ๆ เรารสว่าเราทุุ่มกับงานนี้เยอะมาก เท่าที่เราทำได้ เป็นการทุ่มที่เราเองสมัครใจที่จะทำที่จะช่วย มันเลยสนุกมาก ๆ ได้กู้ดฟีลลิ่งมาจากงานนี้เยอะมาก ๆ ด้วย จนเป็นเหตุผลให้ปีสามกลับมาทำอีก ในรูปแบบที่จริงจังขึ้น หน้าที่ที่จริงจังขึ้น รับผิดชอบมากขึ้น ขอให้สนุกกับมันนะ :)

    พี่บ้าน
    รับน้องบ้าน
    จะไม่บอกหรอกนะว่าอยู่บ้านอะไร แต่ว่าสุดมันส์มาก ๆ ทำเพราะอยากทำ อยากเจอพี่อยากเจอเพื่อน ปีที่แล้วได้รับความรู้สึกที่ดีมาก ๆ มาจากบ้านรับน้อง ปีนี้ก็อยากส่งต่อให้น้องรุ่นต่อไปอีก ความแตกต่างของการเป็นพี่เป็นน้องก็เยอะมากเช่นกัน เป็นบ้านที่ทำเพื่อน้องเข้าใหม่จริง ๆ อะ ทุกอย่างคำนึงถึงน้องหมด สนิทกับพี่ ๆ มากขึ้น รุ่นเดียวกันมากขึ้น รู้สึกสบายใจและมีความสุขทุกครั้งที่ไปซ้อม พี่ ๆ ให้อะไรไว้เยอะจริง ๆ แหละ ประสบการณ์วาร์ปครั้งแรกก็เกิดขึ้นที่นี่ มันวางใจขนาดนั้นเลยนะ พอมาเป็นพี่ก็รู้ถึงเบื้องหลังและปัญหาที่มากขึ้นก็ปวดหัวขึ้น การทำงานก็แตกต่างจากคณะโดยสมบูรณ์ ช่วงต้นเดือนที่เหมือนเป็นไบโพล่าร์ สวิชต์ตัวเองแทบไม่ทัน แต่ก็รสว่ามันสนุก เป็นสัปดาห์ที่เหนื่อยมาก แต่ก็สนุกมากเช่นกัน

    พี่คุมโต้วาที
    โต้วาทีน้องใหม่
    เป็นพี่โต้แล้วแก อยากพาน้องให้ไปได้ไกลกว่านี้ อยากสร้างความเป็น unity ให้มากกว่านี้ รู้สึกอิจฉาคณะอื่นเหมือนกันที่เขามีทีมที่ดีและแข็งแกร่ง ปีสามเป็นปธชมรมแล้ว หวังว่าจะทำมันให้ได้ ในความรู้สึกที่อยากจะทำนะ รู้สึกว่าความสามารถตัวเองไม่ค่อยถึงจุดที่จะคิดอะไรแนวนั้นเท่าไหร่เลย กับโต้วาทีเหมือนเป็น hate love relationship ทั้งรักทั้งเกลียด รักความโต้ แต่เกลียดที่ตัวเองโต้ไม่เก่ง ซึ่งก็ต้องไปหาจุดบาลานซ์ของตัวเองให้ได้แหละตรงนี้ 

    ลูกค่าย
    ค่ายอักษรอาสา
    ตอนแรกโคตรไม่อยากไป แต่ก็ขอบคุณตัวเองที่ไป ได้ไปจัดกิจกรรมให้เด็ก ๆ ได้ไปพักผ่อนนอกสถานที่ รู้จักเพื่อนใหม่ ๆ ก็สนุกดีแหละ เป็นฟีลที่ดีหลังจบค่ายมา 

    สตาฟ
    ค่ายโต้วาที
    ตัดสินใจไปค่าย นาทีสุดม้ายมาก ๆ ในฐานะสตาฟโต้วาที เป็นความทรงจำที่ดีมาก ๆ ได้รู้จักคนที่มีความคิดและมีวาทศิลป์ที่ดี ไปกะเพื่อนโต้อีกคน ที่จริง ๆ ก็ไม่ได้สนิทอะไรกันมาก ไปรู้จักเพื่อนใหม่ คนใหม่ ได้ประสบการณ์ที่ดี ความตลกต่าง ๆ ย้อนกลับไปถึงตอนนั้น มันมีฟีลลิ่งที่อยากจะรื้อฟื้นโต้วาทีอักษรออกมาให้ดีกว่าเดิมจริง ๆ นะ อยากให้ความรู้สึกนี้มันจุดประกายอีกครั้งในโต้ชี่ปีนี้จัง ได้รู้จักรุ่นพี่คนนึง ได้เข้าไปเป็นก้อนกับคนคณะนึง (แบบงง ๆ ) เป็นฟีลที่ดี น่าเสียดายที่มันอาจจะเกิดขึ้นแค่ครั้งเดียวแต่ก็ถือว่าเป็นความทรงจำที่ดี บทสนทนาบางอย่างก็ทำให้สามารถตัดสินใจอะไรได้เด็ดขาดสักทีหลังจากยืดเยื้อมานาน 


    ประมาณนี้แหละกิจกรรมเทอมแรก เรื่อย ๆ มีประชุมบ้าง(ไม่รัดตัวเท่าเทอมสองบอกเลย) มีไปสอนพิเศษบ้าง บรรยกาศในคณะก็อยากที่บอกไปตอนแรก มันแบบรีบเร่งไปหมด ทำให้เหนื่อยไปหมด ไม่มีอะไรหวือหวาหรือดีต่อหัวใจ อยู่แบบเฉย ๆ ร้องไห้ให้กับความเหงาบ้าง แต่สุดท้ายก็ผ่านมันมาได้ด้วยดี 

    ยาวเป็นบ้า!

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in