เดินเที่ยวไปด้วยกันTez
เดินเที่ยวพิพิธภัณฑ์ย่านบางลำพู


  • วันนี้ (22 กุมภาพันธ์ 2017) ด้วยความที่ตัดสินใจแบบฉับพลันมาก เหนื่อย ๆ แล้วงอแงกับตัวเอง เลยพาร่างเปื่อย ๆ เข้าพิพิธภัณฑ์มาฮีลตัวเอง (ถือเป็นการตัดสินใจที่ดีสำหรับเรามาก) ก็เลยเดินจากป้ายรถเมล์ตรงทางลงสะพานพระปิ่นเกล้าไปทางถนนจักรพงษ์ (ทางตรอกข้าวสารนั่นแหละ) ข้ามถนน มุ่งตรงเข้าพิพิธภัณฑ์เหรียญ




    พิพิธภัณฑ์เหรียญ ตั้งอยู่ที่ถนนจักรพงษ์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพ 10200 
    เบอร์ติดต่อ 02 282 0818
    เปิดตั้งแต่ 10.00 - 18.00 น.
    เปิดทุกวันอังคารถึงวันอาทิตย์
    วิธีเดินทางมาไม่ยาก นั่งสาย 3, 30, 32, 33, 524 เป็นต้น (เป็นสายประจำที่เรานั่งมาจากบ้าน)
    หรือถ้าไม่มั่นใจ นั่งสายไหนก็ได้มาลงสนามหลวง แล้วเดินข้ามฝั่งลอดใต้สะพานพระปิ่นเกล้าไปได้ อยู่ข้าง ๆ กับหอศิลป์แห่งชาติเลย



    พิพิธภัณฑ์เหรียญเปิดให้เข้าชมมาตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2014


    พอเข้าไปถึง จะมีเจ้าหน้าที่ขอตรวจกระเป๋า แล้วก็เดินผ่านเครื่องสแกน ไปลงชื่อเข้าชม แล้วก็รับบัตรเข้าชมพร้อมกับกระดาษอีก 1 ใบ


    ตอนที่เข้าชมก็จะมีเจ้าหน้าที่พาชมตลอดเลย แต่ระหว่างทางที่เดินไปที่ห้องแรก ก็จะมีนิทรรศการจัดเอาไว้ข้าง ๆ มีทางเดินสำหรับผู้พิการ แล้วก็อักษรเบลล์ให้ด้วย

    อักษรเบลล์อยู่ในแผ่นเงินด้านล่างรูปหอยเบี้ยอันใหญ่


    เข้าไปที่ห้องแรกจะมีวิดีทัศน์ให้ชมเป็นวิวัฒนาการของเหรียญ เป็นการแลกเปลี่ยนตั้งแต่สมัยอดีตจนมาถึงทำเป็นเหรียญใช้เพื่อการแลกเปลี่ยน หลังชมก็จะเป็นตัวอย่างสื่อกลางที่ใช้ในการแลกเปลี่ยนสมัยก่อนด้วยล่ะ


    ตรงกลางจะเป็นซุ้มไฟ แล้วก็มีก้อนหินให้นั่งรอบ ๆ กองไฟ

    ปล. บริเวณที่เขาฉาย ก็จะฉายรอบ ๆ ผนังทั้ง 4 ด้าน แตกต่างกันออกไป แต่เป็นเรื่องเดียวกัน เวลาดูก็หมุนตัวเองไปรอบ ๆ ถ้าอยากดูให้ทั่วเลือกนั่งกลาง ๆ แล้วหมุนเอาเลย


    เราชอบตรงที่เสียงบรรยายไม่ชวนง่วง หรือน่าเบื่อเลย แถมมีสั่นด้วย


    ถัดไปอีกห้องนึงเป็นเส้นทางวิวัฒนาการของเงินตรา ห้องนี้จะเล่าถึงสมัยก่อนว่าใช้อะไรในการแลกเปลี่ยนบ้าง มีหลายอย่างน่าสนใจมาก 



    ถัดไปก็ยังอยู่ในโซนเดียวกัน เป็นเรื่องของเงินก้อนหินของชาวเกาะแยปในมหาสมุทรแปซิฟิคใต้ คือใหญ่มาก แล้วก็ต้องเจาะรูตรงกลางด้วย 


    มาถึงโซนสุดท้ายที่ได้เข้าไป เป็นโซนที่ทำตราปั้มเหรียญสมัยก่อน อันนี้เป็นลายสิงโตอ้าปาก


    ปล. ต้องออกแรงกดมาก ๆ ไม่งั้นจะมองไม่เห็น ของเรามองเห็นไม่ชัดเพราะกดไม่แรงพอ


    พอออกมาข้างนอกก็จะมีอีกอันนึงที่เป็นตราของไทย 

    อันนี้จะเป็นตราสมัยรัชกาลที่ 4 ปั้มเห็นลายชัด ไม่ต้องออกแรงเยอะ แต่ถ่ายรูปออกมาไม่ค่อยเห็นเลย


    ตอนนี้ยังเข้าชมฟรีจนกว่าชั้นที่ 2 และ 3 จะแล้วเสร็จ น่าจะไม่เกินปีนี้ (ทางแอดมินเพจตอบคนถามมาแบบนี้นะ) ใครสนใจเข้าไปชมกันได้เลย


    หมดแค่นี้ ที่ได้ดูที่พิพิธภัณฑ์เหรียญชั้นเดียว


    แล้วเราก็ยังไม่อยากกลับบ้าน เลยเดินจากพิพิธภัณฑ์เหรียญไปยังพิพิธบางลำพู เดินไปไม่ไกลเลย 1 แยกเท่านั้น เดินไปทางถนนจักรพงษ์ย้อนกลับไปผ่านตรอกข้าวสาร เลี้ยวตรงแยกพระสุเมรุ เดินต่อไปที่ป้อมพระสุเมรุ ก็จะเจอพิพิธบางลำพูตั้งเด่นอยู่


    พิพิธบางลำพู ตั้งอยู่ที่ถนนพระสุเมรุ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพ 10200 
    เบอร์ติดต่อ 02 281 9828
    เปิดตั้งแต่ 10.00 - 18.00 น.
    เปิดทุกวันอังคารถึงวันอาทิตย์

    WEBSITE |FACEBOOK | TWITTER | INSTAGRAM


    ภาพแผนที่จาก http://www.artculture4health.com/contents/view/80

    แอบไปถามเจ้าหน้าที่มา วันธรรมดาคนจะไม่ค่อยเยอะ ถ้าวันไหนเยอะ คือกรุ๊ปทัวร์ หรือจองไว้จะมาลง ส่วนวันเสาร์อาทิตย์ คนอาจจะเยอะกว่าวันธรรมดาหน่อย


    ปล. หารองเท้าที่ถอดและใส่ง่ายไปจะดีกว่า เพราะที่นี่ต้องถอดรองเท้าก่อนเข้าภายในตัวอาคาร


    แล้วช่วงเวลาที่เราไปก็ดันเป็นช่วงที่คนน้อยมาก ๆ (น้อยขนาดที่ว่าตอนแรกเข้าไปชมวิดีทัศน์มีเราแค่คนเดียว โหวงมาก ฮรือออออ)


    เวลาเข้าไปชมวิดีทัศน์ก็จะเป็นการอธิบายหน้าที่ต่าง ๆ ของกรมธนารักษ์ เล่าประวัติความเป็นมาเอาไว้ด้วย เสร็จแล้วก็ไปอีกห้องนึง อธิบายวิธีทำเหรียญต่าง ๆ มีตั้งแต่เหรียญ 1 สตางค์ 5 สตางค์ 10 สตางค์ 25 สตางค์ 50 สตางค์ 1 บาท 2 บาท 5 บาท 10 บาท และเหรียญสะสมต่าง ๆ 


    มีบอกถึงสถิติการใช้เหรียญของคนไทย เจ้าหน้าที่บอกว่าการผลิตเหรียญภายในประเทศ เหรียญบาทต้องผลิตเยอะสุดเลย เพราะคนไทยไม่ค่อยใช้เหรียญบาทกัน


    แล้วก็มีตัวอย่างตู้หยอดเหรียญด้วย อย่างตู้ซื้อบัตรของ BTS, MRT, ตู้กดน้ำ หรือแม้กระทั่งตู้หนีบตุ๊กตา

    ห้องถัดมาเป็นห้องที่เกี่ยวกับหน่วยงานภายในกรมธนารักษ์ ทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน แล้วก็การดูแลรักษาทรัพย์สินมีค่าของแผ่นด้วย จะจัดแสดงไว้ใน 2 ห้องนี้ 



    ห้องถัดมาเป็นห้องเกี่ยวกับการประเมินราคาที่ดินของกรมธนารักษ์ (ทั้งนี้และทั้งนั้น การประเมินราคาที่ดินจะมีอยู่ 2 จำพวก คือ คงที่ กับแพงขึ้น) โดยเจ้าหน้าที่บอกว่า ที่ดินที่แพงที่สุดในกรุงเทพคือ สีลม ส่วนถูกที่สุดคือ บางขุนเทียน ส่วนในระดับประเทศ ที่ดินที่แพงที่สุดในประเทศไทยคือ หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ถูกที่สุดคือ ดอยเต่า จังหวัดเชียงราย


    ถ้าอยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่ดิน สามารถไปติดต่อได้ที่ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ อาคาร B 


    ถัดมาก็จะได้เข้าเรือนไม้แล้ว ห้องเรือนไม้จะเป็นห้องที่เล่าเรื่องราวของบางลำพู วิถีชีวิต แล้วก็ร้านรวงต่าง ๆ จะมีวิดีทัศน์ให้ดูก่อน แล้วถึงเดินเข้าไปอีกห้องนึง ที่เราตกใจมาก ใจหายเลยก็ว่าได้ 



    ภายในห้องนี้ก็จะมีหลายโซนด้วยกันเลย ทั้งคณะนาครบรรเทิง มีฉายเรื่องเงิน เงิน เงิน มีโรงลิเก (โรงลิเกมีให้ใส่ชุดและถ่ายรูปได้ด้วย ปล.เป็นใส่ชุดแบบแสดงขึ้นบนจอนะ ไม่ใช่ใส่ชุดจริง ๆ) แล้วก็มีร้านขายแผ่นเสียง (เจ้าหน้าที่บอกว่าเจ้าของมอบให้กับทางพิพิธบางลำพู เป็นของเก่าด้วยล่ะ)


    แล้วก็เดินต่อเป็นทางแคบ ๆ ด้านข้าง จะเป็นจำลองร้านค้าสมัยก่อนที่ระแวงบางลำพู ซึ่งปัจจุบันปิดตัวลงเกือบหมดแล้ว ยกเว้นตั้งฮั่วเส็ง


    ห้องถัดมาเป็นเรื่องราวของถิ่นบางลำพู ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน  มีเป็นทามไลน์อย่างนี้เลย ไล่รัชกาลและไล่ปีไว้ให้เสร็จสรรพ ใครมีเวลาลองยืนอ่านดูก็ได้



    ต่อไปก็เป็นห้องที่เล่าถึงของดีประจำบางลำพู มีแทงหยวก ตีทองคำเปลว ทำใบลาน แล้วก็อีกหลาย ๆ อย่างเลย น่าสนใจเอามาก ๆ


    เจ้าหน้าที่บอกว่า การแทงหยวกนั้นจะใช้หยวกกล้วยตานีอย่างเดียว เพราะแทงแล้วไม่ช้ำ ถ้าใช้หยวกกล้วยอื่นต้องไปชุบน้ำยาก่อน 


    ถัดมาก็จะเล่าถึงต้นลำพูที่ยืนต้นมาเป็นเวลาหลายร้อยปี จนกระทั่งยืนต้นตายเพราะน้ำท่วมเมื่อปี 2011 ชาวบ้านเก็บกิ่งต้นลำพูต้นนั้นไว้ได้ 1 กิ่ง เมื่อเปิดพิพิธบางลำพูแล้วก็ได้เอากิ่งต้นลำพูนั้นมามอบให้เพื่อจัดแสดงต่อไป (ห้องมืดมาก แต่สวย มีจำลองต้นลำพูแล้วก็หิ่งห้อยเอาไว้ด้วย)


    ออกมาก็จะเป็นห้องที่ประดิษฐานพระพุทธรูปประจำบางลำพูเอาไว้ เจ้าหน้าที่บอกว่า พระพุทธรูปองค์นี้จะนำออกไปแห่รอบบางลำพูทุกวันที่ 12 แล้วก็จะนำไปประดิษฐานที่สวนสันติิชัยปราการเพื่อให้ประชาชนทั่วไปมาสักการะได้


    และถือเป็นห้องสุดท้ายที่ได้เข้าไป ด้านล่างก็จะพบกับห้องสมุดประชาชน ยังมีหนังสือไม่เยอะ แต่หนังสือหลากหลายดี ทั้งวิชาการ นวนิยาย หรือแม้กระทั่งหนังสือกฎหมาย


    เราใช้เวลาเดินชมที่พิพิธบางลำพูประมาณชั่วโมงกว่า ๆ ได้ 



    บรรยากาศที่นี่ค่อนข้างร่มรื่น มีที่นั่ง มีมุมต่าง ๆ แล้วก็ลมพัดเย็นตลอดเลย 



    เสียอย่างเดียวคือเรื่องถอดรองเท้านี่แหละ ฮรืออออ เขามีรองเท้าแตะให้ใส่เดินข้างนอกนะ แต่ถ้าไม่ถอดมันก็จะดีกว่านี้ แต่ก็เข้าใจแหละ พื้นไม้หมดเลย แถมเป็นตึกเก่าด้วย


    มีตัวแสบแอบมองด้วยล่ะ


    สำหรับพิพิธภัณฑ์สองที่ที่เราไปมา ถือเป็นการฮีลตัวเองได้ดีระดับนึงเลยล่ะ ส่วนตัวชอบที่พิพิธบางลำพูมากกว่าเพราะมันมีให้ชมเยอะกว่าที่พิพิธภัณฑ์เหรียญ เดี๋ยวพอที่นั่นทำเสร็จทั้งสามชั้นแล้วจะไปดูใหม่ การเดินทางไม่ยากอย่างที่คิด ถ้าจะไปต่อที่ตรอกข้าวสาร หรือจะหาอะไรทานแถว ๆ ถนนพระอาทิตย์ก็ได้ หรือจะไปสนามหลวงต่อก็เดินทางไม่ยาก 


    จริง ๆ สองที่นี้เราเดินทางผ่านบ่อยมาก แต่ไม่มีโอกาสแวะเข้าไปเลยซักครั้ง ไว้คราวหน้าว่าง ๆ คงจะได้มีโอกาสเดินเที่ยวแบบนี้อีก


    ปล. ใครไปมาแล้วแวะมาบอกกันด้วยน้า

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in