จาดู - ซีรีส์fangjrw
A Piece Of Your Mind (반의 반) 2020 [รีวิวครึ่งทาง/แนะนำ]
  • " รักข้างเดียวของฉันอย่างน้อยยังมีโอกาส 1 % คือ คุณยังมีชีวิตอยู่ "

    ซีรีส์แอบรัก ที่เล่าเรื่องราวความรักข้างเดียวในโทนที่หม่น  ละมุน
    และอบอวลไปด้วยความอบอุ่น ชวนให้รู้สึกสุข ซึ้ง เศร้า และถูกเยียวยาหัวใจไปพร้อมกัน

    เรื่องราวของโปรแกรมเมอร์หนุ่มด้าน AI อย่าง ฮาวอน (รับบทโดย จองแฮอิน / Jung Hae In) ที่จมปลักกับรักแรกที่ไม่สมหวังที่มีต่อ จีซู เพื่อนสนิทที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ความรัก ความผูกพันธ์ที่มีต่อกันทำให้ฮาวอนไม่สามารถตัดใจจากจีซูได้ และตัดสินใจใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวโดยที่ในใจก็ยังคิดถึงแต่จีซู ก่อนที่เขาจะได้มาเจอกับ ฮันซออู (รับบทโดย แชซูบิน / Chae Soo Bin) วิศวกรเสียง (Sound Engineer) สาวที่แสนสดใส มองโลกในแง่ดี ด้วยความรัก ความคิดถึงที่ฮาวอนมีต่อจีซูจึงทำให้เขาทั้งสองคนได้มารู้จักกัน และก่อเกิดความรู้สึกดี ๆ ขึ้นโดยที่ไม่รู้ตัว ความรู้สึกอยากมองใครคนหนึ่งจากด้านหลังในระยะไกล ๆ ความรู้สึกที่เหมือนช่วยเติมเต็มหัวใจที่เหนื่อยล้า ความรู้สึกที่เรียกว่า " รักข้างเดียว " ได้เกิดขึ้นกับฮันซออู เธอหลงรักฮาวอนโดยที่ไม่หวังอะไรตอบแทน

    ความรักที่ฮันซออูมีจะช่วยเยียวยาและเติมเต็มหัวใจที่โดดเดี่ยวของฮาวอนได้ไหม
    ความรัก ความห่วงใย และความใส่ใจจะช่วยเยียวยาหัวใจของทุกคนได้อย่างไร

    ติดตามรับชมซับไทยได้ทั้งทาง Viu , WeTV และ iqiyi มีทั้งหมด 12 ตอน 😢
    ** ปล. อาจมีการรีวิวเพิ่มเติมเมื่อซีรีส์จบนะคะ แนะนำมาก ๆ เรื่องนี้ ** 

    ( POSTER )

    ตัวอย่าง 5 นาที



    ความรู้สึกหลังดู | ตั้งแต่ EP1-6

     * อาจมีรีวิวเพิ่มเติมนะคะหลังซีรีส์จบ 
              เรื่องนี้เรตติ้งไม่ค่อยดีเลย  เรื่องนี้สนุกไหม ? 
    โครตเนิบ  ดูแล้วจะหลับ  พระเอกจมปลักกับรักแรกเกินไป !!

    ตัวอย่างข้อความพวกนี้น่าจะพอเห็นกันมาบ้างเวลาที่เข้าไปส่องตามแท็ก หรือแอบดูรีวิวซีรีส์ก่อนที่จะตัดสินใจเปิดดู  เราก็เช่นกัน  ครั้งแรกที่เห็นโปสเตอร์และตัวอย่างซีรีส์ก็รู้สึกว่าละมุนดี ภาพสวย  แต่ก็ยังไม่ค่อยน่าดึงดูดสักเท่าไหร่ คิดว่าคงเป็นแบบเศร้า ๆ หน่วง ๆ ซึ่งเราไม่ค่อยดูแนวนี้เท่าไหร่  จนซีรีส์ออนแอร์ไปได้ 6 ตอนบวกกับได้ฟังเพลงประกอบซีรีส์ทั้ง Part.1 และ Part.2 ที่ปล่อยออกมาต้องบอกเลยว่าเพลงเพราะมาก ๆ เป็นตัวดึงดูดชั้นดีที่ทำให้กลับมาสนใจซีรีส์เรื่องนี้อีกครั้งพอได้ลองดู Cut Scene ก็รู้สึกประทับใจงานภาพของเรื่องมาก เคมีพระนางไม่ต้องพูดถึง จองแฮอิน กับ แชซูบิน ออนนี่เคมีสาธารณะอยู่แล้ว พอได้มาประกบคู่กันแบบนี้ยิ่งดูละมุน น่ารักเข้าไปอีก  แต่ก็น่าเสียดายที่ทาง tvN ประกาศลดจำนวนตอนของเรื่องนี้จากเดิม 16 ตอน ลดลงเหลือเพียง 12 ตอน เพราะเรตติ้งขณะออกอากาศไม่ดี ได้เรตติ้งเฉลี่ยประมาณแค่ 1 กว่า ๆ  ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับเรื่องอื่น ๆ ที่ผ่านมาของช่อง  พอรู้แบบนี้เรายิ่งสงสัยว่ามันแย่ขนาดนั้นเลยหรอ  จึงตัดสินใจลองดู

    แล้วผลก็ปรากฏว่า .......

    เฮ้ย !!! ซีรีส์เรื่องนี้มันไม่ได้แย่อย่างที่คิดเลยนะ  นี่เป็นความคิดแรกที่เกิดขึ้นในหัวของเรา ซีรีส์เรื่องนี้ถ้าจะให้พูดโดยรวมแล้วมันเป็น  ซีรีส์ที่ไม่หวือหวา  มีการดำเนินเรื่องแบบค่อยเป็นค่อยไป  ค่อย ๆ เฉลยที่มาที่ไปของตัวละครและปมปัญหาต่าง ๆ ไปพร้อมกับการสอดแทรกถ้อยคำ บทกลอนที่ไพเราะ แง่คิดดี ๆ และประโยคที่กินใจผู้ชม  ผสมไปกับความสวยงามของงานภาพซีรีส์ที่ต้องยกนิ้วให้เลยและเคมีของตัวละครที่เข้ากัน  บทที่ดูละเมียดละไม ทำให้พอดูแล้วรู้สึกอิ่มใจอย่างบอกไม่ถูก  ตัวซีรีส์ไม่ได้ตื่นเต้นหรือเร้าใจอะไรเลยแต่กลับทำให้เวลา 1 ชั่วโมงกับอีกไม่เกิน 10 นาทีนั้นไม่น่าเบื่อเลย  ผิดกับบางเรื่องที่เราเคยดู บางครั้งต้องเหลือบไปดูเวลาว่าเมื่อไหร่จะจบตอน  แต่สำหรับเรื่องนี้กลับไม่รู้สึกแบบนั้นเลย กลับรู้สึกสนุก  อยากดูต่ออีก  อาจเพราะไม่ได้คาดหวังอะไรมากตั้งแต่แรก  มิหนำซ้ำยังประทับใจในองค์ประกอบต่าง ๆ ในเรื่องอีกด้วย  ทำให้หลงรักซีรีส์เรื่องนี้โดยไม่รู้ตัว


    บทซีรีส์เรื่องนี้ค่อนข้างดีนะ มีความเรียล สะท้อนให้เห็นปัญหาในชีวิตของคนเราที่เราดูแล้วรู้สึกว่ามันจับต้องได้ พูดง่าย ๆ เลยคือ เราเข้าใจตัวละครและอินไปกับเนื้อเรื่องได้ง่าย  สำหรับใครที่ได้ดูเรื่องนี้แล้วจะรู้ว่าตัวซีรีส์ไม่ได้เน้นให้มีบทพูด หรือการสนทนาอะไรมากมายเลย  มีการเว้นช่วงให้เรารู้สึกไปตามตัวละคร ต้องบอกก่อนเลยว่าซีรีส์เรื่องนี้ระหว่างดูต้องใช้ความรู้สึกและค่อย ๆ ทำความเข้าใจกับมัน  เป็นซีรีส์ที่ปั้นซีนได้สวยและมีความติสท์อยู่ในตัว ^^

    นอกจากจะเล่าเรื่องราวของความรัก และความสัมพันธ์ของตัวละครแล้ว ยังนำเอาเทคโนโลยี AI เข้ามาผสมด้วย ในเรื่องจะมีเครื่อง AI ชนิดหนึ่งที่พระเอกสร้างมาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ในการช่วยบำบัดอาการของผู้ป่วย โดยเครื่องดังกล่าวจะเหมือนเป็นการจำลองตัวเราอีกคน เหมือนเป็นเพื่อนคุย ซึ่งน่าสนใจและก็อยากรู้ว่าเจ้าเครื่องนี้จะมีบทบาทอย่างไรในตอนต่อ ๆ ไป


    สำหรับคนที่ใจร้อน หรือชอบเนื้อเรื่องที่ตื่นเต้น พลิกไปพลิกมา อาจจะไม่ชอบและหลับได้เวลาดูเรื่องนี้
    อย่างว่าล่ะ...ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ หรือ ซีรีส์ มันก็ต้องมีทั้งกลุ่มคนที่ชอบและไม่ชอบผสมกันไป  ส่วนตัวเราชอบเรื่องนี้มาก แต่สำหรับคนอื่นอาจจะไม่ได้ชอบเหมือนกัน แต่ก่อนที่จะตัดสินใจกดผ่าน หรืออยากจะเท เราอยากให้ลองอดทนสักนิด ส่วนตัวแนะนำว่าถ้าดูผ่านไป 3 ตอนแรกมันจะเริ่มสนุกขึ้นเรื่อย ๆ  น่ารักและทำให้เราเขินมากขึ้น แล้วคุณอาจจะหลงรักเรื่องนี้แบบเราก็ได้

    ความประทับใจ / เหตุผลที่อยากให้ลองดูซีรีส์เรื่องนี้ |

    ซีรีส์ แอบมอง ของคนแอบรัก ที่แฝงไปด้วยความอบอุ่น
              เห็นได้ชัดเลยว่าตัวซีรีส์มีหลายฉากมากที่เป็นการแอบมอง ไม่ว่าจะเป็น  นางเอกที่มองพระเอกด้านหลังจากระยะไกล หรือพระเอกที่แอบมองนางเอกโดยที่ไม่รู้ตัว ที่ดูแล้วเรารู้สึกว่ามันสวยงาม และอินไปกับตัวละคร  บวกกับการแสดงของทั้งจองแฮอินและแชซูบินที่แสดงได้เป็นธรรมชาติมาก  อายคอนแทคดีมาก

    (เราชอบซีนนี้มาก สายตานางเอกที่มองพระเอกมันละมุนมาก)
    (แอบมองเขาหลับซะงั้นนะฮาวอน)
    (สายตาของของแฮอินซีนนี้ทั้ง ละมุน เอ็นดู และมีมิติมาก)

    งานภาพสวย - Mood&Tone ดีงาม
              ตามที่เราเห็นในซีรีส์เลย ภาพโทนหม่น ๆ มีความฟุ้ง ๆ ดูละมุน ดูแล้วเหมือนกำลังเสพงานศิลป์และเรียนรู้งานคุณภาพดี ๆ นี่เอง  ถูกใจเรามากที่ชอบศึกษาเรื่องงานด้านนี้อยู่แล้ว เป็นอีกเหตุผลที่อยากให้ลองดู

    เคมีนักแสดงดีมาก
              ข้อนี้ไม่ต้องพูดเยอะเลย  ซีรีส์แนวนี้เคมีพระนางต้องดีถึงจะดึงดูดให้เราดูได้ ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นแบบนั้น เคมีของแฮอินและซูบิน ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่เราดูซีรีส์เรื่องนี้

    ▪  คาแรกเตอร์นางเอกของเรื่อง "ฮันซออู"
              ตัวละคร ฮันซออู สำหรับเราเป็นตัวละครที่เราชอบมากที่สุดเลย  ไม่งี่เง่าเลยสักนิด ซูบินออนนี่แสดงออกมาได้เป็นธรรมชาติมากบวกกับหน้าตาที่ดูน่ารัก รอยยิ้มที่สดใส ทำให้เราหลงรักตัวละครนี้มาก  ในซีรีส์ตัวนางเอกก็ไม่ได้ดูสดใสอย่างเดียว ยังมีปมเรื่องการจากไปของครอบครัวที่ทำให้ชีวิตเสียศูนย์และเกือบฆ่าตัวตาย การใช้ชีวิตของนางเอกที่ถ้ามองในโลกความเป็นจริงแล้วมันมีคนแบบนี้อยู่จริง ๆ  ช่วงที่ซีรีส์เล่าเรื่องของนางเอกเราร้องไห้เลย อินมาก ๆ

    แง่คิดดี ประโยคกินใจ เหมือนถูกเยียวยาหัวใจ
              ภาษาในซีรีส์เรื่องนี้ค่อนข้างสวย และไพเราะ มีการใช้บทกลอนสื่อความหมาย มีหลายประโยคเด็ด ๆ ที่ทำให้เรารู้สึึกตามตัวละคร  ยกตัวอย่างเช่น

    " รักข้างเดียวของฉัน  อย่างน้อยยังมีโอกาส 1% ค่ะ....คุณยังมีชีวิตอยู่ไงคะ "

    เป็นประโยคที่นางเอกบอกกับพระเอก เพื่อที่จะยอมตัดใจและให้พระเอกลืมรักแรก
    มันเป็นประโยคที่แบบทัชอยู่นะ อารมณ์แบบคนที่แอบชอบใครสักคนมันไม่รู้หรอกว่า
    โอกาสที่เขาจะรักเราตอบนั้นมีไหม...แต่อย่างน้อยเขาก็ยังมีชีวิตอยู่ เป็น 1% ที่ทำให้เรามีความสุขได้

    หรือประโยคที่นางเอกบอกกับพระเอกเกี่ยวกับเรื่องของตัวเองประมาณว่า

    ถ้ามีใครสักคนพูดกับนางเอกว่า " อยู่ต่อนะ " มันก็ทำให้รู้สึกมีแรงขึ้นมา
    เหมือนได้รับการยอมรับ ซึ่งเราว่าในชีวิตจริงทุกคนอยากเป็นคนที่มีค่า มีความหมาย
    ซึ่งซีรีส์น่าจะสื่อประมาณว่า...

    บางครั้งแค่ประโยคเดียวสั้น ๆ ว่า " อยู่ต่อนะ " ก็อาจทำให้ชีวิตใครบางคนก้าวเดินต่อไปได้

    เพลงประกอบไพเราะเพราะพริ้ง
              งานเพลง Ost ของเกาหลีนี่เราไม่ค่อยผิดหวังนะ เรื่องนี้ก็เช่นกัน เพิ่งปล่อยมาได้ 2 เพลงแต่ฟังวนไปเป็นสิบยี่สิบรอบได้แล้ว เป็นอีกเรื่องที่เฝ้ารอเพลงพาร์ทต่อ ๆ ไปปล่อย ควรค่าแก่การฟังอย่างยิ่ง



    Pantone Scenes By JRw/JRUOST |

    อย่างที่บอกไปว่าส่วนตัวค่อนข้างชอบงานภาพของเรื่องนี้มาก
    จนอยากรู้ว่าทีมงานมีวิธีการทำงานกันยังไง ถึงได้งานที่สวยและมีเสน่ห์แบบนี้
    เราเลยทำ Pantone ของฉากในเรื่องเพื่อเอาไว้เรียนรู้และอยากชวนทุกคนไปลองดูซีรีส์เรื่องนี้กัน

    สามารถดูภาพทั้งหมดได้ที่ลิ้งค์อัลบั้มข้างล่างนี้ (เราจะทยอยอัพเรื่อย ๆ จนกว่าซีรีส์จบ)



    รีวิวมาขนาดนี้มีแต่ชมทั้งนั้นเลย งั้นเราจะบอกข้อเสียอย่างหนึ่งของเรื่องนี้ที่เกิดกับเราหน่อยคือ
    เรากลัวว่าบทหรือปมรองต่าง ๆ ในเรื่องอาจไม่แน่นพอ  ในเรื่องมีปมหลายอย่างที่ยังเฉลยไม่หมดว่าทำไมตัวละครนี้ถึงทำแบบนั้น  ซึ่งตอนแรกก็แอบคิดว่าหรือซีรีส์จะไม่บอกแต่ก็ต้องรอดู เอาเป็นว่ายังไงก็ยังอยากให้ทุกคนลองดูเรื่องนี้กันนะคะ

    (พอพระเอกมูฟออนจากรักแรกได้ก็มีความแอบจีบนางเอกพลาง ๆ)



    ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะ
    #จาดูรีวิว
Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in