Double Death (DTOL OMEGAVERSE AU)piyarak_s
Chapter 7: Connections
  • (7)



    เกือบสองทุ่มแล้ว ผมตัดสินใจเลิกทำงาน ออกจากระบบ HOLMES 2 (Home Office Large Major Enquiry System) ซึ่งเป็นฐานข้อมูลเพื่อการสืบสวนของกระทรวงมหาดไทย และเป็นระบบเก็บข้อมูลและประมวลผลหลักที่ทางตำรวจใช้สืบค้นประวัติอาชญากรรม รูปพรรณสัณฐานของคนร้ายและเหยื่อ ลายพิมพ์นิ้วมือ และข้อมูลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนสอบสวน และมีความเชื่อมโยงกันทั่วสหราชอาณาจักร จากนั้นก็ปิดคอมพิวเตอร์และเก็บข้าวของและเอกสารที่จะเอากลับไปอ่านต่อที่บ้านลงกระเป๋าเป้สะพายหลัง เพื่อที่วิล มัสเกรฟส์ ซึ่งนั่งดูภาพจากกล้องวงจรปิดมาตั้งแต่เช้าและยังอยู่โยงในออฟฟิศมาถึงตอนนี้จะได้กลับบ้าน และส่งข้อความให้ทุกคนในทีมไปพักผ่อนได้ แต่ให้เตรียมพร้อมเผื่อมีเหตุอื่น ๆ เข้ามาเอาไว้ด้วย


    “กลับไปพักเถอะ พรุ่งนี้ค่อยมาลุยกันต่อ” ผมวางมือลงบนพนักเก้าอี้ของจ่ามัสเกรฟส์


    “ครับ สารวัตร”


    ถึงปากจะรับคำ แต่ตาของเขายังคงจ้องเป๋งอยู่ที่จอสำหรับใช้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่กดหยุดเอาไว้ ถึงประสบการณ์ยังน้อยกว่าคนอื่นในทีม ทว่าสายตาและสัญชาตญาณของเขาเป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้ และหลายครั้งที่เขาพิสูจน์ให้เห็นว่า เขาเป็นตำรวจสืบสวนที่ดีและจะเก่งขึ้นไปอีกตามประสบการณ์และอายุที่มากขึ้น


    “เจออะไรน่าสนใจหรือ วิล” ผมถาม มองภาพในผับแห่งหนึ่งใกล้กับถนนลีเดนฮอลล์ ซึ่งมีพยานบอกว่าเป็นจุดสุดท้ายที่เห็นฮันนาห์ วัตกิ้นส์ขณะยังมีชีวิตอยู่ และเป็นความหวังลำดับถัดมาของเรา หลังจากพบว่ากล้องวงจรปิดบริเวณคูนาร์ดเพลสไม่สามารถบันทึกภาพจุดที่เธอเสียชีวิตได้ เพราะเป็นมุมอับ และเป็นไปได้ว่า ผู้ก่อเหตุชำนาญพื้นที่และรู้วิธีหลบเลี่ยงไม่ให้อยู่ในระยะที่กล้องวงจรปิดจะบันทึกภาพได้เป็นอย่างดี


    “คิดว่านะครับ” เขาชี้ไปยังจอมุมหนึ่ง และจุดนั้นผมเห็นฮันนาห์ เหยื่อฆาตกรรมที่คูนาร์ดเพลสยืนอยู่กับชายคนหนึ่งใกล้กับตู้เกม ไม่เห็นหน้าของผู้ชายที่อยู่กับเธอ แต่เห็นหน้าของเธอค่อนข้างชัดเจน “นี่เป็นแค่หนึ่งในบรรดาคนที่เธอคุยด้วยในคืนนั้น ก่อนที่ผู้ชายที่เธอคุยด้วยคนหนึ่งจะเข้าไปวิวาทกับผู้ชายอีกคนหนึ่ง เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นประมาณเที่ยงคืน ก่อนที่ฮันนาห์จะออกจากผับไปตอนเที่ยงคืนยี่สิบนาที ผมคิดว่าจะลองพยายามดึงภาพทุกคนที่เธอคุยด้วยออกมาให้ได้ แล้วเอาไปเทียบกับภาพในฐานข้อมูล HOLMES 2”


    “มีคนที่คุยกับเธอในคืนนั้นวิวาทกันงั้นเหรอ...” ผมทวนคำ ขมวดคิ้วกับข้อมูลที่ได้รับ ก้มหน้าลงไปดูใกล้ ๆ จอ และเพ่งมองภาพหลังของชายในเสื้อเชิ้ตสีเรียบ มองเผิน ๆ เขาดูเหมือนคนธรรมดาประเภทที่เราอาจมองข้ามไปได้ แต่มีอะไรบางอย่างในท่ายืนของเขาที่ทำให้ผมสะดุดใจเล็กน้อย มีอะไรบางอย่างที่คุ้นตาอย่างบอกไม่ถูก


    “แต่ไม่ใช่คนที่คุยกับเธอในเฟรมนี้นะครับ” จ่ามัสเกรฟส์บอก และเรียกเฟรมภาพการทะเลาะวิวาทของผู้ชายสองคนขึ้นมาบนจอแทนที่ คู่พิพาทในจอภาพ คนหนึ่งตัวใหญ่กว่าอีกคนหนึ่ง และคนแรกนั้นเป็นฝ่ายเข้าไปหาเรื่องก่อน ดูเหมือนจะไม่มีการเจรจากันมากนัก เพราะฝ่ายแรกปรี่เข้าไปหาฝ่ายหลังที่รูปร่างบางกว่าอย่างเห็นได้ชัดและดูจะไม่ทันตั้งตัว


    “ผู้ขายตัวเล็กกว่าดูไม่ใช่คู่มือของคนตัวใหญ่กว่าเลย” อัลฟ่าอายุน้อยกว่าออกความเห็น สายตาของเขาไม่เลวเลยสำหรับงานสืบสวน เพราะเราเห็นความผิดปกติบางอย่างในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในทิศทางเดียวกัน และในความวุ่นวายที่เกิดขึ้นนั้น ผมสังเกตเห็นอะไรบางอย่างและบอกให้เขาหยุด


    ชายหนุ่มอายุน้อยกว่าที่อยู่ดี ๆ ก็กลายเป็นเป้าหมายของการหาเรื่องและลงไม้ลงมืออย่างไม่ทันตั้งตัวมีลักษณะที่ผมคุ้นตา และเมื่อบอกให้วิล มัสเกรฟส์ขยายภาพให้ใหญ่ขึ้น แม้คุณภาพของกล้องที่ใช้บันทึกจะไม่ดีมากนัก แต่ภาพที่ถูกขยายก็ไม่ได้แย่เสียจนมองอะไรไม่ชัด


    ผมเผลอตัวสบถออกมา เมื่อเห็นภาพชายหนุ่มที่เป็นฝ่ายถูกหมัดอัดเข้าเต็มแรงที่ท้องตามด้วยลูกถีบหนักหน่วงอีกครั้งหนึ่งจนเสียหลักหงายหลังไปกระแทกกับเคาน์เตอร์บาร์ได้อย่างถนัดตา คนตัวเล็กกว่าซึ่งเป็นฝ่ายถูกจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัวและได้แต่ปัดป้อง ก่อนที่อีกฝ่ายจะผละจากไป และมีคนอื่น ๆ เข้ามาช่วยเขาให้ลุกขึ้น คือ เจ้าของร่างไร้วิญญาณที่ ดร. ฟอล์กเนอร์ช่วยขึ้นมาจากทะเลสาบ และโอเมก้าหนุ่มเคราะห์ร้ายบนเตียงสเตนเลสในห้องชันสูตรของ ดร. แฮมิลตัน ที่ผมเห็นการผ่าศพของเขาด้วยสองตาของตัวเองเมื่อเช้านี้


    จากสืบค้นและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเอ็ดมันด์ อาร์เชอร์ที่มีเอกสารแสดงตัวว่าเป็นเซบาสเตียน น้องชายแท้ ๆ ของเขาเอง ผมเริ่มปะติดปะต่ออะไรบางอย่างได้มากขึ้น และภาพจากกล้องวงจรปิดก็ทำให้พบความเชื่อมโยงบางอย่างของสองคดีที่แบบแผนแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงจากเดิมที่คิดว่าไม่เกี่ยวข้องกันเลยแม้แต่น้อย


    เอ็ดมันด์ อาร์เชอร์ปรากฏตัวอยู่ในสถานที่ที่มีคนพบเห็นฮันน่าห์ วัตกิ้นส์ เหยื่อฆาตกรรมที่คูนาร์ดเพลสเป็นครั้งสุดท้าย และยิ่งไปกว่านั้น คือ พวกเขาพบปะและสนทนากัน ก่อนที่โอเมก้าทั้งสองจะกลายเป็นศพในเวลาต่อมา


    เป็นไปได้ไหมว่า คนร้ายที่ฆ่าฮันน่าห์ วัตกิ้นส์และเกี่ยวข้องกับการตายของเอ็ดมันด์ อาร์เชอร์เป็นคนเดียวกันหรืออยู่ในกลุ่มเดียวกัน


    ในความคิดของผม ไม่ใช่เพราะคนทั้งสองเป็นโอเมก้า และความเป็นโอเมก้าของเธอและเขาไม่ใช่เหตุผลหลักที่ทำให้ถูกปองร้าย ผู้กระทำความผิดไม่ได้สุ่มเลือกเหยื่อ แต่เป็นการลงมืออย่างเฉพาะเจาะจง แบบแผนของการลงมือที่แตกต่างมีวัตถุประสงค์ในตัวเอง โดยมีเหตุผลบางประการที่ผมยังไม่รู้ว่า มันคืออะไร


    แม้ว่าเป้าหมายของคนร้ายจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพศรองของผู้เคราะห์ร้าย แต่ความเชื่อมโยงบางอย่างของเหตุการณ์ในผับ หน้าที่การงานของพี่เอ็ดมันด์และเซบาสเตียน ทำให้ผมอดกังวลไปถึง ดร. โทเบียส ฟอล์กเนอร์ โอเมก้าอีกคนหนึ่งซึ่งมีความเกี่ยวพันกับสองพี่น้องอาร์เชอร์ด้วยเช่นกัน


    ร้อยโทเซบาสเตียน อาร์เชอร์เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองทางการทหารในอาฟกานิสถานระหว่างการโจมตีทางอากาศพลาดเป้าหมาย แต่ความตายของเขาไม่ได้มาจากผลโดยตรงของการโจมตีที่ผิดพลาด เนื่องจากเขาเสียชีวิตเพราะถูกยิง หนึ่งนัดตรงตำแหน่งหัวใจพอดี โดยผู้ยืนยันตัวตนและรับรองการตาย คือ ดร. โทเบียส ฟอล์กเนอร์ แพทย์อาสาขององค์การแพทย์ไร้พรมแดนที่ทำงานในโรงพยาบาลที่ถูกลูกหลงจากการโจมตีทางอากาศ และมีฐานะเป็นคู่หมั้นของร้อยโทอาร์เขอร์ 


    อย่างไรก็ตาม สถานะคู่หมั้นของเพื่อนเก่าสมัยอยู่โรงเรียนกินนอนด้วยกันอย่างร้อยโทอาร์เชอร์และ ดร. ฟอล์กเนอร์มีไว้เพื่อบังหน้าและอำนวยความสะดวกแก่การเดินทางออกมาทำงานในพื้นที่เสี่ยงภัยเท่านั้น โดยการได้รับอนุญาตจากทางการให้มาทำงานแพทย์อาสาในอาฟกานิสถานมีข้อแลกเปลี่ยน คือ ดร. ฟอล์กเนอร์มีหน้าที่รับข้อมูลจากร้อยโทอาร์เชอร์มาเพื่อส่งต่อไปยังหน่วยงานที่อังกฤษ และรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ในคุนดุซ ซึ่งไม่ใช่พื้นที่ปฏิบัติการหลักของกองทัพสหราชอาณาจักรให้กับหน่วยข่าวกรองระหว่างประเทศ หรือ MI6 ต้นสังกัดของคู่หมั้นในนามของตนเองด้วย


    ดร. ฟอล์กเนอร์กลับอังกฤษมาพร้อมกับศพของ รท. อาร์เชอร์ ปฏิบัติการและหน้าที่ของผู้ประสานงานด้านการข่าวจบลง เพราะไม่มีคนที่จำเป็นต้องประสานงานด้วย นั่นเป็นเหตุผลที่ต้นสังกัดของพวกเขาบอกมา แต่ผมอดสงสัยไม่ได้ว่า การดึงตัวแพทย์นิติเวชกลับอังกฤษมีเหตุผลอื่นแฝงอยู่ คือ เหตุผลด้านความปลอดภัยของเขาเองและความปลอดภัยของข้อมูล ยิ่งเมื่อคิดว่าการตายของ รท. อาร์เชอร์อาจไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความบังเอิญหรือถูกลูกหลง แต่เป็นการลอบสังหารอย่างจงใจโดยอาศัยช่วงชุลมุนที่เกิดขึ้น การใช้ประโยชน์จากความวุ่นวายในการสังหารเป้าหมายก็ดูเป็นแบบแผนการลงมือของคนร้ายที่มีความใกล้เคียงและสอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเอ็ดมันด์ อาร์เชอร์ในผับย่านถนนลีเดนฮอลล์อย่างยิ่ง


    มีอะไรบางอย่างที่พี่น้องอาร์เชอร์รู้ และมีความเป็นไปได้ที่เอ็ดมันด์ ได้ข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับเซบาสเตียน น้องชายของตนเองมาในภายหลัง เขาจึงต้องการติดต่อคนที่ขึ้นชื่อว่าใกล้ชิดเซบาสเตียนมากที่สุดอย่าง ดร. ฟอล์กเนอร์ให้มาพบ เพื่อสอบถามหรือส่งต่อข้อมูลบางอย่างที่ตนเองมีอยู่ในมือ และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเขา มีความเป็นไปได้ว่า มีคนล่วงรู้เสียก่อนว่า เอ็ดมันด์มีข้อมูลบางอย่างอยู่และจำเป็นต้องขัดขวาง และใช้โอกาสที่มีอยู่ล่อให้อดีตคู่หมั้นของ รท. เซบาสเตียน อาร์เชอร์ออกมาพร้อมกันในคราวเดียว เพราะคนในวงการนิติวิทยาศาสตร์และกระบวนการยุติธรรมล้วนรู้ว่าแพทย์นิติเวชผู้นี้เก็บตัวและหลีกเลี่ยงการออกสังคมมากเพียงใด


    แม้จะไม่ชอบปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์คนอื่น ๆ โดยเฉพาะอัลฟ่ามากนัก แต่โทเบียส ฟอล์กเนอร์ก็ไม่ใช่คนไร้ทักษะการเข้าสังคม ยิ่งเขาระวังตัว เขายิ่งช่างสังเกต บวกกับประสบการณ์ที่ผ่านมาทั้งร้ายและดีของเขา ทำให้ผมเชื่อว่า เขาประเมินคนและสถานการณ์รอบตัวได้เก่งกว่าตำรวจสืบสวนที่อายุมากกว่าเขาสิบปีอย่างผมเสียอีก ผมเชื่อว่า เขามองเห็นอะไรบางอย่างในจดหมายที่เรียกให้เขาออกไปพบ เขาจึงเลือกที่จะไม่ไปพบเอ็ดมันด์ตามลำพัง และเขาตัดสินใจไม่ผิด


    สิ่งที่ผมให้ความสนใจเป็นพิเศษในเวลานี้ คือ ใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการตายของพี่น้องอาร์เชอร์และฮันนาห์ วัตกิ้นส์ และความปลอดภัยของดร. ฟอล์กเนอร์ หนึ่งในผู้เกี่ยวข้องที่ยังหลงเหลืออยู่


    ความสนใจข้อหลัง เป็นทั้งความห่วงใยในเรื่องคดี และยิ่งไปกว่านั้น เป็นความห่วงใยในคนที่ผูกพันเป็นการส่วนตัว แต่ถึงจะเป็นห่วงหรือร้อนใจแค่ไหน ผมก็ไม่สามารถใจร้อน ลงมือทำอะไรโดยปราศจากการวางแผนอย่างรอบคอบได้


    “สารวัตรครับ เป็นอะไรหรือเปล่า”


    มือของวิล มัสเกรฟที่จับต้นแขนของผมเขย่าเบา ๆ ทำให้ผมเพิ่งรู้ตัวว่า ตนเองยืนนิ่งอยู่กับที่อยู่นาน และสีหน้าของผมในเวลานั้นคงดูไม่ดีสักเท่าไหร่ เพราะคำถามและท่าทางกังวลของเขาเป็นกระจกสะท้อนสิ่งที่ผมเป็นอยู่ได้ชัดเจนพอควร


    “ไม่เป็นไร วิล ขอบคุณ” ผมบอก พยักหน้ายืนยันคำพูดของตัวเอง เมื่ออีกฝ่ายยังมีท่าทีไม่สบายใจนักชนิดที่ถ้าเขาอยู่ในร่างชิฟเตอร์คงกำลังหางตกหูลู่ด้วยความกังวล และทำให้ผมนึกอยากลูบหัวเขาเบา ๆ ให้กลับมากระดิกหางได้อีกครั้ง “ไว้กลับมาทำต่อพรุ่งนี้ เตรียมใจสำหรับคดีใหม่เอาไว้ด้วย”


    “ครับ?” จ่ามัสเกรฟกะพริบตา หันกลับไปมองหน้าจอที่เปิดค้างเอาไว้อีกรอบ เพื่อหาคำตอบที่เขายังหาไม่พบ


    ผมชี้คนที่ตนเองเอ่ยถึงให้เขาดู “ผู้เสียชีวิตที่รีเจนท์สพาร์คอยู่ในผับบนถนนลีเดนฮอลล์ ในคืนที่ฮันนาห์ วัตกิ้นส์ ผู้ตายในคดีของเราเสียชีวิต” 


    “ยังบอกไม่ได้ว่ามีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่ ต้องขอความเห็นจากผู้กำกับและขอข้อมูลเพิ่มเติมจาก CID (แผนกสืบสวนอาชญากรรม) ของเวสต์มินสเตอร์เพิ่มเติมประกอบการตัดสินใจอีกที แต่ตอนนี้เรากลับบ้านก่อนเถอะ นายจ้องจอมาทั้งวันแล้ว พรุ่งนี้ค่อยมาทำต่อ ฉันให้ทีมของอุรมิลากับเจฟฟ์กลับไปพักแล้วเหมือนกัน ถ้ามีความชัดเจนเรื่องผู้ต้องสงสัยมากขึ้น งานของเราอาจจะหนักกว่านี้”


    วิลลังเลเล็กน้อย แต่ในที่สุดก็ออกจากระบบและปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ เมื่อเห็นผมยังยืนมองเขาอยู่ไม่ไปไหน เขาเก็บแฟ้มเอกสารและกล่องใส่เอ็กซ์เทอร์นอลฮาร์ดดิสเอาไว้ในตู้เหล็กและล็อกกุญแจ เก็บของ และสำรวจความเรียบร้อยก่อนออกจากออฟฟิศ โดยไม่ลืมที่จะล็อกห้องทำงานไว้อีกชั้นหนึ่ง


    ระหว่างออกจากอาคาร ผมยังเห็นเจ้าหน้าที่บางคนยังทำงานที่ค้างเอาไว้อยู่ อีกทีมหนึ่งยังยังไม่เลิกทำงานในคดีที่ตัวเองรับผิดชอบ ยังไม่นับแผนกอื่นที่อยู่ร่วมตึกกันอีกหลายแผนก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่สำนักงานตำรวจนครบาลจะมีแสงสว่างอยู่ตลอดคืนและมีตำรวจสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันอยู่ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงตลอดเจ็ดวัน เพราะงานของตำรวจสืบสวนเป็นงานไม่รู้จบ คดีหนึ่งยังไม่ทันจบก็มีคดีใหม่เข้ามาอยู่ในมือเป็นวงจรกันไปเรื่อย ๆ และการคลี่คลายคดีก็ใช้เวลายาวนานยิ่งกว่าการลงมือฆ่าใครสักคนให้ตายไปเสียอีก


    “กินอาหารเย็นด้วยกันก่อนไหม วิล” ผมถามเพื่อนร่วมงาน เขาไม่ได้เอารถมา เพราะไม่อยากผจญกับการจราจรสาหัสช่วงเช้าตรู่


    “ไม่เป็นไรครับ สารวัตร ขอบคุณ” เขาปฏิเสธโดยไม่ลังเล และนั่นเป็นคุณสมบัติหนึ่งของเขาที่ผมชอบ “นาน ๆ จะได้กลับบ้านเร็ว ๆ สักที เอมี่คงจะดีใจ”


    เอมี่ที่เขาพูดถึงเป็นสาวโอเมก้าเชื้อสายจีนที่เกิดในอังกฤษ เป็นคู่รักสมัยมัธยมและเป็นคู่แท้ที่ถูกใจกันตั้งแต่แรกพบ เอมี่กับวิลหมั้นกันและย้ายมาอยู่ด้วยกันแล้ว และจะแต่งงานกันหลังจากที่เธอจบปริญญาโท พวกเขาเป็นคู่ที่น่ารัก และผมไม่แปลกใจเลยที่วิลจะอยากกลับบ้านไปอยู่กับเธอทันทีที่มีโอกาส หลังจากช่วงสองสามวันมานี้มีเรื่องมากมายจนเราแทบไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง


    “งั้นเจอกันพรุ่งนี้” ผมโบกมือลาอัลฟาหนุ่มที่ยิ้มกว้างให้ผมก่อนมุ่งตรงไปยังสถานีรถไฟใต้ดินเพื่อกลับบ้าน


    จ่ามัสเกรฟลับสายตาไปแล้ว แต่ผมยังคงยืนอยู่ข้างรถของตัวเองอีกพักหนึ่ง ความรู้สึกที่กวนใจผมมาตั้งแต่ตอนที่เห็นภาพในกล้องวงจรปิดกลับมาอีกครั้ง และคราวนี้ ผมจดสิ่งที่ตัวเองคิดได้ ไม่ว่าจะเป็นความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ต่าง ๆ ความเชื่อมโยงของเหตุการณ์ในอดีตและปัจจุบัน บุคคลที่เป็นตัวละครสำคัญในคดีนี้ลงไปในสมุดบันทึกเก่า ๆ ของตัวเอง อาจเป็นวิธีที่ดูล้าสมัยสำหรับยุคที่คนใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบบพกพา แต่สำหรับผม มันเป็นวิธีที่ง่ายและเร็วที่สุดที่จะถ่ายทอดสิ่งที่ตัวเองคิดได้จากสมองผ่านมือลงไปบนกระดาษที่อยู่ใกล้ที่สุด ณ เวลานั้น


    ถึงจะพบความเชื่อมโยงบางอย่าง แต่ก็มีชิ้นส่วนของภาพต่อหลายชิ้นที่ยังไม่ครบ


    ข้อมูลบุคคลที่สืบค้นได้จากฐานข้อมูลของกระทรวงมหาดไทยและของตำรวจระบุที่อยู่และตัวตนของเอ็ดมันด์ อาร์เชอร์ว่า ย้ายมาอยู่ในลอนดอนหลังจากเซบาสเตียน น้องชายของตนเองเสียชีวิตได้ประมาณสามเดือน ลาออกจากการเป็นผู้ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ของที่ว่าการเมืองเลสเตอร์เข้ามาทำงานในศูนย์ข้อมูลของหน่วยข่าวกรองกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นตำแหน่งงานในปัจจุบัน และนั่นเป็นเรื่องที่น่าสนใจ
    ใครเป็นคนดึงตัวของเอ็ดมันด์เข้ามาในลอนดอนและให้เขาทำงานในหน่วยงานเดียวกับที่เซบาสเตียนเคยสังกัด



    เอ็ดมันด์รู้อะไรเพิ่มเติมจากการเข้ามาทำงานในหน่วยข่าวกรอง และเขาเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้งด้วยเหตุผลอะไร


    ทำไมเซบาสเตียนจึงถูกลอบสังหาร เขามีข้อมูลอะไรในมือ และแท้จริงแล้ว ทำงานให้ใครในหน่วย MI6 กันแน่


    ที่อาฟกานิสถาน นอกจากเซบาสเตียนกับ ดร. ฟอล์กเนอร์แล้ว มีใครทำงานด้านการข่าวกับพวกเขาอีกบ้าง


    ความตายของเอ็ดมันด์กับฮันน่าห์มีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่ อย่างไร ถ้าใช่ ใครเป็นคนอยู่เบื้องหลัง




    ผมจดคำถามที่ต้องการคำตอบเท่าที่คิดออกในเวลานั้นลงในสมุด อ่านทบทวนอีกครั้ง และเก็บสมุดเล่มนั้นลงในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต ปลดล็อกกุญแจรถ โยนกระเป๋าเป้เข้าไปไว้ตรงที่นั่งข้างคนขับ ประจำหลังพวงมาลัย แล้วออกรถไปโดยอัตโนมัติ ผมรู้แค่ว่าตัวเองควรหาอะไรกินเป็นมื้อค่ำ แต่คิดไม่ออกเลยว่าจะกินอะไร ในเมื่อไม่มีความอยากอาหารสักเท่าไหร่ และกาแฟก็ไม่ใช่เครื่องดื่มที่ผมควรจะดื่มแล้วในเวลานี้


    ผมปล่อยให้ตัวเองขับรถไปตามสัญชาตญาณ คิดสิ่งที่ต้องทำในวันรุ่งขึ้นไปเรื่อย ๆ และยังคงนึกไม่ออกว่าจะหาอะไรกินเป็นอาหารเย็นหรือจะคุ้ยหาสิ่งที่หลงเหลืออยู่ในตู้เย็นที่อาจยังมีอยู่ออกมาใส่ท้อง แต่ในวินาทีที่ผมหลุดจากห้วงความคิดของตัวเอง ผมก็พบว่า ผมขับรถมาถึงหน้าบ้านของใครอีกคนหนึ่งก่อนที่จะถึงบ้านของตัวเอง


    ดร. ฟอล์กเนอร์ยังอยู่ในช่วงฮีทและยังไม่สามารถออกมาพบใครได้ แต่ถึงจะรู้อย่างนั้น ผมก็อดไม่ได้ที่จะชะลอรถที่หน้าบ้านของเขา ถึงไมได้พบ แต่ผมก็อยากแวะถามอัลเฟรด คอร์ทนีย์ เพื่อนร่วมบ้านที่เป็นเบต้าของเขาว่าเขาเป็นอย่างไรบ้าง


    เป็นเวลานั้นเอง ที่ชายคนหนึ่งซึ่งผมสังเกตเห็นว่ากำลังยืนมองบ้านของเขาอยู่ก้าวลงมาขวางหน้ารถของผมเอาไว้



    To be continued....
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
salmonrism (@salmonrism)
ใครมาง่ะ..
Thanaporn FoFern (@fb9488974452746)
มันดีมากกกก อ่านรวดเดียวจบทั้งภาคหลัก ภาครอง (ขอโทษที่เพิ่งเมนต์นะคะอ่านเพลินไปหน่อย) งือออ อยากให้ไรท์มาเขียนต่อจังกำลังสนุกเลย ระทึกใจมากๆ ชอบรายละเอียดของการทำคดี ค่อยๆไขไปเลื่อยๆ ชอบควาทสัมพันธ์ของตัวเอกด้วย มีความเรื่อยๆ แต่เต็มไปด้วยความเชื่อใจและเข้าใจ การบรรยายและภาษามันทำให้เรานึกถึงนิยายแปลของฝรั่ง ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องดีเพราะเหตุการณ์ที่เกิดนั้นอยู่ในลอนดอน นี่ชอบมาก นึกภาพตามเป็นฉากๆ เป็นกำลังใจให้ไรท์กลับมาแต่งนร้าาาา อยากให้โทบี้มีความสุขไวๆ
piyarak_s (@piyarak_s)
@fb9488974452746 ขอบคุณมากเลยค่ะ ที่อ่านยาวๆ มาจนถึงตรงนี้เลย ><
อาจจะพักโครงการนี้ไว้ก่อน แล้วค่อยๆ เคลียร์ไปทีละเรื่อง
เราก็อยากให้หมอมีความสุขมากๆ แต่ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไปเนอะ :)
Praew Warattaya (@fb1021105957031)
คือเป็นโอเมก้าเวริสที่ดีที่สุดเท่าทีอ่านมาจริงๆค่ะ ข้อมูลละเอียด เขียนได้น่าเชื่อถือ ดูเป็นนักเขียนมืออาชีพที่ทำการบ้านมาอย่างดี วางพล๊อตแล้วก็มีวิธีเล่าเรื่องที่น่าติดตาม มุมมองของการตีความเวริสนี้ทำออกมาได้ดีมากๆค่ะ ความรู้สึกของตัวละครดูมีมิติ ดูผ่านการคิดมอย่างดี เรื่องราวดูเปิดมุมมองใหม่ๆของนิยายแนวนี้มากๆ ชอบมากๆเลยจริงค่ะ ติดตามเลย
piyarak_s (@piyarak_s)
@fb1021105957031 ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ โอเมก้าเวิร์สมีอะไรให้เล่นเยอะดี เลยลองเล่าในมุมที่ตัวเองมองบ้าง ดีใจที่ชอบนะคะ :)
Praew Warattaya (@fb1021105957031)
@piyarak_s แวะกลับมาอ่านตอนเก่าระหว่างรอค่ะ ไม่เร่งด้วย รอได้เรื่อยๆเลยค่ะ ดูออกเลยว่าเป็นคนใส่ใจรายละเอียดของงานเขียนมาก ส่วนตัวชอบวิธีเขียนมากเลยนะคะ แล้วก็ชอบอ่านนิยายที่ภาษาสวย คุมโทนเรื่องได้ทั้งเรื่องแบบนี้ เรียนด้านนี้มาโดยตรงรึเปล่าคะ ชื่นชมมากๆเลย มีโอกาสก็อยากพัฒนาฝีมือตัวเองให้ได้แบบนี้บ้าง ยังอยู่ในระดับงานอดิเรกอยู่ค่ะ ชื่นชอบค่ะๆ FC มาก ณ จุดนี้
piyarak_s (@piyarak_s)
@fb1021105957031 ขอบคุณที่แวะมาค่ะ เราเพิ่งเห็นข้อความ

ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ ที่เข้าใจแล้วก็รออยู่

ไม่ได้เรียนอักษรหรือศิลปศาสตร์มาโดยตรงค่ะ เพราะจบด้านสังคมศาสตร์มา
จริงๆ งานนี้ก็งานอดิเรกนะคะ งานประจำก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่อาศัยเขียนมาเรื่อยๆ
สักวันจะเจอจุดที่ลงตัวค่ะ เราเชื่อแบบนั้น ^^
srikwx (@emoisvip)
ชอบดร.ฟอล์กเนอร์กับสารวัตรเฟย์มากเลยค่ะ ตัวละครมีสเน่ห์ทั้งคู่เลย แถมเป็นนิยายสืบสวนที่สนุกมาก ขอบคุณที่เขียนเรื่องสนุกๆ มาให้อ่านนะคะ ฮื้อ ชอบมาก
piyarak_s (@piyarak_s)
@emoisvip ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ ดีใจที่ชอบหนุ่มๆ นะคะ ><
bmwongs (@bmwongs)
ขอบคุณที่ลงผลงานดีๆมาให้ได้อ่านนะคะ พึ่งตามอ่านมาจนถึงตอนนี้แล้วสนุกมากเลย พอเป็นนวนิยายสืบสวนแล้วโลเคชั่นเป็นอังกฤษนี่ยิ่งเพิ่มความขลังเข้าไปอีก ยังไงก็สู้ๆนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
piyarak_s (@piyarak_s)
@bmwongs ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ ^^
madpinkie (@madpinkie)
ตามไปตามมาอ่านมาถึงตอนนี้แล้ว สนุกมากๆเลยค่ะ ค้างเลยทีเดียว เป็นกำลังใจให้เขียนงานดีๆต่อไปนะคะ
piyarak_s (@piyarak_s)
@madpinkie ขอบคุณมากๆ เลยค่ะ ดีใจที่ชอบ เรื่องนี้อาจจะช้านิดนึงนะคะ แต่จะพยายามไม่ให้ค้างนาน