Fictober2019pampamgirl
Day 19-20-21-22 : Kiss-Shrine-Dawn-Contrast
  • “ฝ่าบาท…”


    “ว่าอย่างไร”


    “กระหม่อมมีเรื่องหนึ่งอยากถาม… ไม่รู้ว่าสมควรหรือไม่”


    “เจ้าถามมาสิ”


    เจิ้งเยี่ยนอึกอัก... เอ่ยถามเบาเหมือนกระซิบ... “ท่านเคยจูบพระมเหสีหรือไม่…”


    “...” พระหัตถ์หลี่เยี่ยนชิวหยุดชะงัก ผินพระพักตร์จับจ้องใบหน้าผู้ถาม เนิ่นนานกระทั่งน้ำหมึกจากปลายพู่กันหยดลงบนกระดาษขาว เกิดรอยเปรอะเปื้อนเป็นดวงใหญ่ จึงถอนหายใจพลางวางพู่กันลง


    ค่ำคืนนี้… ภายนอกตำหนักบรรทมจุดโคมไฟสว่างไสวตลอดทางเดิน หากแต่ภายในตำหนักกลับมีเพียงเงาสลัวของเทียนไขอ่อนแสง ใบหน้าของเจิ้งเยี่ยนที่ยืนอยู่ใกล้แค่เอื้อมจึงพร่ามัวเหมือนอยู่ไกลกันนับพันลี้… หลี่เยี่ยนชิวจึงมิอาจคาดเดาได้ว่าใบหน้านั้นกำลังสะท้อนความรู้สึกเช่นใดเมื่อเอ่ยปากไถ่ถามออกมา


    “เหตุใดจึงถามเช่นนี้…”


    “เดินทางไปสักการะศาลเจ้าครานั้น… ข้าเห็นนางกอดท่าน…”


    “เช่นนั้นหากข้าตอบว่าไม่… เจ้าจะเชื่อหรือ”


    หลี่เยี่ยนชิวทอดพระเนตรเพียงเงาเงียบงันของเจิ้งเยี่ยนที่ยืนสงบนิ่ง… มีเพียงก้อนเนื้อในพระทรวงที่คล้ายหล่นวูบลงกระแทกพื้น ในอกวูบโหวงว่างเปล่า… รู้สึกเศร้าสร้อยเกินบรรยาย


    แต่เจิ้งเยี่ยน… ตัวการถามไถ่กลับยังคงมิเอ่ยคำใด...


    พระเนตรหลี่เยี่ยนชิวแปรเปลี่ยนเป็นเพ่งพิศ… เฝ้าค้นหาคำตอบบางอย่างจากผู้ถาม… ตลอดมา… ข้ามิเคยทำให้เจ้าวางใจได้เลยหรือ... แตกต่างกับข้า… ไม่ว่าผู้อื่นจะกล่าวหาว่าเจ้าเสเพลเจ้าสำราญเพียงใด… ก็เชื่อมั่นในตัวเจ้าเสมอ…


    หลี่เยี่ยนชิวหลับพระเนตร… ถอนหายใจพรั่งพรู พลางตรัสเสียงเบา “เช่นนั้นเจิ้งเยี่ยน… ข้าใคร่ถามเจ้ากลับคำถามหนึ่ง…”


    เงาร่างนั้นขยับก้มลงคราหนึ่ง หลี่เยี่ยนชิวจึงรับสั่งต่อ


    “นอกจากเจ้าแล้ว… คิดว่าข้าดูคล้ายอยากจุมพิตผู้อื่นหรือ”


    “ฝ่าบาท! กระหม่อมมิได้หมายความเช่นนั้น!” ครานี้เจิ้งเยี่ยนตระหนกจริงแท้ คนก้าวปราดเดียวถึงข้างกายจักรพรรดิ ฉวยพระกร เขย่าเบาๆ “เพียงแค่… สงสัยเท่านั้นเอง”


    “เจิ้งเยี่ยน… ถึงแม้พระมเหสีจะตกเป็นเครื่องมือแสวงหาอำนาจของมู่ค่วงต๋า… แต่ข้าก็มิอาจจะฉกฉวยโอกาสนั้นล่วงเกินนางได้…” หลี่เยี่ยนชิวทอดพระเนตรเจิ้งเยี่ยนตรงๆ ดำรัสเสียงอ่อน “เพราะข้ามิเคยมีใจให้นาง...”


    เจิ้งเยี่ยนพูดไม่ออก… อันที่จริงเขาถามขึ้นมาเพราะอยากรู้อยากเห็นเท่านั้นเองจริงๆ ไม่คิดว่าฝ่าบาทจะคิดเป็นจริงเป็นจังเช่นนี้เลย ใบหน้าจิ้มลิ้มยิ้มแหย เอ่ยปากขอโทษเสียงอ่อย “กระหม่อมผิดไปแล้วพะย่ะค่ะ…”


    หลี่เยี่ยนชิวส่งเสียงอืมคราหนึ่ง พลางก้มลงหมายจะทรงอักษรสืบต่อ... แต่ก่อนจะได้เริ่มจับพู่กันอีกคราเสียงเจิ้งเยี่ยนก็ดังขึ้นถามอย่างเริงร่า “เช่นนั้นให้ข้าถามใหม่”


    “คำถามไม่ได้ความ… เลิกถามได้แล้ว” หลี่เยี่ยนชิวโบกมือ


    “โธ่… ฝ่าบาท ข้ารับรองว่าครั้งนี้จะเป็นคำถามที่ดีเหนือคำถามใดๆ ของข้าเลย”


    หลี่เยี่ยนชิวส่ายพระพักตร์ ถอนพระทัยยาว ก่อนพยักหน้าอนุญาตให้เจิ้งเยี่ยนถามได้


    เจิ้งเยี่ยนยกมุมปากข้างหนึ่ง เอ่ยกระซิบเสียงใส


    “ให้ข้าจูบท่านได้หรือไม่...”


    หลี่เยี่ยนชิวแทบสำลักชาที่กำลังยกขึ้นจิบ… คิดในพระทัยว่า คนผู้นี้… เมื่อยามใดนึกจะไร้ยางอาย... ผิวหนังบนใบหน้านั้นช่างหนา... หน้าด้านหน้าทนเกินผู้คนเสียเหลือเกิน…


    “ฝ่าบาท...​ คำถามข้าออกจะเข้าท่าเข้าทาง… เหตุใดท่านกลับมิตอบข้าเล่า” เจิ้งเยี่ยนลอยหน้าลอยตาถามอีกครั้ง


    หลี่เยี่ยนชิวกระแอมไอคราหนึ่ง พลางเอื้อนเอ่ยเบาๆ ว่า “ไม่ได้…”


    “หา…? เพราะเหตุใดเล่า” เจิ้งเยี่ยนโอดครวญจนมิทันสังเกตเห็นรอยสรวลแสนเจ้าเล่ห์ที่ประดับริมโอษฐ์อิ่ม


    จากนั้น… ว่องไวจนมองไม่ทัน… พระหัตถ์หลี่เยี่ยนชิวเอื้อมคว้าลำคอระหงขาวผ่องโดยที่เจิ้งเยี่ยนมิทันได้ตั้งตัว คนเซเข้าปะทะพระอุระกว้าง เรียวปากถูกประกบกักขังไว้ด้วยริมโอษฐ์อิ่ม… ลมหายใจถูกช่วงชิงเสียเนิ่นนาน…


    เมื่อริมฝีปากถูกปลดปล่อยเป็นอิสระอีกครั้ง หูเจิ้งเยี่ยนจึงค่อยๆ ได้ยินสุรเสียงแสนสำราญที่ดำรัสเบาๆ ว่า “เพราะข้าจะจุมพิตเจ้าเอง…”


    จากนั้น… หลี่เยี่ยนชิวก็กระทำตามที่ตนได้ลั่นวาจา… มอบจุมพิตให้เจิ้งเยี่ยน… ตลอดค่ำคืนจวบจนรุ่งสาง





    เจิ้งเยี่ยน... 


    จุมพิตข้า… มอบให้เจ้า

    สายตาข้า… จับจ้องเจ้า

    ราตรีของข้า… เป็นของเจ้า


    แรกรัตติกาลจนจวบตะวันรุ่งของข้า… มีเพียงเจ้าผู้เดียวเท่านั้น... 



Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
Pderingring (@Pderingring)
น่ารักจังเลยค่ะะะะะะะะะะะ //ดิ้นๆ
พี่เจิ้งเข้าใจในความชัดเจนของท่านอาอยู่แล้ว
เพราะด้วยตำแหน่ง...ก็เลยรู้สึก...สงสัยไปบ้าง
แต่สุดท้ายท่านอาก็พิสูจน์แบบชัดเจนแจ่มแจ้งจริงๆ ค่ะ
เป็นอีกครั้งที่พี่เจิ้งขุดหลุมฝังตัวเองอีกแล้ว 555555555
แต่แบบนี้น่ารักละเกิน มีความสุขกันทั้งสองฝ่ายเลย