ReviewPeanut Butter Jelly
Parasite (REVIEW)
  • [พุดดิ้งดู Ep.2]
    .
    Parasite ภาพยนตร์สัญชาติเกาหลีใต้ที่คว้ารางวัลออสการ์ครั้งที่92 มาได้ โดยเป็นภาพยนตร์ที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นเรื่องแรกที่ได้รับรางวัลนี้ เกริ่นมาแค่นี้ก็ทำให้อยากเข้า Netflix ไปเปิดดูแล้วว่าอะไรคือกุญแจสำคัญที่ทำให้ Parasite ชนชั้นปรสิต สามารถพาวงการภาพยนตร์เกาหลีไปได้ไกลขนาดนี้
    .
    Parasite คือเรื่องราวของสองครอบครัวที่มีฐานะแตกต่างกันสุดขั้ว ครอบครัวแรกเป็นครอบครัวคิมที่ยากจน พวกเขาต้องอาศัยอยู่ในบ้านชั้นใต้ดิน ใช้ไวไฟฟรีเท่าที่หาสัญญาณได้ ต้องพับกล่องพิซซ่าขายแลกเงิน ใช้ชีวิตอย่างขัดสน ทั้งๆ ที่คนในครอบครัวมีศักยภาพมากพอที่จะสามารถก้าวเข้าสู่สังคมดีๆ ได้ ในขณะที่อีกครอบครัวหนึ่งคือครอบครัวพัคผู้แสนร่ำรวย อยู่กินแบบเงินเหลือใช้เหลือเฟือ เรื่องทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นเมื่อกีอู ลูกชายของครอบครัวคิมได้รับคำเชิญชวนจากเพื่อนผู้ร่ำรวยให้ไปสอนพิเศษลูกสาวครอบครัวพัคแทนเขา แต่เมื่อพื้นเพที่แท้จริงไม่ใช่คนร่ำรวยอะไร ซ้ำยังไม่มีวุฒิใบประกาศใดๆ กีอูจึงให้น้องสาวปลอมแปลงเอกสารสำคัญให้จนสามารถเข้าไปทำงานสอนพิเศษได้ในที่สุด ไม่เพีียแค่นั้น ครอบครัวคิมยังริ่เริ่มวางแผนที่จะแทรกแซงตัวเข้าไปทำงานในบ้านพัคผู้ร่ำรวยให้หมดทุกคนอีกด้วย เริ่มจากการวางแผนใส่ร้ายคนขับรถเพื่อให้พ่อ คิม กีแท็กมาทำงานเป็นคนขับรถแทน การปลอมตัวตนของลูกสาวคิม กีจองเพื่อเข้ามาเป็นครูสอนพิเศษ และสุดท้ายกำจัดแม่บ้านคนเก่าเพื่อให้แม่ของตัวเองเข้ามาแทนที่
    .
    หลังจากดูไปได้ราวเกือบครึ่งเรื่อง เราค้นพบว่าภาพยนตร์เรื่องนี้นำเสนอการกระทำของตัวละครออกมาได้ชัดเจนเสียจนไม่แปลกใจว่าทำไมชื่อเรื่องถึงได้ชื่อ Parasite ชนชั้นปรสิต เพราะการกระทำของครอบครัวคิมทั้งหมดคือการทำตัวเหมือนปรสิตที่พยายามแทรกแซงตัวเข้าไปใน Host อย่างครอบครัวพัคเพื่อความอยู่รอดในชีวิต Parasite นำเสนอแง่มุมของความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่ครอบครัวทั้งสองครอบครัวในเรื่องต้องเผชิญในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของการเข้าไม่ถึงการศึกษาซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ในสังคม ลูกชายลูกสาวครอบครัวที่ยากจนมีความสามารถทั้งคู่ ลูกชายเรียนเก่งถึงขั้นเป็นติวเตอร์ได้ ลูกสาวก็เก่งทางศิลปะถึงขั้นสอนพิเศษ ปลอมแปลงเอกสารได้แต่กลับไม่ได้รับการศึกษาที่ควรได้เพียงเพราะไม่มีเงิน ในขณะที่ครอบครัวคนรวย ไม่ต้องเรียนเก่ง ไม่ต้องขวนขวาย การศึกษาก็มาเสิร์ฟถึงบ้านได้ด้วยอำนาจของเงิน 
    .
    Parasite ยังนำเสนอสถานการณ์ที่ครอบครัวที่ยากจนต้องเผชิญอย่างยากลำบากเพิ่มความรู้สึกสงสารในใจคนดู ในภาพยนตร์มีอยู่หนึ่งฉากที่แสดงถึงความไม่เท่าเทียมกันทางชนชั้นได้ชัดเจนที่สุดคือฉากที่ฝนตกหนัก บ้านคนรวยอยู่อย่างสบาย จะตกหนักแค่ไหนก็ไม่เป็นไร ฝนตกยังกลายเป็นเรื่องสุนทรีย์อีกด้วย ในขณะที่บ้านครอบครัวยากจนนั้นถึงกับน้ำท่วมจนมิดคอ ทุกอย่างพังเละเทะเสียหายจนต้องไปนอนรวมกันในโรงยิม แต่สิ่งน่าสนใจคือไม่ว่าน้ำจะท่วมยังไง ตัวพ่อกลับเลือกจะหยิบกรอบรูปที่แม่เคยชนะการแข่งกีฬาออกมาก่อน แสดงให้เห็นว่านั่นคือสิ่งสำคัญที่ยึดโยงความเชื่อของเขาเอาไว้ ฝั่งลูกชายก็อุ้มหินที่ได้มาจากเพื่อนสนิทผู้ร่ำรวยไม่ปล่อยอย่างถือมั่นว่านั่นคือหินที่จะช่วยให้มั่งมี เขายอมปล่อยหินนั้นก็ตอนสุดท้ายที่รู้จักปล่อยวางความเชื่อนั้นแล้วกลับมาเดินตามหนทางเดิม ด้านลูกสาวก็เข้าไปในห้องน้ำพยายามปิดฝาชักโครกที่ดันน้ำเน่าเสียออกมาแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่นั่งสูบบุหรี่อยู่บนชักโครกเท่านั้น ฝนและน้ำท่วมสำหรับครอบครัวยากจนจึงเปรียบเหมือนปัญหาที่สิ้นหวังจะแก้ ทำได้แค่นั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่อย่างนั้นเท่านั้น
    .
    ไม่เพียงมีการใช้สัญลัักษณ์ สิ่งของต่างๆ มาเป็นกิมมิคในการเล่าเรื่อง Parasite ยังมีบทพูดเฉียบคมที่ฟังแล้วบาดลึกไปถึงโสตประสาทของคนดูอีกด้วย ฉากที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ก็คงเป็นฉากที่ครอบครัวคิมไปนั่งล้อมวงกันในบ้านครอบครัวพัคที่ไปเข้าแคมป์แล้วเกิดฉากประโยคเด็ดอย่าง

    "คุณนายนี่ใสซื่อ หลอกง่าย นิสัยดี รวยแต่ยังนิสัยดี"

    "ไม่ใช่รวยแต่นิสัยดี แต่นิสัยดีเพราะรวยต่างหาก ถ้าฉันรวยขนาดนี้ ฉันก็ต้องนิสัยดีเหมือนกัน"

    สองประโยคข้างบนนั้นอาจสรุปเรื่องราวของภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ทั้งเรื่องเลยด้วยซ้ำ ครอบครัวพัคผู้ร่ำรวยนิสัยดี ใสซื่อนั้น เพราะร่ำรวย เมื่อร่ำรวย ไม่ต้องพบเจอความยากลำบาก ไม่ต้องเผชิญความโหดร้ายของสังคมก็เป็นธรรมดาที่จะไม่เป็นคนมองโลกในแง่ร้าย ไม่จำเป็นต้อระแวดระวังตัวใดๆ ทั้งยังมีเงินมากพอที่จะจ่ายให้คนในบ้านอย่างเหลือเฟือโดยไม่ต้องอนาทรร้อนใจ ผิดกันกับครอบครัวคิมผู้ยากจน ก็เพราะไม่มีเงิน ชีวิตถึงพบเจอแต่ความลำบาก เหน็ดเหนื่อยไม่รู้จบสิ้น ไม่มีเวลา ไม่เหลือที่ที่จะไปมอบความอารีให้ใคร ดังเช่นตอนที่ลูกสาวพูดกับพ่อที่เป็นกังวลว่าคนขับรถคนเก่าที่ถูกไล่ออกจะหางานได้หรือยัง ลูกสาวก็ว่าช่างเขา สนใจแค่เราก็พอ เราคือคนลำบาก ให้สนใจแค่เราก็พอ ความลำบากบีบให้ครอบครัวคนจนต้องดิ้นรน บีบให้กลายเป็นปรสิตที่ต้องเข้าไปเกาะอยู่กับโฮสต์อย่างครอบครัวพัค ความลำบากที่เกิดจากความเหลื่อมล้ำและไม่เท่าเทียมของโครงสร้างทางสังคม
    .
    และท้ายที่สุด เป็นจุดที่เราคิดว่า Parasite ทำออกมาได้เสียดสีสังคมอย่างเจ็บแสบที่สุดคือเรื่อง "กลิ่น" คนรวยมีกลิ่นแบบคนรวย และคนจนมีกลิ่นแบบคนจน กลิ่นที่คนจนไม่ได้กลิ่นแต่คนรวยได้กลิ่น กลิ่นของรถไฟฟ้าที่คนรวยไม่ได้นั่ง กลิ่นเหงื่อ ไม่มีกลิ่นน้ำหอมหอมๆ แบบที่คนรวยมี นี่คือสิ่งที่ตลกร้ายที่แม้แต่กลิ่นยังสามารถแสดงความเหลื่อมล้ำของสังคมได้เลย
    .
    Parasite เป็นภาพยนตร์ที่เมื่อดูจบแล้วรู้สึกว่าไม่มีใครผิดใครถูก คนรวยก็ไม่ได้ผิดที่จะมีวิถีชีวิตแบบคนรวย มีความคิดแบบคนรวย คนจนก็ไม่ผิดที่เกิดความรู้สึกอัดอั้น ขัดเคือง เพราะความคิดและวิถีพวกนั้นล้วนเป็นผลมาจากความเหลื่อมล้ำทางสังคม ความเท่าเทียมที่ไม่เท่ากันในสังคมหล่อหลอมให้เกิดผลผลิตอันเลวร้ายออกมาไม่ว่าจะในแง่ใดก็ตาม และ Parasite สามารถนำเสนอออกมาให้เป็นสากลได้แม้ว่าบริบทจะเป็นเกาหลีใต้ แต่คนชาติไหนดูก็เข้าใจ พอดูจบก็เลยเข้าใจและรู้สีึกไม่แปลกใจว่าทำไม Parasite ถึงได้เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษที่ได้รางวัลออสการ์
    .
    **การวิเคราะห์และตีความดังกล่าวเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน**
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in