ผู้ชายจีนในคลังแสงPATNAKAN
:: You had me at hello :: Wang Ziyi x Mu Ziyang
  • :: You had me at hello ::


    Title : You had me at hello

    Pairing : Wang Ziyi x Mu Ziyang [เหรอ]

    Genre : One shot , Yaoi 

    Song : เวลาเธอยิ้ม - POLYCAT

    Note : มีอะไรกาวได้ก็กาวไปนะคะ โลกสวยงามได้ด้วยมือเราค่ะ จงสร้างกอผักตบขึ้นมา! ผักตบเรายั่งยืนและไม่มีวันล่มสลายได้เหมือนเรือนะคะ! #จื่ออี้กินกับใครก็อร่อย

    อย่าคาดหวังว่าจะได้อะไรภาษาสวยงามเลยนะคะ บรรยายไม่เก่งจริงๆ T_T เพราะความอัดอั้นเลยเลือกที่จะเล่าออกมาค่ะ ถึงตัวเองจะกากก็ตาม...


    ----------------------------------------------------

    มิลาน ,อิตาลี 2014

    ท่ามกลางห้องโถงขนาดใหญ่ มีผู้คนมากหน้าหลายตาจากหลายเชื้อชาติที่ถูกเชิญให้เข้าร่วมงานมิลานแฟชั่นวีคในปีนี้ พวกเขาตั้งตารอคอยแฟชั่นโชว์ที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้ 

    หวังจื่ออี้เองก็ได้รับบัตรเชิญให้เข้าร่วมชมคอลเลคชั่นใหม่ประจำปีนี้เช่นกัน 

    ไม่นานนักหลังจากที่จื่ออี้นั่งลงบนเก้าอี้ ไฟในห้องโถงก็ดับลง สปอตไลต์ส่องสว่างไปยังเหล่านางแบบ และนายแบบบนรันเวย์ พร้อมกับเสื้อผ้ามากมาย เสียงเพลงสอดคล้องกับจังหวะการเดินของพวกเขาเหล่านั้น เหมือนกับเขาเห็นศิลปะเดินได้ เสื้อผ้าที่สวยงามเหล่านั้นเป็นเหมือนสีแต่งแต้มภาพวาดให้มีความสวยงามยิ่งขึ้นไปอีก 

    นี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำไมเขาตอบรับคำเชิญมาชมแฟชั่นวีคทุกครั้งที่เขาสามารถมาได้ นอกจากจะมีเสื้อผ้าใหม่ๆในคอลเลคชั่นที่น่าสนใจ เขายังชอบสรีระต่างๆของเหล่านายแบบและนางแบบ 
    ร่างกายพวกเขาช่างเป็นสิ่งที่สวยงามราวกับรูปปั้นกรีก

    รันเวย์เหล่านี้มีครบทุกอย่าง...แต่ที่เขาคิดว่าขาดไปเพียงอย่างเดียวก็คือรอยยิ้ม

    บางครั้งตัวเขาก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำหน้าเคร่งเครียดขนาดนั้นด้วย 
    หรือถ้ายิ้มแล้วมันจะดูเป็นการประกวดนางงามหรืออย่างไร?

    เขาก็ได้แต่สงสัย

    ทันใดนั้นเขาก็เห็นนายแบบเอเชียคนหนึ่งบนรันเวย์ท่ามกลางนายแบบยุโรป

    ความจริงมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร นายแบบเอเชียเดี๋ยวนี้ก็มาเดินแบบกันต่างประเทศเป็นว่าเล่นอยู่แล้ว
    แต่เขากลับสะดุดตากับนายแบบคนนี้มากเหลือเกิน

    'ดูโดดเด่นจังเลยนะ' 

    สันกรามที่คมกริบ โหนกแก้มก็ยังโดดเด่น ใบหน้าที่ปราศจากรอยยิ้ม สายตาและคิ้วนั้นทำให้ภาพลักษณ์นายแบบคนนั้นดูดื้อรั้น แต่ริมฝีปากอวบอิ่มกลับดูน่าสัมผัส เส้นผมสีน้ำตาลเคลื่อนไหวไปตามจังหวะที่เดิน ลาดไหล่ที่กว้างแต่เอวกลับคอดงามไปกับสูทสีดำ เรียวขายาวไปกับกางเกงที่ถูกตัดเย็บอย่างดี เขาดูมีทั้งความเข้มแข็งแบบผู้ชายแต่งดงามอ่อนไหวในแบบผู้หญิงไปพร้อมๆกัน

    หวังจื่ออี้ไม่สามารถละสายตาจากเขาไปได้เลย..

    ถ้าหากมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้านั้น เขาจะน่ารักได้ขนาดไหนกันนะ
    จะได้เจอเขาอีกเมื่อไหร่กัน

    เขาได้แต่คิดเพียงลำพัง
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .

    Qin's Entertainment

    โลโก้ชื่อค่ายแห่งหนึ่งปรากฏขึ้นบนจอขนาดใหญ่ที่อยู่ในสตูดิโอรายการ Idol Producer

    หลังจากที่พวกเขาทั้งสี่คนปรากฏตัวขึ้นก็ได้รับเสียงฮือฮาจากเด็กฝึกในรายการ ด้วยภาพลักษณ์แวมไพร์ ตัวสูง ขายาว ผิวขาว แล้วยังดูรวย บริษัทมองขาดในด้านสไตล์การแต่งตัวให้น่าจดจำตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น 

    มู่จื่อหยางอมยิ้มพอใจกับเสียงชื่นชมเหล่านั้น แต่ภายในใจก็แอบประหม่าเล็กน้อย เพราะเขากับปู่ฝานอยู่ในเส้นทางสายนายแบบมาตลอด พี่ชายของเขาอีกคนก็มาจากสายวิชาการ ส่วนน้องเล็กก็ฝึกมาไม่นานนัก

    เส้นทางไอดอลพวกเขาเริ่มต้นขึ้นแล้วตั้งแต่ก้าวเข้าสู่บริษัท แต่ในวันนี้และหลังจากนี้เป็นต้นไปจะเป็นตัวตัดสินว่าพวกเขาจะไปได้ไกลแค่ไหน

    พวกเขาจึงเลือกอันดับที่กึ่งกลางไว้ก่อน ไม่สูงเกินไปและอยู่ในระดับที่เขาคิดว่าน่าจะได้รับโหวต ก็คือตำแหน่งเก้าอี้ที่ 18 ถึง 21 ตามลำดับ
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .

    ไม่นานนักเด็กฝึกคนใหม่ก็เข้ามายังสตูดิโอ เด็กฝึกที่ยืนอยู่ข้างล่างแนะนำตัวในนามวง BBT พวกเขาหันไปคุยกันเล็กน้อยว่าจะเลือกเก้าอี้ตัวไหน เก้าอี้อันดับหนึ่งก็ยังคงว่างอยู่ บางคนในกลุ่มนั้นเลือกที่จะอยู่เก้าอี้อันดับหลังๆ แต่มีผู้ชายคนหนึ่งเลือกที่จะแยกตัวเองออกไปอยู่เก้าอี้อันดับต้นๆ



    มู่จื่อหยางมองลงไปก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งใส่กางเกงยีนส์กับแจ็คเกตดำ ทรงผมอันเดอร์คัตที่มีรอยสายฟ้า
    ดูแล้วโคตรจะเท่ และป้ายประเมินเกรดที่ติดอยู่บนเสื้อของเขาคือตัว A

    'โคตรเท่เลย..'

    มู่จื่อหยางคิด

    'ฉันอยากขึ้นไปอยู่ข้างบน'  เสียงผู้ชายคนนั้นพูดกับเพื่อนของเขา




    หวังจื่ออี้ก็เป็นสมาชิกวง BBT และเข้าร่วมรายการนี้เพราะเขาต้องการที่จะเป็นไอดอลเช่นกัน

    เขาเลือกที่จะไปอยู่เก้าอี้เก้าตัวแรก เพราะเขามั่นใจว่าการฝึกอย่างหนักของเขาควรจะอยู่ในอันดับต้นๆ

    แต่เขาไม่คิดว่า เขาจะได้เจอกับนายแบบคนเดิมที่เขาเจอที่มิลานแฟชั่นวีคหลายปีก่อน..

    หลี่เจิ้นหยาง...

    หลังจากวันนั้นจื่ออี้หาทางถามคนที่แคสต์นายแบบมาจนได้ และพบว่านายแบบคนนั้นชื่อหลี่เจิ้นหยาง 
    ชื่อนี้เค้าคงจะบันทึกไว้ในความทรงจำเขาได้เท่านี้แหละ ถ้าตามไปสตอล์คก็คงจะไม่ได้

    เขาได้แต่หวังว่าสักวันนึงโลกจะพัดเหวี่ยงให้เขากลับมาเจอกับหลี่เจิ้นหยางได้อีกครั้ง

    ในระหว่างที่หวังจื่ออี้เดินขึ้นไปบนบันไดเพื่อไปเก้าอี้ตัวนั้น สายตาเขาก็ดันไปเห็นผู้ชายผมสีชมพูกับชุดสีดำหัวจรดเท้า ใบหน้าที่เขาจะไม่มีวันลืมไปจากความทรงจำ เค้าโครงหน้า สันกราม ริมฝีปากอิ่มๆนั้น ลาดไหล่กว้าง และทุกๆอย่างบนร่างกายนั้น

    เขาจำภาพหลี่เจิ้นหยางได้อย่างไม่มีผิดเพี้ยนไปจากหลายปีก่อน

    แต่ตอนนี้หลี่เจิ้นหยางกลับดูอ่อนโยนเหลือเกิน 

    เด็กฝึกมากมายก็หันมาลุ้นกันว่าหวังจื่ออี้จะเลือกนั่งที่เก้าอี้หมายเลขอะไร มู่จื่อหยางก็มองเขาเช่นกัน 

    จื่ออี้ลังเลว่าเขาควรจะนั่งเก้าอี้หมายเลขหนึ่งดีไหม แต่ท้ายสุดแล้วเขาเลือกหมายเลขสอง

    จื่ออี้นั่งลงและหันมามองเก้าอี้ที่อยู่ถัดจากเขาไปสองแถว 
    มู่จื่อหยางกำลังยิ้มและปรบมือให้กับเขา... จริงๆแล้วทุกคนปรบมือให้เขา

    แต่สายตาเขามองไปเพียงแค่เก้าอี้ตัวนั้น
    เก้าอี้หมายเลขที่ 18 

    จื่ออี้โค้งหัวและอมยิ้มเล็กน้อยให้กับผู้ชายผมสีชมพูที่นั่งบนเก้าอี้นั้น

    "เค้านั่งอันดับ 2 ใครจะไปนั่งอันดับ 1 ล่ะ" 
    มู่จื่อหยางหันไปพูดกับเพื่อนร่วมวงของเขา

    จื่ออี้ไม่สนใจหรอก ว่าหลี่เจิ้นหยางจะรู้จักเขาไหม หรือในอนาคตเขาจะได้คุยกับคนคนนี้หรือเปล่า
    แต่ว่าจากที่เขาสงสัยเมื่อหลายปีก่อนว่าถ้าคนคนนี้ยิ้มแล้วจะเป็นยังไง

    เขาตอบตัวเองได้แล้ว 

    โคตรน่ารัก


    "ไม่รู้ว่าต้องโตท่ามกลาง หมู่ดอกไม้มากมาย ขนาดไหนเธอจึงได้ครอบครอง รอยยิ้มที่สวยงามขนาดนี้"


    "หวัดดี"

    "หวัดดี"

    "ฉันมู่จื่อหยาง จื่ออี้ใช่มั้ย"

    "ใช่ ยินดีที่ได้รู้จักนะ"

    มู่จื่อหยางอย่างนั้นเหรอ ไม่ใช่ หลี่เจิ้นหยางเหรอ?

    เขาคงเปลี่ยนชื่อเพราะใช้เป็นชื่อเข้าวงการหรือเปล่านะ

    บทสนทนาแรกของเราเกิดขึ้นเพราะว่าพวกเราจับพลัดจับผลูได้มานั่งข้างกันในการคัดออกครั้งแรก
    ตอนนี้เขาทำผมสีน้ำเงินแล้ว แต่หลี่เจิ้นหยางก็ยังน่าประทับใจเสมอ

    "นายบนสเตจ PPAP โคตรเท่เลยอ่ะ"

    มู่จื่อหยางหันมาพูดกับเขา อ่า..เขาใส่ชุดสูทมีหูกระต่ายแบบเดียวกันกับผมเลย

    "..ขอบคุณนะ นายก็น่ารักดี เพลง Dance to the music นายเด่นมากเลย ผมชมพูแล้วก็ตัวสูง"

    "ฮ่าๆ บ้าน่า นายจะไปชมใครว่าน่ารักแบบนี้ได้ไง แต่ก็ขอบคุณนะ ฉันน่ะหล่ออยู่แล้ว"


    คนบ้าอะไรกัน หลงตัวเองสุด...แต่ก็เพราะเป็นแบบนี้ ไม่ให้พูดว่าน่ารักได้ไงกันล่ะ


    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .
    .

    วันนี้จื่ออี้และจื่อป๋อได้รับหน้าที่เป็น VJ พาโปรดิวเซอร์แห่งชาติไปดูหอพักรอบๆ
    หลังจากที่เขาสัมภาษณ์โจวรุ่ยเสร็จแล้ว เขากับจื่อป๋อก็ขอตัวไปห้องต่อไป

    ห้องของเหล่าสลัมบอยกรุ๊ป 

    จื่อป๋ออ่านรายชื่อสมาชิกคุนอินอยู่หน้าห้อง

    และมู่จื่อหยางก็นอนอยู่นี่

    "ทุกห้องนอนก็จะมีคนขี้เซาครับ ห้องนี้ก็จะเป็นดาร์เรนหวังนั่นเองครับ"

    จื่อป๋อกระซิบกระซาบใส่ไมค์ ในขณะที่จื่ออี้ก็มองขึ้นไปเห็นผู้ชายใส่ถุงเท้าสีแดงสะดุดตา

    ดาร์เรนหวังคนนี้เวลาหลับก็ยังน่ารักอยู่ดีนั่นแหละ 

    แต่ไม่นานนักมู่จื่อหยางก็งัวเงียลงมาจากเตียงเพราะได้ยินเสียงฝีเท้ามากมายในห้อง
    เขาลงมาค้นหาลูกอมของหลิงเชาหลังจากนั้นเขาก็เริ่มพูดอะไรไม่รู้มากมายเกี่ยวกับเรื่องกล่องยาในห้อง


    "เนี่ยนะ ถ้าอยากสูงก็ต้องกินยา เพราะว่ายาน่ะ..." 

    จื่อหยางทำเป็นใช้ความคิดอย่างจริงจัง

    ผมยื่นไมค์ไปรอคำตอบของเขา

    "ฮ่าๆๆๆๆ โทษทีๆๆ ฉันนึกไม่ออกว่าจะตอบว่าไง แต่งเรื่องไม่ทัน จื่ออี้หน้าโคตรคาดหวังเลย ฮ่าๆๆ"

    จื่อหยางหัวเราะเสียงดังในความตั้งใจรอคำตอบของผม

    พูดอะไรที่มันไร้สาระขนาดนี้ก็ยังดูเป็นแมวที่น่ารักอยู่ดี แมวน่ารักที่ถือลูกอมก้านยาวสีชมพูเสียด้วย




    ในรายการพวกเราไม่ค่อยได้เจอเท่าไหร่ ในสเตจก็ไม่ได้เจอกันสักครั้ง
    ครั้งล่าสุดที่เราเจอกันก็คงจะเป็นตอนที่รายการให้พวกเราสอนภาษาจีนด้วยกัน

    "จื่ออี้ เงยหน้าขึ้นด้วย แบบนี้ จะได้เท่ๆเหมือนคำว่าเจ้าชายไง"

    "นี่ถ้าเยว่เยว่มายืนตรงนี้ ก็จะเป็นคำว่า หวัง จื่อ อี้"

    "หรือถ้าสลับตัว W มันก็จะเป็น M มู่ จื่อ หยาง"

    ไม่ว่าเขาจะทำตัวแบบ "กากๆ" หรือหลงตัวเองด้วยประโยคที่ว่า "เสื้อผ้าไม่ได้แพง ผมต่างหากที่แพง"
    ทุกครั้งที่เขาหัวเราะด้วยเสียงประหลาดๆ ทุกครั้งที่เขายิ้มจนตาหยี ทุกครั้งที่เขาเดิน ทุกครั้งที่เขาอยู่บนเวทีไม่ว่าจะเดินแบบหรือการแสดงในแต่ละเพลงของเขา ทุกอย่างบนร่างกายของเขา

    และรอยยิ้มของเขาก็ยังคงสวยงามเสมอ

    สำหรับหวังจื่ออี้แล้ว มู่จื่อหยางก็ยังคงเป็นคนที่ทำเขาประทับใจได้ทุกๆวัน

    ตั้งแต่วันนั้นบนรันเวย์เมื่อหลายปีก่อน
    ตั้งแต่วันที่ได้เจอกัน [อีกครั้ง] โดยบังเอิญในรายการเซอร์ไววอล
    ตั้งแต่วันที่เขาได้รู้จักกับชื่อมู่จื่อหยางในผมสีชมพู
    ตั้งแต่ครั้งที่เราได้นั่งข้างกันในวันคัดออกครั้งแรก
    ตั้งแต่ครั้งที่เราได้ทักทายกันด้วยคำว่าสวัสดี

    จนถึงวันนี้แล้วที่พวกเราไม่ได้เดบิวต์หรืออยู่วงด้วยกัน

    ใจของหวังจื่ออี้ก็เป็นของมู่จื่อหยางมาตั้งแต่คำว่าสวัสดีแล้วล่ะ 








    จากเก้าอี้หมายเลข 2


    ถึงเก้าอี้หมายเลข 18




    END



    วี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด เขียนอิหยังลงไปเนี่ยยยยยยยยยยยยย
    ทีแรกบนว่าจะเขียนถ้าเกิด 9% กับ ONER จะได้มาเจอกันอีก แล้วจื่ออี้จื่อหยางมีโมเม้นแล้วจะเขียนฟิคแก้บน ไปๆมาๆงานยกเลิกเฉย ฮ่วย!! ไอฉีอี้ เธอจะพังเรือชั้นไม่ได้หรอกนะ ชั้นพูดเรย ชั้นพูด! /รัวแป้น

    ฟังเพลง เวลาเธอยิ้ม(You had me at hello) ของโพลี่แคทละมันแบบ หื้มมม
    เห็นว่าบนเวทีนี่พวกนายแบบชอบดึงหน้า เลยยำออกมาเป็นงี้ หยางหยางเวลายิ้มก็น่ารักด้วย โลกสดใส สายตาจื่ออี้ก็อบอุ่นจนร้อน ฮือ นี่คนหรือไมโครเวฟ มันต้องเขียน! ซึ่งอิประโยค You had me at hello นี่ก็แค่อยากใส่มาเฉยๆเพราะชอบ (อิหยังเนี่ย เป็นวันช็อตที่ตามใจคนเขียนมาก)

    จริงๆที่ชิปคู่นี้อะ น่าจะเป็นเพราะตอนที่อยู่ดีๆก็คิดว่า จื่ออี้นี่ดูสนใจแบรนด์เนมเนาะ แฟชั่นไรงี้ แล้วบังเอิญว่าจื่อหยางของเราก็เป็นนายแบบ เฮ้ย เขาอาจจะเคยเจอกันก็ได้เว้ย--- คนหล่อๆควรจะเป็นแฟนกันสิ!  (องค์หญิงได้โปรดทรงวางถุงกาวลงเถอะเพคะ) 
    แต่แรกๆเราก็คิดว่าชิปเล่นๆ ไปๆมาๆแม่ง...เชี่ย คลิปสอนภาษาทำไมจื่ออี้มองจื่อหยางด้วยความเอ็นดูขนาดนั้นฟระ กสวดกกวดสก่า สายตาที่เขามองจื่อหยางทำตัวกากๆด้วยความเอ็นดูมันแบบ TT
    ได้เรย ได้ !!



    เราก็เลยไปย้อนไล่ดูตั้งแต่อีพีแรก..เหยดเข้ เขามีโมเม้นว่ะ ...
    อีพีที่คัดออกเค้านั่งข้างกันละก็หันไปคุยกันด้วย T________T

    ทีแรกว่าจะเขียนมุมมองของจื่อหยางด้วย ไปๆมาๆแม่งไม่ใช่ เลยลบออกไปส่วนหนึ่ง ให้เป็นแค่คนเดียวเล่าถึงอีกคนดีกว่า อะให้เขาชอบพอกันแต่เพียงเท่านี้ เพราะชั้นขี้เกียจเขียนต่อ .. (ได้หลอ)

    ถ้ามู้ดมาก็คงจะต่อจื่ออี้หยางหยางใน AU อื่นๆค่ะ ตอนนี้ได้แค่นี้ เมากาวระยะสั้น
    ขอบคุณค่ะ

    มาหวีดกันได้ที่ @OnlyYouYueyue ได้เสมอ เรือนี้ว้างว่างค่ะ กลายเป็นผักตบไปแล้ว เติบโตลอยน้ำอยู่เพียงต้นเดียว ต้องหากินเองค่ะ

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in