AllRise89allrisemookie
โพสต์นี้มีเนื้อหาที่อาจไม่เหมาะสมกับเยาวชน พู่กัน #minno
  • บ่ายวันอาทิตย์ที่ไม่มีแดดส่องลงมาจากฟ้าเลยสักนิด นาแจมินนั่งพิงหลังอย่างสบายใจกับกำแพงดาดฟ้าในมือมีโทรศัพท์ที่หน้าจอกำลังฉายซีรีส์ที่เขาโหลดมาดู เสียงพากย์ภาษาอังกฤษทำให้เด็กมหาลัยสายบัญชีแบบเขาต้องตั้งใจฟังเป็นพิเศษ ตาเรียวเพ่งไปที่ซับไตเติลที่อยู่ล่างจอ พร้อมหูที่ต้องตั้งใจฟังไปด้วย 


    "ลงไปหยิบพู่กันเพิ่มให้หน่อยดิ"

    เหมือนได้ยินเสียงแว่วๆ อะไรสักอย่างแต่ในเมื่อซีรีส์กำลังสนุกแจมินเลยไม่ได้สนใจคำร้องขอจากเสียงนั้น 

    "นาแจมิน"

    "..."

    "นี่!! แจมิน!!"

    "หาๆๆ หาา อะไรนะครับ"

    "เค้าบอกว่าลงไปหยิบพู่กันให้หน่อย อีกกล่องที่อยู่บนโต๊ะอะ"

    "อ่า โอเคๆ รอแปป"

    แจมินพยักหน้าก่อนถอดหูฟังออกแล้วเสียบโทรศัพท์ลงกับกระเป๋าหลังของกางเกง สองขาเดินไปที่ประตูแล้วเดินลงบันไดไปยังชั้น2 ซึ่งเป็นห้องนอนของเจโน่ลีหรือก็คือคนที่ใช้เค้าลงมาหยิบพู่กันเมื่อกี้นั่นแหละ 


    แจมินไม่เคยเข้าใจเลยว่าทำไมจะต้องขึ้นมาวาดรูปข้างบนดาดฟ้าทั้งที่ช่วงนี้ฝนตกบ่อยเหลือเกิน ในห้องก็ออกจะกว้าง มีพื้นที่ให้ทำเลอะเทอะอีกตั้งมาก แต่ก็นั่นแหละ ใครจะไปเข้าใจอารมณ์ศิลปินล่้ะใช่ไหมยิ่งเป็นศิลปินที่พ่วงตำแหน่งแฟนด้วยแจมินก็ไม่มีเหตุผลที่จะขัดใจเลย 

    ก่อนมาจีบก็พอได้ยินจากเพื่อนในแก๊งมาแล้วว่าเจโน่เป็นคนที่วันๆ ไม่ทำอะไร เรียกได้ว่างานหลักหรืองานอดิเรกคืออย่างเดียวกัน คือวาดรูปวาดรูปและวาดรูป และแน่นอนว่าแจมินก็เอาชนะใจแฟนตายิ้มของเขามาได้จากการมานั่งเฝ้าเจโน่วาดรูปนี่แหละ 

    เขาไม่ได้รู้สึกเบื่ออะไรเพราะเวลามาเฝ้าก็มักจะหยิบงานหยิบหนังสือมาอ่านบางทีก็เอาคอมมานั่งทำงาน มาดูซีรีส์ข้างๆ เจโน่ไม่เคยบอกว่าเกรงใจถ้าจะมานั่งเฝ้าถ้านั่งได้ทั้งวันก็นั่งไป จริงๆ เจโน่แทบจะไม่ได้พูดอะไรเลยด้วยซ้ำในช่วงแรกๆ ถามคำตอบคำ จนแจมินต้องพยามหาเรื่องสนุกๆ มาเล่า ทั้งเรื่องวีรกรรมตอนเด็กหนังสือที่ชอบอ่าน หนังที่ชอบดูผ่านไปสองเดือนทั้งคู่จึงเริ่มสนิทกันมากกว่าการเป็นแค่ คนมาจีบที่มานั่งเฝ้า

    เจโน่เริ่มเล่าเรื่องตัวเองบ้างเหมือนกัน ทั้งความหลงใหลในงานศิลปะ ประวัติของศิลปินที่แจมินเคยได้ยินแค่ชื่อ หรือแม้กระทั่งเทคนิคการวาดรูป การลงสีการล้างแปรง และนั่นก็ทำให้เขารู้ว่ามากกว่าความน่ารักและรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ของเจโน่แล้วความเอาจริงเอาจังกับสิ่งที่ตัวเองรักก็เป็นเสน่ห์ที่แจมินไม่แน่ใจเลยว่าจะไปหาแบบนี้ได้จากที่ไหนอีก 

    ผ่านไปเพียงสี่เดือนวันนั้นใต้ตึกจิตรกรรมที่เด็กหลายคนมานั่่งปั่นโปรเจกต์สำหรับไฟนอลก่อนขึ้นปี แจมินแกล้งถามเจโน่ว่าเพื่อนคนอื่นเขามีแฟนมานั่งเฝ้าวาดรูปแบบนี้หรือเปล่าตอนนั้นแทบจะไม่ได้คิดอะไรด้วยซ้ำ เพราะมือก็กำลังพิมพ์รายงานของตัวเองอยู่แต่สิ่งที่คนข้างๆ ตอบกลับมาทำให้เสียงคีย์บอร์ดต้องหยุดลง 

    "เบื่อเราแล้วเหรอ"เจโน่หันมาถามก่อนจะเอื้อมไปหยิบสีน้ำที่วางอยู่อีกฝั่ง 

    "หืม เปล่าเลย แค่ถามดูน่ะ"

    "อืม เพื่อนคนอื่นก็มีแฟนมาเฝ้านะ อย่างพี่เตนล์พี่รหัสเรา เห็นปะที่นั่งอยู่โต๊ะริมเสา"เจโน่ชี้นิ้วไปที่โต๊ะตัวหนึ่งที่มีผู้ชายสองคนนั่งอยู่คนนึงเป็นคนที่แจมินเคยเห็นเดินเข้ามาทักเจโน่บ่อยๆ ส่วนอีกคนเขาไม่แน่ใจเพราะไม่ค่อยคุ้นหน้า เขาเลยได้แต่พยักหน้าให้เจโน่ไปและหันไปเพื่อนฟังอีกคนเล่าต่อ

    "นั่นอะ มาร์ค ปีเดียวกับพวกเรา เรียนวิศวะพี่เตนล์บอกว่าเรียนหนักมากอาทิตย์นึงเห็นจะมานั่งเฝ้าแค่ครั้งสองครั้งเองมั้ง"

    "อ่อ"

    "นั่นขนาดเป็นแฟนกันนะ แล้วดูแจมินดิ มาหาเราแทบทุกวันก็คงเบื่อบ้างแหละใช่มั้ย"

    "เปล่าเลย เราแค่ กลัวโน่อึดอัด" แจมินไม่แน่ใจสิ่งที่อีกคนพูดมาเท่าไร เลยตัดสินใจถามคำถามที่คิดมาสักพักแล้ว จริงๆ สี่เดือนที่ผ่านมาเขาคิดว่าเขาค่อนข้างชัดเจนกับสิ่งที่ตัวเองทำ มาเฝ้ามานั่งคุย พาไปกินข้าว ไปส่งที่บ้าน คอยดูแลถามไถ่ทุกวันนี้รถของเขาก็มีอุปกรณ์วาดรูปของเจโน่อยู่เต็มหลังรถแล้ว แต่เขาก็ยังไม่แน่ใจว่าอีกคนเปิดใจให้เขามากหรือยัง เพราะกิจกรรมที่ทำมันก็เดิมๆ เดิมๆ มาตลอดหลายเดือน 

    "ไม่อยากให้อึดอัดใช่ป่าว" เจโน่วางพู่กันแล้วหันมาถามอย่างจริงจัง 

    "ก็ใช่ไง ใครจะไปอยากให้อึดอัดล่ะ"

    "งั้นมาเป็นแฟนเราสิ"

    "หะ" 


    เขาคิดว่าเขาหูฝาดไปแล้วแน่ๆ 

    เจโน่ลีเมาสีน้ำหรือมีผีมาสิงกันแน่ เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ 

    "เราพูดรอบเดียวนะ" เจโน่ยิ้มขำกับหน้าตาเลิ่กลั่กของเขาก่อนจะหันไปวาดรูปต่อ

    และหลังจากวันนั้นแจมินก็คิดว่าเขาจะเพิ่มการนั่งเฝ้าแฟนวาดรูปเป็นงานอดิเรกของตัวเองไปอีกหนึ่งอย่างนอกจากดูซีรีส์กับอ่านหนังสือ 





    "ไปเอาถึงไหนเนี่ย" เจโน่หันมาถามคนที่เพิ่งลากเท้าเดินกลับขึ้นมาชั้นดาดฟ้าอีกครั้งหลังจากลงไปเอาพู่กัน 

    "ดาดฟ้านี่ชั้น 5 นะครับคุณห้องคุณน่ะชั้น 2" แจมินวางกล่องพู่กันลงบนโต๊ะเล็กๆข้างขาตั้งวาดรูปแล้วเดินไปหาคนที่ยืนพิงดาดฟ้าอยู่ คงจะพักสายตาเหมือนเดิมหลังจากนั่งหลังขดหลังแข็งวาดรูปมาเกือบสองชม. 

    "ถ้ามันไกลมากวันหลังเดี๋ยวเค้าลงไปเอาเองก็ได้" น้ำเสียงเรียบๆ หลุดออกมาจากปากทุกครั้งเวลางอน แจมินรู้สึกหมั่นไส้แฟนตัวเองมาก ลุคหล่อนิ่ง ยิ้มสดใสที่คนภายนอกเห็นเป็นแค่ 30 เปอเซนต์ของสิ่งที่เจโน่เป็นเองมั้ง เพราะอีก 70 เปอเซนต์ที่เหลือคือความน้อยใจเก่ง แสนงอน แล้วก็ขี้ประชด 

    "โถ่ ใครจะให้แฟนตัวเองลำบากละฮึ" สองแขนรวบกอดเอวคนที่ยืนพิงระเบียงอยู่ ก่อนจะเอียงหน้าไปจูบแก้มขาวๆ ที่น่าหมั่นเขี้ยวนั่น เจโน่ยังคงยืนนิ่ง ไม่มีท่าทีจะขัดขืนหรือโต้ตอบอะไร

    "เจนนนนน" ลากเสียงยาวๆ ก่อนจะหันไปหอมแก้มอีกฝั่งนึง

    "เธออะ ชอบบ่น"

    "เค้ายังไม่ได้บ่นเลย แค่บอกว่ามาช้าเพราะเดินขึ้นลงสามชั้นนี่ไง" 

    "เนี่ย เถียงอีก"

    "อ่าว"

    สรุปคือนาแจมินผิดเองและคงเถียงอะไรไม่ได้อีกแล้ว เลยตัดสินใจเงียบแล้วกอดคนในอ้อมแขนแน่นกว่าเดิม คางยาววางลงบนไหล่ก่อนจะค้างอยู่ท่านั้น แค่กอดเอาไว้นี่หละ เดี๋ยวก็ใจอ่อนเอง

    "เบื่อเค้ามั๊ย" ผ่านไปสิบห้านาทีกับท่าเดิมเจโน่ก็พูดขึ้นมาแล้วผละจากอ้อมกอดเล็กน้อยก่อนหันมาถาม 

    "ไม่เลยครับ" ตอบทันทีแทบจะไม่ต้องคิด แจมินจูบลงบนปากบางของคนตรงหน้าเบาๆ ความเอ็นดูของเขาไม่เคยลดย้อยลงเลยตั้งแต่วันแรกจนวันนี้คบกันมาเกือบปีแล้วแจมินก็ยังไม่คิดจะเบื่อคนตรงหน้าเลยสักวัน 

    "แน่ใจนะ แต่เค้าเป็นแบบนี้ตลอดเลยอะ"

    "ก็มีบ้างที่เบื่อ แต่รักอะ จะให้ทำไง" 

    "อริ่ว ทำไมเธอน่ารักจัง" 

    "ผมก็น่ารักแค่กับคุณแหละครับ" 

    "ถ้างั้นคนน่ารักช่วยเอาพู่กันไปล้างให้หน่อยเดี๋ยวจะเก็บของลงไปข้างล่างละ" 

    เจโน่เดินไปเก็บขาตั้งแล้วรวบแปรงขึ้นมาก่อนจะยื่นมาให้คนที่ยืนอยู่ข้างหลัง 

    "อ้าว ไม่วาดต่อแล้วหรอ เพิ่งไปหยิบแปรงอีกชุดมาให้เนี่ย"

    "ไม่ละ อยากดูซีรีส์อะ ลงไปนอนเล่นบนเตียงแล้วดูซีรีส์เพลินๆ กันดีกว่า เนาะ"

    ว่าไว้แบบนั้นเจโน่ก็เดินถือกระดานกับขาตั้งลงไปข้างล่างทิ้งอุปกรณ์อีกนิดหน่อยไว้ให้คนตัวสูงถือตามลงไปติดๆ พอเดินมาถึงห้องทั้งคู่ก็วางของไว้มุมทำงานที่อยู่ริมหน้าต่าง 

    เจโน่เดินมาหยิบโน้ตบุ้คแล้วคลานขึ้นไปบนเตียง แต่ยังไม่ทันได้เปิดหน้าจอดีก็มีร่างที่สูงกว่าโน้มมาทับทั้งตัวให้แบนติดกับไปกับเตียง

    "อื้อออ ลุกไป หนัก"

    "ไม่ครับ ขอชื่นใจนิดนึง" 

    แจมินพลิกอีกคนให้นอนหงายก่อนก้มลงไปหอมคอหนึ่งทีสูดหายใจเข้าไปเต็มปอดแล้วเงยหน้ามายิ้มแป้น

    "พอใจยัง" คนข้างล่างยกมือมาคล้องคอก่อนจะลูบวนที่หลังต้นคอที่มีผมยาวๆละอยู่ 

    "ถ้าได้อีกนิดก็ดี แล้วคุณว่าไงล่ะ"

    "อืม เค้าไม่อยากดูซีรีส์แล้ว" 

    "หืม"

    "เมื่อกี้ล็อกห้องยัง"

    "ล็อกแล้วครับ"

    "อื้อ ทำกัน"

    แจมินได้แต่ยิ้มให้กับอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ของคนตรงหน้า มันก็แบบนี้แหละเดี๋ยวงอน เดี๋ยวอ้อน วันนึงมียี่สิบอารมณ์ อยู่กันมาเกือบปีแล้วเขาไม่คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นปัญหาของคู่เขาเลย ดีซะอีกถือว่าชีวิตมีสีสัน เวลางอนก็ได้หาวิธีต่างๆ มาง้อ เวลาโดนอ้อนก็เขินมากเขินน้อยให้ใจได้เต้นตลอด จะให้นั่งเฝ้าคนน่ารักแบบนี้วาดรูปวันละ 10 ชั่วโมงเขาก็ทำได้

    เจโน่ลีน่ะน่ารักที่สุดแล้ว

    และแจมินคิดว่าเขาก็ยังอยากอยู่ดูความน่ารักนี้ไปอีกนานๆ ไม่อยากแบ่งให้ใครได้เห็นเลย

    "อ่าาา แจมิน" 


    end

     

Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in