ชีวิตอาสาสมัครในอินเดีย 1 ปีSally isn't a duck but chicken
ไปเป็นอาสาสมัครที่อินเดียได้ยังไง

  • ขายวัยใส ซื้อใจพวกเขา

    ถ้าย้อนไปเมื่อปี 2016 ฉันเป็นนักศึกษาชั้นปี่ที่ 4 ที่กำลังจะจบในอีก 2 เดือนข้างหน้า ฉันที่ไม่รู้จะเอาไงต่อกับชีวิตดี ขอบอกก่อนว่าฉันเรียนคณะวิทยาศาสตร์ สาขาเทคโนโลยีชีวภาพ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคใต้ เพื่อนๆในรุ่น หลายคนก็เลือกเรียนต่อปริญญาโท หลายคนก็ได้ทำงานในบริษัทดีๆ ฉันที่ยังไม่ยื่นสมัครงาน เพราะไม่รู้จะทำงานอะไร แต่ฉันยื่นสมัครเรียนต่อไป แต่ก็แอบคิดว่า ฉันจะเลือกเรียนต่อจริงๆหรอ ตอนที่กำลังคิดอะไรต่างๆมากมายในหัว ตอนนั้นฉันก็เหลือบไปเห็นใบปลิวใบนึง เขียนว่า "ขายวัยใส ซื้อใจพวกเขา" ก็คิดมาได้ว่าเมื่อหลายเดือนก่อนได้มีโอกาสเข้าร่วมเวิลด์แคมป์ ของมูลนิธิเยาวชนสัมพันธ์นานาชาติ และได้สมัครไปเป็นอาสาสมัครที่ต่างประเทศไว้ บอกไว้ก่อนว่าตอนที่สมัครไว้ ไม่ได้คิดอะไร แค่สมัครไว้ เผื่ออยากไปแค่นั้น 555 ตอนนั้นเลยคิดว่าไปเป็นอาสาสมัครดีไหมนะ ลองไปดูสัก 6 เดือนก็ได้มั้ง แล้วกลับมาค่อยคิดว่าเอาไงต่อกับชีวิตดี แต่อีกสิ่งหนึ่งที่กลัวมากๆคือ จะบอกแม่ว่ายังไงดี แม่จะเข้าใจไหมนะ ก็คิดเยอะมากๆ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจโทรศัพท์ต่อสายหาแม่ ระหว่างที่รอแม่รับสาย จำได้ว่าหัวใจเต้นแรงมาก

    แม่ : ว่าไง ลูก
    ฉัน : แม่ คือว่ายังไม่เรียนต่อก่อนได้ไหม
    แม่ : ทำไมละ หรือว่าอยากทำงานหรอ
    ฉัน : เปล่า คือว่า....... ขอไปเป็นอาสาสมัครที่ต่างประเทศได้ไหม 
    แม่ : ..........
    ฉัน : ขอไปแปปเดียวเอง แล้วจะกลับมาเรียนต่อ อยากลองทำอะไรแบบนี้สักครั้งในชีวิต 
    แม่ : อืม ถ้าอยากไปก็ลองดู

    เย่!! ในที่สุดแม่ก็ยอม รู้สึกขอบคุณมากๆที่มีแม่ที่เข้าใจและสนับสนุนในทุกอย่างที่เราทำ และแล้วเราก็เลยตัดสินใจไปเป็นอาสาสมัครที่ต่างประเทศกับมูลนิธิเยาวชนสัมพันธ์นานาชาติ ท่ามกลางเสียงคัดค้านของเพื่อนๆและญาติๆ แต่เราไม่สนใจหรอกตอนนั้น คิดแค่ว่าต้องไปต่างประเทศให้ได้ 

    และแล้ววันที่เราจะต้องเข้าไปเก็บตัวก็มาถึง  บอกก่อนว่า ก่อนที่ทางมูลนิธิจะส่งอาสาสมัครไปต่างประเทศ จะต้องมีการเก็บตัวอยู่ร่วมกัน เพื่อฝึกจิตใจ เรียนภาษา และเรียนรู้การอยู่ร่วมกับคนอื่นก่อน รู้สึกเหมือนเก็บตัวนางงามเบาๆ 555 และที่นี่เองเรามีโอกาสได้รู้จักพี่ๆที่เคยไปเป็นอาสาสมัครประเทศต่างๆทั่วโลก ตอนที่พี่ๆมาเล่าเรื่องราวตอนไปเป็นอาสาสมัครให้ฟัง เรารุ้สึกทึ่งมากๆ เหมือนเราได้เปิดโลกใหม่เลย ตอนแรกเราอยากไปประเทศญี่ปุ่น แต่เพราะมีเพื่อนที่เราไม่ชอบเลือกไปญี่ปุ่น เราเลยไม่ไป 555 เราเลยเลือกไปออสเตรเลียแทน ( ตอนตัดสินใจไปเป็นอาสาสมัคร เราคิดว่าเราไปคนเดียว เพิ่งมารุ้ทีหลัง มีเพื่อนที่รู้จัก แต่เราไม่ชอบไปด้วยอีกคน 55) แต่พอได้ฟังเรื่องของพี่คนนึงที่ไปแทนซาเนียมา คือเราชอบมาก คิดในใจ ฉันจะต้องไปแทนซาเนีย ไปเห็นภูเขาคิริมันจาโรด้วยตาตัวเองให้ได้ ว่าแล้วก็โทรบอกแม่แปป

    ฉัน : แม่ ไม่ไปออสแล้วนะ ขอไปแทนซาเนียแทน
    แม่ : แทนซาเนียคือที่ไหน ไม่เคยได้ยิน
    ฉัน : แอฟริกาไง แอฟริกา
    แม่ : ไม่ได้!! ที่โน่นโรคระบาดเยอะ คนก็น่ากลัว ถ้าจะไปแอฟริกา ก็เก็บกระเป๋ากลับบ้านมาเลย

    ผ่ามมมมมม!! หน้าชามาก ภาพคิริมันจาโรที่ฉันใฝ่ฝันว่าจะได้เห็น หายวับไปกับตา ตอนนั้นเลยปรึกษากับพี่ๆสตาฟว่าจะไปที่ไหนดี ก็ไม่อยากไปออสเตรเลียแล้วอะ อยากไปประเทศที่ลำบากๆ ตอนนั้นพี่ๆก้แนะนำอินเดียกับฟิลิปปินส์มา แต่ฟิลิปปินส์นี่ตัดออกก่อนเลย  เพราะเคยไปมาแล้ว แต่อินเดียก็ไม่อยากไป แต่ก้ไม่รู้จะไปไหน ก้ไปอินเดียนี่แหละ แต่แอฟริกาแม่ยังไม่ยอมแล้วอินเดียแม่จะยอมหรอ แล้วก็เป็นอย่างที่คิด แม่ไม่ยอม แต่ด้วยความดื้อของฉันสุดท้ายแม่ก็ยอม จนในที่สุดเราเลยได้ไปประเทศอินเดียนั่นเอง เมืองที่ฉันไปชื่อ เมืองมานิปูร์ เป็นเมืองที่อยู่ทางภาคอีสานของอินเดีย อากาศดีมาก ไว้จะมาเล่าใหม่ละกัน อิอิ 

    ก่อนจบนิดนึง
    ถึงแม้ว่าตอนที่ฉันตัดสินใจไปอินเดีย หลายๆคนจะคัดค้าน บางคนว่าฉันโง่บ้างละ คิดไม่เป็นบ้างละ เอาแต่ใจตัวเองบ้างละ แต่ฉันไม่เคยเสียใจเลยที่ยอมทิ้งเวลาของตัวเอง 1 ปีกับการเป็นอาสาสมัครที่อินเดีย แต่ฉันกลับคิดว่า ถ้าหากวันนั้นฉันไม่ได้ไปอินเดีย ฉันคงเสียใจมากๆแน่ๆ 

    ไว้จะมาเล่าใหม่นะ^^


เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

Log in