Going gohybridx_
TKYOUNGWRITER
  • สวัสดี, 

    นี่เป็นบันทึกหลังจากที่ได้ไปเข้าค่ายในโครงการของ TK YOUNG WRITER2020 เราคิดว่าถ้าโครงการนี้ยังคงมีต่อไป คงจะมีหลายๆคนที่กำลังจะไปหรือสนใจหรืออะไรก็แล้วแต่คงอยากจะอ่านหรือได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าค่ายครั้งนี้ 

    ซึ่งโครงการนี้คือโครงการที่ให้เยาวชนที่สนใจเกี่ยวกับการเขียน มารวมตัวกันเพื่อทำหนังสือออกมา มาเจอกันมาฝึกเขียน ทำงานต่างๆ โดยก็จะมีการคัดเลือกผ่านงานเขียนที่ทางโครงการเขากำหนดหัวข้อขึ้นมา อย่างของปีนี้คือ "ทำไมต้องมีนักเขียน" ก็คัดเลือกจนเหลือ 30 คน ในค่ายก็จะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม มี กลุ่มวรรณกรรม กลุ่มสารคดี และกลุ่มสัมภาษณ์  

    เราตัดสินใจอยู่กลุ่มสัมภาษณ์ เพราะเอาล่ะ เราเคยทำงานสัมภาษณ์มาก่อนแต่ไม่ได้จริงจังถึงขั้นนั้น เลยอยากลองทำดู แล้วอีกอย่างคือไม่ค่อยเข้าใจสารคดี และมีความสัมพันธ์ที่ห่างเหินกับวรรณกรรม อ่านน่ะอ่านได้ แต่ให้ลองแต่งดู คงจะต้องตบตีกับตัวเองพอสมควร 

    ค่ายจัดขึ้น 4 วัน เราจะต้องใช้เวลาทีี่มีอยู่อย่างจำกัดนี้ทำหนังสือและเรียนสิ่งต่างๆ พร้อมกับรู้จักเพื่อนใหม่ๆไปพร้อมๆกัน ตอนแรกเราก็ตบตีกับตัวเองอยู่พอนานนะ ว่าจะไปดีไหมนะ ช่วงนั้นมันเนือยๆ แล้วก็โควิดด้วยเราเลยไม่ค่อยแน่ใจกับตัวเอง อีกอย่างตอนนั้นอะยังไม่ทำการบ้านที่ทางค่ายไว้ให้ด้วย คือการบ้านสัมภาษณ์ใครก็ได้ มันเลยทำให้เราถอดใจไปสักพักนึง จนกระทั่งใกล้ๆวัน เราตัดสินใจเริ่มทำการบ้าน นั่นเป็นประสบการณ์การทำบทสัมภาษณ์ชิ้นแรกของเรา เราตื่นเต้นมาก เราได้ไปสัมภาษณ์อาจารย์สอนถาปัด ที่ลาดกระบังคนหนึ่ง ที่สนใจเกี่ยวกับสถานีรถไฟ เรารู้สึกแบบ เชี่ย มันว้าวมาก เราตั้งใจทำมาก ถอดเทปทุกคำ จนพอมาตัดออกก็ถามตัวเองว่ากูจะถอดละเอียดทำไมวะ ตอนนั้นถอดเทปไปเกือบ 7-8 หน้า ไว้เดี๋ยวจะลงบทสัมภาษณ์ กับพวกบทความที่ทำส่งไป เรารู้สึกชอบงานเรามาก ก็เลยไม่มีอะไรที่เสียใจ 

    กิจกรรมแรกของค่ายคือการแนะนำหนังสือ เราชอบอันนี้มากเพราะคงไม่มีโอกาสไหนที่เราจะได้รู้จักหนังสือดีๆกว่า30 เล่มภายในเวลาอันสั้นเท่านี้อีกแล้ว มีตั้งแต่ พ่อรวยสอนลูกไปจนถึงเจ้าชายน้อย งงไปหมด ปรัชญาต่างๆก็มี หนังสือนี่มันร้ายกาจจริงๆ ไม่รู้ว่าบอกอะไรกับตัวคนอ่านได้บ้าง ส่วนเราเลือกหยิบหนังสือของคุณฟ้าไป มันก็แน่นอนอยู่แล้ว! หนังสือของคุณฟ้าทำให้เราอยากเขียน ทำให้กลับมาอ่านหนังสือเยอะกว่าเดิม ทำให้เราเปิดโลก เปิดหัวใจ เปิดจิตวิญญาณของเราให้แข็งแกร่งขึ้น ขอบคุณมากๆ 

    ในระหว่างที่เข้าค่ายก็จะมีท่านที่มีความรู้ต่างๆที่เกี่ยวกับการเขียน สิ่งพิมพ์ สตูดิโอทำสิ่งพิมพ์ต่างๆ เช่น studio dialog เป๋็นต้น เออเราชอบมาก อยากทำงานกับพี่ๆเหล่านี้ เขาทำให้เรารู้สึกว่าเห้ยจริงๆเราสามารถทำอะไรก็ได้นะ ลองทำดูนะ ลองเขียนดู ลองเริ่มอะไรจริงๆดูสิ อย่าไปกำหนดตัวเองขนาดนั้นว่าเราจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ แต่เราไม่ปฏิเสธการมีกรอบของตัวเองนะ การมีกรอบมันก็ช่วยให้เราแสดงจินตนาการ เผยจิตวิญญาณให้มันโลดแล่นได้อย่างเต็มหน่วงในขนาดพื้นที่ของมัน เราเข้าใจมันดี แต่ตอนนี้เราไม่สามารถจัดการกับสิ่งเหล่านี้ได้

    ซึ่งในระหว่างนั้นเราก็ต้องจัดการงานของกลุ่มตัวเองไป อย่างกลุุ่มเรากลุ่มสัมภาษณ์ ก็ต้องจัดการคิวไปสัมภาษณ์เอง ถอดเทปเอง เรียงคำ คิดคอนเซปอะไรต่างๆ สนุกมาก งานที่เราทำก็สัมภาษณ์ร้านต่างๆภายในเขตพระนคร แต่เป็นการรู้จักผ่านป้ายต่างๆ เราชอบมาก ตั้งแต่เริ่มทำงานนี้ เราก็กลายเป็นคนสังเกตป้ายเก่งขึ้นมาก ไม่ว่าไปที่ไหนพอได้มองป้ายของร้านเหล่านั้นมันทำให้เราสงสัย เราอยากคุยกับเจ้าของร้านจัง ทำไมเป็นป้ายนี้หรอ ป้ายนี้มีมาตั้งแต่เมื่อไหร่ กลายเป็นว่าเออนิสัยขี้สงสัยมันก็ออกมาทำงานบ่อยขึึ้น 

    ส่วนนี้จะขอเล่าถึงกลุ่มสัมภาษณ์ของเรา มีด้วยกัน 10 คน ถ้าไม่รวมพี่ๆที่มาช่วยทำงานอีก 2 คน แล้วก็พี่ต๊ะ บิ๊กบก.ของกลุ่มเรา เรารู้สึกว่ากลุ่มสัมภาษณ์ของเรามันคือความประหลาด 10 อย่างมารวมตัวกัน แต่ว่ามันมีจุดร่วมกันบางอย่างที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เราไม่แน่ใจว่าสิ่งนั้นมันคืออะไร แต่ว่ามันทำให้เราเป็นตัวเราเองอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน 

    วันสุดท้ายมันก็มาอย่างรวดเร็ว เริ่มต้นด้วยการนำเสนอหนังสือของแต่ละกลุุ่ม แล้วก็จบด้วยการไปทัวร์ลงร้านหนังสือ ชอบมากอีกล่ะ จะมีโอกาสไหนได้เดินเที่ยวร้านหนังสือกับเพื่อนเยอะๆขนาดนี้ แถมยังได้เดินตั้ง 4 ร้านอีกแหนะ ระหว่างเที่ยวก็สนุกมาก มีทั้งไกด์(ปลอม) ที่เล่นแอคติ้งกันระหว่างนั่งรถ และคนแนะนำหนังสือ(ปลอม)ที่แฝงตัว ป้ายยาหนังสือที่ตัวเองให้เพื่อนๆ 555555 ซึ่งเราก็เป็นเหยื่อ แต่ว่าไม่ได้ซื้อหนังสือที่เพื่อนแนะนำเลย 

    เราขอบคุณตัวเองเราเองที่ได้ให้ตัวเองลงมือทำและไปเจอเพื่อนใหม่ๆ มันเป็นประสบการณ์ที่แสนดีกับเรามากๆ เราเป็นหนึ่งคนที่ไม่เคยมั่นใจกับงานเขียนตัวเองเลย เขียนไปทีไรไม่อยากจะให้คนใกล้ตัวอ่านเพราะว่ามันรู้สึกเขินแปลกๆ แต่ตัวเราเองกลับอนุญาตให้ใครก็ไม่รู้บนโลกออนไลน์อ่าน มันน่าแปลกเสียนี่ แต่ว่าการที่เราได้ไปค่ายนี้มันทำให้เรากล้าและมั่นใจในการเขียนของเรา เราเจอเพื่อนๆที่มีความสนใจเหมือนกัน เหมือนเวลาที่เราถูกรายล้อมไปด้วยสิ่งที่ชอบอะไรอย่างนั้นเลย มีความสุขมาก 

    ขอให้ทุกคนจงเติบโต ซึมซับความสุข ความเจ็บปวด และความฝันเหล่านั้นผ่านตัวอักษรต่อไป 
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in