Sari translation[ch]saritzchx
[แปลเพลง] 何以歌 | บทเพลงนิรนาม 《魔道祖师》
  • 作词 : 择荇
    เนื้อร้อง : Ze Xing
    作曲 : 银临
    ทำนอง : Yin Lin
    编曲 : 灰原穷
    เรียบเรียง : Hui Yuan Qiong
    歌曲原唱 : Aki阿杰
    ศิลปิน : AkiAJie





    入梦的,带不走,
    rù mèng de, dài bù zǒu,
    เมื่อย่างก้าวสู่ห้วงฝันแล้วไม่อาจหวนกลับ

    初醒的,看不透。
    chū xǐng de, kàn bù tòu.
    ยามแรกหลังตื่นนอน มองสิ่งใดไม่อาจแน่ชัด

    重逢前,临别后,
    chóngféng qián, línbié hòu,
    หลังผลัดพรากจากกันจนวนกลับมาพบเจอกันในอีกครา

    拨雪寻春,烧灯续昼
    bō xuě xún chūn, shāo dēng xù zhòu.

    แสงเทียนพรากละอองหิมะไต่ถามหาวสันตฤดู *

    此身葬风波,还以为相忘旧山河,
    Cǐ shēn zàng fēngbō, hái yǐwéi xiāng wàng jiù shānhé,
    ให้ฝังชีวิตนี้ไปพร้อมกับเรื่องวุ่นวาย  ใจปรารถนาที่จะลืมเก่าๆที่เคยทำร่วมกัน

    你我往生客,谁才是痴狂者。
    nǐ wǒ wǎngshēng kè, shuí cái shì chīkuáng zhě
    เจ้าและข้าก็เหมือนกับคนแปลกหน้า  แล้วผู้ใดกันที่ยังคงวนเวียนกับเรื่องแบบนี้

    百鬼过荒城,第几次将横笛吹彻,
    Bǎi guǐguò huāngchéng, dì jǐ cì jiāng héng díchuī chè,
    ร้อยภูตผีเดินข้ามผ่านเมืองรกร้าง กี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่เสียงขลุ่ยขับขานทำนอง

    而此刻,又何以为歌?
    ér cǐkè, yòu héyǐwéi gē?
    แท้จริงแล้วบรรเลงเพลงนี้เพื่อสิ่งใดกัน

    是跌碎尘埃的孤魂,在天涯永夜处容身,
    Shì diē suì chén’āi de gū hún, zài tiānyá yǒng yè chù róngshēn,
    จิตวิญญาณที่สูญสลายไปราวกับละอองฝุ่น ที่แม้กระทั่งไม่มีที่ให้พักพิงบนพิภพผืนนี้

    听谁唱世外光阴,洞中朝暮只一瞬。
    tīng shuí chàng shì wài guāngyīn, dòng zhōng zhāo mù zhǐ yīshùn.
    ยินเสียงผู้ใดร่ำร้องนอกเหนือวันเวลา ราวกับวันเวลานี้ไปเหมือนเป็นเพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น

    是生死不羁的欢恨,问琴弦遥祝了几程,
    Shì shēngsǐ bùjī de huān hèn, wèn qín xián yáo zhùle jǐ chéng,
    แม้ชีวิตจะเลือกความสุขหรือทุกข์ไม่ได้ ไถ่ถามพิณสำแดงแรงปรารถนาของการเดินทางที่ไร้จุดหมาย

    就用这无名一曲诺此生。
    jiù yòng zhè wúmíng yī qū nuò cǐshēng.
    ให้บทเพลงนิรนามนี้เป็นพันธสัญญาของชีวิต


    长行的,不停留,
    Cháng xíng de, bù tíngliú,
    ผู้ใดที่ปรารถนาท่องพเนจรโดยไม่หยุดพัก

    归来的,飘零久。
    guīlái de, piāolíng jiǔ.
    แล้วผู้ใดกันยังรอการรอคอยการกลับคืน

    临别前,重逢后,
    Línbié qián, chóngféng hòu,
    หลังแยกจากกันจนวนกลับมาพบเจอกันในอีกครา

    林泉渡水,白云载酒。
    línquán dù shuǐ, báiyún zài jiǔ.
    ก้าวผ่านพนาข้ามลำธาร เมฆหมอกพัดพากลิ่นไอจอกสุรา

    此身赴风波,还以为今时不识我,
    Cǐ shēn fù fēngbō, hái yǐ wéi jīnshí bù shí wǒ,
    ให้ฝังชีวิตนี้ไปพร้อมกับเรื่องวุ่นวาย หากวันเวลาผ่านไปก็คงลืมข้าไป


    惆怅人间客*,谁才是忘情者。
    chóuchàng rénjiān kè, shuí cái shì wàngqíng zhě.
    การวนเวียนวัฏสงสารในโลกมนุษย์ แล้วผู้ใดสามารถปล่อยวางอดีตที่แล้วมานี้ได้


    清风过故城,又一次将横笛吹彻,
    Qīngfēngguò gù chéng, yòu yīcì jiāng héng díchuī chè,
    เชื้อเชิญเหล่าวาโยพัดพาผ่านเมืองนี้ไป และอีกครั้งหนึ่งที่ขลุ่ยบรรเลงทำนองให้ผืนดินได้ยล


    而此刻,又何以为歌?
    ér cǐkè, yòu héyǐ wéi gē?
    แท้จริงแล้วบรรเลงเพลงนี้เพื่อสิ่งใดกัน?

    是跌碎尘埃的孤魂,在天涯永夜处容身,
    Shì diē suì chén'āi de gū hún, zài tiānyá yǒng yè chù róngshēn,
    จิตวิญญาณที่สูญสลายไปราวกับละอองฝุ่น ที่แม้กระทั่งไม่มีที่ให้พักพิงบนพิภพผืนนี้

    听谁唱世外光阴,洞中朝暮只一瞬。
    tīng shuí chàng shì wài guāngyīn, dòng zhōng zhāo mù zhǐ yīshùn.
    ยินเสียงผู้ที่ร่ำร้องนอกเหนือวันเวลา ราวกับวันเวลานี้ไปเหมือนเป็นเพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น

    是生死不羁的欢恨,问琴弦遥祝了几程,
    Shì shēngsǐ bùjī de huān hèn, wèn qín xián yáo zhùle jǐ chéng,
    แม้ชีวิตจะเลือกความสุขหรือทุกข์ไม่ได้ ไถ่ถามพิณสำแดงแรงปรารถนาของการเดินทางที่ไร้จุดหมาย

    就用这无名一曲诺此生。
    jiù yòng zhè wúmíng yī qū nuò cǐshēng.
    ให้บทเพลงนิรนามนี้เป็นพันธสัญญาของชีวิต

    长行的,不停留,
    Cháng xíng de, bù tíngliú,
    แลผู้ใดที่ปรารถนาท่องพเนจรโดยไม่หยุดพัก

    归来的,飘零久。
    guīlái de, piāolíng jiǔ.
    แล้วผู้ใดกันยังรอการรอคอยการกลับคืน

    临别前,重逢后,
    Línbié qián, chóngféng hòu,
    หลังแยกจากกันจนวนกลับมาพบเจอกันในอีกครา

    林泉渡水,白云载酒。
    línquán dù shuǐ, báiyún zài jiǔ.
    ก้าวผ่านพนาข้ามลำธาร เมฆหมอกพัดพากลิ่นไอจอกสุรา

    是风云浴血的故人,在天地静默处启唇,
    Shì fēngyún yùxuè de gùrén, zài tiāndì jìngmò chù qǐ chún,
    ดั่งชายชราหลั่งโลหิตให้กับความไม่แน่นอนของชีวิต ผู้ใดจะปริปากกล่าวออกมาแม้แต่สวรรค์เองก็ไม่รับรู้

    低唱过世外光阴,洞中朝暮只一瞬。
    dī chàng guòshì wài guāngyīn, dòng zhōng zhāo mù zhǐ yīshùn.
    ยินเสียงผู้ใดร่ำร้องนอกเหนือวันเวลาเหล่านี้ ราวกับวันเวลานี้ไปเหมือนเป็นเพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น

    是出鞘即斩的霜刃,避不开心头旧红尘,
    Shì chū qiào jí zhǎn de shuāng rèn, bì bù kāixīn tóu jiù hóngchén,
    ชักคมดาบขาวบริสุทธิ์หยุดเวลานั้นไว้ ไม่ว่าใครก็ไม่อาจที่จะหลีกหนีจากกฎแห่งกรรมนี้ได้


    就用这无名一曲诺此生。
    jiù yòng zhè wúmíng yī qū nuò cǐshēng.
    ให้บทเพลงนิรนามนี้เป็นพันธสัญญาของชีวิต

    是跌碎尘埃的孤魂,在天涯永夜处容身,
    Shì diē suì chén'āi de gū hún, zài tiānyá yǒng yè chù róngshēn,
    จิตวิญญาณที่สูญสลายไปราวกับละอองฝุ่น ที่แม้กระทั่งไม่มีที่ให้พักพิงบนพิภพผืนนี้

    听谁唱世外光阴,洞中朝暮只一瞬。
    tīng shuí chàng shì wài guāngyīn, dòng zhōng zhāo mù zhǐ yīshùn.
    ยินเสียงผู้ที่ร่ำร้องนอกเหนือวันเวลา ราวกับวันเวลานี้ไปเหมือนเป็นเพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น

    是生死不羁的欢恨,问琴弦遥祝了几程,
    Shì shēngsǐ bùjī de huān hèn, wèn qín xián yáo zhùle jǐ chéng,
    แม้ชีวิตจะเลือกความสุขหรือทุกข์ไม่ได้ ไถ่ถามพิณสำแดงแรงปรารถนาของการเดินทางที่ไร้จุดหมาย

    就用这无名一曲诺此生。
    jiù yòng zhè wúmíng yī qū nuò cǐshēng.
    ให้บทเพลงนิรนามนี้เป็นพันธสัญญาของชีวิต


    Note :

    ข้อมูลเชิงอรรถ

    拨雪寻春,烧灯续昼。เป็นวรรคหนึ่งของบทกลอน《踏莎行·元夕》ประพันธ์โดย 毛滂 (Máo pāng) นักกวีที่มีชื่อเสียงในสมัยราชวงศ์ซ่ง(เหนือ)

    อภิธานศัพท์

    长行的,不停留,: คำว่า 长行 ในที่นี้หมายความว่าการเดินทางที่ยาวนาน เพื่อให้เข้ากับบริบทของเนื้อเพลงจึงขอใช้คำว่าพเนจร ค่ะ

    谁才是痴狂者 : คำว่า 痴狂 หมายความว่า  ลุ่มหลงอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง ในความคิดส่วนตัวของผู้แปลคิดว่าน่าจะเรียกว่าหมกมุ่นกับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง(เรื่องที่ควรปล่อยวางกลับไม่ปล่อยค่ะ)

    惆怅人间客 : คำว่า 惆怅 ในที่นี้หมายความว่าเศร้าใจ,ทุกข์ระทม ส่วนคำว่า 人间 หมายความว่าโลกมนุษย์ ในความคิดส่วนตัวของผู้แปลน่าจะหมายความว่าการวนเวียนวัฎสงสารของโลกมนุษย์ค่ะ 

    是出鞘即斩的霜刃,避不开心头旧红尘,:  คำว่า 红尘 หมายความว่า สังคมโลก,โลกีย์วิสัย ถอดความอีกทีก็แปลถึงกามารมณ์,ตัณหา หรือกิเลส ในทางพุทธศาสนาจะหมายถึงวัฏฏะ3 กิเลส กรรม วิบาก ถ้าตัดขาดไม่ได้ก็จะเกิดความทุกข์ แล้วก็เข้าสู่วงจรกรงกรรมค่ะทางผู้แปลเลยขอใช้คำว่ากฎแห่งกรรม เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของเพลงค่ะ

    .





Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in