รีวิวนิยายวายจีน by.นุ้งเองannallis
รีวิวนิยายวายจีนเรื่อง ฮัสกี้หน้าโง่กับซือจุนแมวเหมียวสีขาวของเขา (2ha)
  •            บทความรีวิวเราจะขอแบ่งออกเป็น 2 พาร์ทนะคะ ในพาร์ทแรกนี้เราจะพูดถึง เรื่องย่อคร่าว ๆ ของนิยายและตัวละครหลักทั้งสี่คนแห่งสื่อเซิง รวมถึงบอกเล่าความรู้สึกของเราที่มีต่อนิยายเรื่องนี้หลังอ่านจบค่ะ **ไม่สปอยล์เนื้อหา** ส่วนพาร์ทที่สองนั้นเราจะพูดถึงอีเวนท์ใหญ่ที่สำคัญในนิยายรวมถึงพูดคุยเกี่ยวกับตัวละครต่าง ๆ ตามความรู้สึกของเราเอง **สปอยล์เนื้อหา**


    ❅ part 1 ❅

    ภาพประกอบจาก Baidu

    ข้อมูลและเรื่องย่อคร่าว ๆ ของนิยายเรื่องนี้

               นิยายเรื่อง  二哈和他的白猫师尊 ชื่อไทยแบบไม่เป็นทางการคือ ฮัสกี้หน้าโง่กับซือจุนแมวเหมียวสีขาวของเขา หรือที่เรามักจะติดเรียกกันสั้น ๆ ว่า 2ha (เอ้อร์ฮา) แต่งโดยคุณโร่วเปาปู้ชือโร่ว (Meatbun doesn’t eat meat) ปัจจุบันมี LC ในไทยแล้วแต่ยังไม่ประกาศว่าสำนักพิมพ์ไหนได้ไปค่า


               เอ้อร์ฮานั้นจะเป็นเรื่องราวของพระเอก โม่หราน ที่หลังจากผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมาย เขาก็ได้สถาปนาตัวเองขึ้นเป็น “จักรพรรดิท่าเซียนจวิน” ผู้โหดร้ายที่ทุก ๆ คนต้องยอมสยบแทบเท้า และหลังจากนั้นไม่กี่ปีเขาก็ตัดสินใจฆ่าตัวตายเพราะรู้สึกว่าไม่อยากอยู่บนโลกใบนี้อีกต่อไปแล้ว แต่แล้วเรื่องราวกลับไม่จบลงเพียงแค่นั้น เพราะเขาดันกลับมาเกิดใหม่ ในร่างของตัวเองตอนช่วงอายุ 15 ปีอีกครั้ง  พร้อมด้วยความทรงจำในชาติที่แล้วที่ยังอยู่ครบเพียงบางส่วน ซึ่งในช่วงวัยนี้เขายังคงเป็นลูกศิษย์ของนายเอก ฉู่หวั่นหนิง แห่งยอดเขาสื่อเซิงอยู่ 

               และเพราะว่าได้รับโอกาสกลับมาเกิดใหม่นั้น โม่หรานก็เลยตัดสินใจจะใช้ชีวิตใหม่นี้แก้ไขเรื่องราวไม่ให้ “เหตุการณ์ร้าย ๆ บางเหตุการณ์ในอดีตเกิดขึ้นซ้ำรอยเดิมอีก” แต่แล้วเมื่อวันเวลาผ่านไป โม่หรานกลับค้นพบว่ามีหลาย ๆ อย่างเกี่ยวกับฉู่หวั่นหนิงที่ไม่ตรงกันกับความทรงจำของเขาในชาติที่แล้วไปอย่างสิ้นเชิง รวมทั้งเรื่องราวบางอย่างที่ซุกซ่อนอยู่เกี่ยวกับความทรงจำเพียงบางส่วนของเขาที่หลงเหลืออยู่ ซึ่งเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างลูกศิษย์และอาจารย์จะดำเนินต่อไปในทิศทางไหน และมีจุดจบอย่างไรก็ต้องไปติดตามในนิยายฉบับเต็มกันต่อไปนะคะ!

    ◈เรื่องย่อคร่าว ๆ ของนิยายในบทความนี้เราเรียบเรียงเอง หากจะนำออกไปโพสที่อื่น กรุณาให้เครดิตด้วยนะคะ◈


    ตัวละครหลักทั้งสี่คนแห่งยอดเขาสื่อเซิง     


    โม่หราน (โม่เวยอวี่)

    ท่าเซียนจวิน / โม่จงซือ (ปรมาจารย์โม่)

    ภาพประกอบจาก Missevan


    note: คุณโร่วเปาได้แบ่งไทม์ไลน์ของพระเอกในนิยายออกเป็นทั้งหมด 3 ช่วงนั่นก็คือ

    • โม่หรานช่วงจักรพรรดิท่าเซียนจวินในโลกที่แล้ว = 0.5
    • โม่หรานช่วงที่กลับมาเกิดใหม่ที่ยอดเขาสื่อเซิงใหม่ๆ เป็นฮัสกี้ตัวน้อย ๆ = 1.0
    • โม่หรานหลังจากเติบโตขึ้นเป็นฮัสกี้ตัวโตๆ และกลายเป็นโม่จงซือผู้โด่งดัง = 2.0

     

                มาพูดถึงตัวละครโม่หรานกันเลยค่ะ สำหรับเรานั้นโม่หรานค่อนข้างเป็นคนที่ไม่ค่อยซับซ้อน และซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเองมาก ๆ เลยค่ะ ใครดีด้วยก็ดีกลับ ชอบก็แสดงออกว่าชอบ ไม่ชอบก็แสดงออกมาตรง ๆ เลย ฉะนั้นเชื่อว่าหลายคนคงเคยเห็นผ่านตามาบ้างแล้วว่าโม่หราน 1.0 ค่อนข้างน่าทุบค่ะ 555555555 ซึ่งเราเองก็ยอมรับว่าตอนอ่านช่วง 1.0 เรากำหมัดแน่นทุกตอนเลยยย แถมโม่หรานช่วง 1.0 ยังกินไป 100 กว่าตอนจากทั้งหมด 311 ฮือ /เข่าทรุด

                และถ้าถามว่าทำไมถึงน่าทุบ นั่นก็เพราะโม่หราน 1.0 มีความทรงจำ 0.5 ติดมาด้วย ซึ่งภาพจำของฉู่หวั่นหนิงสำหรับ 0.5 นั้น คืออาจารย์ที่ใจร้าย ไม่ชอบตนเอง ฉะนั้นโม่หราน 1.0 นั้นจะดำเนินชีวิตไปด้วยการเหม็นขี้หน้าฉู่หวั่นหนิงไปในใจค่ะ 55555555 ถามว่าทำไมต้องเหม็นในใจ นั่นก็เพราะตอนนี้น้องอยู่ในร่างที่อายุเพียงแค่ 15 ปีเองค่ะ น้องไม่สามารถด่าหรือโกรธเกลียดซือจุนที่อายุมากกว่าตัวเองได้แบบโต้ง ๆ นั่นเอง และด้วยความที่เหม็นขี้หน้าเขานี่แหละไอ่ยูกหมาของเราก็เลยเผลอทำร้ายจิตใจฉู่หวั่นหนิงไปโดยที่ไม่รู้ตัวอีกด้วยค่ะ ㅠㅠ

                ถึงแม้ว่าจะรีบอร์นใหม่แล้วก็ตาม แต่หลาย ๆ เหตุการณ์จะดำเนินไปซ้ำรอยเดิม แต่องค์ประกอบบางอย่างจะไม่เหมือนเดิมค่ะ ยิ่งวันเวลาผ่านไปโม่หรานก็ได้เห็นฉู่หวั่นหนิงในแบบที่ตัวเองไม่เคยเห็นมาก่อน ฉู่หวั่นหนิงในแบบที่ขัดแย้งกันกับความทรงจำเดิมของชาติที่แล้ว พอมาถึงจุดนี้น้องก็จะเริ่มไม่ค่อยเกลียดซือจุนเท่าเมื่อก่อนแล้ว เพราะตั้งแต่รีบอร์นมานี้ น้องจะเห็นแต่มุมใหม่ ๆ ของซือจุนอยู่บ่อย ๆ  อารมณ์แบบ เอ... เขาไม่เห็นใจร้ายเหมือนเมื่อก่อนเลยเลยแฮะ?

                ซึ่งตรงนี้แหละค่ะทุกคนมันเป็น Cuteness point เลย! แบบเราจำได้ว่าเขาเกลียดเรานี่หว่า เขาไม่ชอบเรา แล้วเขามาช่วยเราทำไม? เขามาทำอย่างนั้นเพื่อเราทำไม? และเราเองก็เกลียดเขา ไม่ชอบขี้หน้าเขา แต่ทำไมจิตใต้สำนึกถึงสั่งให้เราเป็นห่วงเขา ทำไมเราถึงคิดถึงแต่ใบหน้าเขา ทำไมเราถึงเขินเขาแค่เพราะเห็นเขาในชุดคลุมอาบน้ำ!!! ทำไมเราถึงต้องทำอะไรแบบนี้เพื่อเขาด้วย ทำไม ทำม้ายยยยย (เครื่องหมายคำถามx100) พอถึงตรงนี้เราแบบตบเข่าฉาดด้วยความสะใจแล้วตะโกนว่าก็เพราะแกชอบเขาไง!!!! แกชอบเขาโว้ยโม่หราน!!!!! แต่แกแค่ไม่รู้ตัว!!!!! ฮือ55555555

     

                อะแฮ่ม ๆ กลับมา ๆㅡ แน่นอนว่ายังไงซะน้องเป็นฮัสกี้ 1.0 ไปไม่ได้ตลอดค่ะ พอมาถึงจุดนึง เรียกได้ว่าเป็น Turning Point ของโม่หรานเลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะเป็นจุดที่ทำให้น้องอีโวจาก 1.0 เป็น 2.0 โม่จงซือ (ปรมาจารย์โม่) ที่โด่งดังและมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วเลย

                ช่วงนี้นี่แหละค่ะทุกคน!! ที่เป็นช่วงสุดยอดแห่งความหลัว 555555555555 เพราะน้องกลายเป็นฮัสกี้ตัวโตที่นู่มมมมมและอบอุ่นยิ่งกว่าไมโครเวฟ แม้แต่พระอาทิตย์ยังต้องหลบให้! โม่จงซือเป็นโม่หรานเวอร์ชั่นที่อัพเดตแพทช์มาใหม่แล้ว เป็นโม่หรานที่มีความคิดความอ่านโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว รวมถึงได้สะสางความเข้าใจผิดของตัวเองที่มีต่อซือจุนไปจนหมดสิ้นแล้ว จากนี้ไปน้องเป็นโม่หรานที่จะคอยมอบความรักให้ซือจุนเพื่อตอบแทนที่ซือจุนมอบอะไรให้ตนมาตั้งมากมาย แต่น้องกลับไม่รู้เรื่องอะไรเลยในช่วงก่อนหน้านั้น

                แต่นอกเหนือจากความรักที่น้องตั้งใจจะมอบให้ซือจุนแล้ว มันยังพ่วงมาด้วยความรู้สึกผิดต่อตนเองและซือจุนอีกด้วยค่ะ นั่นก็เพราะน้องได้รับรู้แล้วว่าที่ผ่านมานั้น ตนเข้าใจซือจุนผิดไป และรู้สึกเสียใจที่ตัวเองในอดีตทำร้ายจิตใจซือจุนไปตั้งมากมายขนาดนั้นได้อย่างไร ฉะนั้นแล้วโม่หราน 2.0 ในช่วงแรกจะไม่ใช่โม่หรานที่หวังจะเคลมซือจุน แต่เป็นโม่หรานที่หวังเพียงอยากจะทำดีกับซือจุนเพื่อชดเชยสำหรับเรื่องที่ผ่านมา ความรักของโม่หรานที่มีต่อหวั่นหนิงในช่วงนี้จะเป็นความรักแบบเทิดทูนไว้เหนือหัวเลยค่ะ หวั่นหนิงช่างสูงส่ง ขาวสะอาดบริสุทธิ์และดีกับข้าถึงเพียงนี้ ข้าจะต้องไม่ทำให้เขาเสียใจอีก*กระดิกหาง* นี่จึงทำให้น้องไม่กล้าจะคิดอะไรเกินเลยไปมากกว่านั้น แถมยังท่องไว้ในใจตลอดว่าต้องเคารพซือจุน รักซือจุน เคารพซือจุน รักซือจุน (ทั้งที่ในใจคือแทบจะสติแตกแล้วค่าคุณผู้โช้มมม) 


    note: ในส่วนของเจ้าโม่หราน 0.5 หรือท่าเซียนจวินนั้น เราจะขอยกไปพูดทีเดียวในพาร์ทสองเลยนะคะ แต่ว่าเราจะขอหยิบประโยคสั้น ๆ จากท่านหนึ่งในทวิตมานิยามเจ้า 0.5 คร่าว ๆ ว่า "ทุกความร้ายต้องมีที่มา ลูกฉันเป็นคนดี" ค่ะ ㅠㅠㅠㅠㅠㅠㅠ


    พูดถึงพระเอกกันมาเยอะละ เรามาพูดถึงนายเอกของเรื่องกันบ้างดีกว่าค่ะ! 

     ︾


    ฉู่หวั่นหนิง

    ผู้อาวุโสอวี้เหิงแห่งยอดเขาสื่อเซิง / ฉู่จงซือ (ปรมาจารย์ฉู่) / หวั่นเยว่อวี้เหิง / เป่ยโตวเซียนจุน

    ภาพประกอบจาก Missevan

                สำหรับเรานั้นฉู่หวั่นหนิงเป็นตัวละครที่เดาใจและรับมือยากมากกกกกกกกกกกกก เขาไม่พูด ไม่แสดงออก เขาเก็บทุกอย่างไว้คนเดียวในใจ เนื่องมาจากผู้คนล้วนมองว่าเขาเป็นผู้อาวุโสแห่งยอดเขาสื่อเซิง เป็นเซียนจวินที่สูงส่งและฝีมือเก่งกาจเป็นอันดับต้น ๆ ในโลกเซียน หลายคนจึงไม่กล้าเข้าใกล้ คบหาหรือสุงสิงด้วย แม้แต่เวลาที่เหล่าลูกศิษย์เดินสวนกับหวั่นหนิง พวกนั้นก็จะทำความเคารพแล้วก็รอให้เดินผ่านไปโดยไม่มีการทักทาย ถามไถ่อะไรที่นอกเหนือไปมากกว่านี้ และเพราะแบบนี้หวั่นหนิงจึงเริ่มปิดกั้นตัวเองเพราะเขารู้สึกว่า ในเมื่อไม่มีใครแคร์เขา เขาก็ไม่จำเป็นต้องแคร์ใคร ซึ่งพอยิ่งไม่ค่อยได้สุงสิงกับผู้คนหวั่นหนิงก็ต้องกินข้าวคนเดียว พูดน้อยลง จึงทำให้ทักษะการพูด ทักษะการเข้าสังคมรวมถึง self esteem ค่อนข้างต่ำไปด้วย

                จนกระทั่งมีโม่หรานเข้ามาค่ะ โดยแรก ๆ นั้นหวั่นหนิงค่อนข้างไม่คุ้นชินกับการถูกตามวอแว ถูกตามดูแล และรู้สึกทำตัวไม่ค่อยถูก เลยแสดงออกมาในรูปแบบการพูดขึ้นเสียงบ้าง วีนใส่น้องบ้าง เดินหนีบ้างอะไรบ้าง จนกระทั่งมันเดินทางมาถึงจุดหนึ่งที่มันเริ่มมีความรู้สึกเอ๊ะ ๆ อยู่ในใจ แต่อย่างว่าค่ะ ตอนนั้นโม่หรานเป็นแค่เด็กอายุ 15-16 เท่านั้น บวกกับวันหนึ่งเจ้าเด็กที่มันเคยตามวอแวเรานั้นเริ่มหันเหไปหาคนอื่น(?) หวั่นหนิงจึงกลบฝังดินความรู้สึกพวกนั้นไว้และพยายามจะไม่นึกถึงมันค่ะ

                นอกจากนี้แล้วเรายังรู้สึกอีกว่าฉู่หวั่นหนิงมีอีกหนึ่งนิสัยที่จะทำให้ตัวเองต้องเจ็บปวดนั่นก็คือ เวลาที่เขาทำอะไรเพื่อใคร เขาไม่ป่าวประกาศให้ใครรับรู้ แต่ระหว่างที่เราอ่านไปนั้น เรากลับรู้สึกว่าหวั่นหนิงเขาแอบเก็บมาน้อยใจอยู่นะ  เหมือนต่อให้เขาไม่พูด แต่ลึก ๆ ในใจเขาก็หวังให้คนอื่นรับรู้มันบ้าง (ใครมันจะไปรู้ละค้าบบบบ ก็ท่านไม่พูดอะ ㅠㅠ) ซึ่งจุดนี้เองก็เป็นอีกสิ่งทำให้หวั่นหนิงต้องมานั่งเสียใจอยู่คนเดียวโดยที่ไม่มีใครรู้เลย

     

                แต่เมื่อเรื่องราวดำเนินมาจนถึงช่วงที่โม่หรานกลายเป็น 2.0 ฮัสกี้โตเต็มวัยนั่นแหละค่ะ จะเป็นช่วงที่เรียกว่าหวั่นหนิงสติแตก555555555 ก็ไอเด็กมันโตขึ้น สูงขึ้น หล่อขึ้นแถมยังคอยมาเอาอกเอาใจเทคแคร์จนหัวใจของหวั่นหนิงมันยุบยิบ ๆ ไปหมดเลยฮึ่ย! ยิ่งพอโม่หรานรู้ใจตัวเองก็เดินหน้าพูดคุยเรื่องนี้กับหวั่นหนิงตรง ๆ จนในที่สุดสองคนนี้ก็ได้ทำอะไร ๆ ตรงกับความต้องการของหัวใจตัวเองซักทีค่ะ.. อ๊ะ ๆ อย่าเพิ่งด่วนดีใจค่ะ ทางนี้บอกได้เลยว่าเส้นทางขวากหนาม เลือดโชก และความเจ็บปวดทั้งหลายแหล่ รวมถึงน้ำตาหลายถังที่หมดไปก่อนหน้านี้คือแค่น้ำจิ้มถ้วยเล็ก ๆ ค่ะ


                เพราะนรกที่แท้จริงคือช่วงเวลาต่อจากนี้ และแน่นอนว่านรกยาวไปแบบ non-stop ไม่มีเวลาให้พักเลยค่ะ จะได้พักอีกทีก็.. ตอนจบค่ะ 555555555555555555555555555 /หน้าซีด

     

                สรุปง่าย ๆ ก็คือหวั่นหนิงเป็นคนขี้หงุดหงิดโมโหง่าย พูดจาเพราะ ๆ ไม่ค่อยเป็น ไม่ชอบยุ่งวุ่นวายกับใคร แต่แท้จริงแล้วเป็นคนดีมาก ๆ คนหนึ่งเลย พื้นฐานก็เป็นคนใจดี (เขาใจดีกับลูกศิษย์ที่ไม่ใช่ลูกศิษย์ตัวเองด้วยซ้ำ) แถมยังรักลูกศิษย์ทั้งสามของตัวเองแบบมากกกก ชนิดที่ว่าพูดห้วน ๆ ไปงั้นแหละ เดี๋ยวไม่คูล!555555 อีกทั้งยังเป็นคนที่เมื่อได้รักใครแล้ว ต่อให้ต้องต่อสู้กับคนทั้งโลกเพื่อปกป้องคนที่รักไว้ให้ได้ หวั่นหนิงก็ยินดีทำแบบไม่มีเงื่อนไขใด ๆ เลยล่ะ

                ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพก็ตามชื่อเรื่องเลยค่ะ ฉู่หวั่นหนิงเป็นแมวตัวขาว ๆ หน้าตาดุ ๆ ประเภทที่ใครเข้าใกล้ก็จะโดนข่วนได้แผลกลับมา ทว่าจริง ๆ ก็เป็นแค่แมวตัวน้อย ๆ ตัวหนึ่งที่เปราะบางและบอบช้ำง่ายหากสัมผัสแรงเกินไป เป็นบุคคลที่ต้องการความรักและการเอาใจใส่เหมือนกัน เพียงแต่ด้วยนิสัยของตัวเองจึงไม่เคยเอ่ยปากขอร้องให้ใครมาดูแล และแสดงออกมาในเชิงกลับกันด้วยการบอกว่า ไม่เป็นไร แต่ในใจคืองอนตุ๊บป่องเดินกลับ red lotus pavilion ไปนั่งจมปุ๊กอยู่คนเดียวอีกตามเคย

    (แบบนี้เลย)

    ต่อไปมาพูดถึงอีกหนึ่งตัวละครที่ไม่พูดไม่ได้เลยค่ะ นั่นก็คือ “ซือเม่ย” ของเรา ~


    ซือเม่ย (ซือหมิงจิ้ง)

    ภาพประกอบจาก Missevan

                คนนี้เป็นหนึ่งในคาแรคเตอร์หลักที่ขาดไม่ได้อีกคนเลย ซือเม่ยในนิยายนั้นเป็น “ศิษย์พี่ผู้ชาย” ที่โม่หรานช่วง 0.5 และ 1.0 ชอบค่ะ (เพราะแบบนี้ในซีรีส์เฮ่าอีสิงจึงต้องเปลี่ยนเป็นผู้หญิง เพราะไม่งั้นมันจะเกย์มากกกกก และออกอากาศในจีนไม่ได้) โดยซือเม่ยนั้นเป็นผู้ชายรูปงาม กริยาอ่อนโยน ใจดี และเป็นห่วงผู้อื่นอยู่เสมอค่ะ อาจพูดได้ว่าเพราะซือเม่ยเข้ามาเทคแคร์โมหรานได้ถูกจังหวะมากกกกกกกนี่แหละ โม่หรานก็เลยเริ่มชอบซือเม่ยตั้งแต่ช่วงนั้นค่ะ 55555555 /กำหมัด

                ซึ่งบทซือเม่ยในช่วงต้น ๆ นั้นจะค่อนข้างจางจ๊างงงจาง อ้าว.. งงใช่มั้ยคะ เมื่อตอนต้นบอกเป็นคาร์หลัก แต่ทำไมบทจาง โอเคค่ะ ฉะนั้นเราจะหยุดพูดถึงซือเม่ยแต่เพียงเท่านี้และจะขอยกไปพูดอีกทีใน Part 2 แทนนะคะ


                เอาล่ะ พูดไปตั้งสามคนแล้ว ต่อไปมาพูดถึงคาร์แรคเตอร์หลักคนสุดท้ายค่ะ นั่นก็คือแทมทาดาแดม แทมแถ่ม แถ่มแทมแท้มมมมม *รัวกลอง* 



    เซวียเหมิง (เซวียจื่อหมิง)


    ภาพประกอบจาก Missevan 

                “เซวียเหมิง” พ่อคุณชายนกยูง คุณชายแห่งยอดเขาสื่อเซิง หรือที่เหล่าแม่ ๆ และแฟนนิยายติดเรียกกันว่า เหมิง ๆ นั่นเองค่า น้องเหมิง ๆ เป็นศิษย์คนแรกของฉู่หวั่นหนิงควบคู่มาด้วยตำแหน่งลูกชายของ “เซวียเจิ้งยง” ประมุขแห่งยอดเขาสื่อเซิงอีกด้วย คนนี้นี่เรียกได้ว่าเป็นลูกรักของด้อมเลยก็ว่าได้ค่ะ55555555555 เป็นตัวละครที่ทุกคนจะคอยโอ๋ คอยเอ็นดูมากเป็นพิเศษเพราะความน่ารักนุ้บนิ้บม้อบแม้บของน้องค่ะ /ม๊วฟฟฟ (ノ´ з `)ノ

                 ในส่วนของนิสัยนั้น เซวียเหมิงค่อนข้างเป็นเด็กที่มีความมั่นใจสูง (ก็แบคเขาดีอะมีเตี่ยเป็นถึงประมุขแห่งยอดเขาสื่อเซิง แถมยังได้คนระดับฉู่หวั่นหนิงมาเป็นซือจุนอีกทุกคนจะต้องอิจฉาข้า!) และค่อนข้างจะขี้โวยวายนิดนึงค่ะ โดยเฉพาะเวลาต่อล้อต่อเถียงกับโม่หราน แต่ถามว่าจริง ๆ แล้วในใจน้องก็อยากจะพูดดีๆ ด้วยแหละ แต่คนมันอายอะ มันเขิน! มันไม่เท่! มันไม่คูล! ก็เลยโวยวายเสียงดังแทน แก้เขิน55555555555555555 ซึ่งแรก ๆ ถ้าคนไม่ชอบคาร์แบบนี้อาจจะมองว่าน้องเป็นเด็กน่ารำคาญเพราะคอยงัดข้อกับโม่หรานอยู่ตลอดเวลา แต่ถ้าได้อ่านไปเรื่อย ๆ ก็จะรับรู้ได้เลยค่ะ ว่ารองจากหวั่นหนิงแล้ว ก็เหมิง ๆ นี่แหละที่รักโม่หรานมากกว่าใคร ๆ ㅠㅠ 

                 น้องเหมิง ๆ นี่ก็เป็นอีกคนที่รักและเคารพซือจุนมาก ๆ ฉะนั้นน้องจะกางปีกปกป้องซือจุนเสมอเลย ใครก็ห้ามมาว่าซือจุนของข้านะ! เรียกว่าในบรรดาศิษย์ทั้งสามคนนั้น น้องเป็นคนที่ติดซือจุนม้ากกกกกกกกกกมากที่สุดเลยค่ะ แถมหวั่นหนิงเองก็ไม่ค่อยดุน้องเลยด้วย เพราะส่วนใหญ่ไปลงที่โม่หรานหมดแล้ว (กรั่ก ๆ) ฉะนั้นน้องเลยกล้าเถียงโม่หรานแม้ว่าโม่หรานจะเป็นพี่ก็ตามเถอะ 55555

     

    note: สำหรับเซวียเหมิงแล้ว น้องต้องเรียกโม่หรานว่าพี่ชายค่ะ เพราะโม่หรานถูกเซวียเจิ้งยงรับมาเลี้ยงในฐานะหลานของประมุขแห่งยอดเขาสื่อเซิง หลังจากที่ญาติคนหนึ่งทางฝั่งของเซวียเจิ้งยงเสียและไม่มีคนเลี้ยงดูโม่หรานต่อ (ขอไม่อธิบายความสัมพันธ์ตรงนี้ไปมากกว่านี้นะคะ มันเป็นเนื้อหาในนิยาย) แต่น้องก็ไม่ค่อยเรียกโม่หรานว่าเกอหรอก ส่วนใหญ่จะเรียกแต่ โม่หรานโม่เวยอวี่!!! มากกว่า แต่อย่าให้น้องเรียกนะคะ เพราะว่าแฟนนิยายทุกคนรู้กันดีว่าเมื่อไหร่ที่เซวียเหมิงเรียกโม่หรานว่า “เกอ” เมื่อนั้นละก็... อิอิ (ไม่สป๊อยล์)


    ❚❚ ►

    (pause)

    พักหายใจกันแปปนึงงง ลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย ลุกไปจิบน้ำ แต่ถ้าพร้อมแล้ว.. ก็มาต่อกันเลยยย!



    ◄ ❚❚ 

    (play)

                 เรามาพูดถึงเรื่อง TW (TriggerWarning) กันบ้างดีกว่าค่ะ (สำคัญมากกกกกกกกกก) เพราะนิยายเรื่องนี้เป็นเรท 18+ มีเนื้อหาที่เต็มไปด้วย

    • gore
    • underage sex (main character & other character)
    • explicit sex 
    • rape (main character & other character)
    • unhealthy relationships
    • corporalpunishment
    • questionable principles
    • among other immoralities

     

                เห็น TW แล้วในฐานะแฟนนิยายก็อยากพูดอะไรไว้ซักเล็กน้อยค่ะ ส่วนตัวเรารู้สึกว่าที่เรื่องนี้ได้เรท 18+ มา ไม่ใช่เพราะ Sex scene อย่างเดียวค่ะ แต่เนื่องด้วยเนื้อหาบางตอนที่ค่อนข้างรุนแรง เช่น  ซีนที่มีการทำร้ายร่างกาย ซีนเลือดสาด ซีนที่อ่านแล้วทำให้สะเทือนใจพาจิตตก หรือบางซีนที่ไม่ควรอ่านตอนทานข้าวก็มีค่ะ และในส่วนของ Sex scene นั้น เราว่ามันมีแทบไม่ถึง 2-3% จากทั้งหมด 311 ตอน (ไม่รวมตอนพิเศษ) ฉะนั้นเรายืนยัน นั่งยัน นอนยันไว้ตรงนี้เลยค่ะว่านิยายเรื่องนี้ไม่ได้ขายแค่ NC และเราไม่อยากให้หลายท่านเข้าใจผิดเพียงเพราะเห็นจากแฟนอาร์ตเรท ๆ แล้วพาคิดไปว่าเรื่องนี้เป็นนิยาย 18+ ที่เต็มไปด้วย NC ดุ ๆ เพราะความจริงแล้วมันไม่ใช่เลย เอ้อร์ฮาเป็นนิยายดราม่าค่ะ ดราม่าแบบร้องไห้กันจนปวดตา ปวดหัว หอบตัวโยนสะอื้นเป็นชั่วโมงเลยทีเดียว 555555555

                หากใครอ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกว่าตัวเองไม่โอเค น่าจะรับไม่ไหวสามารถกดปิดไปได้เลยนะคะไม่ฝืนตัวเองเนอะ เตือนแล้วน้า ㅠㅠ

    (ปุ่มแดง ขวาบน จิ้มเลยค่า ._.)

     

    5

     

    4

     

    3

     

    2

     

    1


    มาต่อกันเล้ยยย 

    ความรู้สึกของเราที่มีต่อนิยายเรื่องนี้หลังอ่านจบ **ไม่สปอยล์เนื้อหา**


                ความรู้สึกแรกของเราหลังอ่านจบคือแบบ เห้ย ทรมานมาทั้งเรื่องขนาดนี้ ตอนจบทำไมมันไม่ค่อยสุขจนล้นหัวใจเลย ถึงแม้นิยายเรื่องนี้จะจบแบบ happy ending แต่เรากลับรู้สึกว่าไม่ได้สวยงามขนาดนั้น มันเป็นตอนจบที่ไม่ได้มีพลุไฟสวย ๆ มีดอกไม้โปรยปรายลงมา เต็มไปด้วยรอยยิ้ม หรือมีความสุขกันแบบพร้อมหน้าพร้อมตาอะไรขนาดนั้น

                โดยในตอนจบของนิยายเรื่องนี้นั้นบางคนต้องใช้ชีวิตที่เหลือจมไปกับความรู้สึกผิด บางคนต้องใช้ชีวิตไปอย่างหลบซ่อน บางคนแม้จะมีอิสระในโลกกว้างแค่ไหน แต่ข้างกายกลับว่างเปล่าและโดดเดี่ยว หรือแม้แต่กระทั่งบางคนที่ไม่ได้ทำอะไรผิด และเป็นเพียงแค่เหยื่อคนหนึ่งจากเรื่องราวร้ายๆ ทั้งหมดนี้แท้ ๆ แต่กลับต้องสูญสิ้นแทบจะทุกสิ่งไปอย่างไม่ยุติธรรม พอเรามานั่งคิดดูอีกทีเราก็พบว่าในจุดนี้โร่วเปาค่อนข้างเขียนออกมาได้เรียลมากค่ะ เพราะว่าในชีวิตจริงนั้นไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับความยุติธรรม ได้รับความรัก หรือได้รับโอกาสให้มีความสุขค่ะ /ปาดน้ำตา

                นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่อง “เหตุผล กับ ความถูกต้อง” อีกเรื่องที่เราชอบมาก ๆ เพราะแม้จะมีไม้บรรทัดแบ่งว่าอะไรขาวอะไรดำ แต่หลังที่จากที่เราได้อ่านเรื่องราวทั้งหมดทุกอย่างแล้ว เรารู้สึกว่าสุดท้ายแล้วพวกเขาก็แค่ทำไปตามเหตุผลของตัวเองก็เท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่าเหตุผลในมุมของตัวเราเองนั้นมักจะฟังขึ้นเสมอ พอเป็นแบบนี้มันก็เลยกลายเป็นเรื่องที่ค่อนข้างพูดยาก และในจุดนี้ก็คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนอ่านแล้วล่ะ ที่จะตัดสินว่าอะไรขาว อะไรดำ หรือบางทีอาจจะเป็นเพียงแค่สีเทา

                สำหรับเราแล้วนั้น เอ้อร์ฮาเป็นนิยายที่ค่อนข้างอ่านยาก และท้าทายระบบศีลธรรมในใจของคนอ่านมากค่ะ บางเรื่องนี่ถ้าหยิบมาถกเถียงกันเป็นวันก็ไม่จบ อีกทั้งยังมีดีเทลเยอะแยะมากมาย บางช่วงนี่ถ้าคนอ่านสติหลุดนิดเดียวคือต้องย้อนกลับไปอ่านใหม่เลย รวมไปถึงพวกอารมณ์ความรู้สึกนึกคิดลึก ๆ ของตัวละครที่แล้วแต่คนจะตีความออกมาอีก เพราะในบางครั้งตัวละครเหล่านั้นก็ไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ แต่บางประโยค บางภาษากาย กลับซ่อนความหมายโดยนัยไว้อีก ซึ่งต้องใช้สมาธิอ่านจริง ๆ ค่ะ


                เอาละค่ะ เราก็ขอจบบทความพาร์ทแรกสำหรับรีวิว 二哈和他的白猫师尊 ฮัสกี้หน้าโง่กับซือจุนแมวเหมียวสีขาวของเขาไว้เท่านี้ โดยเราให้คะแนนเรื่องนี้ที่ 9/10 (หัก 1 คะแนนเพราะหลอกกันด้วยชื่อนิยายน่ารัก ๆ ヽ( `д´*)ノ ) และขอยกให้เป็นนิยายขึ้นหิ้งอีกเรื่องของเราไปเล้ยยย เพราะว่าคุณโร่วเปาดำเนินเรื่องสนุกมากกกก การวางโครงเรื่องและสตอรี่ก็น่าสนใจชวนให้ติดตาม เรียกได้ว่าตั้งใจจะมาอ่านเพลิน ๆ แต่ไป ๆ มา ๆ กลับหยุดอ่านไม่ได้ รู้ตัวอีกทีก็อ่านยันตีสองตีสามตลอดเลย 5555555 แถมเคมีของพระนายก็ดีมากกกกกกกกก ยิ่งตอนเขาหวานใส่กันนี่โอ้ย /กัดผ้า และในส่วนของคู่รองก็ดีนะคะ!!! ดีดีดี ดีไปหมด อยากให้ลองมาอ่านกันค่ะะะะ /กวักมือ


               ส่วนพาร์ทสองที่ **สปอยล์เนื้อหานิยาย** มาแล้วนะคะ >>จิ้มตรงนี้<<


    สำหรับผู้ที่สนใจอ่านนิยาย เราจะแปะลิ้งค์อ่านไว้ให้กันตรงนี้เลยนะคะ 

    📖 

    Fan-trans by: คุณ rynnamonrolls

    แปลตั้งแต่ ตอนที่ 1-138 และยังอัพเดทอยู่เรื่อย ๆ ตามความว่างของคุณเขาค่ะ >>จิ้มตรงนี้<< 

    📖 

    Machine Translation:

    ตอนที่ 130-311(จบ) + ตอนพิเศษ >>จิ้มตรงนี้<<

              

     สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจกับนิยายเรื่องนี้ และมาจับมือรอเล่มไทยไปด้วยกันนะคะ! 

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
gone4295 (@gone4295)
ขอบคุณ​สำหรับการรีวิวที่มีประโยชน์​นี้ค่ะ อ่านแล้วเพลินมากๆ เหมือน​มีเพื่อนมานั่งเล่าเรื่องให้ฟังเลยค่ะ
ในฐานะที่เป็​นอีก1แฟนนิยายที่ด้นเรื่องนี้มาจนจบ ขอแสดงความเห็นด้วยกับรีวิวนี้โดยเฉพาะ​อย่าง​ยิ่งเรื่อง TW และฉากรักทั้งหลายค่ะ ถ้าใครจะคิดว่านิยายเรื่องนี้ชูโรงด้วยฉากวาบหวิว ก็ขอเป็นอีกเสียงบอกกล่าว​ให้มาลองอ่านเลยค่ะ แล้วก็​จะ​รู้​ว่า​ความจริง​นี่คือจุดกระตุ้นต่อมน้ำตาชั้นดีต่างหากค่ะ แงงงงง
ในแง่ของการแนะนำตัวละคร เป็น​รีวิว​ที่ครบเครื่อง​ครบครัน​มากๆค่ะ แถมสอดแทรก​ไว้ด้วยอารมณ์​ความรู้สึก​ที่อ่านแล้วอินมากๆค่ะ
แต่อยากช่วยออกความเห็น​เสริมใน ตลค ฉู่หวั่นหนิง​ด้วย​อีกนิดนึง​ค่ะ ความรู้​สึกห่างเหินจากผู้คนแวดล้อมที่เป็น​ออร่าแผ่ออก​มาจากร่างของหวั่นหนิงคนนี้ ถ้าแอบอ้างอิงจากทัศนะของคุณโร่วเปาที่เขียนไว้ตอนครบรอบ2ปีที่เราเห็น​ด้วยมากๆเลยก็​คือ เป็น​เพราะ "ความศักดิ์สิทธิ์" ที่คนเอาไปแปะไว้บนตัวหวั่นหนิงด้วยค่ะ การถูกคาดหวัง​จากคนรอบข้างด้วยอารมณ์​ที่เทิดทูน​ปนหวาดกลัว​มากๆเข้า นานๆเข้าจึงไม่พ้นกลายเป็น​เส้นแบ่งกั้นการดำรง​อยู่​ของทั้ง2ฝ่ายไปโดยปริยายค่ะ แต่โดยรวมแล้วหวั่นหนิงก็ยังคงเป็น​แมวเหมียว​ตัวเร้กๆที่หันหน้าเข้ามุมตอนเสียใจ เลียแผลใจอยู่ลำพังตามรูปอยู่ดีค่ะ งืออออ
รออ่านพาร์​ท2นะคะ เป็น​ กลจ ให้และขอบคุณ​อีก​ครั้ง​สำหรับ​รีวิว​ดีๆแบบนี้ค่ะ ❤️