หนังชีวิตI-love-thee
The Third Wife เกิดเป็นหญิงไม่มีสิทธิ์ลิขิตชีวิตเอง
  • The Third Wife เป็นหนึ่งในภาพยนตร์จาก Documentary Club ที่ได้ประเดิมฉายที่ Lido Connect หลังจากที่ปิดปรับปรุงมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง The Third Wife เป็นภาพยนตร์สัญชาติเวียดนามผลงานการกำกับของ Ash Mayfair เล่าเรื่องราวของ 'เมย' สาวน้อยวัยเพียง 14 ที่ได้แต่งงานมาเป็นภรรยาคนที่สามของบ้านเศรษฐี

    ครอบครัวที่เมย(Nguyen Phuong Tra My)เข้ามาดำรงตำแหน่งคุณนายที่สามนั้นเป็นครอบครัวใหญ่มีสมาชิกอยู่ร่วมกันมากกว่าสิบคนทั้งสามี พ่อสามีที่แก่มากแล้ว คุณนายฮาภรรยาคนแรก คุณนายซวนภรรยาคนถัดมา ลูกชายคุณนายฮา ลูกสาวสามคนของคุณนายซวน แม่บ้านเหลาและคนงานในบ้านอีกหลายชีวิต

  • ป้าเหลา(Nhu Quynh) บอกว่าการที่จะเป็นคุณผู้หญิงอย่างสมบูรณ์นั้นต้องมีลูกชาย ดังนั้นจึงมีแต่คุณนายฮาเท่านั้นที่เป็นคุณผู้หญิงอย่างเป็นทางการ คุณนายทั้งสองอายุห่างกันพอสมควร คุณนายฮา(Tran Nu Yen Khe)เป็นหญิงวัยกลางคนท่าทางเข้มงวด ส่วนคุณนายซวน(Mai Thu Huong Maya)นั้นยังสาวอยู่ยิ้มง่ายและท่าทางเป็นมิตรกว่า แต่ตลอดทั้งเรื่องกลับไม่มีการนำเสนอถึงการชิงดีชิงเด่นแบบที่เห็นการตามละครประเภทพระเอกหลายเมีย คุณนายทั้งสามรักใคร่กันดีอีกทั้งยังแชร์วิธีการเอาใจสามีกันอย่างเปิดเผย

    เมยตั้งท้องและก็หวังว่าลูกของเธอจะเป็นผู้ชาย ในช่วงแรกเธอหวังแค่ว่าจะได้เป็นคุณผู้หญิงที่สมบูรณ์ก็เท่านั้น ด้วยความไร้เดียงสาดังนั้นเหตุการณ์ที่พบเจอยังเป็นเรื่องแปลกใหม่ เธอยังคงตื่นเต้นกับสิ่งรอบตัวและดูไม่ทุกข์ร้อนกับการต้องตกเป็นภรรยาของชายรุ่นพ่อในวัยเพียงแค่14 มันเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาที่หญิงในวัยแรกแย้มทุกคนจะต้องแต่งงานกับใครสักคนถึงแม้ว่าจะเป็นคนที่ได้เห็นหน้าครั้งแรกในคืนเข้าหอก็ตาม

  • แล้วความจริงอันแสนโหดร้ายก็เริ่มปรากฏ ถึงเวลาที่ลูกชายคุณนายฮาต้องแต่งงานและจะมีสาวน้อยคนใหม่มาเป็นสมาชิกในบ้าน เมยเริ่มเห็นภาพเก่าของตัวเองซ้อนทับขึ้นมาเมื่อลูกชายคุณนายฮาปฏิเสธเจ้าสาวของตนเพราะมีคนที่รักอยู่ในใจแล้ว สาวน้อยผู้น่าสงสารจำต้องรับผิดชอบต่อผลที่เกิดด้วยวิธีการที่แสนจะหดหู่เพราะถูกเจ้าบ่าวปฏิเสธทั้งยังทำให้ครอบครัวต้องอับอาย และนั่นคือความจริงอันเลวร้ายที่ทำให้เมยเริ่มคิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

    การคลุมถุงชนดูจะเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้วสำหรับยุคนั้น ผู้หญิงมีหน้าที่เดียวคือมีครอบครัวและมีลูกชายการที่คุณนายทั้งสามอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นสุขเพราะต่างฝ่ายต่างก็เข้าใจในชะตากรรมของกันและกัน ทุกคนต่างก็มีหน้าที่ต้องทำให้สามีพึงพอใจ ไม่มีสิทธิ์ที่จะกำหนดอะไรทั้งสิ้น

  • ความเหลื่อมล้ำระหว่างชายหญิงมีให้เห็นอย่างชัดเจนเช่น คนงานในบ้านมีเรื่องชู้สาวฝ่ายชายโดนเฆี่ยนแค่ไม่กี่ทีก็ยังสามารถกลับเข้าทำงานได้ต่อ แต่ฝ่ายหญิงถูกจับโกนหัวและเนรเทศพร้อมลูกในท้องให้ไปอยู่วัดรวมถึงการมีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธการแต่งงานกับหญิงที่ไม่ตนไม่พึงใจได้อีกด้วย

    ในช่วงท้ายของหนังทำให้รู้สึกได้ว่าแท้จริงแล้วนั้นการที่แม่ทุกคนอยากได้ลูกชายไม่ได้เป็นเพราะอำนาจและความสุขสบายของพวกเธอเองในอนาคต แต่เป็นเพราะว่าพวกเธอต้องการให้ลูกมีสิทธิ์ที่จะลิขิตชะตาชีวิตของตัวเองและไม่ต้องเผชิญชะตากรรมอย่างที่ตนเคยพบเจอก็เป็นได้




Views

เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in