เรื่องเล่าจากเพื่อนๆNoi Beleza
คาถาวิเศษ..ความอดทน

  • ตอนนี้จิตแพทย์งานหนักมาก
    Case พ่อแม่พาลูกมาปรึกษาเต็มไปหมด
    เพราะคนรุ่นใหม่ที่กำลังจะเป็น
    พลังพัฒนาประเทศ

    กลายเป็นคนที่เปราะบาง
    รักสบาย ใครขัดใจไม่ได้
    พร้อมจะระเบิดอารมณ์

    ถ้าระเบิดอารมณ์ไม่ได้
    ก็ระเบิดใส่ตัวเอง
    กลายเป็นโรคซึมเศร้ากันหมด
    แล้วประเทศชาติจะเอาใครไปช่วยพัฒนา...

    เหตุการณ์แบบนี้ในไทยและไต้หวัน
    เรียก "สตรอเบอรี่เจนเนอเรชั่น"
    ดูสวยงามแต่เปราะบาง

    ซึ่งไม่ต่างอะไรกับเด็กในประเทศจีน
    ที่ลูกชายคนเดียวของครอบครัว
    ถูกเลี้ยงตามอกตามใจราวกับเทวดา
    ไร้มารยาท ไร้ความเกรงใจผู้อื่น
    ควบคุมอารมณ์ไม่ได้

    สุดท้ายกลายเป็นโรคซึมเศร้ากันหมด
    เวลาเจอเรื่องที่ผิดหวัง...
    เรียก "ฮ่องเต้ซินโดรม"
    หรือกลุ่มอาการฮ่องเต้
    .
    .

    Self esteem หรือ
    ความภาคภูมิใจในตนเองไม่มี
    มีแต่หายอดไลค์ไปวันๆ
    ตามโซเชี่ยลมีเดีย

    เสียเวลาไปมากมาย
    เพื่อรอการยอมรับ (approve)​ จากคนอื่น
    เพราะสร้างด้วยตนเองไม่เป็น
    มีแต่เปลือกที่เปราะบาง

    ไม่ต่างจากบ้านสวย
    ราคาแพงและหรูหรา...
    แต่ไม่มีเสาเข็ม
    แค่ลมพัดกรรโชกมา ไม่ช้าก็พัง
    .
    .

    วิธีฝึกความอดทน
    ศ.ดร.นพ.วิทยา นาควัชระ กล่าวไว้ว่า..

    ยิ่งอายุมากขึ้นยิ่งรู้ว่า
    ความอดทนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับชีวิตมาก
    ถ้าขาดความอดทน
    ชีวิตจะล้มเหลวแทบทุกอย่าง

    คนรุ่นใหม่ไม่อดทนกันเลย
    พ่อแม่ลืมฝึกให้ลูกอดทน
    เพราะพ่อแม่ช่วยลูกมากไป
    ทำให้แทบทุกอย่าง

    ลูกๆ เลยทำอะไรไม่เป็น
    ไม่อดทน รอคอยไม่เป็น
    เติบโตเป็นผู้ใหญ่ก็กลายเป็นคนโกรธง่าย
    ท้อถอย ทำสิ่งใดก็ไม่สำเร็จ

    มักโทษตัวเองหรือคนอื่น
    หรือโทษโชคชะตา
    ความอดทนเป็นวุฒิภาวะอย่างหนึ่ง
    ที่ทุกคนควรมี

    คนที่ขาดความอดทน
    มักจะมีสภาวะทางจิตใจ
    และท่าทางเป็นเด็ก

    จิตที่มีความอดทน
    จะทำให้เราอดทนทางกาย
    และทางวาจาได้มากขึ้น
    .
    .
    บางคนชินต่อการบ่น
    ทำอะไรเหนื่อยหน่อยก็บ่น
    ยิ่งบ่นมากเท่าไรยิ่งไม่อดทนมากเท่านั้น
    พาลจะเลิกทำกิจกรรมนั้นอยู่เรื่อยๆ

    การบ่นถึงความเหนื่อยยาก
    เหมือนเป็นการเปิดประตูจิตใจ
    รับฟังความอ่อนแอของตนเอง
    ทำให้เชื่อว่าตัวเองอ่อนแอ
    ไม่สู้..พร้อมจะแพ้และไม่อดทน

    นอกจากไม่บ่นเวลาฝึก
    หรือทำงานหนักแล้ว
    ผมยังอยากแนะนำให้ชมตัวเอง
    ด้วยว่าเราเก่งขึ้น

    ทุกวันทุกนาทีที่กำลังทำงานหนัก
    จะเกิดกำลังใจ
    และฮึกเหิมที่จะอดทนมากขึ้น

    ในแนวคิดทางพุทธศาสนาสอนให้คิดว่า
    เรากำลังชดใช้ “เวร” และ “กรรม” กันอยู่
    โดยเราเป็นฝ่ายที่เคยทำให้
    คนอื่นเดือดร้อนมาก่อน

    ขณะนี้เรากำลังชดใช้เวรกรรมคืนเขาไป
    จะได้หมดเวรหมดกรรมกันเสียที
    แล้วเราจะสบายมากขึ้น
    นี่เป็นแนวคิดในทางพุทธศาสนา
    .
    .
    ถ้าเป็นแนวคิดทางคริสเตียนเขาเชื่อว่า
    การที่เรากำลังลำบากและต้องอดทนให้ได้นั้น
    เป็นเพราะพระเจ้าต้องการจะทดสอบ
    ความอดทนของเรา

    โดยประสงค์ให้เราต้องเจ็บปวด
    และต้องอดทนให้ได้
    หลังจากนั้นเราจะสบาย
    และมีความสุขมากขึ้น
    .
    .
    อีกวิธีหนึ่งที่ผมเคยใช้แนะนำ
    หลายๆคนในการฝึกความอดทน
    โดยให้คิดว่า
    “ความอดทนคือความกล้าหาญ”

    เราจะทนได้มากขึ้น
    เพราะคำว่า “กล้าหาญ”
    เป็นเสมือนเหรียญตรา
    ที่มีเกียรติประดับอยู่ที่หน้าอกเรา

    ฉะนั้น แม้เราจะเหนื่อยหรือเจ็บปวดบ้าง
    ก็ไม่เป็นไรหรอก
    จงอดทนต่อไปเถิด
    เพราะเราคือคนกล้าหาญไงเล่า
    .
    .
    ใครที่มีความอดทน
    จะได้เปรียบในทุกๆ ด้านของชีวิต
    จากความอดทน
    จะทำให้เราอดกลั้นได้มากขึ้น
    ทั้งทางกาย วาจา และทางความคิด

    ทั้งอดทนและอดกลั้น
    จะทำให้เราเป็นคนกล้าหาญ
    ยืนหยัดในโลกได้อย่างมั่นคง
    ไม่เปราะง่ายเหมือนคนอื่นๆ

    ใครได้พบเห็นก็ชื่นชม
    และเราก็จะภูมิใจตัวเองว่า
    มี “เหรียญตราของความกล้าหาญ”
    ประดับอกเสื้ออยู่ตลอดไป

    Cr : ศ.ดร.นพ.วิทยา นาควัชระ

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in