Album ReviewEARWAXED
[Album Review #8] 2017's Picks: 77 Albums & EPs
  • 2017 ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปีที่สร้างความสุขให้กับนักฟังเพลงหลาย ๆ คนมาก เพราะด้วยการกลับคืนสู่ spotlight อีกครั้งของศิลปินที่ห่างหายจากการทำเพลงไปนาน รวมไปถึงการออกอัลบั้มใหม่ที่สร้างเสียงฮือฮาด้วยการเปลี่ยนแนวที่แฟน ๆ คุ้นเคย หรือแม้กระทั่งเหตุการณ์การสูญเสียบุคคลสำหรับของวงการไปก็มี ทั้งนี้ทั้ง เราเป็นอีกคนที่ตามฟังเพลงอย่างบ้าคลั่งมาตลอดทั้งปี เลยขอโอกาสนี้เขียนทบทวนรีวิว 77 อัลบั้มที่เราทั้งชอบมาให้ทุกคนได้อ่านได้กดฟังกัน ไปดูกันเลยดีกว่าว่า 77 อัลบั้มในปี 2017 ที่เราอยากพูดถึงมีอะไรกันบ้าง

    -------[ranked according to the release date]-------

    1. Sundara Karma, Youth is Only Ever Fun in Retrospect
    Genre: alternative rock, indie pop
    Release Date: January 13, 2017

    Sundara Karma คือวงร็อคหน้าใหม่จากอังกฤษที่สร้างฐานแฟนคลับจากการปล่อยอีพีเล็ก ๆ น้อย ๆ มาหลายชุดก่อนปล่อยอัลบั้มเต็มชุดแรกออกมา Youth is Only Ever Fun in Retrospect เป็นงานเพลงที่เราฟังแค่รอบเดียวก็หลงใหลกับมนต์เสน่ห์ในการสร้างเมโลดี้ที่ผสมผสานดนตรี rock กับเนื้อร้องที่มีความติดหูเหมือนกับเพลง pop เลย และจุดเด่นของ Sundara Karma คือความเท่ของนักร้องนำที่มีเสียงเป็นเอกลักษณ์มาก ตลอดการฟังงานชุดนี้ เพลงต่าง ๆ จะช่วยเติมเต็มคนฟังไปด้วยความรู้สึกของความเป็นวัยรุ่นที่เต็มเปี่ยมไปด้วยปัญหา ความทุกข์ ความสุขต่าง ๆ จึงทำให้อัลบั้มชุดนี้ได้ใจไปตั้งแต่เริ่มต้นปี 2017 เลย

    Recommended tracks: "Loveblood," "Flame," "Happy Family"


    2. The xx, I See You
    Genre: dream pop, alternative pop, indie pop
    Release Date: January 13, 2017

    เป็นเวลา 5 ปีที่ The xx ได้ทิ้งช่วงจากอัลบั้มชุดที่แล้ว และในปี 2017 เหล่าแฟนเพลงอินดี้ก็ได้ปลื้มปริ่มกับการ comeback ด้วยงานชุดที่สาม I See You ยอมรับเลยว่าเพลงของ The xx เป็นอะไรที่เข้าถึงได้ยากมาก ด้วยการที่ตัวเพลงเน้นเมโลดี้ชวนลอยและมีเนื้อเพลงที่ติดหูยาก แต่ใน I See You เรากลับรู้สึกถึงการทำเพลงที่ชวนให้ฟังได้ง่ายขึ้นหน่อย ความชอบของเราต่ออัลบั้มนี้คือการผสมผสานดนตรีสาย electronic กับ indie rock ให้ออกมามีความ crossover แบบเจ๋ง ๆ เอาไว้ฟังเพลิน ๆ ได้ดีเลย


    Recommended tracks: "On Hold," "Say Something Lovin'"


    3. Sampha, Process
    Genre: electronic, alternative R&B, neo soul
    Release Date: February 3, 2017

    เชื่อว่าหลายคนที่เข้ามาอ่านคงไม่รู้จักศิลปินหน้าใหม่คนนี้ แต่ Sampha กลับเป็นศิลปินจากฝั่งอังกฤษที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการเพลงมานานด้วยการทำเพลงให้กับศิลปินเบอร์ใหญ่ ๆ เช่น Jessie Ware, Drake, หรือ Kanye West และในเดือนกุมภาที่ผ่านมา Sampha ได้ปล่อย Process อัลบั้มเดี่ยวชุดแรกที่เพลงมีความมืดดำทั้งในเรื่องดนตรีและเนื้อร้องแต่อัดแน่นด้วยคุณภาพจนได้รางวัล Mercury Prize มาด้วยเลย อีกทั้ง Process ยังติดโผอัลบั้มยอดเยี่ยมของปี 2017 เกือบทุกสำนักเลยนะ ถ้าใครเป็นแฟนเพลงของ Frank Ocean ควรไปลองงานชิ้นนี้ของ Sampha ด้วย เพราะสองศิลปินนี้มีความคล้ายคลึงกันในเรื่องของเพลงมาก เพียงแต่เพลงของ Sampha จะไม่ค่อยดูแพรวพราวเท่ากับงานของ Ocean ใครอยากลองฟังอะไรที่เน้นอารมณ์จัด ๆ ชวนให้อึดอัด ต้องลอง!

    Recommended tracks: "Under," "(No One Knows Me) Like the Piano"


    4. Hippo Campus, landmark
    Genre: indie pop, alternative rock
    Release Date: February 24, 2017
    ยอมรับเลยว่าครั้งแรกที่กดฟังเพลงของวงนี้เป็นเพราะชื่อวงล้วน ๆ แต่เมื่อได้ลองแล้วกลับต้องรีบ subscribe ตามเป็นแฟนคลับของ Hippo Campus ทันที ด้วยความชอบส่วนตัวต่อเพลงสาย alternative rock อยู่แล้วทำให้เราติดใจเพลงของวงได้ง่ายมาก เพราะความฟังง่ายกับการผสมความ pop ของดนตรีเข้าไปในเมโลดี้ตลอด ในขณะที่วง alternative ส่วนใหญ่ในยุคจะทำเพลงด้วยการเอาซาวน์ electronic มาผสม แต่ Hippo Campus กลับยึดการทำเพลงด้วยเหล่าเครื่องดนตรีสดแต่สร้างความมุ้งมิ้งให้กับเพลงได้ดีมาก แต่เนื้อหาของเพลงต่าง ๆ กลับมีความลึก พูดถึงประเด็นสังคมหนัก ๆ มากมาย เลยขอฝาก landmark ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของทุกคนตรงนี้ด้วยเลย

    Recommended tracks: "way it goes," "sun veins," "tuesday," "boyish"


    5. Dia Frampton, Bruises
    Genre: pop, indie pop, synthpop
    Release Date: March 3, 2017
    ย้อนไปเมื่อ 6 ปีก่อน วิทยุบ้านเรากระหน่ำเปิด "Walk Away" และ "Don't Kick the Chair" งานเพลงของสาวเสียงจากเวที The Voice US ซีซั่นแรก จนทำให้ชื่อของ Dia Frampton เป็นที่รู้จักมากมายในไทย แต่จากนั้นเธอก็หายเข้ากลีบเมฆจนมาปล่อย Bruises อย่างเงียบ ๆ และแน่นอนทั้งคนไทยและต่างแดนก็ลืมเธอไปหมดแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ยังตามงานเพลงของ Dia มาเรื่อย ๆ และดีใจที่ได้ฟังงานใหม่จากเธอซักที สำหรับเพลงชุดนี้มีพัฒนาการจากชุดแรกในเรื่องดนตรีอย่างเหนได้ชัด คือเธอได้ใส่ electronic ลงไปมากขึ้น แต่ก็ยังไม่ทิ้งลายเซ็นต์เรื่องของเสียงร้องแสนหวานหรือความติดหูของเพลงไปเลย ความสดใสที่เราได้ฟังจาก Red อาจถูกกลบด้วยความ dark ของ Bruises ไปหมดเลย ใครที่คุ้นงานเพลงจาก Dia ลองไปฟังเพลงชุดนี้ดูเถอะ ดีไม่แพ้จากงานชุดที่แล้วเลย

    Recommended tracks: "Out of the Dark," "Crave"


    6. Ed Sheeran, ÷
    Genre: pop
    Release Date: March 3, 2017
    2017 ถือว่าเป็นปีทองของ Ed Sheeran มาก เพราะด้วยความสำเร็จจาก x ที่ปล่อยมาในปี 2013 ได้ถูกนำมาต่อยอดกับอัลบั้มชุดที่สาม ÷ ที่ยังคงคอนเสปต์เรื่องคณิตศาสตร์เอาไว้ หรือแม้กระทั่งแนวเพลง อัลบั้มชุดนี้ของ Ed ถูกนักวิจารณ์ทุกสำนักสับแหลกเพราะความ play safe ของการทำเพลงของ Ed แต่กระแสตอบรับกลับสวนกระแสจริง ๆ เพราะไม่ว่า single อะไรก็ตามที่ปล่อยออกมาก็ได้รับความนิยมแบบถล่มถลาย ไม่ว่าเราไปที่ไหนก็จะได้ยิน "Shape of You" ถูกเปิดกระหน่ำ หรือ "Perfect" ที่ได้ยินบ่อยจนแทบจะอาเจียน อย่างไรก็ตาม ÷ ก็ยังเป็นงานเพลงที่ฟังเพลิน ๆ เหมาะที่จะเปิดฟังทุกโอกาสเลย

    Recommended tracks: "Happier," "What Do I Know?," "Supermarket Flowers"


    7. Khalid, American Teen
    Genre: R&B, alternative R&B
    Release Date: March 3, 2017
    Khalid คือหนึ่งในศิลปินหน้าใหม่เชื้อสายอเมริกันที่ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามในปีนี้ ด้วยการทำเพลง R&B ที่ผสมความ alternative ในแง่เนื้อเพลงที่พูดถึงชีวิตความเป็นวัยรุ่นที่ประสบกับปัญหาต่าง ๆ รอบตัว สำหรับเราแล้ว American Teen ถือเป็นการเปิดตัวที่ดีให้กับตัวศิลปินคนนี้ ด้วยการที่ทำเพลงแบบเข้าถึงง่ายแม้จะเล่นกับประเด็นหนัก ๆ อย่างเรื่องการใช้ชีวิต ตลอดการฟังอัลบั้มนี้จะทำให้นึกถึงงานเพลงของ Frank Ocean มาก เพราะด้วยดนตรี R&B แบบ minimal และเสียงร้องต่ำ ๆ ชวนให้รู้สึกเศร้ากับเพลงของเขา

    Recommended tracks: "Young Dumb & Broke," "Location," "Saved"


    8. Zara Larsson, So Good
    Genre: pop, electropop, dance pop
    Release Date: March 17, 2017
    สาว Zara จากแดนเพลง pop ของโลกอย่างสวีเดนก็ปล่อยงานชุดใหม่ออกมาเหมือนกันในปีนี้หลังจากที่ปล่อย single มามากมายกว่าก่อนจะปล่อย So Good แบบเต็ม ๆ ออกมา หากจะบอกว่างานชุดนี้เป็น debut album ของ Zara ก็ไม่ค่อยจะถูก เพราะ So Good คืองานชุดที่สองของอาชีพเธอแต่เป็นอัลบั้มแรกที่ปล่อยในฐานะ global star ที่ได้รับการผลักดันจาก producer มากมาย ไม่ว่าจะเป็น MNEK, Ed Sheeran หรือ Charlie Puth ให้เธอเป็นเหมือน Britney คนใหม่ของวงการ แต่อัลบั้มก็กลับไปได้ไม่สวยเท่าไร ในส่วนของเพลงต่าง ๆ ในอัลบั้มก็เป็นงาน pop ที่ผสมผสานแนวเพลงต่าง ๆ ที่ทำให้มีความ variety ฟังเพลิน ๆ ถ้าใครที่ชอบเพลง pop ที่ฟังง่าย ๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก So Good ถือเป็นอีกงานที่น่าฟังในปีนี้

    Recommended tracks: "Lush Life," "Don't Let Me Be Yours," "Ain't My Fault"


    9. Frances, Things I've Never Said
    Genre: pop, indie pop, folk, soul
    Release Date: March 17, 2017
    อีกหนึ่งศิลปินหน้าใหม่ของปีนี้ที่ปล่อยงานเพลงชุดแรกออกมา Frances คือนักร้องจากอังกฤษที่หลายสื่อเรียกว่าเป็น New Adele ที่ทำเพลงคล้ายกับ Adele จริง ๆ ในแง่ของการโชว์เสียงที่หวาน ๆ บวกกับดนตรี pop สาย acoustic ฟังง่าย ๆ งานเพลงในอัลบั้ม Things I've Never Said มีความ emotional แรงมาก เพลงอย่างเช่น "Don't Worry About Me" สามารถเรียกน้ำตาจากคนฟังได้แน่นอน แต่ก็ยังมีเพลงสนุก ๆ อย่าง "No Matter" ชวนคนฟังโยกได้เหมือนกัน "Less is more." น่าจะเป็นประโยคที่ใช้บรรยายความรู้สึกจากการฟังอัลบั้มชุดนี้ได้ดีเลย

    Recommended tracks: "Don't Worry About Me," "No Matter," "No Matter"


    10. Betty Who, The Valley
    Genre: pop, electropop, dance pop
    Release Date: March 24, 2017
    สามปีที่แล้ว ชื่อของ Betty Who กลายเป็นศิลปินที่รู้จักมากขึ้นจากวิดีโอการขอแต่งงานของคู่รักเกย์คู่หนึ่งที่ใช้เพลง "Somebody Loves You" ของเธอมาตัดต่อในวิดีโอ และในปีนี้ Betty Who ก็ปล่อยอัลบั้มชุดที่สองออกมา The Valley เป็นอัลบั้มที่เปลี่ยนแนวของตัวศิลปินจากซาวน์ pop rock ย้อนยุคใน Take Me When You Go มาเป็น electropop ตามกระแสของเพลง mainstream ในปีนี้ ผลคือกระแสก็เงียบตามกันไป เพราะงานเพลงก็ไม่ได้ดูโดดเด่นอะไร แต่ที่เราชอบก็คงเป็นเพราะความฟังง่าย ๆ ไม่ต้องคิดอะไรมากเหมือนกับอัลบั้ม So Good ของ Zara Larsson

    Recommended tracks: "I Love You Always Forever," "Human Touch"


    11. Nelly Furtado, The Ride
    Genre: alternative pop, indie pop
    Release Date: March 31, 2017
    งาน comeback ของศิลปินตัวแม่แห่งวงการเพลงอย่าง Nelly Furtado ก็ถือเป็นไฮไลท์ของปี 2017 สำหรับเราเหมือนกัน หลังจากที่ป้าพังยับไปกับ The Spirit Indestructible เมื่อห้าปีก่อน ป้าก็ออกมาพูดว่า, "I'm done with pop music." แล้วทำเพลงโคตรอินดี้แบบที่กระแสก็ไม่แคร์ป้าเหมือนกัน แต่ถ้าใครได้มีโอกาสฟัง ก็จะพบกับความเจ๋งของป้าที่ยังคงพลุ่งพล่านอยู่ทั้งอัลบั้ม The Ride เป็นงานที่เล่าชีวิตของ Nelly ในช่วงที่หายตัวไปอย่างลึกลับแล้วกลับมาพร้อมกับความเป็น artist เต็มตัว จึงทำให้เพลงมีความลึกในเรื่องของชีวิตมาก แนวเพลงก็สลัดความ pop ผับระเบิดมาเป็นแนว folk บ้าง rock บ้างที่ถูกใจเรามาก เพลงอย่าง "Cold Hard Truth" หรือ "Flatline" จะทำให้นึกถึงเพลง noise rock ของ St. Vincent แล้วก็มี ballad soul ลึก ๆ อย่าง "Pipe Dreams" ที่เพราะมาก

    Recommended tracks: "Pipe Dreams," "Flatline," "Sticks and Stones," "Live"


    12. Matt Maeson, Who Killed Matt Maeson - EP
    Genre: alternative rock, indie rock, acoustic rock
    Release Date: March 31, 2017
    Debut EP จากศิลปินอินดี้อีกหนึ่งรายของวงการที่มีชื่อว่า Matt Maeson หนุ่มวัย 25 จากอเมริกา ดูจากชื่อ EP ก็ไม่ต้องคิดอะไรมาก เพลงโคตร dark เลยพี่น้อง Matt เป็นศิลปินสาย alternative ที่น่าจับตามองในปี 2018 มาก เพราะ EP ชุดนี้เป็นการปล่อยเพลงออกมาในคนฟังได้ชิมลางความดิบเถื่อนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ของตัวศิลปิน หกเพลงใน EP นี้ยืนพื้นด้วยความเป็น alternative rock ที่ฟังไม่ได้ยากเลย แนวดนตรีอารมณ์ร้านเหล้าบ้านเรา แถมเนื้อเพลงก็ดำดิ่งลงด้านมืดของจิตใจคนสุด ๆ ก่อนที่ Matt จะปล่อยอัลบั้มเต็มออกมา รีบไปฟังงานคุณภาพชุดนี้กันเถอะ แนะนำจริง ๆ

    Recommended tracks: "Me and My Friends Are Lonely," "Cringe," "Grave Digger"


    13. Michelle Branch, Hopeless Romantic
    Genre: pop rock, indie pop, alternative rock, blue rock
    Release Date: April 7, 2017
    Michelle Branch เป็นชื่อที่สามารถดักแก่เหล่านักฟังเพลงยุคช่วง 2000 ต้น ๆ ได้ดี เพราะเธอคือหนึ่งในศิลปินสาย pop rock ที่โด่งดังจากเพลงอย่าง "Everywhere" หรือ "Are You Happy Now?" Hopeless Romantic คืองานชุดที่สามที่มีระยะห่างจากอัลบั้มที่แล้วถึง 14 ปี!! การกลับมาครั้งนี้เพลงจึงเติบโตตามวัยของ Michelle ด้วยเพลงที่ได้รับการ produce จากแฟนหนุ่ม Patrick Carney มือกลองวง The Black Keys ที่ทำงานออกมาให้เป็น alternative rock ที่ฟังยากขึ้น ดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น จุดเด่นคือ Michelle สามารถทำเพลง blue rock ที่ดูเป็นเพลงของศิลปินชายออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม และในอัลบั้มนี้เธอก็ยังใช้เทคนิกการร้องแบบเสียงกระเส่าต่ำ ๆ ทุกเพลง Hopeless Romantic เลยเป็นงานที่แปลกหูสำหรับคนที่เคยฟังเพลงของเธอมาก่อนและยังแหวกกระแสของเพลงต่าง ๆ ในปีนี้อีกด้วย

    Recommended tracks: "Heartbreak Now," "Hopeless Romantic," "Carry Me Home"


    14. Bishop Briggs, Bishop Briggs - EP
    Genre: alternative pop, alternative rock
    Release Date: April 14, 2017
    นักฟังเพลงสายอินดี้น่าจะคุ้นหูกลับเพลง "River" ที่มีแนวดนตรีแปลก ๆ ที่ผสมระหว่าง rock กับ electronic และเสียงร้องทรงพลังจนฟังดูเหมือนแหกปากแบบ metal rock และศิลปินคนนั้นก็คือ Bishop Briggs นั่นเอง self-titled นี้ก็เป็น EP ชุดแรกที่รวบรวมเพลงที่ Bishop เคยปล่อยออกมาก่อนหน้านั้นอย่าง "Wild Horses" และ "The Way I Do" EP ชุดนี้ถือเป็นเพลงที่มีความแปลกในแง่ของการจำกัดความเรื่องแนวดนตรีมาก เพราะ Bishop ล่อเล่นกับ pop, rock, alternative, electronic แม้ฟังดูอาจจะมีความเละ ๆ แต่เพลงกลับมีเสน่ห์และไพเราะมากขึ้นด้วยเสียงของตัวศิลปินเอง ถ้าใครเบื่อเพลงแนวเดิม ๆ ที่เปิดตามวิทยุ ลองกดเพลงของศิลปินคนนี้ฟังดู ถือเป็นการเปิดโลกดนตรีได้อย่างดีเลย

    Recommended tracks: "River," "Dark Side," "The Fire"


    15. Cashmere Cat, 9
    Genre: electronic, alternative R&B, EDM
    Release Date: April 28, 2017
    Cashmere Cat คือชื่อในวงการของ DJ จาก Norway ที่มีชื่อจริงว่า Magnus August Høiberg ถึงแม้ว่า 9 จะเป็น debut album ของ Cashmere Cat แต่ DJ คนนี้กลับมีโปรไฟล์ทำเพลงให้กับศิลปิน superstar มากมายเช่น Ariana Grande, Britney Spears, Kanye West, หรือ The Weeknd ท่ามกลางเพลงจาก DJ เป็นล้านที่ปรากฏตัวในปีนี้ เพลงของ Cashmere Cat จะมีจุดเด่นกับการเล่นเสียงสังเคราห์ที่ฟังดูเหมือนเสียงเคาะเหล็กหรือเสียงเครื่องยนตร์ขัดข้องที่สร้างสรรค์ออกมาให้เข้ากับเพลง EDM สาย minimal ได้อย่างลงตัว เพลงในอัลบั้มชุดนี้ก็ได้รับศิลปินรับเชิญ big name มากมายมาช่วยร้องอย่าง Ariana Grande, The Weeknd, Selena Gomez, หรือ Camila Cabello เราติดใจเพลงของ Cashmere Cat เพราะความ minimal นี่แหละ เพลงของเขาจะไม่ดูโผ่งผ่างเหมือนเพลงของ Zedd หรือ Calvin Harris

    Recommended tracks: "Trust Nobody," "Quit," "Europa Pools"


    16. Lea Michele, Places
    Genre: pop, broadway music
    Release Date: April 28, 2017
    อัลบั้มลำดับที่สองจากนักแสดงสาว Lea Michele แห่ง Glee การกลับมาสู่โลกดนตรีครั้งนี้ Lea ขอกลับไปทำเพลงแบบ back to her root จริง ๆ ซึ่งนั่นคือเพลงแบบละครเวที ซึ่งหมายความว่าทุกเพลงใน Places เป็นเพลง pop ที่เน้นเรื่องของ vocal และเดินดนตรีด้วย piano และเครื่องสายต่าง ๆ จนทำให้ภาพรวม 90% ของอัลบั้มเป็น ballad หมดเลย ซึ่งแน่นอนกระแสจากนักวิจารณ์จึงไม่ค่อยดี เพราะแม้ภาพรวมจะดูเป็นหนึ่งเดียว แต่ด้วยความช้าเอื่อยของเพลงมันชวนง่วงจนดูไม่น่าสนใจเลย แต่เรากลับชื่นชมในความกล้าแหวก ทำเพลงแบบที่ซื่อสัตย์ต่อความเป็นศิลปินของ Lea จริง ๆ ถึงแม้เพลงจะดูเหมือนกันไปหมด แต่แต่ละเพลงก็มีความไพเราะมากอยู่จริง ๆ หากใครอยากฟังเพลงที่ดูเหมือนกำลังนั่งกินข้าวในร้านอาหารแพง ๆ ก็ลองเลย ถ้าไม่ง่วงไปซะก่อน

    Recommended tracks: "Love Is Alive," "Run to You," "Getaway Car"


    17. Logic, Everybody
    Genre: Conscious hip hop
    Release Date: May 5, 2017
    Hip hop คือแนวเพลงที่เราไม่ถนัดเลยจริง ๆ แต่เมื่อครั้งแรกที่ได้ฟัง "1-800-273-8255" เพลงดังแห่งปีที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการฆ่าตัวตาย เรากลับขอลองฟังเพลงของ rapper หนุ่ม Logic จริงจัง และ Everybody ก็ทำให้เรารู้สึกเพลิดเพลินได้ดีเลย หลังจากลองฟัง เราก็มีีโอกาสลองหาอ่านเกี่ยวกับอัลบั้มชุดนี้ และพบว่าหลายสำนักจำกัดความเพลงแบบนี้ว่าเป็น Conscious hip hop ซึ่งคือเพลงแรปที่พูดถึงประเด็นหนัก ๆ ในสังคม และชื่ออัลบั้มนี้ก็บ่งบอกถึงเรื่องราวที่จะได้ฟังในอัลบั้มจริง ๆ เพราะหนุ่ม Logic พูดถึงประเด็นของสังคมที่ทุกคนเจอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ racism, gender equality, depression, หรือประเด็นการเมืองหนัก ๆ Everybody จึงเป็นเหมือนงานที่เราเข้าไปนั่งห้องเรียนวิชา social study ดี ๆ นั่นเอง

    Recommended tracks: "1-800-273-8255," "Killing Spree," "Everybody"


    18. Ruth B., Safe Haven
    Genre: pop, R&B
    Release Date: May 5, 2017
    มาลองเพลงจากฝั่ง Canada บ้าง Ruth B. หรือ Ruth Berhe ที่โด่งดังจากเพลง "Lost Boy" เพลงที่มี reference ถึงเรื่องนิทาน Peter Pan Safe Haven คืออัลบั้มเปิดตัวของศิลปินสาวคนนี้ที่ทำเพลง pop ฟังง่าย ๆ ที่น่าจะถูกใจหูคนไทยได้ดี เนื้อหาหลัก ๆ ของเพลงในอัลบั้มจะมีความโรแมนติกสูง บวกกับเสียงเข้ม ๆ ที่มีเสน่ห์ของ Ruth ตอนแรกที่ได้ยิน "Lost Boy" เรากลับงงว่าทำไมหลายคนชอบเพลงนี้ แต่พออัลบั้มเต็มถูกปล่อยออกมา เราก็ขอลองฟังแล้วพบว่าเพลงอื่น ๆ กลับเพราะกว่ามากมาย อีกหนึ่งงานฟังง่ายย่อยง่ายของปี 2017 ที่แฟนเพลงของ Lenka ควรลอง

    Recommended tracks: "Superficial Love," "If This is Love," "Dandelions"


    19. Wrabel, We Could Be Beautiful - EP
    Genre: pop, electropop
    Release Date: May 12, 2017
    Wrabel หรือ Stephen Wrabel คือศิลปินและนักแต่งเพลงชาวอเมริกันที่เขียนเพลงให้กับศิลปินดังมากมายอย่าง Kesha, Ellie Goulding, หรือ Adam Lambert เพลงของ Wrabel มีความคล้ายคลึงกับเพลงของน้อง Troye Sivan ที่ทั้งสองเป็นตัวแทนจากกลุ่ม LGBTQ ที่ทำเพลงแสดงถึงอัตลักษณ์ของกลุ่มคนพวกเขาได้อย่างดีเลย ในขณะที่เพลงของน้อง Troye จะดูเป็น coming-of-age Wrabel จะมีความเป็น adult มากกว่าเพราะด้วยอายุ เพลงใน EP ชุดที่สองของ Wrabel ก็มีโมเม้นต์ที่ให้กำลังใจเรื่องของความเท่าเทียมในสังคมอย่าง title track แต่เพลงอื่นก็จะมีความโศกเศร้าแกหักรักคุดปนอยู่เหมือนกัน Wrabel จึงเป็นอีกหนึ่งศิลปินจากกลุ่ม LGBTQ ที่ทำเพลงได้ดีและต้องฟังในเลย

    Recommended tracks: "11 Blocks," "We Could Be Beautiful," "Bloodstain"


    20. Sigrid, Don't Kill My Vibe - EP
    Genre: alternative pop, synthpop
    Release Date: May 12, 2017
    Sigrid Solbakk Raabe คือศิลปินหน้าใหม่จาก Norway ที่เป็นผู้ชนะ BBC Sound ปี 2018 ที่ทำเพลงโคตรน่าสนใจ ด้วยวัยเพียง 21 แต่ Sigrid สามารถทำเพลงที่เกินอายุด้วยทักษะในการแต่งเพลงที่สุดจะ aggressive และแนวดนตรีที่ผสมผสานเสียงสังเคราห์และ alternative ให้เป็น pop music ที่มีคุณภาพมาก เราติดใจ Sigrid เพราะไม่ใช่แค่ตัวเพลง แต่น้องมีความน่ารักเป็นอย่างมาก หากมีโอกาส ลองไปหาการแสดงสดของเธอดู เพราะ energy ความเป็นศิลปินบนเวทีจากตัว Sigrid พลุ่งพล่านมาก

    Recommended tracks: "Don't Kill My Vibe," "Plot Twist," "Fake Friends"

  • 21. Paramore, After Laughter
    Genre: alternative rock, indie pop, synthpop
    Release Date: May 12, 2017
    ห่างหายจากวงการไปนานถึงสี่ปี Paramore วงร็อคขวัญใจเราและหลาย ๆ คนก็กลับมาพร้อมกับอัลบั้มที่ dark ที่สุดในชีวิตการทำเพลงของวงนี้ แม้ว่า After Laughter จะถูกฉาบด้วยการเปลี่ยนแนวดนตรี signature ของวงมาเป็นแนวเพลงที่สดใสและเบามากขึ้น บวกกับ MV และ artwork ของอัลบั้มที่มีสีฉูดฉาด เนื้อเพลงต่าง ๆ ในอัลบั้มชุดนี้เล่นกับประเด็นความเศร้าโศกและการดิ่งลงจุดต่ำในชีวิตของ Hayley Williams ที่ต้องผ่านเรื่องของ depression, การต่อสู้ทางคดีกับอดีตสมาชิกของวง หรือแม้กระทั่งความกดดันจากการเป็นวงดนตรีชื่อดังที่มีแฟนคลับทั่วโลก งานชุดนี้ก็เป็นอีกครั้งที่ Paramore กวาดคำวิจารณ์ได้อย่างล้นหลามที่สามารถสร้างสรรค์ดนตรีแบบโคตรจะ contrast เชื่อว่าหลายคนสามารถมีโยกย้ายขณะฟัง แต่ถ้าได้ลองอ่านเนื้อเพลง รับรองว่าได้จิตตกกันไปเป็นวัน ๆ ชัวร์

    Recommended tracks: "Hard Times," "Rose-Colored Boy," "Idle Worship," "Tell Me Why"


    22. Harry Styles, Harry Styles
    Genre: soft rock, modern rock, britpop
    Release Date: May 12, 2017
    ปีที่แล้ว Zayn Malik เป็นสมาชิกคนแรกที่ได้ปล่อย solo album ไป และเราก็ค่อนข้างประทับใจกับเพลงของเค้าในระดับหนึ่งเลย และมาในปี 2017 สมาชิกคนที่เราเหม็นขี้หน้าที่สุดในวงก็ปล่อยงานเดี่ยวชุดแรกออกมาเหมือนกัน ต่อไปให้เราจะไม่ชอบ Harry แค่ไหนก็ตาม แต่ตอนที่ได้ฟัง "Sign of the Times" เป็นครั้งแรก ถึงกับต้องยอมในความเจ๋งของการทำเพลงของ Harry จริง ๆ และเมื่อได้ฟังงานชุดเต็ม ก็ต้องยอมรับเลยว่า ในบรรดาสมาชิก 1D ทั้งหมด Harry น่าจะเป็นคนที่ทำเพลงได้มีประสิทธิภาพในการโชว์ความเป็นศิลปินที่สุด เพราะด้วยการแต่งเพลงที่ไม่ได้เป็นสูตรสำเร็จแบบเพลง mainstream ทั่วไป แต่ใช้วิธีการเล่าเรื่องออกมาเป็นเพลงมากกว่า แถมแนวเพลงยังโชว์การเติบโตและประสบการณ์ในวงการเพลงได้มากกว่าเยอะ

    Recommended tracks: "Meet Me in the Hallway," "Sign of the Times," "Two Ghosts"


    23. flor, come out. you're hiding
    Genre: alternative rock, synthpop, power pop
    Release Date: May 18, 2017

    flor คือวงหน้าใหม่จากค่ายเพลงสาย alternative อย่าง Fueled by Ramen ที่มีเพื่อนร่วมค่ายอย่าง Paramore หรือ twenty one pilots อัลบั้มเปิดตัวชุดแรกของ flor เป็นอีกความดีงามของปี 2017 ที่อยากให้หลายคนได้ลองมาก เช่นเดียวกับเพลงของศิลปินอื่นในค่าย เรื่องราวของเพลงต่าง ๆ ภายในอัลบั้มมักจะก้าวข้ามเรื่องสากลอย่างความรัก และออกไปแตะประเด็นลึก ๆ อย่าง existential crisis (ปัญหาเรื่องการมีชีวิตและตัวตน) หรือการจัดการเรื่องของชีวิตความเป็นศิลปินและชื่อเสียง แต่ด้วยความสร้างสรรค์ของ flor เพลงที่มีประเด็นหนัก ๆ เหล่านี้กลับถูกฉาบด้วยดนตรีสาย alternative แบบหวาน ๆ ที่มีความกลมกล่อมจากดนตรี synth และ power pop แบบนุ่ม ๆ ที่ฟังแล้วไม่เหนื่อย ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายได้ดีเลย

    Recommended tracks: "heart," "hold on," "overbehind"


    24. A R I Z O N A, GALLERY
    Genre: alternative pop, electropop, EDM
    Release Date: May 19, 2017

    ในปีที่ชื่อของ The Chainsmokers ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง น้อยคนนักที่กลับรู้จักศิลปินที่ทำเพลงคล้ายกันและกลับมีคุณภาพที่ดีกว่าหลายเท่าตัว A R I Z O N A คือหนึ่งในศิลปินที่ว่า ดูโอ้คู่นี้มาจาก New Jersey สองคนได้ฟอร์มวงขึ้นด้วยความชอบด้านดนตรีที่เหมือนกันและช่วยกันสร้างอัลบั้มชุดแรกที่เป็นเหมือนเพชรในตมของวงการเพลงปี 2017 GALLERY เป็นอัลบั้มที่รวมงาน pop ที่ีผสมผสานดนตรีแนวอื่นมาไว้ร่วมกันไม่ว่าจะเป็น alternative, electronic หรือแม้กระทั่ง rock จุดเด่นเพลงของดูโอ้คู่นี้คือการเสียงร้องที่นุ่มนวลบวกกับเพลงที่มีความติดหูทั้งในเนื้อร้องและท่อน break แบบเพลง EDM ที่มีรายละเอียดของดนตรีหลายชั้นมาก หากใครที่ชื่มชอบเพลงสไตล์ The Chainsmokers ต้องไปลองอัลบั้มนี้เลย

    Recommended tracks: "Annie," "Electric Touch," "Oceans Away"


    25. Linkin Park, One More Light
    Genre: alternative rock, electropop, hip-hop, pop rock
    Release Date: May 19, 2017
    มาถึงกับอัลบั้มที่สร้างความเศร้าให้กับคนฟังเพลงที่สุดแห่งปี One More Light คืออัลบั้มลำดับที่เจ็ดของ Linkin Park ที่ไม่ใช่แค่เศร้าเพราะเนื้อหาเพลงต่าง ๆ ในอัลบั้มที่พูดถึง depression และการต่อสู้กับการใช้ชีวิต แต่กลับเศร้าเพราะเป็นอัลบั้มสุดท้ายก่อนที่การเสียชีวิตอย่างกระทันหันของ Chester Bennington นั่นเอง หลังจากโศกนาฏกรรมดังกล่าวได้เกิดขึ้น หลายเพลงใน One More Light มีความชัดเจนมากขึ้นในเรื่องของที่มาที่ไปของเนื้อเพลงจริง ๆ เพราะเพลงเหล่านั้นสามารถโยงเข้าถึงจิตใจของนักร้องนำได้อย่างดี Linkin Park ไม่ใช่วงที่เป็นขวัญใจของเหล่านักวิจารณ์อยู่แล้ว จึงทำให้ One More Light ถูกสับแหลกด้วยเหตุผลที่ไม่ใช่เพราะการเปลี่ยนไปทำเพลง pop แต่เพลงในอัลบั้มนี้ดูขาดเอกลักษณ์ จึงทำให้เป็นที่ดูไม่มีลูกเล่นน่าสนใจ แต่แฟนเพลงหลายคนกลับออกมาวิจารณ์การทำเพลงสไตล์นี้ด้วยคำพูดคำจาที่แสดงถึงความใจแคบในการฟังเพลง สำหรับเราแล้ว การที่ศิลปินพยายามเปลี่ยนแปลงแนวไม่ใช่เป็นการทำเอาใจตลาด แต่อาจเป็นการโชว์ศักยภาพในความเป็นศิลปินและความยืดหยุ่นในการสร้างสรรค์งานศิลปะ เพียงแต่ One More Light ขาดองค์ประกอบที่สร้างความทึ่งให้กับคนฟังแค่นั้นเอง

    Recommended tracks: "Nobody Can Save Me," "Battle Symphony," "Heavy"


    26. Monark, Monark
    Genre: alternative rock, electropop
    Release Date: May 26, 2017
    ในขณะที่ฝั่ง US มี OneRepulic ที่ทำเพลงผสมระหว่าง pop กับ alternative ออกมาโกยใจจากคนทั้งโลกมายาวนาน ฝั่ง South Africa ก็มี Monark ที่ืทำเพลงโคตรจะคล้ายกับ OneRepublic แต่กลับไม่มีใครรู้จัก Self-titled album นี้เป็นงานชุดที่สองของวงที่เราก็ยังตามฟังมาตลอด ในงานชุดนี้ซาวน์ของวงเปลี่ยนเป็นแนวฟรุ้งฟริ้ง electronic กรุ๊งกริ๊งจ๋า ให้ลองนึกถึง "Rich Love" ของ 1R เลย จาก Negatives ที่เป็นงานชุดแรกของ Monark ที่มีซาวน์ dark เหมือนกับอัลบั้มชุดแรก ๆ ของ 1R เอาเป็นว่า Monark น่าจะเป็นอีกวงถ้าคนไทยได้ฟังแล้วชื่นชอบกัน เราขอเอาพื้นที่ตรงนี้ช่วยโปรโมทวงนอกกระแสที่ไม่ได้จากประเทศ mainstream มาให้แนะนำกันนะ

    Recommended tracks: "You Lie," "Show Me the Love," "Broken"


    27. Bleachers, Gone Now
    Genre: alternative rock, synthpop, new wave, indie pop
    Release Date: June 2, 2017
    Jack Antonoff กลายเป็นโปรดิวเซอร์มือทองประจำปี 2017 ด้วยการที่เขาได้ไปทำเพลงให้กับศิลปินเป็นจำนวนมาก ซึ่งเพลงส่วนใหญ่ที่ Jack ได้มีส่วนร่วมก็ได้ประสบความสำเร็จทั้งด้านยอดขายและคำวิจารณ์ นอกจากนั้นโปรเจคเดี่ยว Bleachers ของเขาก็มีอัลบั้มออกมาใหม่เช่นเดียวกัน Gone Now ยังคงเป็นงานคุณภาพต่อจาก debut album ที่ปล่อยมาเมื่อสามปีที่แล้ว ในรอบนี้เพลงภาพรวมมีการเพิ่มซาวน์ใหม่ ๆ เข้าไปเช่น electronic หรือ พวกเครื่องเป่าต่าง ๆ แต่สิ่งที่ยังคงเดิมอยู่คือคอนเสปต์การพูดถึงการสูญเสียและ depression จนทำให้อัลบั้มชุดนี้ดูเป็น concept album ที่มีเอกภาพของเนื้อหาหนักแน่นมาก เชื่อว่าชื่อของ Jack Antonoff จะได้ถูกบันทึกอยู่ในวงการเพลงในฐานะศิลปินคุณภาพที่ทำเพลงได้ลึกและมีมิติจริง ๆ

    Recommended tracks: "Hate That You Know Me," "Don't Take the Money," "Everybody Lost Somebody," "I Miss Those Days"


    28. Dua Lipa, Dua Lipa
    Genre: pop, dark pop, alternative pop
    Release Date: June 2, 2017
    ท่ามกลางศิลปินหน้าใหม่มากมายที่ปล่อยงานเพลงออกมาในปี 2017 คงไม่มีศิลปินคนไหนที่สามารถขโมยซีนได้ดีเท่ากับน้อง Dua Lipa สาวบริติชที่ได้กลายเป็น phenomenon จาก "New Rules" แต่หลายคนอาจไม่รู้ว่ากว่าที่คนทั้งโลกจะบ้าคลั่งกับ "New Rules" Dua ได้วนเวียนอยู่ในวงการเพลงมาตั้งแต่ปี 2015 ด้วยการปล่อย singles ออกมามากมาย พร้อมกับความซวยในการเลื่อนออก debut album หลายรอบจนนึกว่าเธอจะแป้กไปแล้ว แต่เมื่อ DL1 ได้ถูกปล่อยออกมานั้น บอกได้เลยว่าแฟนเพลงดัวอย่างเราฟินกับการรอมาถึงสองปีจริง ๆ ด้วยเพราะเสียงที่เป็นเอกลักษณ์บวกกับดนตรีสาย dark pop ที่ไม่ได้ตามกระแส electropop เหมือนเพลงอื่น ๆ แถมความแยบยลในการแต่งเพลงที่มีชั้นเชิง ส่งเสริมให้ Dua Lipa กลายเป็นหนึ่งในอัลบั้มที่ดีที่สุดแห่งปีจริง ๆ

    Recommended tracks: "Genesis," "Homesick," "IDGAF," "Room For 2"


    29. Halsey, hopeless fountain kingdom
    Genre: alternative pop, R&B, electropop
    Release Date: June 2, 2017
    อีกหนึ่งศิลปินสาวจากดนตรีสาย mainstream ที่ประสบความสำเร็จมากในปีนี้ Halsey ปล่อย concept album ชุดสองออกโดยในชุดนี้เธอใช้ธีมของ Romeo and Juliet อีกทั้งอัลบั้มนี้ Halsey บอกว่ามีพัฒนาการในเรื่องของซาวน์ที่ทำให้ radio-friendly มากขึ้นกว่าอัลบั้มชุดแรก ซึ่งนั่นก็ถือว่าจริง เพราะถ้าเทียบกับ BADLANDS แล้ว hopeless fountain kingdom มีความฟังง่ายขึ้นอย่างเห็นได้ชัดด้วยการลดซาวน์สาย alternative ออกแล้วเติมความ R&B เข้าไปแทน หลายเพลงในอัลบั้มจึงมีความฟุ้ง ๆ ตามสไตล์เพลงแบบนี้เลย และถ้าเทียบกับนักร้องที่ทำเพลงเป็น concept album อย่าง Melanie Martinez ส่วนตัวคิดว่า Halsey ยังไม่สามารถคุมธีมของเพลงทั้งอัลบั้มในด้านเนื้อเพลงได้ดีเท่า แต่โดยรวม hopeless fountain kingdom ก็ยังเป็นอัลบั้มที่ดีชุดหนึ่งในปีนี้

    Recommended tracks: "Now Or Never," "Heaven In Hiding," "Bad At Love," "Strangers," "Don't Play"


    30. alt-J, RELAXER
    Genre: experimental rock, alternative rock, folktronica, indie pop
    Release Date: June 2, 2017
    ถ้าให้เล่าว่าเพลงของ Alt-J เป็นยังไง บอกเลยว่า ฟังไม่รู้เรื่องหรอก ร้องบ้าไรก็ไม่รู้ ฟังเอามันส์เฉย ๆ ตั้งแต่ An Awesome Wave (2012) ละ เราก็ยังคงคิดแบบนี้กับวงนี้ตลอด จน RELAXER ถูกปล่อยออกมา เราก็ดองเอาไว้ไม่ได้ฟังจนช่วงสิ้นปีที่เพลงใหม่ ๆ เริ่มน้อยลงถึงมีโอกาสได้ฟัง เท่านั้นแหละ ความรู้สึกแรกคือเสียดายมาก!! ที่ไม่ฟังตั้งแต่แรก เพราะอัลบั้มชุดนี้เรากลับเพลินมากกว่าเพลงสองอัลบั้มอยู่มาก ในงานชุดที่สามนี้ เพลงต่าง ๆ ก็ยังคงฟังไม่รู้เรื่องว่าร้องอะไร แถมเนื้อเพลงก็ต้องใช้เวลาเป็นชาติในการทำความเข้าใจ แต่ความติดหูมากขึ้นคือสิ่งที่ทำให้ชอบเพลงจากอัลบั้มนี้ เสียดายมากที่ไม่ชอบให้เร็วกว่านี้ ไม่งั้นก็คงจะตีตั๋วไปดู alt-J บ่นสดให้ดูเป็นบุญตา

    Recommended tracks: "In Cold Blood," "Hit Me Like That Snare," "Deadcrush"


    31. SZA, Ctrl
    Genre: alternative R&B, soul, pop, hip-hop
    Release Date: June 9, 2017
    SZA (ออกเสียงว่า ซี-ซ่า) ก็เป็นศิลปินหน้าใหม่จากอเมริกาอีกคนที่ได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวางจากอัลบั้มชุดแรก Ctrl ด้วยความดีงามทั้งด้านดนตรีและเนื้อร้อง อัลบั้มชุดนี้ของ SZA ทำให้เธอติดโผทุกสำนัก แถมยังส่งให้เธอได้เข้าชิงรางวัลแกรมมี่สาขาศิลปินหน้าใหม่อีกด้วย สำหรับเพลงใน Ctrl SZA ได้ให้คำบรรยายไว้ว่าเป็น alternative R&B ที่ผสมผสาน pop, soul, และ hip-hop ออกมาอย่างลงตัว หากให้นึกง่าย ๆ แนวเพลงของ SZA มีความคล้ายกับเพลงของ Khalid และ Frank Ocean นั่นเอง หลายสำนักได้พูดถึงศิลปินคนนี้เหมือนกันหมด เราเลยจะขอเอามาบอกทุกคนด้วยว่า รีบติดตามเพลงของ SZA ซะ เพราะชื่อของเธอจะถูกพูดถึงกระหน่ำแน่นอนในปี 2018

    Recommended tracks: "Love Galore," "Drew Barrymore," "Broken Clocks"


    32. London Grammar, Truth Is a Beautiful Thing
    Genre: dream pop, trip hop, indie pop
    Release Date: June 9, 2017
    อัลบั้มชุดที่สองของวง dream pop จากอังกฤษวงนี้ก็ถือเป็นเพชรเม็ดงานอีกเม็ดหนึ่งในปี 2017 Truth Is a Beautiful Thing ก็สวยเหมือนชื่อจริง ๆ เพราะทุกเพลงในอัลบั้มชุดนี้ก็ยังคงความสวยเหมือนงานชุดที่แล้วที่เน้นเสียงร้องอันแสนโหยหวน แล้วก็เมโลดี้แบบ minimalism ที่หลายคนฟังแล้วอาจจะบ่นว่าหลอนหรือน่ากลัว แต่เรากลับหลงใหลในความ London Grammar แบบนี้แหละ สำหรับเราแล้ว Truth Is a Beautiful Thing ก็เหมือนเป็นภาคต่อของของ If You Wait ที่ยังคงความเดิม ๆ เอาไว้ ถ้าไม่เกี่ยงเรื่องความใหม่ งานนี้ก็เป็นงานที่ดี ฟังเพลิน ๆ ได้อีกอัลบั้มหนึ่ง ใครติดใจ Lana Del Rey ก็ควรลอง London Grammar เลย เพราะสไตล์เดียวกันเป๊ะ

    Recommended tracks: "Hell to the Liars," "Oh Woman Oh Man," "Everyone Else"


    33. Katy Perry, Witness
    Genre: pop, electropop, dance
    Release Date: June 9, 2017
    2017 น่าจะเป็นปีชงของ Katy จริง ๆ เพราะไม่ใช่แค่งานเพลงที่ไม่สามารถกอบโกยกระแสได้มากเหมือนอัลบั้มก่อน ๆ แต่ตัวศิลปินกลับโดนคนทั้งโลกพร้อมใจกันเกลียดแบบที่เราก็งงเหมือนกันว่าเค้านัดกันมารุมยำ Katy หรอ แต่ถึงอย่างนั้น ถ้าพูดถึง Witness งานลำดับที่สี่ของสาวแข เราคิดว่าอัลบั้มชุดนี้คืองานที่เสี่ยงและสร้างสรรค์ที่สุดในอาชีพของเธอเลย เพราะ Katy ได้ประกาศกร้าวไว้ว่า KP4 จะเป็น purposeful pop ที่หยิบเอาประเด็นการเมืองและสังคมมาแฝงไว้ในเพลงต่าง ๆ แต่เราคิดว่าเธอก็ไม่สามารถทำได้สุด แถมเรื่องแนวเพลง เธอก็สละความ pop rock ออกไปแล้วเล่นกับดนตรีสาย dance และ electronic จ๋าเลย ถึงแม้ว่าหลายคนจะทำหน้าแหยกับ Witness แต่สำหรับเราแล้ว อัลบ้้มชุดที่ก็มีเพลงที่ดีที่สุดในการทำงานของ Katy จริง ๆ และก็มีเพลงที่แย่ที่สุดอยู่เหมือนกัน

    Recommended tracks: "Witness," "Hey Hey Hey," "Roulette," "Swish Swish"


    34. Allie X, CollXtion II
    Genre: electropop, synthpop
    Release Date: June 9, 2017
    ในที่สุด Lady Gaga แห่ง Canada ก็ได้ฤกษ์ปล่อยอัลบั้มเต็มที่มีชื่อว่า CollXtion II ออกมาซะที อัลบั้มชุดนี้เป็นภาคต่อจาก CollXtion I ที่เป็น EP ในปี 2015 ที่เราเรียก Allie X มาเป็น Lady Gaga ก็เพราะทั้งภาพลักษณ์และแนวเพลงที่เหมือนกันมาก ซึ่งแค่นี้ก็น่าจะทำให้จบการรีวิวได้แล้ว 555555 เลยอยากให้หลายคนที่ผ่านเข้ามาตรงนี้ได้ลองกดฟังเพลงของศิลปินคนนี้ดูกัน เพราะไม่ใช่แค่เพลงที่สามารถสร้างความเพลิดเพลินได้อย่างดี พวกงาน visual ของ Allie X ก็มีความเจ๋งไม่แพ้กัน ทุก MV ที่เธอปล่อยออกมาจะมีความติสแบบ high fashion ให้ดูเพลิน ๆ ได้ดีเลย

    Recommended tracks: "Paper Love," "Vintage," "Downtown"


    35. AJR, The Click
    Genre: indie pop, electropop, dubstep, doo-wops, synthpop, alternative pop
    Release Date: June 9, 2017
    ถ้าให้เลือกท็อปห้าของปี 2017 The Click ของสามหนุ่ม AJR ของติดโผของเราแน่นอน หลังจากที่ปีที่แล้วเราได้ฟังงาน introduction ของ The Click จาก EP ที่ชื่อว่า What Everyone's Thinking ไปแล้ว ก็ขอลงชื่อเป็นแฟนคลับกับทรีโอ้อินดี้จาก New York ทันที เพราะด้วยแนวเพลง indie pop สาย electronic กับความชาญฉลาดในการแต่งเพลงของพวกเขา หมดนี่จึงทำให้เราหลงรัก The Click แบบถอนตัวไม่ขึ้น ฟังแล้วฟังอีกหลายรอบมาก งานเพลงชุดนี้เปรียบเหมือนเป็นนิยาย Young Adult ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราว coming of age ของวัยรุ่นผู้ชายคนหนึ่งที่ต้องประสบกับสิ่งต่าง ๆ ในชีวิต เพลงในนี้จึงสะท้อนออกมาอย่างมีเอกภาพและแนวดนตรีที่สดใหม่สะท้อนให้คนในช่วง mid-20 ในอินกันอย่างหนักเลย

    Recommended tracks: "Come Hang Out," "The Good Part," "No Grass Today," "Three-Thirty"


    36. Beth Ditto, Fake Sugar
    Genre: glam rock, alternative rock, punk rock, pop rock, southern rock
    Release Date: June 16, 2017
    Beth Ditto คืออดีตนักร้องนำวง alternative ชื่อดัง Gossip หลังจากยุบวง Beth ก็เดินหน้าทำเพลงโซโล่ที่เรามีโอกาสได้ไปกดสุ่มฟัง แล้วติดใจครั้งแรกทันทีกับเพลงอย่าง "Fire" ก่อนหน้านี้เราไม่เคยได้ฟังเพลงของ Gossip เลยจึงไม่รู้ว่า Beth สมัยก่อนนั้นเป็นอย่างไร แต่สำหรับ Fake Sugar แล้ว ตัวนักร้องสาวได้ให้คำอธิบายว่าเป็นการทำเพลงแบบที่เธอโตมา ซึ่งเมื่อเราไปฟังแล้วเราสามารถบอกได้ว่าเป็น rock ที่ใช้ดนตรีสายอื่นมาผสมผสานจนทำให้งานชิ้นนี้เป็นเพลง rock ที่มีมิติและสนุกต่อการฟังมาก หากใครชอบฟังเพลง rock แบบมีความหลากหลาย ควรลองงานชิ้นนี้เลย

    Recommended tracks: "Fire," "In and Out," "Oo La La," "Go Baby Go"


    37. Lorde, Melodrama
    Genre: pop, electropop, alternative pop, synthpop
    Release Date: June 16, 2017
    ขอประกาศตรงนี้เลยว่า Melodrama คืออัลบั้มที่เราชอบมากที่สุดในปีนี้ ไม่ใช่เพราะบ้าตามกระแสทุกโผที่ยกให้งานชุดสองของพระแม่น้องหลอดเป็นที่สุดแห่งปี แต่เราได้ดื่มด่ำและทำความรู้จักกับ Melodrama อย่างจริงจัง จนบอกได้ด้วยตัวเองเลยว่า นี่คืออัลบั้มที่ทุกคนควรได้ฟังก่อนตาย หลังจากที่ทุกคนได้รู้จักกับน้องผ่าน Pure Heroine ไปแล้ว น้องหลอดลดความเข้าถึงยากในด้านดนตรีและเนื้อหา และหันมาทำอะไรที่จับต้องได้มากขึ้น ซึ่งนั่นคือ pop music และเรื่องราวของความรัก แต่ถึงแม้ว่าสองสิ่งนี้จะเป็นอะไรที่เราเจอได้ง่ายในเพลงทุกวันนี้ แต่ Lorde (และ Jack Antonoff) สามารถสร้างมิติและชั้นเชิงที่ศิลปินคนไม่สามารถทำได้จริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ อย่างการวาง tracklist ที่เป็นเหมือนตัวศิลปินมานั่งเล่าเรื่องให้ฟังในห้องมืด ๆ ตั้งแต่อกหักจนไปถึงการข่มคิดถึงเรื่องการใช้ชีวิตท่ามกลางความเจ็บปวด จนถึงความกระจ่างในชีวิตตอนท้าย หรือแม้กระทั่งการออกแบบดนตรีที่สดใหม่และความใส่ใจในทุกรายละเอียดจริง ๆ Melodrama คืองานที่สามารถถ่ายทอดความเป็นมนุษย์ในช่วงอายุที่ต้องก้าวผ่านกับเรื่องความรักและความเจ็บปวดที่จะกลายเป็นบาดแผล และสอนให้เราโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีความคิดความอ่านต่อชีวิตได้อย่างดีขึ้นจริง ๆ 

    Recommended tracks: EVERY DAMN SONG ON THE ALBUM, especially "Sober"


    38. Imagine Dragons, Evolve
    Genre: alternative rock, pop rock, electronic rock, R&B
    Release Date: June 23, 2017
    วงร็อคขวัญใจนักฟังเพลงทั่วโลกอย่างลุง ๆ มังกรมโนก็ปล่อยงานชุดสามออกมาให้แฟนเพลงบ้าคลั่งกันอีกรอบ ในงานชุดนี้เราว่าเหล่าลุง ๆ ประสบความสำเร็จในการพิสูจน์ว่า Imagine Dragons คือวงที่จะอยู่คู่บ้านคู่เมืองกันไปอีกนานแน่นอน เพราะเพลงต่าง ๆ ที่ปล่อยออกมาได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี แต่... การที่กระแสเปรี้ยง ไม่ได้แปลว่าเพลงดี อิอิ เรายอมรับว่าเพลงใน Evolve มีความดีอยู่จริง แต่ภาพรวมของเพลงในอัลบั้มนี้กลับไม่ได้ evolve เหมือนชื่ออัลบั้ม หลังจากที่ทางวงหันไปเน้นความร็อคใน Smoke + Mirrors พวกเขากลับถอยมาใช้ electronic เป็นหลักใน Evolve แต่คุณภาพกลับไม่พีคเหมือน Night Visions เลย แถมถ้าจะให้ติเรื่องเนื้อเพลง โอเคที่พี่แดนนักร้องนำเอาเรื่อง personal อย่างโรคซึมเศร้ามาเป็นธีม พวกกลับเอาเรื่อง bullying มาร้อง ซึ่งก็ฟังดูดีที่พวกเขาช่วยเรียกร้องเรื่องนี้ แต่ด้วยอายุของเหล่าสมาชิกของวง เลยทำให้บางเพลงในอัลบั้มดูเป็นการถอยมากกว่าเดินไปข้างหน้า แต่ด่าเสร็จแล้ว ก็ขอชมอีกทีว่า Evolve ก็ยังฟังสนุก ๆ ไม่คิดมากได้อยู่มากเหมือนกัน

    Recommended tracks: "Whatever It Takes," "Walking the Wire", "I Don't Know Why", "Thunder"


    39. Jaymes Young, Feel Something
    Genre: indie pop, synthpop
    Release Date: June 23, 2017
    Feel Something เป็นงานสายอินดี้ของ Jayme Young ที่เราไปกดฟังสุ่ม ๆ แล้วเกิดติดใจเลยอยากเอามาแบ่งปันให้ไปลอง ศิลปินคนนี้มาจากอเมริกาที่ได้เซ็นต์สัญญากับค่ายใหญ่อย่าง Atlantic แล้วก็ใช้เวลานานมากในการปล่อย Feel Something ซึ่งเป็นงาน debut ของเค้าเลย ดนตรีรวม ๆ ของอัลบั้มนี้อยากให้ทุกคนนึกถึงวง pop rock อย่าง Maroon 5, Rixton, หรือ Lawson เพลงของ Jaymes จะฟังง่ายเบอร์นี้เลย ใครกำลังตามหาอะไรแนว ๆ นี้ก็ลองฟังกันดูได้เลย

    Recommended tracks: "Tied Down," "We Won't", "I'll Be Good"


    40. VÉRITÉ, Somewhere in Between
    Genre: alternative pop, pop rock, indie pop
    Release Date: June 30, 2017

    VÉRITÉ คือ stage name ของ Kelsey Byrne ศิลปินหน้าใหม่สายอินดี้จากอเมริกาที่เราไปติดใจจากความ alternative ในเพลงของเธอ จนอัลบั้มชุดแรก Somewhere in Between ก็ได้รับการปล่อยออกมาเต็ม ๆ ตัว VÉRITÉ เติบโตมากับการฟังเพลงร็อคของ Green Day, The Cranberries, และ Nirvana จึงทำให้อิทธิพลความร็อคของวงเหล่านั้นมาผสมกับความ pop ของ VÉRITÉ จนกลายเป็นงาน alternative ที่มีชั้นเชิงและเนื้อเพลงที่มากกว่าแค่เรื่องของความรัก ความโหยหวนแบบ Lana Del Rey และหนักแน่นเหมือน Hayley Williams จาก Paramore คือสิ่งที่เราขอใช้มาจำกัดความเพลงของ VÉRITÉ

    Recommended tracks: "When You're Gone," "Phase Me Out", "Death of Me"

  • 41. Sir Sly, Don't You Worry, Honey
    Genre: alternative rock, indie pop, dark pop, electropop
    Release Date: June 30, 2017

    ถ้าใครที่ได้ติดตามซี่รี่ย์ชื่อดังแห่งปีอย่าง 13 Reasons Why หรือภาพยนตร์ thriller-comedy อย่าง Happy Death Day คงจะได้ยินเพลงที่มีเมโลดี้เด็ด ๆ เพลงนึง ซึ่งเพลงนั้นคือ "High" จากวง alternative จากอเมริกาวงนี้นั่นเอง เพลงนี้มาจากสตูดิโออัลบั้มชุดที่สองของวงแล้ว เราได้ติดตามเพลงของ Sir Sly มาตั้งแต่แรก และติดใจกับการออกแบบเมโลดี้ที่ผสมผสานระหว่าง rock กะแนวเพลงอื่น ๆ ได้อย่างน่าสนใจ ในขณะที่อัลบั้มชุดแรก You Haunt Me จะมีความ dark และส่วนของความ rock สูง อัลบั้มนี้ทางวงได้เปลี่ยนเส้นทางดนตรีให้มีความ pop มากขึ้น มีมิติมากขึ้น ธีมของเพลงในอัลบั้มจะดูมีความอวกาศ ฟังดูลอย ๆ หลายเพลง Don't You Worry, Honey จึงเป็นอีกอัลบั้มที่อยากให้แฟนเพลง alternative ได้ลองกัน

    Recommended tracks: "High," "Altar", "Astronaut"


    42. LANY, LANY
    Genre: 
    Release Date: June 30, 2017
    เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แฟน ๆ ชาวไทยก็ได้มีโอกาสได้ดูไลฟ์สดจากวงอินดี้หน้าใหม่ไฟแรงจากอเมริกาวงนี้ไปแล้ว และเราก็เป็นคนที่ติดตามเพลงของ LANY แต่กลับไม่ได้ไปดู (ฮือ) จึงได้แต่เขียนรีวิวชมอัลบั้มชุดนี้ แนวเพลง alternative ในปี 2017 ถือว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และ LANY ก็เป็นอีกวงที่มีความโดดเด่นในการทำเพลงสายนี้ alternative ส่วนใหญ่มักจะได้อิทธิพลจากเพลงสาย rock แต่ LANY กลับยืนพื้นด้วย pop ที่ผสมกับซาวน์ของ synth และ electronic จนได้เป็นเพลงลอย ๆ นุ่ม ๆ ที่ทำให้คนไทยต่างติดอกติดใจกันอย่างหนัก อีกเหตุผลที่ชอบงานชุดนี้คือความหลากหลายในเนื้อเพลงที่มีตั้งแต่เรื่องความรักไปจนถึงการเอาเรื่องครอบครัวมาพูด ทำให้งานดูมีมิติมากขึ้น แต่ข้อเสียคือการที่ภาพรวมของเพลงในอัลบั้มดูเป็นโทนเดียวกันเกือบหมดจนทำให้การฟังยาว ๆ รู้สึกน่าเบื่อ ไม่สามารถแยกออกได้ว่าเพลงใหม่มาแล้ว

    Recommended tracks: "ILYSB," "13", "Good Girls," "Pancakes"


    43. Kacy Hill, Like a Woman
    Genre: trip hop, dream pop, electronica, alternative R&B, electropop
    Release Date: June 30, 2017
    Kacy Hill คือเด็กปั้นของ Kanye West และอดีตเคยเป็น dancer ให้กับแรปเปอร์ผีบ้าคนนี้ด้วย ด้วยความสามารถในการร้องเพลงและแต่งเพลง Kanye จึงจับเธอมาเซ็นต์สัญญาและช่วยโปรดิวส์เพลงออกให้ จนได้เป็น Like a Woman สตูดิโออัลบั้มชุดแรกที่เต็มเปี่ยมไปด้วยมุมมองของความเป็นผู้หญิงแบบจัดหนัก สไตล์เพลงของ Kacy จะมีความเป็น dream pop และ R&B หลอน ๆ และสไตล์การร้องเพลงโหยหวนคล้าย Lana Del Rey และ London Grammar จึงทำให้เพลงของ Kacy ไม่ได้ดูใหม่สำหรับวงการเท่าไร แต่ถึงอย่างนั้น รายละเอียดต่าง ๆ ของเมโลดี้บวกกับความคมคายในการแต่งเพลงมันโหดมากสำหรับศิลปินที่อายุแค่เพียง 24 Like a Woman จึงควรค่าแก่การฟังอย่างยิ่ง

    Recommended tracks: "Like a Woman," "Arm's Length", "Clarity"




    44. HAIM, Something to Tell You
    Genre: alternative pop, pop rock
    Release Date: July 7, 2017
    ตอนทาง HAIM ประกาศว่าจะปล่อย Something to Tell You ออกมา เราตื่นเต้นกับการจะได้ฟังงานชุดใหม่จากสามสาวตระกูลนี้มาก และจากการอ่านบทสัมภาษณ์เกี่ยวกับทิศทางของซาวน์ในอัลบั้มใหม่นี้ ทางวงบอกว่าจะมีความ "fresh" และหลังจากที่เราได้ฟัง ก็รู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ ภาพรวมของอัลบั้มชุดที่สองนี้มีความสดใส ฟังง่าย เหมาะกับเพลงหน้าร้อนที่ฟังเอาสบาย ๆ แต่ความล้ำและน่าตื่นเต้นที่ได้จากชุดแรกกลับหายไป 11 เพลงหลักนั้นมีดีในตัวของมันเอง ฟังเอาเพลินได้ แต่ความน่าหงุดหงิดที่เจอคือเนื้อร้องเกือบทุกเพลงเล่นกับเทคนิค repetition หรือการซ้ำคำจนทำให้กึ๋นของเนื้อเพลงดูแห้งมาก หลายเพลงฟังแล้วก็รู้สึกรำคาญหน่อย ๆ ยิ่งพอเห็นชื่ออัลบั้มว่าเหมือนจะมีอะไรมาบอก แต่ความ personal ในงานเพลงกลับดูไม่ได้เด่นอะไรขนาดนั้น เพราะเพลงต่าง ๆ ก็วนเรื่องความรัก Something to Tell You จึงดูฟอร์มตกลงมาหน่อย ๆ แต่เราก็ยังรักสามสาวนี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้นอยู่ดี

    Recommended tracks: "Want You Back," "Walking Away", "Right Now," "Night So Long"


    45. Oh Wonder, Ultralife
    Genre: alternative pop, electropop, indie pop
    Release Date: July 14, 2017
    จะจัดอันดับอัลบั้มของปี 2017 ทั้งที ถ้าไม่มี Oh Wonder ในลิสต์ แฟนเพลงชาวไทยคงจะรู้สึกว่ามีอะไรขาดหายไปแน่นอน ท่ามกลางกระแสเพลงของ Oh Wonder ที่รุนแรงเหลือเกินจนทำให้มีการจัดคอนเสิร์ตถึงสองรอบ เราคนนึงที่เป็นคนไม่ได้อะไรกับเพลงของวงนี้ สาเหตุเพราะเป็นความกิงก่องแก้วของอัลบั้มชุดแรก แต่ Ultralife กลับทำให้เรารู้สึกดีกับเพลงวงนี้มากขึ้นจริง ๆ ด้วยการทำเพลงที่ดูมีมิติมากขึ้น ดูมีความล้ำกับการออกแบบเมโลดี้ขึ้น จึงทำให้เราชอบฟังอัลบั้มชุดนี้จริง ๆ หลายเพลงดูมี element ของเพลง rock หรือ synth ที่ดูหนักขึ้นจากอัลบั้ม จึงทำให้เราที่ชอบฟังรายละเอียดของเพลงรู้สึกสนุกกับการคอยฟังเสียงเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ รวมไปถึงการร้องประสานอย่างดูโอ้คู่นี้ก็เป็นอะไรที่เพราะมาก สรุป Ultralife จึงเป็นเพลงทีี่เราจะกดในยามที่ต้องการฟังอะไรให้เบิกบานจิตใจ ไม่ชวนให้ซึมเศร้าเหงาหงอยเหมือนพวกเพลง alternative มืดมัวอื่น ๆ 

    Recommended tracks: "Ultralife ," "High On Humans", "Heart Strings"


    46. The Vamps, Night & Day
    Genre: pop, electropop, power pop
    Release Date: July 14, 2017
    Guilty pleasure ชิ้นยักษ์ประจำปีของเราต้องยกให้งานชุดที่สามจาก The Vamps ชุดนี้เลย ที่ต้องบอกว่า Night & Day เป็น guilty pleasure อาจจะเพราะด้วยภาพลักษณ์ของวงที่คล้าย One Direction กับการที่วงนี้มี fangirls ตามอยู่รอบโลก แต่เราก็มีความเชื่อว่างานเพลงคือตัวพิสูจน์ความเป็นศิลปิน และจากการที่ตามเพลงวงนี้มาตลอด Night & Day ก็ทำให้เราร้อง wtf จากการเปลี่ยนแนว pop rock ในสองอัลบั้มแรกมาเดินสาย EDM ตามเทรน แต่อย่าเพิ่งเมินหน้าหนี เพลงในอัลบั้มนี้กลับมีความเพลิดเพลินในการฟังดีมาก พวกเขาได้ยืมมือจากดีเจชื่อดังอย่าง Martin Jensen หรือ Tahoma มาช่วยมิกส์เพลงให้เป็น electropop และ EDM แต่ก็ยังไม่ลืมที่จะใส่เสียงของกีต้าร์อย่างแยบยลในเพลงได้ดีเลย อัลบั้มนี้เลยกลายเป็นงาน pop ชิ้นดีที่ใช้ฟังได้ตลอดทั้งวันทั้งคืนเหมือนชื่ออัลบั้มจริง ๆ

    Recommended tracks: "All Night," "Hands", "Middle of the Night"


    47. Lana Del Rey, Lust for Life
    Genre: alternative pop, hip-hop, dream pop, classic rock
    Release Date: July 21, 2017
    ใน Born to Die Lana ทำการ fantasize กับความตาย ต่อมาใน Ultraviolence เธอหยิบเอาความโกรธมาใช้เป็นตัวขับเคลื่อนงานเพลง จนมาถึง Honeymoon ที่ความขมขื่นเรื่องความรักและศาสนาถูกถ่ายทอดออกมา จนมาถึง Lust for Life ที่ร่าง sadcore ของ Lana ได้เริ่มหายไปจนทำให้งานชุดนี้เป็นงานที่ happy ที่สุดที่แฟนเพลงของเธอจะได้ฟังกัน จากรอยยิ้ม(ที่ดูน่ากลัวมาก)บนปกอัลบั้ม แฟนเพลงน่าจะสัมผัสได้กับธีมของอัลบั้มที่ดูเบาบางมากขึ้น ไม่ได้จัดหนักเรื่องความโศกเศร้าหรือความตาย แต่กลับหยิบเอามุมสวย ๆ ของการใช้ชีวิตมาถ่ายทอดให้คนฟังได้รู้สึกอบอุ่นกัน สำหรับแนวเพลง Lana ก็กลับไปแตะซาวน์ในอัลบั้มชุดแรกที่มีความ hip-hop ในบีท ลดความ rock กับ jazz ในสองชุดที่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นเพลงของ Lana ก็ยังอยู่ในหมวด love it or hate it อยู่ดี ใครที่ไม่ชอบฟังอะไรโหยหวนก็จะรู้สึกยี้กับเพลงของเธอ แต่ถ้าลองเปิดใจ เธอคนนี้ถือเป็นศิลปินที่มีเสียงสวรรค์ ร้องเพลงกล่อมให้จิตใจเราสงบได้ดีทีเดียว

    Recommended tracks: "Love," "13 Beaches," "White Mustang," "Groupie Love"


    48. Foster the People, Sacred Hearts Club
    Genre: indie pop, psychadelic rock, alternative rock, electropop
    Release Date: July 21, 2017
    โอเค ขอออกตัวยอมรับผิดก่อนว่าเคยอัพรูปด่าแสดงความผิดหวังกับงานชุดใหม่ของ Foster the People ด้วยความที่ทิศทางของเพลงในอัลบั้มนี้มันเปลี่ยนไปจนไม่เหลือความ Foster แถมยังดูไม่ติดหูอะไรเลย แต่เพราะความรักที่มีให้ต่อวงจึงฝืนฟังจนกว่าจะชอบ และสุดท้ายก็ชอบได้ในที่สุด (แหะๆ) ในงานลำดับที่สามของวงนี้ พี่ Mark Foster หัวหอกของวงได้เปลี่ยนแนวด้วยการหยิบซาวน์ electropop กับ psychadelic (แนวเพลงที่สื่อถึงความรู้สึกขณะเสพย์ยา) มาผสมผสานกัน ซึ่งไม่รู้ซวยอะไร นักวิจารณ์สับแหลกกับความไม่เจ๋งของเพลง ซึ่งเราก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้ แต่การได้ฟังเสียง chipmunk ของพี่ Mark และเพลงชิลล์ ๆ ของวงนี้ก็โอเคแล้วแหละ

    Recommended tracks: "Doing It for the Money," "Sit Next to Me," "Harden the Paint"


    49. Declan McKenna, What Do You Think About the Car?
    Genre: indie pop, psychadelic rock, alternative rock, electropop
    Release Date: July 21, 2017
    การทะลุเข้าสู่โลกแห่งอุตสาหกรรมดนตรีของศิลปินหน้าใหม่ซักคนไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยในยุคที่ดนตรีมีความหลากหลายแต่ไร้ซึ่งจุดเด่นที่จะทำให้เพลงซักเพลงโดดเด่นขึ้นมา แต่อุปสรรคดังกล่าวไม่ใช่เรื่องที่ยากเลยสำหรับ Declan McKenna ศิลปินวัยเพียง 19 จากอังกฤษที่ทำให้นักวิจารณ์จากหลายสำนักได้อึ้งกับความสามารถเกินตัวของหนุ่มน้อยคนนี้ What Do You Think About the Car? คืองาน debut ของหนุ่มคนนี้ที่ต่างจากศิลปินวัยรุ่นหน้าใหม่ในแง่ของทั้งดนตรีและเนื้อร้อง ในเรื่องของเนื้อหาเพลงนั้น Declan เรียบเรียงเพลงต่าง ๆ ออกมาเป็นภาพยนตร์ coming-of-age ที่แฝงไปด้วยประเด็นหนักของการเติบโตเป็นผู้ใหญ่คนหนึ่ง แถมยังมีการนำเอาประเด็นหนัก ๆ ของสังคมอย่างเรื่องเพศที่สามและการฆ่าตัวตายมาเล่น แม้แต่การคอร์รัปชั่นของรัฐบาลบราซิลในการจัดงาน Olympics ก็ยังถูกนำมาเขียนเป็นเพลงได้เหมือน ในส่วนดนตรี หลายสำนักยกให้พ่อหนุ่มมีสไตล์เหมือนกับ David Bowie เลยทีเดียว อัลบั้มชุดนี้จึงเป็นงานเปิดตัวที่ถือว่าสุดยอดในเรื่องของการโชว์ศักยภาพของวัยรุ่นคนหนึ่งในการเดินทางสายศิลปิน 

    Recommended tracks: "Humongous," "The Kids Don't Wanna Come Home," "Paracetamol"


    50. Dan Croll, Emerging Adulthood
    Genre: indie pop, alternative rock, pop rock
    Release Date: July 21, 2017
    "Emerging Adulthood" เป็นหนึ่งในทฤษฎีของนักสังคมวิทยาท่านหนึ่งที่พูดถึงช่วงอายุประมาณ 18-25 ปีที่บุคคลหนึ่งจะต้องพบกับการก้าวข้ามจากความเป็นวัยรุ่นสู่วัยผู้ใหญ่อย่างเต็มตัว และแน่นอน อัลบั้มชุดที่สองของพี่แว่นแดนจากอังกฤษก็หยิบเอาทฤษฎีนี้มาใช้เป็นธีมที่ขับเคลื่อนงานชุดนี้ออกมาเป็น 10 เพลงสุดจะส่วนตัวสำหรับเขา งานเพลงต่าง ๆ ถ่ายทอดอารมณ์ของผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังจะบอกลาความเป็นวัยรุ่นและก้าวสู่ช่วงชีวิตที่แสนหนักอึ้ง พี่แดนถ่ายทอดทั้งความสุขและเศร้าของชีวิตออกมาได้อย่างน่าสนใจ เฉกเช่นเดียวกับภาคดนตรีที่เติบโตตามอายุ ที่ใน Sweet Disarray (2014) ดนตรีมีความใส ๆ แต่สำหรับ Emerging Adulthood พี่แดนเพิ่มซาวน์ rock เข้าไปมากขึ้นจนทำให้เพลงดูหนักขึ้นตามเนื้อหาของเพลง นักฟังเพลงสายอินดี้ไม่ควรจะพลาดอัลบั้มชุดนี้ที่จะพาดำดิ่งลงสู่ความรู้สึกของการเป็นคนในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อได้ดัจริง ๆ

    Recommended tracks: "Bad Boy," "24," "Swim," "Away from Today"


    51. Julia Michaels, Nervous System
    Genre: pop
    Release Date: July 28, 2017
    สองสามปีก่อน Sia คือศิลปินหญิงที่ดังเป็นพลุแตกเนื่องจากได้รับการกล่าวถึงงานเพลงของตัวเธอเองบวกกับการแต่งให้กับศิลปินท่านอื่นในวงการมากมาย และในปี 2017 ชื่อของ Julia Michaels ก็กลายเป็นเหมือน Sia 2.0 ที่ศิลปินสาย mainstream ต้องการตัวไปช่วยแต่งเพลงให้ ในขณะที่ Julia ไปแต่งเพลงให้กับคนอื่นมากมาย เธอก็ซุ่มทำ mini album ชุดแรกและปล่อยออกมาจนมี "Issues" ที่ได้รับกระแสอย่างกว้างขวางจนเพลงนี้ได้เข้าชิงแกรมมี่สาขาใหญ่ แถมตัวเธอก็เข้าชิงสาขาศิลปินหน้าใหม่อีกด้วย ภาพรวมของมินิอัลบั้มชุดนี้มีความน่าพอใจอย่างมาก เพราะด้วยเสียงที่มีเสน่ห์และดนตรี pop ฟังง่าย ๆ ไม่ได้เป็น electropop หรือ dance แบบที่ได้ฟังกันหนัก ๆ ในปีนี้ ส่วนเรื่องการแต่งเพลงก็ไม่ต้องพูดถึง คนนี้ของเค้าดีจริง

    Recommended tracks: "Issues," "Worst In Me," "Pink"


    52. Billie Eilish, dont smile at me
    Genre: pop, R&B, jazz
    Release Date: August 11, 2017
    EP เปิดตัวของศิลปินหน้าใหม่ที่มีอายุแค่เพียง 16 ปี!! Billie Eilish ได้รับกระแสอย่างหนักจากความสามารถในการทำเพลงที่สุดจะเกินอายุตัวเอง จนความเจ๋งนี้ส่งให้เธอติดโผของ BBC Sound 2018 ซึ่งจะมีแต่ศิลปินที่ทำเพลงเจ๋ง ๆ ติดทั้งนั้น ในส่วนของ dont smile at me ก็เป็นงานที่ผสมผสานของความเป็น pop กับดนตรีสายหรูอย่าง jazz และ R&B ทำให้เพลงของน้องดูมีความ minimal ดูแพงมาก และสไตล์การร้องที่ใช้เสียงหวาน ๆ ของเธอขับเคลื่อนเพลงอย่างช้า ๆ แต่เนื้อเพลงเชือดเฉือนใจ dont smile at me จึงเป็นอีกหนึ่งงานของ 2017 ที่ทำให้เราได้อึ้งกับความสามารถของวัยรุ่นได้ดีจริง ๆ 

    Recommended tracks: "idontwannabeyouanymore," "bellyache," "ocean eyes"


    53. Kesha, Rainbow
    Genre: pop rock, country pop, grass root
    Release Date: August 11, 2017
    หลังจากที่ Ke$ha ต้องผ่านมรสุมชีวิตมามากมายตลอด 5 ปีที่ผ่านมา เธอก็ได้สละเครื่องหมาย $ ออกและออกอัลบั้มใหม่ที่แสดงถึงตัวตนของเธอมากที่สุด Rainbow คืออีกงานที่ถือว่าเป็นงาน pop ที่ดีที่สุดแห่งปี หลายคนอาจจะคุ้นกับ Kesha ในร่างที่ทำเพลงเพื่อปาร์ตี้และ sex แต่ใน Rainbow เธอถ่ายทอดความเป็นศิลปินได้ออกมาอย่างโคตรสุด บวกกับการทำเพลงแนวที่เธอเติบโตมา หลายคนยกให้อัลบั้มชุดนี้เป็นเหมือนกับการใช้ศิลปะที่แสดงถึง social movement ในด้าน feminism และ LGBTQ แถมเป็นเหมือนกับ diary ส่วนตัวที่มีเพลงเล่าเรื่องของอุปสรรคต่าง ๆ ในชีวิตที่เธอเจอมาอีกด้วย แต่ที่พีคคือ Kesha หยิบเรื่องความตายมาทำเป็นเพลงเชิง grass root ("Spaceship") ซึ่งเป็นเพลงสาย country ที่ฟังแล้วจะได้บรรยากาศ cowboy อะไรแบบนั้น จากปกอัลบั้มที่ดูหลุดโลกอย่างสิ้นเชิง เพลงภายในอัลบั้มกลับสะท้อน human condition และความเป็นจริงของการเป็นผู้หญิงคนหนึ่งได้อย่างดิบเถื่อนและเต็มเปี่ยมไปด้วยมุมมองและสีสันมากมายเหมือนสายรุ้งจริง ๆ 

    Recommended tracks: "Bastards," "Let 'Em Talk," "Woman," "Praying," "Spaceship"


    54. RAT BOY, SCUM
    Genre: indie rock, hip-hop
    Release Date: August 11, 2017
    แค่ชื่ออัลบั้มก็ไม่ต้องบอกอะไรมากแล้วสำหรับ debut album ชุดแรกของ RAT BOY หรือ Jordan Cardy พ่อหนุ่มวัย 21 จากเกาะอังกฤษ ถ้าให้พูดถึง SCUM แบบง่าย ๆ ให้เข้าใจไปเลย อัลบั้มนี้มันคืองานของเด็กแว้นร้องเพลงนั่นเอง พ่อหนุ่มที่นั่งอยู่บนมอเตอร์ไซด์นั่นแหละคือ Jordan ที่ทำงานเพลงที่ผสมความแว๊นของแนว hip-hop กับ alternative rock เข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว ทำให้เป็นงานเพลงแบบ rap rock ที่ฟังสนุกมาก ความเจ๋งของ RAT BOY ไม่ใช่แค่เรื่องการ cross over ของดนตรี แต่ยังรวมไปถึงเนื้อเพลงที่วิพากวิจารณ์สังคมอย่างถึงพริกถึงขิง จนทำให้ชื่อของเค้าไปติดโผ BBC Sound ในปี 2017 ด้วยเลย

    Recommended tracks: "MOVE," "LAIDBACK," "GET OVER IT"


    55. Secret Weapons, As the setting sun comes crashing down on me
    Genre: alternative pop, indie pop, power pop, electropop, pop rock
    Release Date: August 18, 2017
    ปีที่แล้ว เราตื่นเต้นกับการฟัง EP เปิดตัวของ Secret Weapons อย่างมาก เพราะด้วยเป็นงานเพลง pop ที่มีมิติทางด้านดนตรีที่สดใหม่มาก จนในปี 2017 ดูโอ้คู่นี้ก็ปล่อยอัลบั้มชุดแรกที่ชื่อแสนยาวนี้ออกมาซักที ซึ่งงานเต็มชุดแรกก็ไม่ทำให้ผิดหวังจริง ๆ ทั้ง 13 เพลงใน As the setting sun comes crashing down on me เต็มเปี่ยมไปด้วยการสร้างสรรค์เมโลดี้แบบ maximal ที่รวมความเป็น rock, funk, และ electronic ให้ออกมาเป็น alternative pop ที่สุดยอดมากจริง ๆ อีกทั้งเนื้อเพลงยังเต็มไปด้วยข้อความให้กำลังใจและความหมายของการใช้ชีวิตในด้านบวก ถ้าใครที่ชอบนักร้องชายที่มีเสียงคล้ายกับ Bruno Mars ลองกดฟังงานเพลงชุดนี้เลย เพราะนักร้องนำเสียงเหมือนเค้ามาก แต่ภาคดนตรีมีความเจ๋งกว่า Bruno หลายเท่าตัว

    Recommended tracks: "Power," "Comeback Season," "My Blue Heaven," "Betty You Gone Wrong (Midnight Song, Pt. I)," "Waiting for an Answer"


    56. Nothing But Thieves, Broken Machine
    Genre: alternative rock, indie rock
    Release Date: September 8, 2017
    เมื่อสองปีที่แล้ว คนฟังเพลงสายร็อคได้รู้จัก Nothing But Thieves ด้วยเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์ของนักร้องนำที่มีความโหยหวนและสูงปรี๊ดซึ่งช่างขัดกับความหนักแน่นของภาคดนตรี ในปี 2017 วงนี้ก็ปล่อยภาคต่อที่เหมือนเป็นการสานต่อความสำเร็จจาก self-titled ชุดแรก จากการฟังอัลบั้มนี้รวดเดียว เรามีความรู้สึกเหมือนวงต้องการจะทำอะไรใหม่ ๆ ด้วยซาวน์ของพวกกีต้าร์ที่ดูมีอะไรมากขึ้น แถมยังมีเพลงมีทดลองทำเมโลดี้แปลก ๆ ขึ้นมาเหมือน แต่เพลงส่วนใหญ่ยังคงให้ความรู้สึกแบบอัลบั้มแรกอยู่ ส่วนเนื้อร้องก็มีความเติบโตมากขึ้นอยู่ เช่นการพูดเรื่องความเป็นมนุษย์และการเมือง ถือเป็นอีกงานที่สร้างความประทับใจได้ดีเลย

    Recommended tracks: "Amsterdam," "Sorry," "Broken Machine"


    57. Miley Cyrus, Younger Now
    Genre: country pop
    Release Date: September 29, 2017
    หลังจากที่ Miley เป็นอีบ้าแลบลิ้นแผลบ ๆ ในช่วงการโปรโมทเพลงจาก Bangerz (2013) และเป็นสาวฮิปปี้ขี้ยาใน Miley Cyrus & Her Dead Petz (2015) ในปีนี้ เธอให้อิทธิพลจาก Joanne มาเข้าสิงเธอบ้าง Younger Now คืออัลบั้มชุดที่หกของ Miley ที่มีคอนเสปต์ในการทำเพลงที่มีอิทธิพลต่อชีวิตเธออย่างแนว country ผลที่ออกมาคือโดนนักวิจารณ์สับแหลกและทำให้งานชุดนี้กลายเป็นอัลบั้มที่แป้กที่สุดของเธอโดยปริยาย ซึ่งเราก็มีส่วนเห็นด้วยเรื่องความเนิบในเพลงที่ไม่ได้โปรโมท แต่ single อย่าง "Younger Now" และ "Malibu" กลับมีความโดดเด่นดีงามในระดับนึงเลย อาจะเป็นเพราะการสร้างภาพลักษณ์ที่ดูผาดโผนและแนวดนตรีที่เป็น urban pop ที่เหมือนจะเป็นแนวของ Miley จริง ๆ การหันมาทำ country จึงทำให้เหมือนประสิทธิภาพการทำเพลงของเธอสั่นคลอนไปหน่อย

    Recommended tracks: "Younger Now," "Malibu," "Week Without You"


    58. Hurts, Desire
    Genre: electropop, synthpop
    Release Date: September 29, 2017
    Hurts เป็นดูโอ้ที่มีภาพลักษณ์โคตรเท่มาตลอด ในอัลบั้มแรกที่เปิดมาด้วยการทำตัวเป็นผู้ดีอังกฤษเนียบ ๆ ร้องเพลง dark pop เนื้อหาหม่น ๆ จากนั้น พวกพี่ทั้งสองก็เหมือนเริ่มหลงแสงสี หันมาหยิบจับเพลง pop แล้วลดความมืดดำและใส่สีสันในเพลงพวกเขาจนเอกลักษณ์ความเป็น Hurts มันหายไปหมด และนั่นคือสิ่งที่เราสัมผัสได้จากการฟัง Desire งานชุดที่สี่ของพวกพี่เขาแล้ว ซึ่งอัลบั้มนี้ก็เหมือนเป็นภาคต่อด้านดนตรีของ Surrender (2015) แต่ความตื่นเต้นที่ได้ฟังตอน Surrender มันหายไปหมด เพราะตอนนั้นการเปลี่ยนแนวของวงมันทำให้ทุกอย่างดูสนุกไปหมด แต่ใน Desire ความสร้างสรรค์เหมือนหายไปหมด จนทำให้รู้สึกว่าเพลงแบบนี้หาฟังที่ไหนก็ได้ อัลบั้มนี้จึงเป็นงานที่น่าผิดหวังที่สุดของ Hurts แต่ด้วยความติ่ง จึงขอยัดอัลบั้มชุดนี้มาให้ลองฟังเสียงเท่ ๆ ของพี่เค้ากัน

    Recommended tracks: "Ready to Go," "People Like Us" "Hold on to Me"


    59. Demi Lovato, Tell Me You Love Me
    Genre: pop, R&B, soul, electropop
    Release Date: September 29, 2017
    Demi เป็นศิลปิน mainstream ที่มีความลำบากกับการหาแนวที่ถูกจริตกับความเป็นศิลปินของเธอมาตลอด จนมาถึงอัลบั้มลำดับที่ 6 ที่เธอบอกว่าเป็นงานที่แสดงความเป็นตัวเธอได้มากที่สุดกับแนว R&B และ soul ในฐานะของฟัง Tell Me You Love Me ก็สอบผ่านเรื่องของการสร้างเอกภาพในอัลบั้มของเธอจริง ๆ หลังจากที่ Demi (2013) และ Confident (2015) ที่จับจดเอาทุกแนวมายำในเป็นอัลบั้มนึง แต่ Tell Me You Love Me กลับสามารถสร้างความเพลิดเพลินแบบไม่มีการขัดจังหวะได้ดีจริง ๆ รวมไปถึงการร้องที่พิสูจน์ Demi คือศิลปินที่มีเสียงร้องสุดยอดในยุคนี้อีกด้วย และหลังจากที่ฟังมาหลายรอบ เราก็ชื่นชมกับทักษะการแต่งเพลงของเธอที่สุดจะตรงไปตรงมา โดยที่ไม่ต้องพึ่งสำบัดสำนวนหรือการเปรียบเปรยที่เข้าถึงแสนยาก แต่สามารถแสดงชั้นเชิงและความจริงใจของการแสดงความคิดและอารมณ์ต่อผู้ฟังได้ดี

    Recommended tracks: "Tell Me You Love Me," "Daddy Issues," "Cry Baby," "Hitchhiker"


    60. Alex Lahey, I Love You Like a Brother
    Genre: pop rock, punk rock, garage rock, alternative rock, grunge
    Release Date: October 6, 2017
    สาวกเพลงสาย pop rock แบบ Avril มาทางนี้ด่วน! ในปีที่เพลง electropop และ hip-hop ครองชาร์ทเพลงทั้งโลก เพลง pop rock ที่ให้ความรู้สึกแบบ old school ในช่วงปี 2000 ต้น ๆ เป็นอะไรที่หาฟังยากมาก หนึ่งในเพชรเม็ดงานของเพลงสายนี้คืออัลบั้มจาก Alex Lahey ศิลปินหน้าใหม่จากออสเตรเลียที่ออกอัลบั้มชุดแรกในชีวิตของเธอ และก็ได้รับคำวิจารณ์ด้านบวกจากหลายสำนักเลย ภาพรวมของ I Love You Like a Brother เป็นงาน pop rock ผสม punk แบบ Avril Lavigne ในยุคแรก ๆ หรือเพลงของวงร็อคอย่าง Green Day และ Simple Plan ความโหดของ Alex คือการแต่งเพลงด้วยตนเองทั้งหมด โดยที่เมื้อเพลงยังมีชั้นเชิงในหลายด้าน เช่น ความรัก หรือแม้กระทั้งการท้าทาย stereotype เรื่องเพศ บอกเลยว่าใครที่ชอบเพลงแนวนี้จะติดใจการฟังอัลบั้มชุดนี้เป็นอย่างมาก

    Recommended tracks: "Every Day's the Weekend," "I Love You Like a Brother," "Perth Traumatic Stress Disorder"

  • 61. Bea Miller, Chapter Three: Yellow – Single
    Genre: pop
    Release Date: October 6, 2017
    สาวน้อยจากเวที The X Factor ฝั่งอเมริกาก็ปล่อย EP ออกมารัว ๆ เช่นเดียวกันในปีนี้ถึงสามชุดคือ Chapter One: Blue, Chapter Two: Red, และ Chapter Three: Yellow จึงขอเขียนรวมมาไว้ในอันดับเดียวเลย ซึ่งแต่ละสีในชื่อของ EP ต่างเป็นตัวแทนของอารมณ์เพลงในงานชุดต่าง ๆ โดยที่ชุดแรกจะมีธีมเป็นเรื่องของความโศกเศร้า และความโกรธก็ถูกปลดปล่อยออกมาในชุดที่สอง และการปล่อยวางในชุดที่สาม ภาพรวมของงานทั้งสามชุดถือว่าทำได้ดีมาก เพราะเป็นการโชว์ศักยภาพในความเป็นศิลปินของน้องได้ดี และในปี 2018 งานชุดเต็มที่มีชื่อว่า Aurora ก็จะถูกปล่อยออกมา ถือว่าเพลงจาก EP ทั้งสามชุดนี้ก็เป็นงานคุณภาพสาย mainstream ที่ควรไม่ควรพลาดเลย

    Recommended tracks: "Repercussions," "To the Grave"


    62. JP Cooper, Raised Under Grey Skies
    Genre: pop, soul pop
    Release Date: October 6, 2017
    ถ้าใครที่ติดตามวิทยุเพลงสากลบ้านเราคงจะคุ้นกับเพลง "September Song" และ "She's on My Mind" ที่มีเนื้อร้องแสนติดหูบวกกับน้ำเสียงหวาน ๆ ซึ่งสองเพลงนั้นก็คือเพลงของ JP Cooper นั่นเอง John Paul Cooper คือชื่อเต็มของศิลปินหนุ่มคนนี้ที่มาจากประเทศอังกฤษ และ Raised Under Grey Skies ก็เป็นอัลบั้มชุดแรกในชีวิตที่เราชื่นชอบอยู่ในระดับนึงเลย ด้วยสไตล์เพลงที่ฟังง่ายและเสียงนุ่ม ๆ ที่ถ่ายทอดเนื้อเพลงในด้านบวกเลยทำให้อัลบั้มนี้ฟังง่ายย่อยง่ายชวนให้นึกถึง Bruno Mars ในอัลบั้มแรก จึงขอหยิบเพลงชุดนี้มาแนะนำให้ฟังกัน

    Recommended tracks: "September Song," "She's on My Mind," "Party," "Passport Home"


    63. LÉON, Surround Me - EP
    Genre: pop, soul pop
    Release Date: October 6, 2017
    ถ้าพูดถึงประเทศสวีเดนแล้ว pop music คือผลิตภัณฑ์อีกอย่างหนึ่งที่มีชื่อมาก และ LÉON ก็คือหนึ่งในศิลปินของประเทศที่ทำเพลงได้อย่างน่าจับตามองจ้องหูฟังสุด ๆ Surround Me เป็น EP ชุดที่สามของศิลปินสาวคนนี้แล้ว โดยธีมเพลงของเธอจะวน ๆ กับเรื่องอกหักรักคุดที่ถ่ายทอดด้วยเสียงที่มีสไตล์แบบแหบ ๆ บวกกับแนวเพลงแบบ soul pop ที่ฟังง่าย ๆ จนตอนนี้เราสมัครเป็นแฟนตัวลงของ LÉON เพราะความสวยทั้งเสียงและภาพลักษณ์ของเธอจริง ๆ ตอนนี้ก็ได้แต่ใจจดใจจ่อรอให้อัลบั้มเต็มคลอดออกมาซักที

    Recommended tracks: "Surround Me," "Body"


    64. New Politics, Lost in Translation
    Genre: punk rock, dance rock, pop rock
    Release Date: October 6, 2017
    เห็นชื่อวงแล้วอย่าเพิ่งตกใจไป เพราะ New Politics ไม่ใช่วงร็อคทำเพลงหัวรุนแรงด่าการเมืองแต่อย่างใด พวกเขากลับเป็นวงร็อคที่ทำเพลงได้อย่างสนุกสนานมาก สำหรับ Lost in Translation ก็เป็นงานลำดับที่สี่ของวงแล้ว ความเก๋าความมันส์ที่เราได้ฟังจากอัลบั้มแรกก็ยังคงมีให้ฟังอยู่เต็มเอี้ยด แต่ก็อย่างหลาย ๆ วงในช่วงปีนี้ที่งานเพลงเริ่มมีความ pop มากขึ้น หากใครที่เป็นสาวกวงแบบ Simple Plan หรืแ blink-182 เพลงของวงร็อคสัญชาติ Danish อย่าง New Politics น่าจะเข้าไปอยู่ในใจได้ไม่ยากเลย

    Recommended tracks: "CIA," "Tell Your Dad," "Lifeboat"


    65. Beck, Colors
    Genre: funk rock, dance rock, electropop, indie pop
    Release Date: October 13, 2017
    หลังจากที่ลุง Beck ปาดหน้าเค้ก คว้ารางวัลอัลบั้มแห่งปีมาจากราชินีวงการเพลงอย่าง Beyonce ในปี 2013 ลุงก็หายเปลี่ยนร่างจากลุงสายชิลแนว folk มาเป็นลุงสุดฮิปที่ทำเพลง pop แบบสุดโต่งด้วยการปล่อย single ออกมาทีละนิดละหน่อยแล้วเลื่อนการปล่อย Colors มาเรื่อย ๆ จนได้ออกเต็ม ๆ มาในปี 2017 สำหรับอัลบั้มชุดที่ 13 ของลุงนี้ก็มีสีสันหลากหลายเหมือนกับชื่ออัลบั้มจริง ๆ เพราะลุงได้จับมือกับ Greg Kurstin โปรดิวเซอร์มือทองสาย pop มาช่วยกันสร้าง Colors ออกมา ซึ่งถือเป็นงานที่ pop หนักที่สุดในชีวิตการทำงานของลุงเลย ทุกเพลงในอัลบั้มฟังสนุกมากแบบกอไก่ล้านตัว แถมยังมีเนื้อเพลงจรรโลงใจชวนให้อารมณ์ดีอีกต่างหาก หลายคนที่คุ้นเคยกับผลงานลุงแบบฉบับก่อน ๆ น่าจะตกใจมากกลับการทำเพลงสไตล์นี้ อัลบั้มชุดนี้จึงเป็นบทพิสูจน์ความเป็นศิลปินที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานได้แบบไม่ห่วงเรื่องการอยู่ใน comfort zone จริง ๆ

    Recommended tracks: "Colors," "Dreams," "Seventh Heaven"


    66. P!nk, Beautiful Trauma
    Genre: pop, pop rock
    Release Date: October 13, 2017
    อีกหนึ่งศิลปินที่หวนกลับมาสู่โลกของดนตรีหลังจากที่พักไปเลี้ยงลูกมานานถึง 5 ปี P!nk กลับมาพร้อมกับงานชุดที่ 7 Beautiful Trauma ซึ่งได้ร่วมงานกับโปรดิวเซอร์ชั้นนำมากมาย แต่ด้วยความที่ตัวป้าได้สร้าง masterpiece ของตัวเองไว้กับ The Truth About Love ไว้แล้ว การจะสร้างงานที่เหนือชั้นกว่าเดิมจึงเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะฉะนั้นภาพรวมของ Beautiful Trauma จึงดูอ่อนกว่างานชุดที่แล้วกว่ามาก เพลงต่าง ๆ มีข้อดีของมันอยู่ แต่ความประทับใจมันไม่ได้ตราตรึงเหมือนกับเพลงอัลบั้มก่อน เรียกได้ว่า P!nk ยังคงเลือกที่จะทำอะไรเธอถนัดและไม่กล้าแหวกความเดิม ๆ ที่เคยทำ แต่ข้อดีอย่างนึงคือ Beautiful Trauma ก็ยังคงความเป็น P!nk ไว้ได้ดีเหมือนเดิม เสียแค่ไม่มีอะไรใหม่ให้ตื่นเต้นแค่นั้นเอง

    Recommended tracks: "Beautiful Trauma," "Where We Go," "Whatever You Want"


    67. St. Vincent, MASSEDUCTION
    Genre: pop rock, glam rock, new wave, ambient rock, techno
    Release Date: October 13, 2017
    สำหรับแฟนเพลงสาย art ชื่อของ St. Vincent น่าจะคุ้นหูกัน ซึ่ง Annie Clark คือเจ้าของโปรเจคนี้ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการเพลงสาย alternative มานาน โดย MASSEDUCTION ก็เป็นอัลบั้มชุดที่ห้าแล้ว ก่อนหน้านั้นเรามีโอกาสได้ลองฟังเพลงจาก St. Vincent มาบ้าง แต่ไม่สามารถเข้าถึงได้ด้วยเพราะความยากของทั้งซาวน์และเนื้อเพลง แต่เมื่อเรารู้ว่า Jack Antonoff คือผู้อยู่เบื้องหลังของอัลบั้มชุดนี้ เราก็รีบไปฟังอัลบั้มนี้ทันที และอย่างแน่นอน ก็ตกหลุมรักอย่างถอนตัวไม่ขึ้น แนวเพลงหลักของ St. Vincent มักถูกเรียกว่าเป็น art rock แต่ใน MASSEDUCTION กลับเป็นเพลงที่ยังคงความ rock แต่ถูกปรุงแต่งด้วยกลิ่นอายของ pop, electropop และ techno music ที่ทำให้เพลงของอัลบั้มมีซาวน์ที่แปลกไม่เหมือนใคร บวกกับธีมของเนื้อเพลงที่ตรงกับชื่ออัลบั้มมาก เพราะเป็นการพูดถึงยาเสพติด ความรัก ความโศกเศร้าและความตาย ซึ่งจัดเป็นสิ่งที่ยั่วยวนกวนจิตใจมนุษย์ทุกคนจริง ๆ หากไม่มองเรื่องการอวย Jack ที่เราทำบ่อยมาก St. Vincent ก็เป็นอีกหนึ่งศิลปินที่ทำเพลงได้อย่างสร้างสรรค์และอัดแน่นด้วยคุณภาพอย่างน่าทึ่งที่สุด

    Recommended tracks: "Hang On Me," "Pills," "Masseduction"


    68. Jessie Ware, Glasshouse
    Genre: pop, soul pop, R&B
    Release Date: October 20, 2017
    Jessie Ware ก็เป็นนางพญาในวงการเพลงสาย art pop อีกคนหนึ่งที่ปล่อยอัลบั้มออกมาในปีนี้ Glasshouse เป็นงานชุดที่สามของป้าแล้ว ซึ่งความงดงามในการทำเพลง pop ของป้า Jessie ก็ยังคงดีงามไปด้วยความนุ่มนวลและน่าหลงไหลตามแบบฉบับของป้า ในชุดนี้ ป้า Jessie ได้ร่วมงานกับโปรดิวเซอร์สาย pop มากมายจนได้ผลผลิตออกมาเป็นอัลบั้มที่ pop ที่สุดในบรรดางานทั้งหมดที่เคยปล่อยออกมา (แถมปกอัลบั้มก็สวยมากด้วย) อีกทั้งเพลงต่าง ๆ ยังถูกแต่งในช่วงที่ศิลปินสาวกำลังตั้งท้อง จึงทำเพลงเหล่านั้นดูมีความเป็นแม่ ความแพง ดูไฮโซ เหมาะกับฟังยามว่างตอนจิบกาแฟอ่านหนังสือ

    Recommended tracks: "Selfish Love," "Sam," "Hearts"


    69. Kelly Clarkson, Meaning of Life
    Genre: pop, soul, R&B
    Release Date: October 27, 2017
    หลังจากหมดสัญญากับค่าย RCA ที่ Kelly ได้อยู่สร้างงานมาตลอดการเป็นนักร้อง เธอได้ย้ายไปอยู่ Atlantic Records พร้อมกับออกอัลบั้มใหม่ที่เป็นการเปลี่ยนแนวครั้งยิ่งใหญ่ของเธอ Meaning of Life เป็นอัลบั้มที่ผสมระหว่าง pop กับ soul ซึ่งเป็นแนวเพลงที่ Kelly บอกว่าอยากทำมาตั้งนานแล้ว หลายเสียงเห็นตรงกันว่า Meaning of Life คืออัลบั้มที่ดีที่สุดในชีวิตการทำงานของศิลปินคนนี้ เราเป็นอีกหนึ่งคนที่คิดเช่นเดียวกัน เพราะด้วยเอกภาพของด้านดนตรีที่ไหลรวมเป็นหนึ่งเดียว บวกกับความมั่นใจในเรื่องของการร้องที่สามารถสัมผัสได้ตลอด 14 เพลง หลายคนอาจรู้สึกแหม่ง ๆ กับความเป็น soul pop ของอัลบั้มและน่าจะคิดว่าต้องเป็นอัลบั้มที่เต็มไปด้วย ballad มากมาย แต่บอกเลยว่า อัลบั้มชุดนี้อัดแน่นไปด้วยเพลง uptempo ที่โชว์พลังได้อย่างยอดเยี่ยมเลย

    Recommended tracks: "Meaning of Life," "Medicine," "Love So Soft," "Didn't I"


    70. Phoebe Ryan, James - EP
    Genre: pop, electropop
    Release Date: October 27, 2017
    งาน EP ชุดที่สองจาก Phoebe Ryan สาวนักร้องและนักแต่งเพลงสาย electropop ก็คิือเพชรเม็ดงานในวงการเพลง pop ปีนี้เหมือนกัน สำหรับ EP ชุดนี้ Phoebe ได้หยิบเอาประเด็นเรื่องความสัมพันธ์กับแฟนเก่าของเธอที่ชื่อว่า James มาทำเป็นเหมือนไดอารี่เล่าความสัมพันธ์ตั้งแต่ช่วงที่ความรักเริ่มจืดจาง ทั้ง 5 เพลงใน EP จะเริ่มต้นตั้งแต่การที่ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองเริ่มสั่นคลอนจนดำดิ่งไปถึงจุดจบและการหลุดพ้นจากความเจ็บปวดในการเลิกลา EP จึงมีความเจ๋งในเรื่องด้านการเล่าเรื่องและยังมีจุดเด่นเรื่องของดนตรีที่ฟังง่าย เป็นงาน pop แบบไม่หวือหวาที่มีโมเม้นทั้งเศร้าและสุขปนกันไป

    Recommended tracks: "James Has Changed," "Forgetting All About You"


    71. Maroon 5, Red Pill Blues
    Genre: pop, electropop, R&B, funk, soft rock
    Release Date: November 3, 2017
    ไม่ว่าจะดังแค่ไหน ศิลปินทุกคนก็ต้องมีขาลงกันหมด และ Red Pill Blues ก็คืองานที่จำกัดความคำว่าขาลงสำหรับ Maroon 5 จริง ๆ ตลอดห้าอัลบั้มที่ผ่านมา Maroon 5 เหมือนเริ่มหมดมุขในการทำเพลง เพราะเอกลักษณ์ความเป็น funk rock ที่ทำให้โด่งดังอย่างมากใน Songs About Jane (2002) มันหายเหือดไปกลายเป็นงาน pop ดาด ๆ ที่หาฟังได้ทั่วไปตามวิทยุ จนเพลงในยุคหลัง ๆ ของวงต้องพึ่ง features จาก rappers มาช่วยเสริมสีสันให้กับเพลง จนมาถึง Red Pill Blues ที่หลายสำนักก็สับแหลกเพราะคุณภาพของเพลงที่แทบจะไม่เหลือ แต่ถ้าต้องเทียบกับ Overexposed (2012) และ V (2014) Red Pill Blues กลับเป็นอัลบั้ม R&B ธรรมดา ๆ ของวงที่ดูดีกว่าและฟังเพลินกว่ามากในความคิดของเรา

    Recommended tracks: "Wait," "What Lovers Do," "Whiskey," "Closure"


    72. Sam Smith, The Thrill of It All
    Genre: pop, soul, gospel
    Release Date: November 3, 2017
    ห่างหายไปถึงสามปีหลังจากที่ Sam Smith ได้สร้างทำให้คนทั้งโลกร้องไห้เป็นเต่าเผากับ In the Lonely Hour กลับมาในรอบนี้ไอเราก็นึกว่า Sam จะทำเพลงสนุก ๆ ให้คนฟังกันบ้างเพราะล่อตั้งชื่ออัลบั้มว่า The Thrill of It All แต่เปล่าเลย เพราะอัลบั้มชุดที่สองนี้กลับเป็นเหมือนภาคต่อด้านดนตรีจากงานชุดที่แล้วที่ยังคงเน้น ballad เชือดเฉือนอารมณ์คนฟังให้จมกับบ่อน้ำตา แต่สิ่งที่ถือว่าใหม่ของ The Thrill of It All ก็คือเนื้อหาของเพลงนั่นเอง โดย Sam ได้เริ่มใส่เรื่องราวที่มีความ personal และเป็นประเด็นในสังคมลงไปซึ่งนั่นคือเรื่องของเพศที่สามและศาสนา จนทำให้ภาพรวมของอัลบั้มชุดนี้มีชั้นเชิงมากขึ้นกว่าเดิม หลายคนที่ฟังผ่าน ๆ อาจบอกว่า The Thrill of It All เป็นอะไรที่เดิม ๆ สำหรับศิลปินคนนี้ แต่อยากให้ลองฟังเนื้อหาดู ความขนลุกที่เราจะได้ไม่ใช่แค่เสียงที่จะดำดิ่งลงสู่ภวังค์แต่ด้วยเนื้อเพลงนี่แหละที่น่าชื่นชมสำหรับ The Thrill of It All

    Recommended tracks: "Say It First," "Midnight Train," "HIM," "No Peace"


    73. Taylor Swift, reputation
    Genre: pop, electropop, synthpop
    Release Date: November 10, 2017
    ไม่ต้องพูดอะไรเยอะกับอัลบั้มชุดนี้ เพราะตั้งแต่ Taylor เริ่มต้นโปรเจคนี้มา เสียงวิพากวิจารณ์จากสื่อต่าง ๆ หรือแฟนเพลงก็พูดถึงกันให้กระหน่ำ ซึ่งโดยรวมแล้วคนฟังจะชอบไปเลยหรือไม่ก็เมินหน้าหนีกับเพลงใน reputation แต่สำหรับการฟังและดูเนื้อหาเพลงในอัลบั้มมาหลายรอบ เราคิดว่าอัลบั้มชุดที่หกของ Taylor นี้ไม่ใช่งานที่ดีที่สุดสำหรับเธอ และกลับเป็นงานที่เสี่ยงที่สุดในชีวิตการทำงาน เพราะหลังจากฝ่าฟันกับชื่อเสียมากมาย เธอเลือกที่จะสร้าง image ให้ตัวเองในด้านที่เหมือนจะกลับมาล้างแค้นและทำเพลง pop แบบขั้วตรงข้ามกับ 1989 ผลลัพธ์คือมันน่าตื่นเต้นในช่วงแรก และด้วยอะไรก็ไม่รู้ทำให้ความสนุกในการฟัง reputation มันหมดไปอย่างรวดเร็ว และรู้สึกว่าศิลปินที่มีพรสวรรค์อย่างเธอน่าจะมีประสิทธิภาพในการทำเพลงให้ก้าวกระโดดไปมากกว่านี้ และหลุดออกจากโลกเทพนิยายของเธอออกมาซักที แต่โดยรวมคุณภาพของ reputation ก็ยังน่าพึงพอใจกว่างาน pop หลาย ๆ อัลบั้มในปีนี้

    Recommended tracks: "I Did Something Bad," "Delicate," "King of My Heart," "Call It What You Want"


    74. WALK THE MOON, What If Nothing
    Genre: pop rock, synthpop
    Release Date: November 10, 2017
    สามปีที่แล้ววงการเพลงทั้งบ้านเราและต่างประเทศกระหน่ำเปิด "Shut Up and Dance" ของ WALK THE MOON และจากนั้นทุกอย่างจากวงนี้ก็หายเงียบไปเลย จนมาถึง 2017 What If Nothing ที่เปิดตัวด้วย "One Foot" ที่เหมือนจะพยายามเดินตามรอยความสำเร็จ "Shut Up and Dance" แต่ก็ไม่สามารถไปถึงจุดนั้นได้ แต่ภาพรวมของอัลบั้มนี้มีความฟังยากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดด้วยการเพิ่มความ art ในการสร้างสรรค์เพลง pop rock ตามสไตล์ของวงให้มีมิติมากขึ้นด้วยซาวน์ electronic กับ synth หากลองฟังทั้งอัลบั้มรวดเดียว คนฟังอาจจะไม่สามารถจำอะไรได้เลย แต่ถ้าหากลองฟังเป็นเพลง ๆ ดู หลายเพลงใน What If Nothing ก็ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว

    Recommended tracks: "One Foot," "Surrender," "Tiger Teeth"


    75. Aly & AJ, Ten Years - EP
    Genre: pop rock, synthpop
    Release Date: November 17, 2017
    สำหรับสาวกเพลง pop ในช่วงปี 2000 ต้น ๆ น่าจะคุ้นเคยกับชื่อของ Aly & AJ ซึ่งเป็นพี่น้องสองสาวในสังกัดของ Disney Channel หลังจากที่เธอสองคนหายจากวงการและมีการปล่อยเพลงสาย indie จ๋าออกมาหน่อยนึง ผ่านไป 10 ปีจากอัลบั้มชุดที่แล้ว สองสาวก็กลับมาด้วยการปล่อย EP ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพและพัฒนาการของการเป็นศิลปินได้ดีเยี่ยม ใน Ten Years สองสาวหันมาทำเพลงสาย indie เต็มตัวด้วยเพลงแนว synthpop ที่ผสมกับความเป็น rock เก่า ๆ ที่บ่งบอกถึงความเติบโตของทั้งสองคน 4 เพลงในอีพีมีทั้งชั้นเชิงของเนื้อร้องและดนตรีที่เท่ในแบบฉบับที่นักฟังเพลงสาย alternative หรือ indie จะต้องร้องว้าวแน่นอน

    Recommended tracks: "Promises," "The Distance"


    76. Sia, Everyday Is Christmas
    Genre: pop
    Release Date: November 17, 2017
    ด้วยความติดใจในฝีมือการแต่งเพลงของป้า Sia ไม่ว่าจะมีเพลงอะไรออกมาที่ไม่ว่าเธอจะเป็นคนร้องหรือมีส่วนร่วมในการเขียน เราก็จะลองฟังไปหมด ถึงแม้ว่า Christmas albums จะเป็นหมวดเพลงที่เราแทบจะไม่ได้สนใจ ตอน Everyday Is Christmas ของป้าปล่อยออกมา เราก็ยังต้องไปขอลองเต็ม ๆ และก็รู้สึกชอบมาก 10 เพลงในอัลบั้มมีความแบ๊วฟรุ้งฟริ้งแบบที่คนฟัง Sia จะงง เพราะด้วยความที่มันเป็นเพลงเพื่อเทศกาลนี้ทำให้ดนตรีมันต้องกรุ๊งกริ๊งตามไปด้วย หลายเพลงในอัลบั้มมีความติดหูมาก ที่ถึงแม้เทศกาลจะจบไปแล้ว ก็ยังมีหลายครั้งที่กดไปฟัง

    Recommended tracks: "Ho Ho Ho," "Sunshine"


    77. Miguel, War & Leisure
    Genre: R&B, funk, psychadelic
    Release Date: December 1, 2017
    หากพูดถึงศิลปินผิวสี หลายคนมักจะคิดถึงแนวเพลง hip-hop หรืองาน rap หนัก ๆ แต่สำหรับ Miguel นั้น พี่เขาทำเพลงที่ยังคงมีอิทธิพลจากแนวเพลงเหล่านั้น แต่กลับมีการผสมผสานกับดนตรี rock และ soul ที่ออกมาเป็นอัลบั้มที่เท่มากทั้งตัวนักร้อง แนวเพลง และเสียงร้อง War & Leisure ก็เป็นอัลบั้มชุดที่สี่ของ Miguel แล้ว หลังจากที่เน้นเพลงสาย R&B ใน Wildheart (2015) ในอัลบั้มปีนี้ ดนตรี rock มีบทบาทมากขึ้นด้วยการที่เราจะได้ฟังเสียงกีต้าร์เยอะมากในเพลงต่าง ๆ แถมความแยบยลในการใช้สัญลักษณ์และอุปมาอุปมัยในการเขียนเพลงถึง sex ก็สุดจะต้องใช้จินตนาการในการเข้าถึง ภาพรวมของ War & Leisure เลยสามารถคงคุณภาพของ Miguel ได้เหมืือนเดิมเลย

    Recommended tracks: "Pineapple Skies," "Sky Walker," "Banana Clip"


    -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
    ขอบคุณสำหรับการอ่านนะครับ จบแล้วสำหรับการรีวิวชิ้นมหากาพย์ชิ้นนี้ เหมือนเดิมกับทุกงานที่เราเขียนมา ใครมีความคิดเห็นอะไรยังไง มาบอกกันได้นะ แล้วเจอกันต่อที่รีวิวชิ้นต่อไปนะครับ
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in