Midnight Thought (ทูคิมดง)myephemeralmind
OS: Dear you






  • เสียงลูกบาสกระทบพื้นสนาม เสียงพื้นรองเท้ากีฬา เสียงผู้คนโห่ร้องดีใจตอนเห็นเจ้าลูกกลมๆลอยเข้าห่วงไปอย่างสวยงาม ผมได้ยินมันทั้งหมด แม้ว่าเสียงทุกอย่างจะค่อยๆกลืนรวมกันจนอื้ออึงปนเปไปกับเสียงหัวใจที่ดังก้องไปทั้งหัวตอนที่สายตากำลังจดจ่อคุณที่กำลังยิ้มร่าให้เพื่อนที่โถมเข้ามาหาหลังจากเพิ่งทำผลงานที่น่าประทับใจไปอย่างการเอาชนะโรงเรียนคู่แข่งได้โดยการชู้ตแต้มสุดท้ายปิดเกม คุณในชุดนักกีฬาหมายเลข 8 ที่เพิ่งทำแต้มให้กับทีมของโรงเรียนเราได้



    คิมดงฮัน



    ชื่อของคุณแปะหราอยู่กลางหลังและนั่นทำให้ผมที่ลอบมองคุณจากบนอัฒจันทร์ของสนามกีฬามองเห็นมันชัดเจน บ่อยครั้งมันถูกขานขึ้นระหว่างการพากย์เพราะฝีมือการเล่นที่เก่งกาจของคุณ



    ผมเป็นแค่นักเรียนธรรมดาคนหนึ่งที่ถูกเกณฑ์ให้มาดูการแข่งขันในครั้งนี้



    สายตาของผมจับจ้องอยู่ที่คุณตลอดทั้งแมทช์ คุณดูโดดเด่นกว่าใครในที่แห่งนั้น และไม่ใช่เพียงแค่ผมหรอก...สาวๆที่นั่งอยู่รอบๆก็พูดถึงคุณเสมอ



    สิ่งที่น่าแปลกคือผมที่กำลังพิจารณาตนเองว่ากำลังมองดูคุณด้วยสายตาแบบไหน





    มีคนเคยบอกเอาไว้ว่าเมื่อตกหลุมรัก เราจะรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อนับพันตัวบินวนในช่องท้อง



    ผมเพิ่งแจ้งแก่ใจกับคำพูดนั้น ก็ตอนที่ได้สายตาของคุณจ้องมองกลับมา





    ในตอนนั้น ที่ข้างสนาม



    ผมตกหลุมรัก





    .



    .





    “ดงฮยอน คิม ดงฮยอน”



    “ฮะ ว่าไง”



    ผมหลุดจากภวังค์ทันทีที่เสียงของอีแดฮวีเป็นเหมือนเข็มแหลมๆที่จิ้มฟองอากาศแตก น่าอายเหลือเกินที่จะบอกว่าผมกำลังคิดถึงเรื่องของคุณอยู่



    “นายเหม่อ”



    “โทษที”



    “สรุปไปมั้ยเย็นพรุ่งนี้ ปาร์ตี้วันเกิดของคิมดงฮัน”



    ชื่อของคุณทำให้ผมชะงักอีกครั้ง เพราะมันทำให้ในหัวของผมฉายภาพของคุณ และใช่มันทำให้หัวใจเจ้ากรรมของผมเต้นแรงตามไปด้วย น่าเจ็บใจที่ชื่อของคุณทำให้ผมทำตัวมีพิรุธอย่างการตอบอีแดฮวีไปด้วยน้ำเสียงแปลกๆว่า “ไปทำไม ไม่สนิทกันสักหน่อย” และมันทำให้เพื่อนที่แสนหัวเร็วของผมหรี่ตามองทันที



    “โอ้พระเจ้า นายชอบเขา”



    “อย่าพูดบ้าๆน่า”



    “มันไม่เกี่ยวกับสนิทไม่สนิทแล้วดงฮยอน บ้านของหมอนั่นใหญ่พอที่จะยัดคนทั้งโรงเรียนเข้าไป ครอบครัวเขารวยมากจนจะเชิญใครก็ได้ เราทุกคนได้รับคำเชิญและนั่นเป็นโอกาสที่ดี” เพื่อนรักของผมพล่ามออกมายาวยืดพร้อมกับขยับมือไม้อย่างตื่นเต้น ก่อนจะรวบมันเข้าหากันคล้ายกำลังพนมมือใต้คาง “ใช่ ฉันตัดสินใจแล้ว เราต้องไป”





    .



    .





    บอกไม่ถูกเลยว่าการตัดสินใจของอีแดฮวีเป็นเรื่องดีไหม แต่ตอนนี้ผมก็มายืนอยู่ในงานวันเกิดของคุณเสียแล้ว เสียงดนตรีในงานดังจนผมไม่ค่อยได้ยินอะไร ผู้คนในงานพากันเมามายอย่างรวดเร็ว ที่กลางบ้านของคุณตอนนี้เหมือนยกผับมาตั้งเอาไว้ไม่ผิด แต่ท่ามกลางแสงสีที่คอยมอมเมาเหล่านั้น ผมมองเห็นคุณได้ไม่ยาก



    คุณที่ยืนหน้านิ่งๆอยู่มุมห้องทำให้ผมนึกถึงตอนที่เราเจอกันครั้งแรก



    เมื่อสมัยเข้ามาเรียนใหม่ๆ ผมตกเป็นเป้านิ่งในการเล่นสนุกของพวกคนเกเรอย่างถูกสาดน้ำหรือแกล้งขัดขาให้ล้มตอนถือถาดข้าว ผมรู้สึกตกต่ำจนหนีขึ้นไปแอบร้องไห้บนดาดฟ้า มันเป็นครั้งแรกที่ผมได้เจอกับคุณที่มานอนบนนั้น คุณโยนกล่องน้ำผลไม้ให้ผม บอกผมว่าให้เลิกร้องไห้เพราะมันหนวกหู แต่มันได้ผลคือผมเลิกร้องไห้จริงๆ ตอนนั้นคุณทำหน้านิ่งและผมรู้สึกกลัวอยู่นิดหน่อย แต่พอได้เจอคุณที่ยิ้มร่าเริงอยู่กลางสนามอีกครั้ง นั่นก็ทำให้ผมรู้ว่าคุณไม่ใช่คนน่ากลัวเลย



    การเห็นคุณทำหน้านิ่งๆในวันที่ควรจะมีความสุขอย่างวันเกิดทำให้ผมปวดใจอยู่เหมือนกัน แต่ก็ขี้ขลาดเกินกว่าจะทำอะไรสักอย่าง แม้แต่จะบอกว่าสุขสันต์วันเกิดคุณยังทำได้แค่ยกแชมเปญขึ้นพร้อมคนอื่นๆในงานแล้วพูดไปพร้อมๆกันเลย



    ไม่แปลกหรอกนะ หลังจากวันนั้นบนดาดฟ้าเราต่างก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีกนี่นา ถึงแม้ว่าหลังจากนั้นพวกคนเกเรจะขี้เกียจแกล้งผมแล้วแต่ผมก็ยังไม่มีโอกาสได้คุยกับคุณเลย



    อา...แชมเปญแก้วนั้นทำให้ผมเริ่มมึนแล้วล่ะ





    ผมเลือกจะเดินหนีมายังริมสระน้ำข้างตัวบ้าน เพราะก่อนหน้านั้นผู้หญิงสวยคนหนึ่งเดินผ่านหน้าของผมไปและตรงเข้าหาคุณอย่างรวดเร็ว เดาได้ไม่ยากเลยว่าอีกไม่นานพวกคุณคงพลอดรักกันแบบใครหลายคนในงาน



    โอเค...ผมอยากจะร้องไห้ขึ้นมาจริงๆแล้วล่ะ



    ความเศร้าที่ก่อตัวพร้อมความฟุ้งซ่านในใจทำให้ผมคว้าเครื่องอื่มๆแถวนั้นมาดื่มมั่วซั่ว ผมไม่ใช่คนที่ดื่มเก่งนัก มันทำให้การทรงตัวของผมย่ำแย่ลงและ...



    ตู้ม!



    ไม่ใช่เสียงของใครที่กระโดดลงไปเล่นน้ำ แต่เป็นตัวผมเองที่ถูกชนจนเซและตกลงไปในสระน้ำเสียเอง ผมตะเกียกตะกายดันตัวเองขึ้นมาให้พ้นผืนน้ำและต้องตกใจแทบบ้าที่เมื่อโผล่ขึ้นมาดันเป็นคุณที่ยืนอยู่ตรงหน้า



    คุณเจ้าของงานย่อตัวลงพร้อมเอื้อมแขนมาหา ผมไม่รู้ว่ามันกำลังเกิดอะไร แต่ก็ไม่รอช้าที่จะคว้ามือของคุณและสัมผัสได้ว่าคุณกำลังช่วยดึงตัวของผมขึ้นจากสระน้ำ







    เรื่องราวทุกอย่างเกิดขึ้นไวและน่ามึนงง



    รู้ตัวอีกทีผมก็มาอยู่ในห้องนอนของใครสักคนที่ไม่กล้าเดาว่ามันเป็นของคุณไหมเพราะบ้านหลังนี้ดูจะมีหลายห้องเหลือเกิน รู้เพียงว่าคุณยืนอยู่ด้วยกันและเอาผ้าขนหนูผืนใหญ่มาคลุมให้



    ผมกำลัง...อยู่ในห้องนอนตามลำพังกับคิมดงฮัน คนที่ผมตกหลุมรักจนแทบบ้าอย่างนั้นเหรอ



    “ห้องนอนฉันเอง” คุณพูดขึ้นมา “เห็นดูสงสัย”



    “อ่อ...ขอบคุณ” ผมใช้ผ้าขนหนูผืนนั้นค่อยๆซับตามเนื้อตัวที่เปียกซ่ก



    เดี๋ยวนะ...เปียกงั้นเหรอ?



    ไวกว่าความคิด ผมรีบคว้าของที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อออกมาดูและพบว่าสมุดโน้ตเล่มเล็กแปะโพสอิทข้างหน้าที่เก็บเอาไว้เปียกยับยู่ยี่เสียแล้ว ของเล็กๆน้อยๆที่ซื้อมาเผื่อว่าผมจะมีความกล้าจะให้คุณ



    แต่ไม่ทันที่จะกล้าเลย...ทุกอย่างพังไปแล้ว



    “เฮ้ ร้องไห้ทำไมน่ะ” เป็นเสียงของคุณที่ดังขึ้นหลังจากน้ำตาของผมไหลออกมา และนั่นพยายามทำให้ผมกลั้นมันเอาไว้เพราะกลัวจะทำให้คุณรำคาญ แต่นั่นมันทำให้ผมร้องไห้ออกมาหนักกว่าเดิม



    “กะว่าจะเอามาให้...เป็นของขวัญวันเกิด แต่เละไปแล้ว”



    ผมยื่นสมุดโน้ตลายหมาที่เพิ่งไปเลือกมาเพราะเคยเห็นคุณเล่นกับเจ้าสิ่งมีชีวิตนี้ในโรงเรียนด้วยท่าทีอ่อนโยนสุดๆและนั่นเป็นหนึ่งในส่วนที่ทำให้ผมตกหลุมรักคุณขึ้นไปอีก



    ผมแทบจะใจแป้วอยู่แล้วเชียวเมื่อบรรยากาศรอบตัวเงียบลง แต่กลับมีเสียงหัวเราะของคุณดังขึ้นมาก่อนที่ผมจะด่ำดิ่งไปมากกว่านี้



    เสียงหัวเราะที่ไม่เหมือนกับเวลาพวกเด็กเกเรหัวเราะออกมาตอนแกล้งผม



    เสียงหัวเราะเบาๆตามมาด้วยสิ่งที่ผมไม่คาดคิด คุณรับสมุดเล่มนั้นไปจากมือพร้อมกับดึงให้ตัวผมเข้าไปหา คุณทำให้ผมรู้สึกตัวเล็กลงเมื่อคุณสวมกอดผมเอาไว้ ก้อนเนื้อในอกของผมเต้นดังและผมมั่นใจว่าคุณต้องได้ยินมันแน่ๆเพราะตัวของเราแนบชิดกัน แต่ที่น่าแปลกใจคือผมก็ได้ยินเสียงหัวใจ...ของคุณ



    “รู้อะไรไหม” คุณเอ่ยทั้งที่ยังกอดผมเอาไว้ เสียงของคุณดังทุ้มอยู่ข้างหู “วันนี้ฉันได้ของขวัญที่ดีที่สุด ตั้งแต่นายก้าวเข้างานมาแล้วล่ะ"





    .



    .



    Well everything has changed



    And now its only you that matters




    .



    .







    ครั้งแรกที่ผมได้เจอคุณ ในวันที่อากาศร้อนและแสงอาทิตย์เจิดจ้าจนการนอนกลางวันบนดาดฟ้าของผมไม่สงบสุขนั้นมันช่างขัดกับสีหน้าที่หม่นหมองและคราบน้ำตาที่เปื้อนบนหน้าคุณ



    “หนวกหู” ผมโยนน้ำผลไม้รสโปรดในมือไปให้ “เลิกร้องไห้ได้แล้ว”



    ผมไม่รู้จะทำยังไงให้คุณหยุดร้องไห้ได้ ได้แต่บอกไปแบบนั้น คุณดูจะอึ้งเล็กน้อยแต่ก็รับมันไว้อย่างดี มันคงเป็นการแรกเจอที่ไม่น่าจดจำเท่าไหร่ แต่ดีแล้วที่คุณหยุดร้องไห้



    “ขอบคุณ...”



    เพราะรอยยิ้มเล็กๆของคุณตอนนั้น ทำให้ผมเข้าใจว่าคุณเหมาะกับมันยิ่งกว่าสิ่งใดทั้งปวง





    .



    .





    คิมดงฮยอน



    ผมมารู้ทีหลังว่านั่นเป็นชื่อของคุณ ผมรู้สึกผิดหวังในตัวเองเหมือนกันที่ทั้งที่ชื่อของเราใกล้เคียงกันขนาดนี้ แต่ผมกับไม่เคยค้นพบคุณมาก่อนแม้ว่าเราจะอยู่ห้องเดียวกัน ไม่รู้ว่าจะกล่าวโทษการตกเป็นเป้าความสนใจของผู้คนเสมอมา และการที่คุณมักจะหลบเลี่ยงความโดดเด่นได้หรือไม่ แต่ผมคิดว่ามันเป็นเพราะแบบนั้น



    และผมก็ได้พบกับสาเหตุของความหม่นหมองที่เกิดกับคุณ คุณกลายเป็นเป้านิ่งของไอ้พวกขยะที่หาคนอ่อนแอมาให้เล่นสนุก



    “อย่ายุ่งกับหมอนั่นถ้าไม่อยากมีเรื่องกับฉัน”



    โอ คุณคงไม่รู้หรอกว่าผมเคยทำตัวกร่างขนาดนั้นเอาไว้ โชคดีที่มันได้ผลอยู่เหมือนกันเพราะหลังจากนั้นผมก็ไม่เห็นคุณตกเป็นเป้านิ่งการรังแกอีก



    คุณยังคงอยู่ที่มุมห้อง มีเพื่อนสนิทที่ท่าทางนิสัยดีคนหนึ่ง มีรอยยิ้ม มีเสียงหัวเราะ



    นั่นแหละที่เหมาะกับคุณ



    .



    .



    มีคนเคยบอกเอาไว้ว่าเมื่อตกหลุมรัก เราจะรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อนับพันตัวบินวนในช่องท้อง



    ผมเข้าใจคำพูดที่แสนน้ำเน่านั้น ก็ตอนที่ได้พบกับรอยยิ้มของคุณที่สวยงามยิ่งกว่าสิ่งใด



    .



    .





    “ขอเรียนเชิญทุกท่านที่บ้านไอ้ดงฮันมันนะครับ งานนี้เปิดรับทุกคนเลย”



    เพื่อนคนหนึ่งของผมปีนขึ้นบนโต๊ะกลางโรงอาหารป่าวประกาศคำเชิญชวน ซึ่งผมก็ไม่ได้ติดใจอะไรใครคิดจะกินจะดื่มจะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น ในเมื่อวันเกิดปีนี้ที่บ้านก็ไม่มีใครอยู่อีกแล้วนอกจากผม



    แต่วูบนึงที่ผมหันไปสบตากับคุณที่คงเผลอมองมา ในใจยังแอบหวังให้ผมได้เจอคุณ



    คุณที่ดูจะไม่ชอบความวุ่นวายเท่าไหร่นัก





    “แกว่าเขาจะมาไหม”



    เชื่อเลย ถ้าเพื่อนสักคนของผมมาเห็นภาพตรงหน้าเข้ามันคงได้ล้อกันยกใหญ่ ภาพของผมที่นั่งยองๆคุยกับหมาตัวนึงในโรงเรียน มันเป็นหมาที่ผมเคยเห็นคุณเอาอาหารมาให้โดยบังเอิญ



    เจ้าหมาตรงหน้าไม่ยอมตอบ แต่ผมที่คิดเออออแล้วว่ามันส่งสายตาให้กำลังใจได้เอื้อมมือไปลูบหัวมันเบาๆเป็นการขอบคุณ





    ใครจะคิดว่าผมจะได้เห็นคุณจริงๆ



    คุณที่เก็บตัวเงียบในมุมมืดปรากฏตัวท่ามกลางความวุ่นนวายในบ้านของผมพร้อมกับเพื่อนสนิทของคุณ



    แม้จะดีใจจนเนื้อเต้น แต่ผมก็ไม่กล้าแม้จะเข้าไปทักทายคุณทั้งที่เป็นเจ้าบ้าน ได้แต่อยู่ในมุมคอยมองคุณเงียบๆอย่างนั้น จนกระทั่งหญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามา บดบังทัศนวิสัยตรงหน้าที่ผมควรจะเห็นคุณ



    เพียงชะโงกตัวขึ้นเท่านั้น คุณหายไปเสียแล้ว



    ผมปลีกตัวออกจากหญิงสาวที่หวังจะมาชนแก้ว มองหาคุณท่ามกลางผู้คนมากมายที่เริ่มเมาได้ที่ นึกโกรธแสงสีที่ทำให้มันหาคุณได้ยากกว่าเคย จนกระทั่ง...



    ตู้ม!



    คุณที่ผมบังเอิญเห็นจากหางตาพลัดตกลงไปในสระน้ำเสียแล้ว





    .



    .



    เรื่องราวทุกอย่างเกิดขึ้นไวและน่ามึนงง ผมพุ่งเข้าไปที่สระน้ำ ช่วยฉุดคุณขึ้นมา รู้ตัวอีกทีผมก็พาคุณเข้ามาเช็ดตัวในห้องนอนของผมเสียแล้ว



    นี่ผมกำลัง...อยู่ตามลำพังกับคิมดงฮยอน คนที่ผมตกหลุมรักจนแทบบ้าอย่างนั้นเหรอ



    “ห้องนอนฉันเอง” ผมพูดขึ้นมาตอนที่เห็นคุณมองไปรอบๆอย่างมีคำถาม “เห็นดูสงสัย”



    “อ่อ...ขอบคุณ” คุณใช้ผ้าขนหนูผืนนั้นค่อยๆซับตามเนื้อตัวที่เปียกซ่ก ก่อนจะเบิกตากว้างราวกับคิดอะไรได้



    คุณรีบคว้าของที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อออกมาดู มันคือสมุดโน้ตเล่มเล็กแปะโพสอิทข้างหน้าที่เก็บเอาไว้เปียกยับยู่ยี่เสียแล้ว สุขสันต์วันเกิดคิมดงฮัน ข้อความบนนั้นเลือนรางจากการเปียกน้ำ แต่หัวใจของผมกลับพองโตจนแทบจะระเบิดแม้มันจะสวนทางกับคุณที่ทำสีหน้าราวกับว่าโลกกำลังจะล่มสลายอย่างไรอย่างนั้น



    “เฮ้ ร้องไห้ทำไมน่ะ” ผมรีบถามขึ้นเมื่อเห็นน้ำใสๆค่อยๆทะลักออกจากดวงตาคู่สวยของคุณ แต่เหมือนยิ่งถามมันยิ่งทำให้คุณกลับร้องไห้ออกมาหนักกว่าเดิม



    “กะว่าจะเอามาให้...เป็นของขวัญวันเกิด แต่เละไปแล้ว”



    ผมรับสมุดตรงหน้ามา ลายหมาบนนั้นทำให้ผมหัวเราะออกมาเบาๆ มันน่ารักจนผมถือวิสาสะดึงคุณเข้ามาในอ้อมกอดจนได้ ร่างกายของเราแนบชิดกัน เสียงก้อนเนื้อในอกกำลังเต้นแรง และที่น่าดีใจยิ่งกว่านั้นคือผมได้ยินเสียงหัวใจของคุณกำลังเต้นแบบเดียวกัน



    “รู้อะไรไหม วันนี้ฉันได้ของขวัญที่ดีที่สุด ตั้งแต่นายก้าวเข้างานมาแล้วล่ะ" คุณเงยหน้าขึ้นมอง สีหน้าบ่งบอกให้รู้ว่าไม่เชื่อสิ่งที่ตัวเองได้ยิน ผมอมยิ้มเล็กน้อยและพูดต่อ พูดในสิ่งที่อยากจะพูดมานาน “ฉันชอบนายคิมดงฮยอน ชอบจนจะบ้าตายอยู่แล้ว”



    ในวันแรกที่ผมเรียนรู้อาการที่เรียกว่าการตกหลุมรัก ใครจะคาดคิดว่าผมจะได้ยินมันจะปากคุณ



    “ฉันก็ชอบนาย...จนจะบ้าตายแล้วเหมือนกัน”



    สิ้นคำตอบของคุณ ริมฝีปากของเราทั้งคู่สัมผัสกัน แผ่นหลังของคุณแตะลงบนเตียงนอนตามด้วยตัวของผมที่ทาบทับลงตาม





    ช่างหัวความวุ่นวายที่กำลังเกิดขึ้นข้างล่าง



    คิมดงฮันได้รับของขวัญที่ดีที่สุดในวันเกิดปีที่ 18 ของเขาแล้ว









    #มนต101

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in