Double Death (DTOL OMEGAVERSE AU)piyarak_s
Chapter 6: Dr. Hamilton
  • cover photo: wisegeek.org

    (6)
     
    ก่อนที่จะมาพบ ดร. ฮอเรซ แฮมิลตัน ผมเรียกประชุมติดตามความคืบหน้าและพูดคุยถึงทิศทางการทำคดีของฮันนาห์ วัตกิ้นส์ที่อยู่ในความรับผิดชอบของทีมเรา ซึ่งมีผมเป็นหัวหน้า จ่าวิลเลียม มัสเกรฟส์ จ่าอุรมิลา พาติล จ่าเจฟฟ์ พาทริดจ์และพลสืบสวนรวมกันประมาณสามสิบนาย คดีของหน่วยสืบสวนคดีอาชญากรรมที่ต้องการความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ หรือ SCIT ของเรามีจำนวนคดีในมือน้อยกว่าทีมในแผนกสืบสวนอาชญากรรม หรือ CID ก็จริง เพราะเราไม่ต้องทำคดีอาชญากรรมเล็กน้อย เช่น การทำร้ายร่างกายหรือชิงทรัพย์ด้วย แต่คดีในความรับผิดชอบของเราก็เป็นคดีที่ไม่มีใครอยากทำสักเท่าไหร่ เพราะมีความซับซ้อนสูงหรือต้องรื้อฟื้นหาพยานหลักฐานขึ้นมาใหม่ จำนวนคดีที่จะพ้นมือออกไปจึงมีน้อยและค้างอยู่ในหน่วยนานกว่าปกติ และการประกาศกับเพื่อนร่วมงานในทีมว่า เราอาจมีคดีในความรับผิดชอบเพิ่มขึ้นเป็นเรื่องลำบากยากเย็นของคนเป็นหัวหน้าอยู่ไม่น้อย แต่ก็ต้องขอบคุณทุกคนในทีมที่เข้าใจความจำเป็น และการก่อเหตุของเชปชิฟเตอร์ที่คล้ายกับคดีที่เคยเกิดขึ้นเมื่อร้อยกว่าปีก่อนเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง แม้ว่าสุดท้ายแล้ว อาจไม่ใช่แบบที่สื่อกระพือกันอยู่ตอนนี้ก็ตาม


    “สิ่งที่ผมต้องเน้นกับทุกคนอีกครั้ง คือ ห้ามไม่ให้ใครตั้งชื่อเล่นหรือฉายาให้กับอาชญากรเป็นอันขาด คนพวกนี้ไม่ควรได้รับความสนใจ ไม่ควรได้รับชื่อเสียง หรือมีตัวตนก่อนที่เราจะรู้ว่าเป็นใคร” ผมย้ำก่อนแยกย้ายกันไปทำงาน “นี่ไม่ใช่การขอร้อง แต่เป็นคำสั่ง เข้าใจนะเราจะกลับมาเจอกันอีกครั้ง วันพรุ่งนี้ ที่ห้องนี้ เวลาแปดโมงเช้า แยกย้ายกันไปได้ ขอบคุณมาก”


    วิล มัสเกรฟส์กับลูกทีมตรวจเช็คภาพจากกล้องวงจรปิดใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ มิลา พาติลและทีมของเธอแยกกันไปสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องกับผู้ตายเพิ่มเติม ตามปกติแล้ว ทีมของเจฟฟ์ พาทริดจ์รับหน้าที่ติดตามหรือสะกดรอยผู้ต้องสงสัยเป็นหลัก แต่ในช่วงเวลาที่ยังเรายังไม่มีชื่อของผู้ต้องสงสัยอยู่ในมือ งานของเขาคือสอบถามพยานในที่เกิดเหตุและในบริเวณผับที่คาดว่าจะพบผู้ตายเป็นครั้งสุดท้ายต่อไป และมีลูกทีมบางคนที่ได้หยุดพักเพื่อฟื้นฟูพลังงานมาสับเปลี่ยนหน้าที่ให้คนอื่นได้พักต่อบ้าง ส่วนผมต้องไปตามนัดของ ดร. แฮมิลตันที่ส่งข้อความเข้าโทรศัพท์มือถือของผมมาเมื่อคืนนี้ ในช่วงบ่าย ผมอาจมีความคืบหน้าจากแผนกคดีฆาตกรรมที่เวสต์มินสเตอร์มาแจ้งให้ผู้กำกับทราบ และกำหนดท่าทีในคดีที่เพิ่งเกิดขึ้น


    ด้วยความสัตย์จริง ผมไม่ชอบดูการชันสูตรศพ ไม่ใช่เพราะภาพสยดสยองนองเลือด แต่เป็นเพราะกลิ่นที่ประสาทสัมผัสของเชปชิฟเตอร์ในตระกูลสุนัขทั้งหลายสามารถรับรู้ได้ไวและชัดเจนเป็นพิเศษทำให้ผมอึดอัด แต่บางครั้ง ในบางคดี โดยเฉพาะคดีที่อยู่ในความสนใจของคนหมู่มากหรือคดีที่ต้องทำงานแข่งกับเวลามากกว่าคดีทั่วไป เช่น คดีที่คาดว่าผู้กระทำความผิดจะไม่ได้ก่อเหตุเพียงแค่รายเดียว หรือคดีที่มีแนวโน้มว่าผู้กระทำความผิดจะก่อเหตุซ้ำอีก จึงต้องหาทางยับยั้งเอาไว้ ถึงจะไม่ชอบ แต่ผมก็เริ่มคุ้นชินและบางทีก็พอใจที่ได้รับข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการกำหนดทิศทางการทำงานต่อไป


    อย่างไรก็ตาม ด้วยประสบการณ์และสัญชาตญาณของตำรวจ การที่ ดร. แฮมิลตันเรียกให้ผมไปพบแทนโทรศัพท์มาแจ้งหรือส่งรายงานเบื้องต้นมาที่หน่วยงานเป็นเรื่องไม่ปกตินัก และส่อเค้าถึงความยุ่งยากที่อาจเกิดขึ้นตามมาในอนาคตอันใกล้


    ไม่ใช่แค่เรื่องที่ ‘เซบาสเตียน อาร์เชอร์’ เป็นโอเมก้า แต่อาจรวมถึงเรื่องของ ดร. โทเบียส ฟอล์กเนอร์กับผมด้วย



    “คุณรู้จักสรีระของโอเมก้าชายดีแค่ไหน สารวัตรเฟย์” เป็นคำถามแรกที่ ดร. ฮอเรซ แฮมิลตัน ถามผม


    แพทย์นิติเวชอาวุโสที่ยืนรอผมอยู่ในห้องชันสูตรกับศพบนเตียงสเตนเลสเป็นอัลฟ่าชาย อายุปลายห้าสิบ เส้นผมและหนวดเคราที่เคยเป็นสีเข้มมีสีขาวแซมจนทั่ว บุคคลิกท่าทางของเขามองเผิน ๆ เหมือนพวกนักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องในนิยายสตีมพังค์ หรือนิยายวิทยาศาสตร์ย้อนยุคมากกว่านักวิชาการด้านนิติวิทยาศาสตร์ แค่เปลี่ยนแว่นตาโลหะที่ติดบนหมวกทรงสูงมาเป็นแว่นพลาสติกสำหรับป้องกันดวงตาบนผ้าคลุมผม กับชุดสูทเต็มยศมาเป็นชุดผ่าตัวพร้อมผ้ากันเปื้อนและถุงมือเท่านั้น


    ในทำเนียบแพทย์นิติเวชที่ยังไม่เกษียณตัวเอง เขาเป็นแพทย์นิติเวชที่เรียกได้ว่าเป็นมือดีที่สุด ณ เวลานี้ เขาเป็นเลขาธิการของราชวิทยาลัยพยาธิแพทย์แห่งสหราชอาณาจักร เป็นอาจารย์แพทย์ในสถาบันอุดมศึกษาที่มีโรงเรียนแพทย์ที่เปิดรับแพทย์ประจำบ้านในสาขาพยาธิวิทยาและนิติเวชวิทยา และที่สำคัญ เคยเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของ ดร. ฟอล์กเนอร์


    น้ำเสียงที่ใช้ถามคำถามนั้น มีนัยอื่นมากกว่าแค่ทดสอบความรู้ทั่วไป โดยเฉพาะเมื่อมีข่าวที่พาดพิงถึงศิษย์โปรดของเขา ที่ ดร. เบนจามิน เวสต์เคยให้ข้อมูลกับผมว่า ดร. แฮมิลตันรักเหมือนลูกแท้ ๆ ของตัวเอง และพยายามต่อสู้ให้ ดร. ฟอล์กเนอร์ที่เป็นโอเมก้ามีที่ยืนในสาขาพยาธิวิทยาและนิติเวชวิทยาจนได้
    “ไม่ดีเท่ากับแพทย์ที่เรียนกายวิภาคมาแน่ ๆ ครับ”


    ถึงจะเห็นแค่ดวงตา แต่การขยับของใบหน้าที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าปิดปากและหมวกคลุมผมบอกว่า เขาเลิกคิ้ว แววตาที่มองมาเหมือนรู้ว่า ผมเข้าใจความหมาย แต่ตั้งใจตอบเลี่ยง และคำตอบที่ผมตอบก็ไม่ใช่คำตอบที่ผิด


    “ผมคิดว่า คุณหมอผ่าศพเขาไปแล้วตั้งแต่เมื่อวานนี้” ผมออกปาก หันทิศทางของหัวข้อสนทนาไปยังเรื่องที่ทำให้ผมต้องมาที่นี่ แม้เสื้อผ้าของร้อยโทเซบาสเตียน อาร์เชอร์ ตามชื่อในบัตรประจำตัวในกระเป๋าสตางค์ของเขาจะถูกถอดออกและเก็บใส่ในถุงอย่างถูกต้องตามขั้นตอนแล้ว แต่ผมพบว่า บนร่างไร้วิญญาณนั้นยังไม่มีร่องรอยของการผ่าเพื่อชันสูตร


    “ผมไม่อยากผ่าศพตอนไม่มีสติ และเขาจะเป็นศพที่ห้าของวัน ซึ่งผมไม่คิดว่าเข่าแก่ ๆ ของผมจะทนไหว”


    แพทย์นิติเวชเหลือบมอง ดร. โทนี่ เอ็ดเวิร์ดส์ แพทย์ผู้ชาย ตามด้วยเจ้าหน้าที่ประจำห้องชันสูตรตั้งอุปกรณ์เป็นกล้องวิดีโอและอุปกรณ์สำหรับบันทึกเสียงตลอดการชันสูตร ส่งสัญญาณบอกให้แพทย์ที่อายุน้อยกว่าเริ่มกระบวนการ โดยบันทึกรายละเอียดเบื้องต้นเกี่ยวกับผู้ตาย วันเวลาสถานที่ที่ทำการชันสูตร แพทย์ผู้ทำการชันสูตรและผู้เข้าร่วมการชันสูตร


    “แต่ตอนที่ถอดเสื้อผ้าของเขาออกเพื่อนำศพของเขาไปบรรจุในช่องเก็บ ผมสังเกตเห็นแล้วละว่า เขาไม่ใช่อัลฟ่าอย่างที่เอกสารที่ติดตัวมาระบุไว้”


    ผมมองร่างเปลือยเปล่าของชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงสเตนเลส และนี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้มองใบหน้าของคนที่จมหายลงไปใต้ผิวน้ำของทะเลสาบในรีเจนท์สพาร์คต่อหน้าต่อตาของ ดร. ฟอล์กเนอร์กับผมอย่างเต็มตา


    ใบหน้าของ ‘ร้อยโทเซบาสเตียน อาร์เชอร์’ เป็นใบหน้าของชายหนุ่มที่ชวนมองและสงบนิ่งอย่างน่าขนลุกสำหรับคนที่สิ้นลมอย่างกะทันหัน ผิวกายของเขาขาวซีดและมีรูปร่างค่อนไปทางผอมบางจนน่าประหลาดใจ เมื่อนึกถึงความจริงที่ว่าเขาเป็นอัลฟ่าและเคยเป็นนายทหารที่เคยไปประจำการในอาฟกานิสถานมาอย่างน้อยสองหรือสามปี แต่สิ่งที่บอกว่า เขาไม่ใช่อัลฟ่าอย่างแน่นอน คือ ส่วนของอวัยวะสืบพันธุ์


    สำหรับคนที่มีเพศหลักเป็นชาย มีอวัยวะสืบพันธุ์ที่บ่งบอกถึงความเป็นชายไม่ต่างกัน แต่มีลักษณะทางกายภาพที่ใช้ในการจำแนกเพศรองทั้งสามออกจากกันได้อย่างชัดเจนในเบื้องต้น โดยเฉพาะผู้ที่มีเพศรองเป็นอัลฟ่าและโอเมก้า ซึ่งเป็นเพศรองที่สัญชาตญาณทางเพศและพละกำลังแบบสัตว์ยังคงส่งผลต่อชีวิตและพฤติกรรมอยู่จนถึงทุกวันนี้ ไม่เหมือนกับเบต้าที่อยู่ตรงกลางระหว่างเพศรองทั้งสองที่ว่ามา และสำหรับผม เบต้าเป็นเพศรองที่ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขที่สุด เพราะไม่ต้องตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของกลิ่นประจำตัว ฟีโรโมน และสัญชาตญาณการสืบพันธุ์ใด ๆ ทั้งสิ้น


    ลักษณะสำคัญที่แยกอัลฟ่าชายออกจากเพศรองอื่น ๆ คือ ขนาดของอวัยวะเพศที่ใหญ่กว่าอย่างเห็นได้ชัด และส่วนของ ‘น็อต’ หรือ ‘ปม’ ที่ส่วนโคนขององคชาติที่จะขยายตัวออกและยึดอัลฟ่ากับคนที่เมทด้วยเอาไว้ด้วยกันหลังเสร็จภารกิจอีกพักใหญ่ เพื่อเป็นการรับประกันว่า การสืบพันธุ์นั้นจะประสบความสำเร็จมากที่สุด


    ในทางตรงข้าม และเป็นขั้วตรงข้ามที่เข้าคู่กับอัลฟ่าได้ดีที่สุด โอเมก้าชายมีขนาดของอวัยวะเพศที่ค่อนข้างเล็ก แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะมีขนาดใกล้เคียงกับเบต้า ทว่าจุดแตกต่างที่เห็นได้ชัดที่สุด ได้แก่ ขนาดของอัณฑะที่ไม่ใหญ่นัก หรือบางคนที่มีรูปร่างลักษณะค่อนไปทางผู้หญิงมากก็แทบจะมองไม่เห็นส่วนที่ว่าเลยก็มี และความสามารถในการหลั่งสารหล่อลื่นสำหรับรองรับการมีสัมพันธ์กับคู่ของตนเองเช่นเดียวกับเบต้าและโอเมก้าเพศหญิง


    หากพิจารณาด้วยการพิจารณาจากสรีระภายนอก ยังไม่นับเรื่องอวัยวะสืบพันธุ์ภายในที่เอื้อให้โอเมก้าชายตั้งครรภ์ได้ แม้จะมีโอกาสค่อนข้างต่ำและมีความเป็นไปได้ที่การตั้งครรภ์จะยุติลงกลางคันสูง ร่างกายของชายหนุ่มเคราะห์ร้ายที่นอนนิ่งอยู่ตรงหน้าของผมเป็นร่างกายของโอเมก้าอย่างแน่นอน และไม่ควรจะเป็นอัลฟ่าชายที่ชื่อว่า เซบาสเตียน อาร์เชอร์ ตัวจริง แม้ว่าใบหน้าของเขาจะเหมือนกับเซบาสเตียน อาร์เชอร์ในภาพที่ ดร. ฟอล์กเนอร์เคยเอาให้ผมดูอย่างยิ่งก็ตาม


    “สารวัตรอาจจะต้องเตรียมพร้อมรับความยุ่งยากเรื่องนี้แล้ว”


    ดร. แฮมิลตันพูดถูก กรณีของชายหนุ่มที่ตกลงไปในทะเลสาบผู้นี้กลายเป็นเรื่องยุ่งยากขึ้นมาแล้วจริง ๆ ทั้งในเรื่องของการระบุตัวตนที่แท้จริงว่า เขาเป็นใครกันแน่ และถ้าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับร้อยโทอาร์เชอร์ที่ตายไปที่คุนดุซ นั่นอาจหมายความว่า อาจมีหน่วยงานด้านความมั่นคง เช่น หน่วยข่าวกรองด้านการทหารภายนอกประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ผลที่จะตามมาก็คือ หน่วยงานของผมต้องรับเอาคดีนี้มาเป็นของตนเอง เนื่องจากต้องประสานข้อมูลจากหลายแหล่งและต้องควบคุมข่าวที่จะออกไปสู่สื่อมวลชนอย่างระมัดระวังที่สุด


    “เราจะพยายามทำให้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางครับ” ผมพูดได้แค่นั้น ความรู้สึกของผมตอนนี้ เหมือนยืนอยู่ใต้เนินเขาสักที่แล้วจู่ ๆ ก็มีก้อนหินสารพัดขนาดกลิ้งตกลงมาใส่ด้วยความเร็วต่างกัน ซึ่งผมยังไม่แน่ใจนักว่า ตัวเองจะรอดชีวิตไปได้หรือไม่ หรือในสภาพไหน “แต่ตอนนี้ ผมอยากทราบว่า สาเหตุการตายของโอเมก้าชายของเราคนนี้คืออะไร”


    แพทย์นิติเวชอาวุโสมองผมนิดหนึ่ง ก่อนพยักหน้ารับ และลงมือทำงานของตนเอง


    ผมยืนมองและนิ่งฟังข้อมูลของทีมแพทย์ผู้ทำการชันสูตรศพและเจ้าหน้าที่เงียบ ๆ และไม่ต้องสงสัยเลยว่า เพราะเหตุใด ดร. โทเบียส ฟอล์กเนอร์ ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นศิษย์รักของอัลฟ่าผู้นี้จะมีความเชี่ยวชาญและความละเอียดรอบคอบเช่นเดียวกัน



    ชายหนุ่มที่ในเวลานี้ไม่ใช่ร้อยโทเซบาสเตียน อาร์เชอร์เสียแล้วจัดเป็นโอเมก้าชายที่สมส่วนและสวยงามคนหนึ่ง ผิวพรรณของเขาขาวสะอาดแทบไม่มีตำหนิใด ๆ นอกจากแผลเป็นเล็กน้อยและรอยขีดข่วนที่อาจเกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน แต่มีสิ่งหนึ่งที่สะดุดตาเป็นพิเศษ และเป็นสิ่งที่โทเบียส ฟอล์กเนอร์ตั้งข้อสังเกตเอาไว้ก่อนหน้านี้หลังจากนำร่างไร้วิญญาณของชายผู้น่าสงสารขึ้นจากน้ำ คือ รอยช้ำสีเขียวปนม่วงปื้นใหญ่บริเวณเอวค่อนไปทางด้านหลัง และบริเวณโดยรอบและค่อนลงมาทางใต้สะดือเป็นวง


    “ที่ช่วงลำตัว คือ Grey-Turner’s Sign ส่วนรอยช้ำรอบสะดือ คือ Cullen’s Sign ” ดร. แฮมิลตันเงยหน้าขึ้นมามองผม และสละเวลาอธิบายให้ เมื่อเห็นว่า ผมจ้องรอยช้ำที่เห็นนั้นอย่างจริงจัง ด้วยสีหน้าสงสัยอย่างไม่คิดจะปิดบัง และขยับเข้าไปดูใกล้ ๆ แต่ยังอยู่ในระยะที่ไม่เกะกะการทำงานของแพทย์นิติเวช


    “อธิบายอย่างง่าย ๆ ร่องรอยทั้งสองอย่างนี้บ่งบอกว่า มีการตกเลือดจากการบาดเจ็บภายในช่องท้อง และมีความเป็นไปได้ว่า สาเหตุการตายเกิดจากภาวะช็อคเพราะเสียเลือดมาก เพราะไม่พบน้ำในจมูกหรือปาก ไม่พบลักษณะที่บ่งชี้ว่า เขาตายเพราะทางเดินหายใจถูกปิดกั้นจนกระทั่งขาดอากาศหายใจ”


    ผมพยักหน้ารับว่า เข้าใจคำอธิบายของเขา “เมื่อวาน ดร. ฟอล์กเนอร์ก็บอกผมแบบนี้”


    “ไอ้เด็กร้ายกาจ” สำเนียงของดร. แฮมิลตันยามเอ่ยถึงคนที่ผมพาดพิงถึงเต็มไปด้วยความรักใคร่มากกว่าขุ่นเคือง อารมณ์ของเขาดีกว่าที่ผมประเมินไว้ และในตอนนี้ ท่าทีของเขาดูจะจดจ่อกับศพตรงหน้ามากขึ้น ผมสัมผัสได้ถึงความกระตือรือร้นของเขาเหมือนนักเล่นเกมที่ได้พบปริศนาที่ท้าทาย


    มีอะไรบางอย่างในตัวเขาที่ทำให้ผมนึกถึง ดร. โทเบียส ฟอล์กเนอร์ขึ้นมาอย่างประหลาด ทั้งที่ชายต่างวัยทั้งสองคนแทบไม่มีอะไรเหมือนกัน เว้นแต่ความเอาใจใส่ในรายละเอียด และการหาความจริงอย่างเอาเป็นเอาตาย ชนิดที่ชวนให้คนที่เฝ้ามองรู้สึกขนลุกด้วยความหวาดผวาในความหลงใหลในวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับความตายของมนุษย์อย่างที่พวกเขาเป็นอยู่


    “การตกเลือดในช่องท้องเกิดขึ้นได้จากอะไรบ้างครับ” อาจฟังดูเป็นคำถามโง่ ๆ สำหรับตำรวจมือเก่า แต่ผมต้องการความถูกต้องและชัดเจนจากคนที่รู้ดีกว่า


    “การตกเลือดในช่องท้องอาจเกิดจากความเจ็บป่วยทางร่างกาย เช่น ตับอ่อนอักเสบรุนแรง กระเพาะอาหารทะลุ หรือเกิดจากการถูกกระแทกอย่างรุนแรงจนอวัยวะภายในฉีกขาด แล้วเลือดไปสะสมอยู่ระหว่างเยื่อบุช่องท้องหรือหลังเยื่อบุช่องท้องใกล้กับส่วนที่เลือดออก และอาจแผ่ซึมออกมาให้เห็นบนผิวหนังภายนอกในตำแหน่งใกล้เคียงกับบริเวณที่เลือดออกก็ได้” เขาอธิบายโดยไม่มีทีท่าว่ารำคาญใจ


    “อย่างไรก็ตาม การกระแทกที่ว่าอาจเกิดจากอุบัติเหตุก็ได้ หรือถูกผู้อื่นทำร้าย เช่น ถูกทุบตีด้วยของแข็งไม่มีคมก็ได้ ผมยังไม่กล้าตอบจนกว่าจะได้ผ่าศพชันสูตร ถึงตอนนั้น ผมคงจะตอบสารวัตรได้ชัดเจนกว่านี้”


    คำตอบของเขาทำให้ผมรู้ว่าตัวเองควรจะทำอะไร และถอยออกมามองอยู่วงนอกอีกครั้ง ในขณะที่แพทย์นิติเวชกับผู้ช่วยทำงานของพวกเขาด้วยการตรวจสภาพภายนอกของศพ จดบันทึกลงในกระดาษ ถ่ายภาพนิ่งเก็บเอาไว้ใช้ประกอบรายงาน บันทึกเสียงและภาพตลอดการชันสูตรศพเอาไว้ และเมื่อตรวจศพภายนอกเสร็จสิ้น พวกเขาก็เริ่มการผ่าชันสูตรต่อ


    การผ่าศพของโอเมก้าหนุ่มปริศนาที่สวมรอยเป็นอัลฟ่าชื่อเซบาสเตียน อาร์เชอร์ผู้นี้ทำให้ผมอดรู้สึกไม่ได้ว่า ตัวเองกำลังตนเองกำลังมองดูภาพของเซนต์เซบาสเตียนซึ่งเป็นจิตรกรรมชิ้นเอกของกุยโด เรนี ซึ่งจัดแสดงอยู่ในห้องแสดงภาพที่ดัลวิช ถูกมีดกรีดทำลายจนขาดออกจากกัน ต่างกันแค่ตรงที่ภาพวาดนั้นไม่มีกลิ่นคาวของเลือดเนื้อมนุษย์ที่จู่โจมประสาทรับกลิ่นของผมจนผงะถอยอย่างไม่ทันตั้งตัว


    มีเสียงพึมพำบางอย่างที่ผมจับความไม่ถนัดจาก ดร. แฮมิลตัน บรรยากาศของคนที่อยู่รอบเตียงสเตนเลสนั้นตึงเขม็งขึ้นมาจนสัมผัสได้ แต่ทุกคนก็ยังทำงานตามลำดับขั้นต่อไป และเสียงของตัดกระดูกอ่อนบริเวณแผงซี่โครงของศพก็ยังทำให้ผมหายใจได้ไม่ทั่วท้องมากนักได้อย่างไม่เปลี่ยนแปลง


    ทันทีที่เห็นอวัยวะภายในช่องอกและช่องท้องของผู้ตายเปิดออก ดร. แฮมิลตัน และ ดร. เอ็ดเวิร์ดส์ ผู้ช่วยของเขาต่างชะงักกันไปชั่วครู่ ปฏิกิริยาของเขาทำให้ผมลืมความกระอักกระอ่วนที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ขยับเข้าไปดูใกล้ ๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น และภาพที่เห็นก็ทำให้ผมพลอยยืนนิ่งไปด้วยอีกคนหนึ่ง
    ช่องท้องของโอเมก้าชายเคราะห์ร้ายมีเจิ่งเลือดนองเต็มไปหมด


    ดร. ฟอล์กเนอร์และ ดร. แฮมิลตันวินิจฉันสาเหตุการตายของเขาตรงกันอย่างไม่ต้องสงสัย


    แพทย์นิติเวชอาวุโสเป็นคนแรกที่เรียกสติของตนเองกลับมาได้รวดเร็วที่สุด และสั่งให้เจ้าหน้าที่นำอุปกรณ์มาตวงปริมาตรของเลือดในช่องท้องของศพ ไม่เพียงแต่มีประโยชน์ในการคำนวณหาปริมาตรของเลือดที่ออกมา ยังช่วยให้เห็นอวัยวะภายในช่องท้องได้ถนัดขึ้น และสามารถทำการตรวจอวัยวะภายในเพื่อหาร่องรอยของโรค อาการบาดเจ็บ หรือความผิดปกติในขั้นตอนต่อไปได้สะดวกมากขึ้น


    เมื่อตวงเลือดที่ขังอยู่ออกไปจนสามารถเห็นอวัยวะภายในแล้ว เขาก็เริ่มสำรวจอวัยวะภายในส่วนต่าง ๆ ของร่างไร้วิญญาณตรงหน้า ถึงแม้จะเคยชินกับการเฝ้าดูกระบวนการผ่าศพมาพอสมควรแล้ว แต่เสียงของมือที่ชำแรกไปตามเครื่องในที่ชื้นและลื่น ก็ทำให้ผมรู้สึกมวนท้องอยากอาเจียนเหมือนมีใครเอามือล้วงเข้ามาค้นช่องท้องของตัวเองอย่างช่วยไม่ได้ทุกทีไป


    “นี่ไง!” เสียงอุทานของ ดร. แฮมิลตันทำให้ผมสะดุ้งเฮือก และเปลี่ยนอาการเป็นยืนตัวแข็งทื่อในอีกไม่กี่วินาทีถัดมา เมื่อเขายื่นตับของมนุษย์ที่ถูกตัดออกมาจากร่างมาทางผม “สารวัตรเห็นแผลนี่ไหม”


    ท่าทางและน้ำเสียงของเขา ถ้าไม่ใช่ว่า เขาได้นับผมเป็นอัลฟ่าคนละพวกที่เป็นมิตรกันได้และต้องการให้ผมเห็นสิ่งที่เขาค้นพบได้อย่างถนัดตา ก็อาจเป็นความตั้งใจในการทดสอบอัลฟ่าอีกคนที่บังอาจมาใกล้ชิดกับโอเมก้าที่เขานับเป็นพวกเดียวกัน หรือไม่ก็ทั้งสองอย่าง แต่ไม่ว่าเขาจะมีเจตนาอย่างไรในการถามเช่นนั้น ผมก็ได้แต่พยักหน้าให้เขาแทนคำตอบ เพราะในเวลานั้น ผมพูดอะไรไม่ออกและไม่อยากจะพูดอะไรด้วย


    “แผลเล็ก ๆ เท่านี้เอง แต่เลือดที่ซึมออกมาจากแผลเล็ก ๆ เป็นเวลายาวนานนี่ละ เป็นสาเหตุเสียเลือดจนช็อกได้”


    ผมเกือบจะถอนใจออกมาดัง ๆ เมื่อ ดร. แฮมิลตันดึงมือพร้อมกับตับชิ้นนั้นกลับไปทำการชั่งน้ำหนัก ถ่ายภาพ ตัดชิ้นเนื้อสำหรับส่งตรวจ พร้อมจดข้อมูลลงในแบบฟอร์มบันทึกการชันสูตร และผมลอบระบายลมหายใจยาว เมื่อพบว่าการตรวจสอบอวัยวะภายในชิ้นอื่น ๆ ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นมากไปกว่าเมื่อครู่นี้อีกแล้ว


    จากการผ่าชันสูตร ไม่ใช่แค่ตับที่มีรอยปริแตก แต่ไตข้างหนึ่งของโอเมก้าหนุ่มเคราะห์ร้ายก็ได้รับบาดเจ็บด้วย ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมเขาจึงอยู่ในภาวะเสียเลือดมากจนช็อกและเสียชีวิตในที่สุด และในตอนนี้ ชายที่ใช้เอกสารระบุตัวตนของเซบาสเตียน อาร์เชอร์ก็อยู่ในสภาพไม่ต่างจากหุ่นขี้ผึ้งกายวิภาคขนาดเท่าคนจริงสมัยศตวรรษที่ 18 ที่นิยมทำขึ้นเป็นรูปของโอเมก้าหญิงหรือชายที่สวยงาม ดวงตาหลับพริ้มเหมือนกำลังเคลิ้มหลับ แต่ช่วงอกและท้องแหวกเปิดให้เห็นอวัยวะภายในจำลองที่เหมือนจริงแม้กระทั่งหลอดเลือดฝอยและเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่อยู่ภายในนั้น แต่เขาเป็นมนุษย์จริง ๆ และขั้นตอนการชันสูตรยังไม่เสร็จสิ้น เพราะต้องผ่าเปิดกระโหลกศีรษะเพื่อดูว่ามีความผิดปกติหรืออาการบาดเจ็บของสมองด้วยหรือไม่


    อย่างไรก็ตาม ใครบางคนก็ทำให้ผมไม่ต้องอยู่ดูการชันสูตรศพอย่างใกล้ชิดจนถึงขั้นตอนการนำอวัยวะภายในใส่กลับไปในร่างกายเหมือนเดิมแล้วเย็บปิด โทรศัพท์ที่ตั้งเป็นระบบสั่นเอาไว้ส่งเสียงครืดคราดอยู่ในกระเป๋ากางเกงใต้เสื้อคลุม และชื่อที่ขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์ก็ทำให้ผมประหลาดใจ


    “ผมขอตัวสักครู่ ดร. ฟอล์กเนอร์โทรศัพท์มา”


    “สารวัตรออกไปคุยกับเขา แล้วกลับไปจัดการเรื่องระบุตัวตนคนของเราตรงนี้เถอะ อย่างน้อยก็รู้สาเหตุการตายแล้ว ถ้าอยากรู้ด่วนก็โทรศัพท์มา ผมจะให้คนส่งรายงานเบื้องต้นไปให้ทางแฟ็กซ์หรืออีเมล์”


    ชื่อของ ดร. ฟอล์กเนอร์ดูเหมือนจะทำให้ท่าทีของ ดร. แฮมิลตันอ่อนโยนมากขึ้น และสายตาของเขาที่มองผม ขณะแนะทางออกที่ผมคิดว่าเหมาะสมที่สุดและตรงใจผมที่สุดให้ ทำให้ผมอดคิดถึงสายตาของคุณพ่อของแมรี่ ภรรยาผู้ล่วงลับของผมมองมาที่ผมแล้วยิ้มให้ ยามที่เขาส่งมือของลูกสาวที่คล้องแขนของเขาอยู่ให้ผมกุมเอาไว้แทน


    “ขอบคุณครับ” ผมลาทุกคนในห้อง แล้วรีบเดินไปยังห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อถอดเสื้อคลุมที่ใช้แล้วไว้ในตะกร้า และรับสายโทรศัพท์จากคนที่ผมไม่ได้ยินข่าวคราวและไม่อยากรบกวนเขาที่อยู่ในช่วงเวลาไม่พร้อมจะพบใคร


    “คุณหมอ เป็นยังไงบ้าง ได้กินอะไรหรือยัง”


    ผมยังจำครั้งแรกที่พบหน้าเขาผ่านโปรแกรมวิดีโอคอลล์เพื่อขอความช่วยเหลือจากเขาทั้งที่เขากำลังอยู่ในช่วงฮีทได้ดี และในเวลานี้ เขาที่กำลังอยู่ในช่วงฮีทเป็นฝ่ายติดต่อผมมาก่อน


    “ขอบคุณที่เป็นห่วงครับ ผมเพิ่งอาบน้ำเสร็จ มิสซิสดาร์ลตันกำลังจะยกอาหารมื้อสายขึ้นมาให้”


    เจ้าของชื่อที่เขาเอ่ยถึงเป็นเบต้าหญิง อดีตแม่บ้านเก่าแก่ของครอบครัวฟอล์กเนอร์ที่เกษียณตัวเองมาอยู่กับหลานสาวในลอนดอน แต่ยังคงผูกพันกับ ‘คุณโทบี้’ ของเธอ และยินดีที่จะมาช่วยช่วยดูแลเรื่องภายในบ้านในช่วงที่เขาเข้าสู่ช่วงฮีท เพราะอัลเฟรด คอร์ตนีย์ เพื่อนเบต้าของเขาที่ทำงานในแวดวงสื่อสิ่งพิมพ์ทำงานและนอนไม่เป็นเวลา และช่วยดูแลเพื่อนสนิทของตนเองได้ไม่ตลอด


    แม้จะบอกว่า อาบน้ำแล้ว กินอาหารที่แม่บ้านเก่าแก่ซึ่งเป็นเบต้าหญิงที่มา เสียงของโทเบียส ฟอล์กเนอร์เหมือนคนยังไม่ค่อยตื่นดี แต่นั่นเป็นเรื่องที่ดี เพราะหมายความว่า เขาได้นอนพักเต็มที่หลังจากช่วงฮีทจะทำให้เขาปั่นป่วนจนอยู่ไม่เป็นสุขและเหนื่อยจนหลับไปเอง เมื่อตื่นขึ้น เขาจะมีช่วงพักสั้น ๆ ที่ร่างกายจะเรียกร้องให้ดื่มกิน ก่อนที่สัญชาตญาณทางเพศจะตื่นขึ้นอีกครั้ง และเป็นช่วงจังหวะที่เขามีสติมากพอที่จะพูดคุยเรื่องงาน ซึ่งดูจะเป็นสิ่งที่เขาให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ


    “สารวัตรยังจำที่ผมเคยบอกว่า เซบาสเตียน อาร์เชอร์ มีพี่ชายที่อายุมากกว่าเขาหนึ่งปีอยู่คนหนึ่ง...”


    “ผมจำได้” ผมตอบ ความรู้สึกของผมตอนนี้หลากหลายและผสมปนเปกันไปหมด และรู้สึกว่าสมองของตัวเองเริ่มทำงานหนัก สังหรณ์บางอย่างบอกผมว่า ความจริงที่เคยนึกว่าห่างไกลอยู่ใกล้แค่มือเอื้อม


    “เขาชื่อเอ็ดมันด์ อาร์เชอร์ หน้าตาของพวกเขาคล้ายกันจนเกือบจะเหมือนฝาแฝด" ดร. ฟอล์กเนอร์เล่าด้วยจังหวะเดียวกับที่เขาบรรยายให้แพทย์ประจำบ้านแผนกพยาธิวิทยาฟังระหว่างการชันสูตรศพ เพื่อให้จดจำได้ และเข้าใจในสิ่งที่เขาพูดโดยไม่มีความผิดพลาด "แต่ทั้งสองคนมีความแตกต่างสองประการสำคัญ คือ เซบาสเตียนเป็นอัลฟ่า สุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว ส่วนเอ็ดมันด์เป็นโอเมก้า และเป็นฮีโมฟีเลียหรือโรคเลือดหยุดช้า ไม่ถึงขั้นรุนแรงมาก ใช้ชีวิตได้ค่อนข้างปกติ แต่ก็ทำให้เขารับราชการทหารไม่ได้ ทั้งที่ทั้งสองคนอยากทำงานในกองทัพด้วยกัน”


    ถึงจะพอคาดเดาคำตอบที่จะได้ยินจากปากของ ดร. ฟอล์กเนอร์ได้บ้าง แต่ผมก็ยังพูดไม่ออกอยู่ครู่หนึ่ง


    “สารวัตร ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ” เสียงปลายสายแสดงความห่วงใยอย่างไม่พยายามปิดบังอย่างเวลาที่เขาอยู่กับคนแปลกหน้าหรือเพื่อนร่วมงานที่ไม่สนิท “ได้นอนบ้างหรือเปล่า”


    “ผมไม่เป็นไร ขอบคุณครับ นอนน้อย แต่ก็นอนพอ” ผมตอบ อยากกอดเขาแน่น ๆ อย่างบอกไม่ถูก “ตอนนี้ ผมกำลังจะออกมาจากที่ทำงานของ ดร. แฮมิลตัน และมีข่าวจะบอกคุณหมอด้วยว่า เซบาสเตียน อาร์เชอร์ไม่ได้ฟื้นคืนชีพมา แล้วก็ถูกทุบตีจนตายเป็นครั้งที่สองอย่างที่นักบุญเซบาสเตียนเคยประสบมาก่อน”


    ดร. ฟอล์กเนอร์เงียบไป ผมได้ยินเสียงเตียงของเขายวบลงจากการนั่ง “หมายความว่า คนที่ตายที่รีเจนท์สพาร์ค...”


    “ใช่ครับ” ผมรับ “เขาเป็นโอเมก้าชาย และมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเป็นเอ็ดมันด์ อาร์เชอร์”



    To be continued...
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in
salmonrism (@salmonrism)
คุณหมอตอนนี้คือน่าทะนุถนอมมากเลยค่ะ อยากกอดดด