ทฤษฎี (ไม่) จีบเธอi_whyn
(ไม่) จีบ ครั้งที่ 8



  • คนที่ทำให้เรายิ้มได้


    มักจะเป็นคนเดียวกับคนที่ทำให้เราร้องไห้




    เหมือนจะเคยอ่านเจอประโยคนี้ผ่าน ๆ ในทวิตเตอร์ พอลองคิดตาม มันก็คงจะจริงมั้งครับ เพราะคนที่มีอิทธิพลกับเรามากเพียงพอเท่านั้น ถึงจะทำให้เราสั่นไหวได้



    "น้องกันมาถึงแล้วหรอลูก ไปนั่งรอแต่งหน้าด้านในเลยนะ เดี๋ยวพี่ตามไป"



    "ครับ"
     


    พอก้าวผ่านประตูห้องแต่งตัวเข้าไปปุ๊บ ก็เจอคนในความคิดในช่วงหลายวันมานี้ กำลังจ้องมองผมผ่านกระจกเงาบานใหญ่อยู่เหมือนกัน เดาว่าคงจะได้ยินตอนพี่ทีมงานทักทายเมื่อกี้



    "ไง" เขาเอ่ยทัก



    "ป่าปี๊มาเช้าจัง" เดินไปนั่งที่เก้าอี้ข้าง ๆ



    "เพิ่งถึงก่อนหน้านี้แป๊บนึง"



    ผมไม่ได้เจอป่าปี๊มาหลายวันแล้ว ไลน์คอลล์ก็ไม่ได้ทำ มันมีความรู้สึกมากมายอยู่ในตัวผมตอนนี้ และผมอยากจะจัดการกับมันก่อน 



    แต่ผมไม่ได้เศร้าครับ ไม่ต้องเป็นห่วง 


    สำหรับผม ชีวิตคือความสนุกสนาน เต็มไปด้วยเรื่องน่าตื่นเต้น เวลาเล่นละคร ผมก็ชอบบทแปลก ๆ ที่ท้าทาย ผมว่าเราเลือกมองโลกในแง่มุมที่สนุกสนานได้นะ 


    เพราะงัั้นผมก็จะย้ำอีกครั้ง ว่าผมไม่ได้เศร้า มันอาจจะหน่วง ๆ อยู่บ้างในบางครั้ง แต่ก็ อย่าไรมาก ครับ



    "อื้อ วันนี้รถไม่ค่อยติด" พอหันไปมองรอบ ๆ ห้องที่มีแค่ผมกับป่าปี๊สองคน เลยควักมือถือขึ้นมาเปิดดูฆ่าเวลา แม้จะยังรับรู้ถึงสายตาของคนข้าง ๆ ก็ตามที



    แรก ๆ มันคือความสนุกท้าทาย 

     

    เมื่อสี่ปีที่แล้ว พี่ออฟเป็นพวกเกรี้ยวกราดใจร้อนตามประสาคนรุ่นเดียวกัน ผมเข้าใจ เพราะผมก็เพิ่งจะยี่สิบห้า 

     

    เวลาป่าปี๊หงุดหงิดเพราะผมเข้าไปวอแว จับนั่นจับนี่มันกระตุ้นต่อมท้าทายในตัวผม

     

    แต่ตอนไหนก็ไม่รู้ที่ความรู้สึกมันมาถึงวันนี้ 


    "ร้องเพลงได้ยัง"


    ความรู้สึกมั่นคงในใจ ไม่ว่าจะไปที่ไหน ทำอะไร เป็นเรื่องใหม่หรือเรื่องยากแค่ไหน แต่พอหันกลับมามอง ก็ยังเจอคน ๆ หนึ่งที่เป็นเหมือนเสาหลักที่มั่นคงคอยสนับสนุนอยู่เสมอ เหมือนตอนนี้

     

    "ไม่แน่ใจ น่าจะพอถูไถไปได้มั้ง แต่ป่าปี๊ต้องช่วยกันร้องด้วย"


    พ่อ คือความรู้สึกที่ครั้งหนึ่งผมเคยมีให้เขา ไม่งั้นผมจะเรียกเขาว่า ป่าปี๊ หรอครับ


    แต่ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันกลายเป็น ป่าปี๊ของกัน ไปตอนไหน


    รู้ตัวอีกที ผมก็แค่อยากอยู่ข้าง ๆ เขาในทุก ๆ วัน 


    "ไหนซ้อมดิ๊"


    เข้าใจใช่มั๊ย ที่ฉันทำ เพราะอะไรและเพราะใคร อยากรู้บ้างว่าเธอ คิดยังไง ♪"


    "เพลงนี้ไม่มีร้องวันนี้ไม่ใช่หรอ" 


    "ช่าย อันนี้มันเข้ามาในหัวเฉย ๆ ร้องเล่น ๆ"


    เล่น ๆ 


    ทีเล่นทีจริง 


    คือสิ่งที่ผมพยายามจะแสดงออกมาตลอด ไม่อยากให้คนข้าง ๆ รู้ตัว 


    แต่พอถึงจุดหนึ่ง มันกลับทำให้ทุกอย่างดูยากขึ้นไปอีก


    ไม่รู้ตัว หรือพยายามไม่รับรู้ ผมก็ไม่แน่ใจ เหมือนติดอยู่ใน brother-zone ไปเรียบร้อยแล้ว


    "ดูที่เขาตัดต่อตอนปิ๊กโรมมายัง"


    "ตัดเสร็จแล้วหรอ" ไม่เห็นพี่มุกซีจี บอกเลยแฮะ


    "ไม่รู้เหมือนกัน ยังไม่ได้เข้าตึกเลย"


    "อ้อ...."


    ปกติความเงียบไม่เคยทำให้ผมอึดอัด ไม่เหมือนวันนี้ ซึ่งผมก็รู้ตัวว่ามันเกิดจากตัวผมเองนี่แหละ แต่มันก็ช่วยไม่ได้นี่ครับ 


    "กัน"


    "อื้อ" ตอบรับในคอเบา ๆ แต่ป่าปี๊ก็ไม่ยอมพูดต่อ จนต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง


    "ไม่เป็นอะไร ใช่มั๊ย"


    น้ำเสียงแบบนี้ทำเอาใจผมกระตุกไปวูบนึง ไม่เคยรู้ว่ามันหมายความว่ายังไงเวลาที่ป่าปี๊เป็นแบบนี้ แต่ยังไม่ทันได้ตอบอะไรออกไป พี่ทีมงานก็เดินเข้ามาในห้องเสียก่อน


    "โทษที รอนานมั๊ยเด็ก ๆ มาแต่งหน้ากันจ๊ะ" 


    พวกเราก็ได้แต่ต่างคนต่างจัดการแต่งหน้าแต่งตัวไปเงียบ ๆ  


    รวมถึงจัดการกับความรู้สึกของตัวเองด้วย


    .

    .

    .

    .

    .


    "จบงานแล้วไปไหน" หลังแยกย้ายกับเบบี๋ ป่าปี๊ก็เดินตามมาคุยกับผม


    "น่าจะอยู่แถว ๆ นี้แหละ เดี๋ยวรอพี่เตกับนิวเลย"


    "จะรอหรอ"


    "ใช่ๆ"


    "ไปกินข้าวกันก่อนมั๊ย เดี๋ยวพี่แวะเข้าบ้านหน่อย" ผมหันไปสบตากับป่าปี๊ นาน ๆ ทีเขาจะเรียกแทนตัวเองว่าพี่กับผมนะครับ 


    "ไม่เป็นไรดีกว่า..." ป่าปี๊จ้องตาผมนิ่ง 


    "เอางั้นหรอ...... ดื้อ" ท้ายประโยคเหมือนพึมพำกับตัวเองซะมากกว่าพูดกับผม "งั้นไปละ"


    "อื้อ" ก้มลงไปหยิบกระเป๋าสะพายข้างใบเล็กมาคล้องตัว


    "กัน..."


    "ว่า"


    "น้องกัน" ถึงกับต้องหันกลับไปมองคนที่เรียกชื่อผมแบบนั้น นึกว่าจะได้เห็นความกวนบนใบหน้าของอีกฝ่าย แต่แววตาที่มองมา ทำให้ผมต้องสบตานิ่ง ๆ รอว่าเขาจะพูดอะไร


    สีหน้าลำบากใจของป่าปี๊ตอนนี้ทำให้นึกถึงวันนั้น วันที่ผมแยกออกมาเพราะเสียงโทรศัพท์ที่ดังแค่รอบเดียว สีหน้าลำบากใจ ที่ทำให้ผมรู้สึกไม่ดี ผมไม่สบายใจ


    เวลาอยู่กับป่าปี๊ผมสนุกมาก เขาเป็นคนตลก ร่าเริง และอะไรก็เป็นเรื่องง่าย ๆ ทุกอย่างดูเป็นไปได้เมื่ออยู่กับเขา


    ความลำบากใจเลยเป็นสิ่งสุดท้ายที่ผมอยากจะเห็น ยิ่งถ้ามันเกิดขึ้นจากผมด้วยแล้ว ผมยิ่งไม่โอเค 


    ผมเคยสงสัยว่าทำไมต้องเป็นเขา ทั้ง ๆ ที่ผมเจอแต่ความปรารถนาดีอยู่รอบตัว จะเรียกว่าโชคดีก็ได้ ที่เจอแต่คนดี ๆ ที่มอบความรู้สึกดี ๆ ให้ตลอด


    และผมก็เป็นคนขี้เบื่อ ตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว พอเวลาสนใจอะไรบางอย่าง ก็จะจริงจังกับมันเต็มที่ แต่พออยู่กับมันไปสักพักก็เปลี่ยนความสนใจไปอย่างอื่นแทน 


    "งั้นอยู่คนเดียวก็อย่าซน เข้าใจมั๊ย คนมันเยอะมาก"


    แต่คนตรงหน้าผม มีเรื่องให้ผมแปลกใจได้อยู่เสมอ 


    "ไม่เป็นไรหรอก กันไม่ซนน่า"


    "อย่าเอาแต่ก้มมองมือถือ มองรอบตัวด้วย"


    "กันรู้แล้ว"


    "พูดยังงี้ทุกทีแหละ"


    "ดุเหลือเกิน ไปกินไรมาวะ"


    "ถ้าบนโลกนี้มีแต่คนโอ๋มึง กูก็จะเป็นคน ๆ เดียวที่ดุมึงแหละ ได้ไหมล่ะ" 


    "..." เพราะยังงี้ไงครับ ผมถึงไปไหนไม่ได้สักที "ครับ" ได้แต่ตอบรับแล้วอดยิ้มให้เขาไม่ได้


    ผมไม่ได้ถอยออกมาเพราะยอมแพ้ เพราะผมไม่ได้คิดจะเอาชนะใครอยู่แล้ว


    ถ้าไม่ทึกทักเอาเองมากไป ผมก็มั่นใจว่าพี่ออฟก็มีความสุขกับสิ่งที่มันเป็นอยู่ตอนนี้


    และผมก็ปรารถนาที่จะเห็นแค่นั้นเอง รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเขา 


    ไม่อยากให้ใครสักคนต้องกังวลใจ


    เพราะฉะนั้น ความรู้สึกของผม

    ผมก็จะรับผิดชอบมันเอง 









    [TBC]



    Cover photo credit by LMIYH
    Ending photo credit by b'cause OFF you 


    Song credit by 'เข้าใจใช่ไหม' version นุ้งเฟียต เนื้อเพลงคือใช่มากกกก แค่ท่อนฮุกเท่านั้นแหละที่เป็นปิ๊กโรมได้ คนคบและอยู่ด้วยกันจะมา 'แต่ดูเธอทำเป็นไม่รู้' คือไร นี่มันเพลงเพื่อออฟกันชัด ๆ เลย 



    ขอบคุณทุกคนจากใจค่ะ -ll- 

    ความจริงตอนบน บอกไว้แค่ว่าเป็นตอนสั้นตอนเดียวด้วยซ้ำค่ะ เพราะล้างมือมานานมาก ตั้งใจว่าเป็น slice of life คงจะง่ายดี (ฮา) ตอนนี้กลายเป็นว่ามีเส้นเรื่องไปแล้ว ก็จะพยายามพามันไปถึงตอนจบให้ได้ค่ะ แฮ่

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in