My movie storysk_asawaree
I’m satisfied with your care
  • Hello I am BayMax (Big Hero 6, 2014)


              Big Hero 6 เป็นเรื่องราวของ ฮิโระ ฮามาดะ เด็กหนุ่มอัจฉริยะวัย 14 ปี ซึ่งสร้างไมโครบอทไปแสดงในงานแสดงผลงานทางวิทยาศาสตร์เพื่อให้ได้รับคัดเลือกเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยเดียวกับพี่ชายคือ ทาดาชิ ฮามาดะ ไมโครบอทสิ่งประดิษฐ์สุดเจ๋งที่ฮิโระสร้างนั้นพร้อมจะรวมกันเป็นอะไรก็ได้แล้วแต่จินตนาการของผู้ใช้ และทำให้เด็กชายได้รับการคัดเลือกในที่สุด ขณะกำลังจะไปฉลองความสำเร็จกันนั้น อาคารที่ใช้จัดแสดงผลงานก็เกิดไฟไหม้ ทาดาชิได้ยินว่าศาสตราจารย์คัลลาฮาน อาจารย์ที่สอนพวกเขาติดอยู่ในอาคารจึงเข้าไปช่วยเหลือ และนั่นทำให้ฮิโระต้องสูญเสียพี่ชายที่รักไปตลอดกาล ขณะที่กำลังโศกเศร้านั่งจมอยู่ในความทุกข์ที่สูญเสียพี่ชายไปอยู่นั้น ฮิโระทำของหล่นใส่เท้าจนต้องร้องโอ๊ยออกมา เสียงร้องนั้นทำให้ เบย์แม็กซ์ หุ่นยนต์พยาบาลตัวอ้วนสีขาวที่ทาดาชิประดิษฐ์ไว้ทำงานขึ้นมา เพราะเจ้าเบย์แม็กซ์จะเปิดเครื่องก็ต่อเมื่อได้ยินเสียงร้อง “โอ๊ย” ซึ่งแสดงว่ามีคนกำลังเจ็บปวดและต้องการการรักษาพยาบาล แต่เบย์แม็กซ์ก็พบว่าทาดาชิได้จากโลกนี้ไปแล้ว และฮิโระกำลังตกอยู่ในความเศร้าเสียใจ เจ้าหุ่นยนต์ตัวอ้วนจึงพยายามรักษาให้ฮิโระกลับมามีความสุขสดใส ร่าเริงอีกครั้งหนึ่ง

            
             แต่ฮิโระและเบย์แม็กซ์กลับค้นพบโดยบังเอิญว่า ไมโครบอทที่คิดว่าถูกทำลายไปหมดในอุบัติเหตุเพลิงไหม้ครั้งนั้นกลับยังเหลืออยู่ และมีบางคนกำลังผลิตเพิ่มจำนวนไมโครบอทให้มากขึ้น ความจริงที่ค้นพบนำมาซึ่งอันตรายจากการถูกชายชุดดำที่ใส่หน้ากากคาบูกิไล่ล่า และเรื่องอุบัติเหตุเพลิงไหม้ที่คร่าชีวิตทาดาชิไม่ใช่อุบัติเหตุแต่เป็นการจงใจวางเพลิงเพื่อขโมยไมโครบอทของฮิโระ เด็กชายจึงร่วมมือกับเบย์แม็กซ์และเพื่อน ๆ ของทาดาชิ ได้แก่ โกโก วาซาบิ ฮันนี่เลมอน และเฟร็ดในการออกตามล่าหาตัวการที่ทำให้เกิดเรื่องเลวร้ายเหล่านี้

    Hello I am BayMax 

                 ใครที่ได้ดูตัวอย่างหนังก็คงสะดุดตากับเบย์แม็กซ์ เจ้าหุ่นตัวอ้วนสีขาวหน้ากอด แถมยังมีมุมอบอุ่นและน่ารัก เบย์แม็กซ์เป็นหุ่นยนต์พยาบาลที่พร้อมเข้ามาช่วยเหลือคนที่กำลังเจ็บป่วยไม่ว่าจะทางกายหรือทางใจ จึงทำให้เบย์แม็กซ์เต็มไปด้วยความอบอุ่น อ่อนโยนและใจดี จนเราอยากจะเอากลับมาไว้เป็นเพื่อนที่บ้าน 
                   ส่วนฮิโระ ฮามาดะก็เป็นเด็กชายที่เก่งกาจเรื่องหุ่นยนต์ อยากรู้ อยากลอง ชอบความสนุกสนาน ขี้เล่นและชอบแหกกฎตามประสาวัยรุ่น ด้วยความที่เสียพ่อแม่ไปตั้งแต่เขาอายุแค่ 3 ขวบทำให้เด็กชายสนิทกับทาดาชิพี่ชายมาก นอกจากนี้ทาดาชิยังคอยให้กำลังใจ คอยสนับสนุนฮิโระมาโดยตลอด และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ฮิโระเลิกไปแข่งสู้หุ่นยนต์และหันมาสนใจที่จะเรียนต่อมหาวิทยาลัย เมื่อฮิโระรู้ว่ามีคนตั้งใจวางเพลิงเป็นสาเหตุให้พี่ชายตัวเองต้องตาย เขาจึงต้องการการหาตัวคนทำเรื่องนี้ให้ได้ 
                    ผองเพื่อนประกอบไปด้วย วาซาบิ ชายหนุ่มผู้อยู่ในระเบียบแบบแผนตลอดเวลา สำหรับเขาจะทำอะไรต้องมีแผนก่อนเสมอ โกโก สาวนักซิ่งผู้ซึ่งชอบความเร็ว นิสัยห้าว มุทะลุและลุยแหลก ฮันนี่เลมอน สาวหวานผู้หลงรักปฏิกิริยาเคมีเป็นชีวิตจิตใจ ทั้งสามคนเป็นนักศึกษาสาขาเดียวกับทาดาชิ และเรียกได้ว่าเป็นพวก “เนิร์ด” ที่บ้าแล็บเลยทีเดียว ส่วนเฟร็ดนั้น เขาไม่ได้เป็นนักศึกษา แต่เขาชอบในวิทยาศาสตร์และคลั่งไคล้ซูเปอร์ฮีโร่ เรียกตัวเองว่ามาสคอสของคณะ และมักจะซกมกอยู่เสมอ

    “พี่ยังไม่ยอมแพ้ในตัวนายหรอกนะ”

            ข้อดีของเรื่องคือหนังทำเบย์แม็กซ์ออกมาได้ตลกและน่ารักมาก ตลกโดยธรรมชาติไม่ใช่ด้วยมุกที่อยากให้เราตลก เวลาที่เจ้าหุ่นตัวนี้ทำอะไรเราจะรู้สึกน่าเอ็นดูไปหมด จนอยากจะทะลุจอเข้าไปกอดแน่นๆ สักที รวมทั้งเหล่าเนิร์ดทั้งหลายที่ดูไม่น่าจะเป็นฮีโร่ได้ แต่ตัวหนังก็บอกให้เรารู้ว่า ฮีโร่ไม่จำเป็นต้องเท่ สวย หล่อ อะไรมากมายหรอก เนิร์ดๆ แบบพวกนี้ก็เป็นฮีโร่ได้ ขอให้มีจิตใจที่ดี คิดช่วยเหลือคนอื่น ก็เป็นฮีโร่ได้แล้ว 

            แต่สิ่งที่หนังจะทำให้คนดูมึนก็คือ ความเป็นเนิร์ดของแต่ละคนนั่นแหละ ศัพท์เฉพาะทางหรือคำศัพท์ทางวิทยาศาสตร์ที่สาดรัว ๆ ออกมาตอนเปิดตัวเนิร์ดแต่ละคนนั้น ถ้าไม่ได้คุ้นเคยหรือได้ยินกันมาก่อน ก็จะเกิดอาการมึนได้ และคาแรคเตอร์เฟร็ด ที่บางทีก็บ้าและล้นเกินพวกพ้องไปในบางครั้ง

             โดยรวมแล้วชอบมาก ก่อนเข้าไปดูไม่ได้หวังว่าหนังจะดีมากมายอะไร แต่ช่วงท้ายกลับทำให้น้ำตาซึมได้ หนังเหมาะกับทุกวัย ไม่ใช่แค่เด็กเท่านั้น ประทับใจเวลาที่ทาดาชิบอกกับฮิโระว่า “พี่ยังไม่ยอมแพ้ในตัวนายหรอกนะ” มันสะท้อนให้เราคิดว่า คนเราก็ต้องการคนคอยให้กำลังใจ เชื่อใจ คอยอยู่เคียงข้างและผลักดันเราในเวลาที่ท้อแท้แบบนี้สักคนหนึ่ง และสิ่งเหล่านี้ก็หาได้จากคนในครอบครัว เพื่อนฝูงรวมถึงคนรอบตัวของเรา 

             และคนที่เรารักไม่ได้จากเราไปไหน เขายังอยู่ในความทรงจำของเราเสมอ ตราบใดที่เรายังไม่ลืมเลือนเขาไป อาจจะเป็นคำพูดที่ดูสวยหรูไปบ้าง แต่ฮิโระก็ได้พิสูจน์ผ่านบททดสอบอันสำคัญมาแล้วว่าประโยคนี้ไม่ได้เกินจริงไปเลย เราไม่สามารถทวงคืนชีวิตของคนที่จากไปให้กลับมาได้ แต่เราสามารถใช้ชีวิตต่อไปข้างหน้าด้วยการจดจำความรักและความดีของคนที่จากไปไว้ในความทรงจำ เขาก็จะยังมีชีวิตอยู่ต่อไปในความทรงจำของเรา

              ชอบมุกที่ล้อว่าให้เราบอกระดับความเจ็บปวดของเรามาจากระดับ 1 – 10 ว่าตอนนี้เราเจ็บปวดระดับไหน ซึ่งใครจะไปมีสมาธิกับอารมณ์ในการวัดระดับความเจ็บปวดของตัวเอง ในเมื่อร่างกายหรือจิตใจของเรากำลังเจ็บปวดอยู่ ก็เป็นมุกที่จิกกัดวิธีการวัดความเจ็บปวดทางการแพทย์ได้ตลกดี ส่วนของฉากที่เป็นเมืองซานฟรานโซเกียวก็ไม่นึกว่าจะทำออกมาได้ดีขนาดนี้ เป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงว่าจะมีการเอาซานฟรานซิสโกกับโตเกียวมารวมกันได้ น่าทึ่งจริง ๆ ที่ได้เห็นสะพานของเมืองซานฟรานซิสโกและโตเกียวทาวเวอร์อยู่ในเมืองเดียวกัน 

             และส่วนที่ดีอีกส่วนที่ชอบคือ การทำลายไม่ได้ช่วยรักษาอะไรได้หรอก มีแต่จะยิ่งทำให้อาการแย่ลงกว่าเดิม สุดท้ายอยากบอกเบย์แม็กซ์ว่า I’m satisfied with your care ขอบคุณที่ช่วยรักษาและให้ความอบอุ่นกับหัวใจของเรานะ

    ป.ล. เพลงประกอบชื่อ Immortals จังหวะมันมาก หนังจบยังไปหามาฟังแล้วโยกตาม


Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in