#squarreadsquarrium
[Review] สามวันดี สี่วันเศร้า : คู่มือ ไดอารี่และเพื่อนที่ดีของคนเป็นโรคซึมเศร้า
  • สามวันดี สี่วันเศร้า

    ผู้เขียน : อินทิรา เจริญปุระ
    สำนักพิมพ์ : BUNBOOK
    ราคา : 160 บาท

    เล่มนี้เป็นผลงานเล่มที่สองของคุณทรายที่เรามีโอกาสได้อ่าน
    หลังจากที่ได้อ่านเรื่อง 'บันเทิงเชิงร้าย' ขำ ๆ เรื่องเล่าในกองถ่ายไปแล้ว ก็ได้มาเจออีกมุมหนึ่งของคุณทรายที่ต่างออกไป นั่นคือในมุมของผู้ป่วยโรคซึมเศร้า และมุมของคนที่ต้องรับมืือผู้ป่วยโรคซึมเศร้าอีกที

    เริ่มจากที่คุณทรายเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์จนกระทบถึงร่างกาย และมีอาการ PTSD หรือเป็นภาวะเครียดหลังจากเกิดเหตุสะเทือนขวัญ (ซึ่งแต่ละคนก็จะต่างกันออกไป บางคนอาจจะแสดงอาการเร็ว หรือบางคนอาจจะหลายเดือนกว่าจะแสดงอาการ บางคนพอเจออะไรกระตุ้นแล้วถึงเป็น แต่บางคนแค่จะนอนหลับก็ยังพาลคิดถึงเหตุการณ์เหล่านั้น) นั่นเลยทำให้เมื่อกายป่วยแล้วจิตใจถึงป่วยไปด้วย จึงได้เริ่มรับการรักษากับจิตแพทย์ไปพร้อม ๆ กับรักษาร่างกาย

    เลยเป็นเหมือนหนังสือบันทึกเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในชีวิตของคนที่เป็นโรคซึมเศร้าได้ดีมาก ๆ หรือแม้แต่บางอย่างที่อาจจะดูเล็กน้อยสำหรับเรา แต่เมื่อเกิดขึ้นกับคนที่เพิ่งเจออะไรร้ายแรงมาจนร่างกายไม่สามารถทำอะไรได้เท่าเดิม จิตใจไม่สามารถรับอะไรหนัก ๆ ได้เหมือนเดิม ก็เป็นเรื่องที่ยากจะจัดการด้วยตัวเองได้ 

    ถึงแม้ว่าเราจะไม่เคยเจออะไรแบบนั้น (อย่างเช่นเหตุการณ์สะเทือนใจร้ายแรง หรือมีอาการซึมเศร้า) แต่หนังสือเล่มนี้ก็ทำให้เราเข้าใจได้ไม่ยากว่าอาการซึมเศร้ามันมีอยู่จริง ไม่ใช่โรคที่ใครจะอยากเป็นแค่เพราะมันเป็นเทรนด์ (ถึงแม้จะมีคนที่ทำแบบนั้นอยู่จริงก็ตาม) มันทำให้เราเหมือนได้ไปสัมผัสกับโรคซึมเศร้า ถึงแม้จะไม่ได้เป็นเองหรือมีใครรอบตัวเป็นเลยก็ตาม 

    สิ่งที่ชอบมาก ๆ อย่างหนึ่งก็คือการไม่กลัวที่จะไปหาหมอ หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่ความคิดเก่า ๆ อีกต่อไป ที่พอบอกใครว่าไปหาจิตแพทย์ปุ๊ปจะต้องกลัวคนคิดว่าเราเป็นบ้า คุณทรายทำให้คนอ่านไม่รู้สึกว่าการไปหาจิตแพทย์เป็นเรื่องแปลก มันสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน เมื่อถึงวันนึงที่เรารู้สึกว่ามันมีปัญหาก็ไม่จำเป็นต้องแบกมันไว้เสมอไป บางเรื่องถ้าเราปรึกษาคนที่ทำหน้าที่นี้โดยตรง ไปคุยกับคนที่เชี่ยวชาญ น่าจะช่วยให้เราผ่านมันไปได้ดีกว่าดันทุรังเอง และแน่นอนว่าทุกอย่างต้องใช้เวลา

    สามวันดีสี่วันเศร้าเป็นหนังสือเล่มที่เราไม่จำเป็นต้องใช้ที่คั่นหนังสือ เพราะเราอ่านจบรวดเดียว ภายในเวลาแปปเดียว ไม่เคยเกิดขึ้นกับเล่มไหนนานแล้ว (ในยุคที่ติดทวิตเตอร์อย่างกับแฝดอิน-จันแบบนี้)
    ส่วนตัวคิดว่าเป็นเพราะภาษาที่อ่านง่าย เล่มเล็กกระทัดรัด เป็นเหมือนไดอารี่หนึ่งเล่มที่ชวนให้อ่านต่อเรื่อย ๆ (และเหมาะกับคนขี้เผือกอย่างเรามาก) อยากรู้ว่าจะเป็นยังไงต่อไป จะจัดการช่วงเวลาแบบนั้นได้ยังไง

    ใครที่อ่านเล่มนี้จะต้องเข้าใจคนเป็นโรคซึ้มเศร้ามากขึ้นแน่นอน ถึงแม้เราจะไม่รู้ว่าเมื่อต้องไปเจอหรือรับมือกับคนเป็นโรคซึมเศร้าจริง ๆ เราจะทำออกมาได้ดีรึเปล่า อาจจะกลายเป็น Blacklist สำหรับพวกเขาไปเลยก็ได้ หรือแม้แต่ในวันข้างหน้าเราอาจจะต้องไปพบหมอในฐานะผู้ป่วยจิตแพทย์ หนังสือเล่มนี้ก็จะเป็นเหมือนคู่มือดี ๆ หนึ่งเล่ม ที่เข้าใจเรา พูดแทนเราในหลายเรื่อง และสอนเราไปด้วยในตัว

    ขอบคุณตัวเองที่ตัดสินใจซื้อเล่มนี้มา
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in