My First Storyiamsirintra
เสียงเห่าในใจฉัน
  • มนุษย์เป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนโลกมาแสนนาน เช่นเดียวกับสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆอีก ทุกคนที่เกิดมาย่อมต้องมีการเข้าสังคม ทำให้เกิดมิตรภาพระหว่างบุคคลขึ้นมา แต่มิตรภาพไม่มีข้อจำกัดว่าจะต้องเป็นมนุษย์เท่านั้น ไม่ว่าผู้ใดก็สามารถเป็นเพื่อนกันได้ เหมือนกับฉันและครอบครัวสุนัขของดิฉัน

    ย้อนกลับไปขณะที่ฉันเรียนอยู่อนุบาล 2 ในขณะนั้น ฉันเป็นเพียงเด็กหญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ต้องเรียนหนังสือที่โรงเรียน ฉันจึงมีเพื่อนมากมายในโรงเรียน อยู่มาวันหนึ่ง เพื่อนของพ่อฉันได้นำลูกหมา 2 ตัวมาให้ครอบครัวฉันเลี้ยง เป็นเพศผู้ 1 ตัว เพศเมีย 1 ตัว ฉันจึงตั้งชื่อให้พวกมันว่า ป๊อปอาย กับ โอลีฟ ดังเช่นชื่อของตัวในละครในการ์ตูน ฉันรู้สึกดีใจที่ได้เพื่อนใหม่อยู่ที่บ้านของฉัน สามารถเล่นด้วยกันได้ทุกวันไม่เว้นแม้เเต่วันหยุด แต่น่าเสียดายที่เจ้า 2 ตัวนี้อายุสั้น ระยะเวลาผ่านไปไม่กี่เดือน ป๊อปอายถูกรถชนขณะที่ฉันไปเรียนเหลือไว้เพียงโอลีฟ และไม่นานโอลีฟก็ได้ตายตามป๊อปอายไป พ่อของฉันจึงนำร่างที่ไร้วิญญาณของทั้งสองตัวไปฝังไว้ที่ข้างทุ่งนาแถวหมู่บ้านด้วยกัน ซึ่งที่นั่น เป็นที่ที่ฉันและลูกหมาทั้ง2ตัวชอบไปวิ่งเล่นด้วยกันอยู่บ่อยๆ ทุ่งนาแห่งนี้จึงกลายเป็นหนึ่งในสถานที่แห่งความทรงจำของฉัน

    แต่เรื่องราวมิตรภาพของฉันกับเหล่าสุนัขยังไม่จบเพียงแค่นี้ เมื่อมีสุนัขตัวใหม่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของฉัน ตัวนี้เป็นสุนัขเพศเมีย มีชื่อว่าต๊อด (ถูกตั้งโดยพ่อ) เจ้าต๊อดเป็นหมาสาวเจ้าสเน่ห์เพราะมักถูกรายล้อมไปด้วยหมาหนุ่มในหมู่บ้าน เมื่อเวลาผ่านไป ต๊อดได้คลอดลูกออกมาหลายตัว เมื่อมีลูกสุนัขมากมาย ความสนุกของสุนัขที่มากับความเสียหายจึงบังเกิด เพราะในทุกๆวันที่ฉันออกจากห้องมาฉันได้พบว่ารองเท้าของฉันกลายไปเป็นของเล่นลูกหมาไปเสียแล้ว บ้างก็ถูกกัดขาด บ้างก็ถูกเอาไปซ่อนในพุ่มไม้ ด้วยเหตุนี้ ทำให้พ่อต้องหาบ้านใหม่ให้กับลูกสุนัขจอมซนเหล่านี้ เหลือไว้เพียงบางตัว หนึ่งในนั้นคือเจ้าเสือ ที่มาของชื่อได้มาจากการมีลวดลายเหมือนเสือ แม้ว่าจะชื่อเสือ แต่เจ้าตัวนี้เป็นสุนัขเพศเมีย เมื่อเจ้าเสือโตขึ้นก็ได้กลายเป็นสุนัขเจ้าเสน่ห์เช่นเดียวกับต๊อด จากนั้นได้คลอดลูกออกมา ซึ่งลูกของเจ้าเสือก็เยอะไม่แพ้กับเจ้าต๊อด และแล้วเรื่องราวเดิมก็กลับมา รองเท้าของมนุษย์ถูกแปรไปเป็นของเล่นสุนัขเหมือนที่เคยเป็น พอฉันดุฉันได้รับเสียงตอบกลับคือเสียงเห่าของมัน มันเป็นเสียงเห่าที่น่าเอ็นดูเพราะเสียงมันเหมืนกับหุ่นยนต์สุนัขที่ขายตามตลาดนัด แม้ฉันรู้สึกหงุดหงิดแต่ก็แอบมีความสุขที่ได้เห็นเจ้าพวกนี้มีความสุข เมื่อเห็นดังนั้นแล้วฉันจึงพามันออกไปปั่นจักรยานเล่นด้วยกัน เพื่อเลี่ยงไม่ให้เจ้าสุนัขกลับไปกัดรองเท้าอีก ช่วงเวลานั้นเป็นช่วงที่ฉันมีความสุขมาก เล่นด้วยกัน เติบโตไปด้วยกัน เจอกันทุกครั้งในยามเช้าและก่อนเข้านอน แต่ในวันนี้ไม่มีอีกแล้วครอบครัวสุนัขของฉัน ทุกการพบเจอย่อมมีการจากลา ต๊อดและเสือพร้อมกับลูกๆของมันค่อยๆจากฉันไปจนหมดเมื่อฉันอยู่ชั้น ป.4 ถึงแม้จะไม่ได้พบเจอกันอีก แต่เจ้าเพื่อนตัวน้อยเหล่านี้ก็จะอยู่ในความทรงจำของฉันตลอดไป...

    การจากลาเป็นเรื่องธรรมดาที่มนุษย์ทุกคนต้องเผชิญ ไม่มีผู้ใดที่จะอยู่ไปกับเราคงตลอดกาลนอกจากตัวของเราเอง มิตรภาพที่เกิดขึ้นย่อมมีการจากลากันในสักวัน และทุกคนต่างรู้ดีว่ามิตรภาพนั้นไม่ได้หายไปเพียงแต่อย่างได้ เพียงแค่มันได้ย้ายจากใจ ไปเป็นเรื่องราวในความทรงจำที่ทำให้คิดถึงทุกครั้งที่นึกหา ดั่งเช่นเรื่องของฉันกับครอบครัวสุนัข
    .
    .
     ขอบคุณภาพจาก pinterest
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in