เด็กบ้าไปเซิร์นVichayanun Wachirapusitanand
Day 21: ทัวร์แสวงบุญที่ Rheinfall
  • วันนี้เราขึ้นเหนือไปเมือง Schaffhausen เพื่อไปดู Rheinfall กันครับ

    Rheinfall คือน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป ด้วยความสูง 23 เมตร ความกว้าง 150 เมตร และมวลน้ำไหลแรงมาก ๆ ทำให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้น ๆ ของสวิตเซอร์แลนด์โดยปริยาย ตัว Rheinfall จะมีสถานีรถไฟเป็นของตัวเองชื่อ Schloss Laufen am Rheinfall เวลาไปต้องลงจากสถานี Schaffhausen และลงสถานีนี้ ตัวสถานีจะเป็นเพิงไม้โง่ ๆ มีม้านั่งให้หนึ่งแถวพร้อมกับป้ายบอกชื่อ ถึงตัวสถานีจะแลดูโง่ แต่ก็มีรถไฟมาจอดรับส่งนะครับ

    ที่ Rheinfall จะมีบริการเรือแสวงบุญทัวร์ Rheinfall ที่ผมเรียกว่าเรือแสวงบุญเพราะว่าเรือลำนี้จะสามารถพาเราไปเข้าใกล้ตัว Rheinfall และรับน้ำมนต์ (ซึ่งก็คือละอองน้ำจาก Rheinfall นั่นแหละครับ) ให้ชื่นใจกันไป นอกจากนี้ก็ยังมีเรืออีกสายหนึ่งที่สามารถพาเราไปส่งที่เขาลูกหนึ่งที่ตั้งขวาง Rheinfall เหมือนเขาตะปูบ้านเรา แต่ให้เราเดินขึ้นเขาเอาเอง

    เมื่อมาถึงนี่แล้ว การจะไม่ขึ้นเรือไปรับน้ำมนต์อันศักดิ์สิทธิ์แห่ง Schaffhausen นับว่าเป็นบาป พวกผมสี่คนจึงยอมจ่ายเงินซื้อตั๋วขึ้นเรือแสวงบุญสองสายที่ว่ามานี่แหละครับ

    เนื่องจากที่นี่คือสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้น ๆ ของสวิส ดังนั้นการจะเห็นนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ๆ ก็ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา เหมือนเราเห็นชาวต่างชาติมาเดินพารากอนมากจนถึงขั้นเราเดินชนไหล่เขาได้สิบ ๆ คนในแต่ละวัน แต่วันนี้มันแปลกครับ เพราะชาวต่างชาติส่วนใหญ่คือแขกอินเดีย ไม่ใช่ฝรั่ง จีน หรือแม้กระทั่งคนไทย

    นึกภาพตามนะครับ แขกอินเดียยี่สิบสามสิบคนมาเป็นคณะทัวร์ และขึ้นเรือแสวงบุญไปหนึ่งลำเต็ม ๆ

    คือผมไม่ได้อคติอะไรกับแขกอินเดียนะครับ ผมมีเพื่อนเป็นแขกอินเดียอยู่เยอะ และผมก็ยังไม่เคยเห็นแขกอินเดียที่ไหนทำอะไรเสื่อม ๆ ต่อหน้าต่อตา แต่ผมแค่แปลกใจเฉย ๆ ว่าทำไมเราไม่ค่อยเห็นนักท่องเที่ยวที่เป็นแขกอินเดียเยอะขนาดนี้ในเมืองอื่น ๆ บ้าง อย่าง Zermatt Geneva หรือแม้กระทั่ง Zurich ที่เราไปแวะมาก่อนขึ้นรถไฟไป Schaffhausen หรือว่าเราไม่ได้สังเกตเองว่าเมืองพวกนี้มีแขกอินเดียมาเที่ยวด้วย เพราะเรามัวแต่ถ่ายรูปลงอินสตาแกรมกันอยู่

    อ่ะ กลับมาที่เรือแสวงบุญของเราต่อ

    สภาพของเรือคือเรือท่องเที่ยวจริง ๆ ครับ เป็นเรือยาว มีที่นั่งสองแถว มีผ้าใบเป็นเพดานเรือข้างบน แต่ผ้าใบข้างบนเล็กมากเหมือนกับว่าเมือง Schaffhausen เขาขาดแคลนผ้าใบทำเพดานเรือ เขาเลยทำมาขนาดเล็กมากถึงขั้นบังแดดอะไรไม่ได้เลยด้วยซ้ำ ข้อดีเพียงอย่างเดียวของดีไซน์นี้คือทำให้เราได้รับน้ำมนต์จาก Rheinfall จากด้านบนได้อีกทางหนึ่งนอกจากด้านข้าง

    เรือแสวงบุญลำแรกเคลื่อนตัวเข้าใกล้ Rheinfall เรื่อย ๆ จากนั้นก็เร่งเครื่องเพื่อสู้กับมวลน้ำของ Rheinfall เพื่อเข้าไปรับน้ำมนต์ใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อกัปตันเห็นเรือเข้าใกล้มากพอก็จะดับเครื่องยนต์ ให้ Rheinfall ผลักเรือออกไปเอง ที่โชคดีคือเราได้เข้าไปรับน้ำมนต์ Rheinfall สองรอบ ได้แต้มบุญกันสองเท่าเลยทีเดียวครับ

    ส่วนเรือแสวงบุญลำที่สองพาเราไปจากท่าเรือตรงไปยังท่าเรืออีกท่าบริเวณเขาที่ขวาง Rheinfall ครับ ตัวเขามีขนาดเล็กมาก ทำให้ทางเดินขึ้นเขาแคบเอามาก ๆ เวลาขึ้นต้องเบียดกับคนที่พยายามจะลงจากเขา และด้านบนเขามีพื้นที่ให้คนขึ้นไปชมบรรยากาศน้ำตกศักดิ์สิทธิ์ได้เพียงไม่กี่คน เขาจีงมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัยและจำกัดจำนวนคนให้ขึ้นไปอยู่ข้างบน เมื่อมีคนลงมา เจ้าหน้าที่ก็จะเกณฑ์คนให้ขึ้นไปแทน เพราะมีคนต่อคิวเยอะมาก

    เอาล่ะครับ หลังจากรอมานานนับแสนโกฎิปี ผมกับเพื่อน ๆ ชาวคะน้าหมูกรอบคณะก็ได้ขึ้นมาชมน้ำตกศักดิ์สิทธิ์นี้สักที นอกจากนี้เรายังถ่ายรูปอย่างพอเป็นพิธีเพื่อบอกกับชาวโลกว่า "กูมาแสวงบุญที่นี่ละนะ" ผมมองลงไปข้างล่างและพบกับแขกอินเดียสิบกว่าคน ทั้งชายและหญิง ทั้งเด็ก ๆ และคนแก่ กำลังยืนต่อคิวรอพวกเราลงกันอยู่

    พอเราถ่ายภาพจนหนำใจแล้ว เราก็ยอมลงจากเขา แต่ตอนขาขึ้น เราต้องเบียดกับคนที่ลง ดังนั้นตอนเราลง เราก็ต้องมาเบียดกับคนที่กำลังจะขึ้น เป็นธรรมดาโลก เราควรทำใจ เหมือนพุทธศาสนสุภาษิตที่ว่า กมฺมุนา วตฺตติโลโก - สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม

    สรุปคือทริปนี้เราได้สั่งสมแต้มบุญกับ Rheinfall มามากพอ ๆ กับการทำบุญด้วยมาม่าหนึ่งโหลให้กับวัดแห่งหนึ่งอย่างที่เป็นข่าวครับ พร้อมกับค่าเสียหายประมาณ 20 ฟรังก์สวิส และละอองน้ำที่เกาะหน้าเลนส์กล้องเป็นด่าง ๆ เข้าขั้นเลวร้ายเลยทีเดียว แต่ก็คุ้มครับ

    สาธุ

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in